ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ 1000maidee บทความ

ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์

ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์

            ต้น “คล้าใบตอง” ( Calathea Orbifolia ) ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ประดับที่มีใบที่สวยงามมาก ด้วยลวดลายเป็นเอกลักษณ์บนใบสีเขียวเข้มดูสดชื่น และยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ จึงเป็นที่นิยมนำไปปลูกแต่งบ้าน หรือแต่งสวนกันมาก แต่ทราบไหมคะว่า เห็นสวย ๆ แบบนี้ ยังขึ้นชื่อว่าดูแลเอาใจใส่ยากอีกด้วยนะ ดังนั้นหากใครกำลังสนใจต้นไม้นี้อยู่ละก็ ต้องศึกษาวิธีปลูกและการดูแลให้ดีเลยทีเดียว

ใบของคล้าใบตองมีขนาดใหญ่ รายริ้วสีขาวตัดกับสีเขียวบนตัวใบ ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ เป็นไม้ประดับที่คนนิยมนำไปแต่งบ้านกันมาก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยสร้างโอโซนสร้างบรรยากาศบริสุทธิ์ได้อีกต่างหาก และด้วยภาพลักษณ์ที่ดูสวยแพง ทำให้มันมีราคาสูงมากกว่าไม้ประดับทั่วไป แน่นอนว่าใครหลาย ๆ คนต่างอยากได้ไม้ประดับชนิดนี้ไปครอบครอง แต่หากดูแลไม่ดีแล้วละก็ รับรองต้องประสบปัญหา “ใบเหลือง” กันทุกราย

  • วิธีปลูกต้นคล้าใบตอง

อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ “ดิน” จะต้องเป็นดินร่วนที่ต้องไม่แห้ง และไม่ชื้นจนเกินไป ควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี สำหรับการปลูกในระยะแรก ควรผสมใบก้ามปูลงไปในดินด้วย สำหรับตำแหน่งที่ตั้งในการปลูกไม้ประดับชนิดนี้ จะต้องคำนึงถึงแสงอ่อน ๆ ไม่แรงมาก จึงควรเลี้ยงเอาไว้ในที่ร่ม อากาศจะต้องไม่ร้อนเกินไป และต้องถ่ายเทสะดวก ควรปลูกในอุณหภูมิระหว่าง 18-24 องศาเซลเซียส สำหรับการรดน้ำ ไม่ควรรดบ่อยจนน้ำขัง ควรรดแค่สามวันครั้งก็เพียงพอแล้ว มิฉะนั้นอากาศใบเหลืองได้ถามหาแน่

  • การดูแลต้นคล้าใบตอง

หากใครอยากดูแลต้นคล้าใบตองให้เจริญงอกงาม นอกจากข้อระวังข้างต้นแล้ว อาจเพิ่มสารอาหารให้กับต้นด้วยการใส่ปุ๋ยด้วยก็ได้ เพื่อน ๆ สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 กิโลกรัม เดือนละ 1 ครั้ง โดยควรใส่ผสมกับดินใหม่และนำไปโรยรอบ ๆ กอของต้นไม้

แม้ว่าต้นคล้าใบตอง จะเป็นไม้ประดับ ที่ขึ้นชื่อว่าเอาใจยาก แต่หากได้ลองเลี้ยงแล้ว ทุกคนคงจะตกหลุมรักในความสวยงามดูสดชื่นของใบเป็นแน่ แต่หากปลูกไปอย่างดีแล้ว ยังประสบปัญหาใบเหลืองหรือใบไหม้อยู่ เพื่อน ๆ ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ ให้ลองกลับมาทบทวนดูว่า สภาพอากาศหรือการรดน้ำของเราโอเคหรือยัง อย่างเช่น หากมีอาการใบเหลือง นั่นอาจเป็นเพราะเรารดน้ำเยอะเกินไป หรือในดินมีความชื้นสูงเกินไป ทางแก้ก็อาจจะรดปริมาณน้ำลง หรือไปแก้ปัญหาเรื่องดิน ขณะเดียวกัน หากเจออาการใบไหม้ นั่นอาจเป็นเพราะน้องไปเจอแสงแดดมากเกินไปค่ะ ลักษณะของใบที่บางมาก ทำให้ต้นคล้าใบตองไวต่อแสงมาก ทางแก้ก็แค่ย้ายที่ตั้งไปในที่ที่มีร่มเงามากขึ้นนั่นเอง

ไม้ฟอกอากาศ

ประเภทของปุ๋ย สิ่งที่ช่วยทดแทนสารอาหารธรรมชาติที่สำคัญ 1000maideeบทความ

ประเภทของปุ๋ย สิ่งที่ช่วยทดแทนสารอาหารธรรมชาติที่สำคัญ

ประเภทของปุ๋ย สิ่งที่ช่วยทดแทนสารอาหารธรรมชาติที่สำคัญ

        เมื่อพืชดูดซึมแร่ธาตุในดินไปใช้ ทำให้สารอาหารในดินลดน้อยลงไป ปุ๋ยจึงเป็นสิ่งที่ช่วยทดแทนสารอาหารที่ธรรมชาติมีไม่พอ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช ให้พืชเจริญเติบโตได้ดี มีผลผลิต สมบูรณ์ และยังถูกผลิตออกมาใช้งานแตกต่างกันออกไป ตามแต่ละประเภท ประเภทของปุ๋ย มีดังนี้

ปุ๋ยที่ผลิตด้วยการใช้เปลี่ยนสภาพของวัสดุมาเป็นปุ๋ย

  • ปุ๋ยอนินทรีย์ เกิดจากการเปลี่ยนสภาพ โดยสามารถแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทคือ ปุ๋ยอนินทรีย์สังเคราะห์(มีสารอนินทรีย์) และปุ๋ยอนินทรีย์ธรรมชาติ (เกิดขึ้นตามธรรมชาติ) เช่น  ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต ปุ๋ยแอมโมเนียซัลเฟต เป็นต้น
  •  ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปุ๋ยที่ได้จากกระบวนการทางธรรมชาติ การหมัก บด จากพืชหรือสารอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก
  • ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เป็นปุ๋ยที่ถูกผลิตด้วยกระบวนการความร้อนที่สูง ใช้ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์และนำมาหมัก เพื่อใช้บำรุง และรักษาพืช ที่เป็นโรคต่าง ๆ
  • ปุ๋ยชีวภาพ เป็นปุ๋ยที่สามารถสังเคราะห์ได้ด้วยตนเอง และเปลี่ยนสารอาหารที่ไม่มีประโยชน์ให้เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ได้ ได้แก่ ปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ผลิตไนโตรเจนด้วยตัวเอง และปุ๋ยจุลินทร์ทรีย์ที่ช่วยให้ฟอสฟอรัสคงอยู่ในดิน

แบ่งได้จากการผลิตปุ๋ยที่เกิดจากธรรมชาติและผลิตจากสารเคมี

  • ปุ๋ยธรรมชาติ เป็นปุ๋ยที่สร้างขึ้นตามกระบวนการทางธรรมชาติ และถูกเป็นนำมาใช้เป็นปุ๋ย เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยฟอสเฟต เป็นต้น
  • ปุ๋ยที่ถูกผลิตจากสารเคมี เป็นปุ๋ยที่เกิดจากสังเคราะห์ และแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ปุ๋ยที่มีแร่ธาตุเพียงตัวเดียว(ปุ๋ยเดี่ยว) และ ปุ๋ยผสม(ผสมสารอาหารตั้งแต่สองตัวขึ้นไป) เช่น ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยแอมโมเนีย ปุ๋ยเม็ด 16-20-0 ปุ๋ยเม็ด 16-16-16 เป็นต้น

แบ่งตามธาตุอาหารเป็นหลัก

  • ปุ๋ยไนโตรเจน เป็นปุ๋ยจำพวกที่ประกอบด้วยสารอาหารไนโตรเจน ยกตัวอย่าง เช่น กระดูกป่น ปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟต ปุ๋ยยูเรีย เป็นต้น
  • ปุ๋ยฟอสฟอรัส เป็นปุ๋ยจำพวกที่ประกอบด้วยสารอาหารฟอสฟอรัส ได้แก่ มูลสัตว์ต่าง ๆ ปุ๋ยหินฟอสเฟต เป็นต้น
  • ปุ๋ยโพแทสเซียม เป็นปุ๋ยจำพวกที่ประกอบด้วยสารอาหารโพรเทสเซียม ได้แก่ ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ 0-0-60 โพแทสเซียมแมกนีเซียมซัลเฟต โพแทสเซียมไนเตรต เป็นต้น

ประเภทของปุ๋ย สิ่งที่ช่วยทดแทนสารอาหารธรรมชาติที่สำคัญ

แบ่งตามเกรด

  • เกรดต่ำ : เป็นปุ๋ยที่มีสารอาหารน้อยไม่ถึง 15 %
  • เกรดปานกลาง : ปุ๋ยที่มีปริมาณสารอาหารเพียง 15-25 %
  • เกรดสูง : ปุ๋ยที่มีปริมาณสารอาหารถึง 30 %
  • เกรดเข้มข้น : ปุ๋ยที่มีปริมาณสารอาหารมากกว่า  30 %

เห็นได้ว่าปุ๋ยสามารถแบ่งประเภทได้หลากหลาย ขึ้นอยู่ว่าจะแบ่งด้วยวัสดุที่ใช้ผลิต , แบ่งด้วยวิธีทางธรรมชาติและทางกระบวนการทางเคมี หรือการแบ่งตามธาตุอาหารที่มีอยู่ในปุ๋ย ทั้งนี้เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงปัญหาของดิน หรือระยะเวลาในการใส่ปุ๋ย เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างถูกต้อง

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2 1000maideeบทความ

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

            หากทุกคนลองสังเกตเวลาเราไปร้านอาหารญี่ปุ่น มักจะเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งวางอยู่บนจานอาหาร ทราบไหมคะว่านั่นคือดอกอะไร? คำตอบก็คือ “ดอกเบญจมาศ” ค่ะ สำหรับประเทศไทย ต้นเบญจมาศนับเป็นไม้ดอกมงคล และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการซื้อขายดอกทั่วโลกเป็นอันดับ 2 อีกด้วย ว่าแล้วก็อยากจะปลูกเอาไว้แต่งสวนให้สดชื่นบ้างแล้วสิ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักเจ้าต้นไม้ดอกสวยชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

            ต้นเบญจมาศ ( chrysanthemum ) มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ไม้ดอกชนิดนี้แบ่งได้หลัก ๆ เป็น 3 ประเภท คือประเภทดอกใหญ่ ( Exhibition Type ) ดอกขนาดปานกลาง ( Standard Type ) และดอกขนาดเล็ก ( Spray Type ) สีสันก็มีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง ส้ม เป็นต้น ขนาดของกลีบดอกจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ ลักษณะต้นของเบญจมาศจะขึ้นเป็นพุ่ม จุดเด่นคือมีขนทั้งที่ลำต้น และใบ

  • วิธีปลูกต้นเบญจมาศ

ต้นเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่จะขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง ต้องระบายน้ำได้ดี ควรปลูกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งแดดในช่วงกลางวันจะมีผลกับการออกดอกของต้นเบญจมาศ การรดน้ำ แนะนำให้รดในช่วงเช้า วันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ต้นไม้ไม่ชื้นเกินไป ป้องกันการเกิดรา นอกจากนั้นในเรื่องของอุณหภูมิก็มีผลกับการเจริญเติบโต หากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นจะได้ดอกสวยและใหญ่กว่าในที่อากาศร้อน

  • การดูแลต้นเบญจมาศ

แน่นอนว่าเมื่อเป็นไม้ดอก สิ่งที่ทำให้ผู้ปลูกปวดหัวมาก ๆ ก็คือเชื้อรา และปัญหาแมลงต่าง ๆ ที่อาจมาทำลายสวนสวย ๆ ของเราได้ การจะปลูกต้นเบญจมาศให้ได้ดอกสวยและอุดมสมบูรณ์ต้องอย่าลืมดูแลปัญหากวนใจเหล่านี้ หากพบเชื้อราที่ทำให้เกิดใบสีน้ำตาล แนะนำให้ใช้ยาพ่น แมนโคเซป กับคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ หรือหากพบเพลี้ยหรือหนอน ให้ใช้ พิโนฟิน หรือ คลอไพรีฟอส เป็นต้น

ต้นเบญจมาศ เป็นไม้ดอกชนิดที่ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมมีส่วนอย่างมากในการเจริญเติบโต การออกดอก และการแพร่พันธุ์ อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราได้ดอกสวยก็คือ การเพาะเลี้ยงในโรงเพาะชำซึ่งต้องมีการควบคุมปริมาณแสง และอุณหภูมิให้พอเหมาะ นอกจากนี้ดอกเบญจมาศบางชนิดยังสามารถรับประทานได้ด้วย ในดอกชนิดที่สามารถกินได้นั้นจะมีวิตามินอีสูง 4.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่อธิบายไปข้างต้นว่า การเลี้ยงต้นเบญจมาศในบางครั้งอาจมการใช้สารเคมี ดังนั้นไม่ควรกินสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ

 ไม้ประดับ

ข้อควรปฏิบัติในการใช้อุปกรณ์ทางการเกษตร 1000maidee บทความ

ข้อควรปฏิบัติในการใช้ อุปกรณ์ทางการเกษตร

ข้อควรปฏิบัติในการใช้ อุปกรณ์ทางการเกษตร 

อุปกรณ์ทางการเกษตรเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร เป็นเครื่องทุ่นแรงของชาวสวนอย่างเรา ๆ การดูแลรักษาอุปกรณ์หลังการใช้งานก็สำคัญเช่นกัน เพราะเราคงไม่ต้องการให้มันสูญหาย จากการเก็บไม่เป็นที่ หรือผุพังเพราะไม่ได้ทำความสะอาด อุปกรณ์ทางการเกษตรมีหลายชนิด และจะมีข้อควรปฏิบัติหลังการใช้อย่างไรบ้างเราไปดูกันเลย

ข้อควรปฏิบัติในการใช้ อุปกรณ์ทางการเกษตร

ทำไมเราจะต้องดูแลเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการเกษตร ? เพราะถ้าหากเราปล่อยทิ้งไว้ โดยที่ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ ทำให้เครื่องมือเสียหายจากสนิม หรือเราคงไม่อยากซื้ออุปกรณ์ใหม่เพียงเพราะหาเครื่องมือชิ้นเก่าไม่เจอใช่มั้ยล่ะ ทั้งนี้การดูแลเครื่องมืออยู่เสมอยังช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกด้วยนะ

ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานอุปกรณ์ทางการเกษตร

  • จัดหาพื้นที่สำหรับไว้เครื่องมือ โดยเราจะต้องจัดหาห้อง หรือ สถานที่ในการจัดเก็บเครื่องมือทางการเกษตรทั้งหมดไว้ด้วยกัน แบ่งสัดส่วนไว้อย่างชัดเจน และเพื่อความปลอดภัย จะต้องไว้ในที่ที่ห่างไกลจากเด็ก ๆ ในบ้านด้วย

ข้อควรปฏิบัติในการใช้ อุปกรณ์ทางการเกษตร

  • แยกอุปกรณ์ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ การแยกอุปกรณ์ชิ้นเล็ก หรือ ชิ้นใหญ่เข้าด้วยกัน และเก็บให้เป็นที่เป็นทาง ทำให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้น ทั้งที่ยังทำให้สะดวกแก่การหยิบจับไปใช้งานอย่างทันท่วงทีอีกต่างหาก
  • อุปกรณ์เยอะจนจำไม่หมด หาสมุดมาช่วยจดได้ การบันทึกลงในสมุดว่าอุปกรณ์ที่เรามี มีอะไรบ้าง ทำให้ทราบว่ามีอะไรขาดหายไปหรือไม่

  • ซ่อมเมื่อพัง เป็นวิธีที่ช่วยดูแลให้อุปกรณ์ที่เรามีอยู่สามารถกลับมาใช้งานได้ดังเดิม และที่สำคัญถ้าหากเรายังไม่มีเวลาซ่อมแซม ให้เราแยกอุปกรณ์หรือเครื่องมือชิ้นนั้นไว้ต่างหากนะคะ เพื่อไม่ให้หลงหยิบมาใช้งานนั่นเอง
  • ดูแลหลังการใช้งาน อุปกรณ์ทุก ๆ อย่างถ้าหากเราใช้งานไปแล้วก็จะต้องทำความสะอาดหลังการใช้งานอยู่เสมอ เพื่อเป็นการถนอม รักษา เครื่องมือเหล่านั้น

  • ป้องกันสนิม อุปกรณ์และเครื่องมือมีทั้งแบบเหล็กและอะลูมีเนียม ในขณะที่เราใช้งานก็จะต้องโดนน้ำ หรือโดนคราบต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดสนิมได้ ดังนั้นวิธีการดูแลหลังการใช้งาน คือจะต้องนำมาเช็ดทำความสะอาดให้คราบเหล่านั้นหมดไป และถ้าหากเป็นอะลูมีเนียมก็ให้นำน้ำมันมาทาซ้ำอีกด้วย

การเก็บวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรหลังจากที่เราเลิกใช้งาน ช่วยให้คงอายุของเครื่องมือนั้น ๆ และยังช่วยให้สะดวกแก่การหยิบจับ นำไปใช้งานได้อย่างทันท่วงที ไม่เพียงเท่านี้ การที่เราดูแลอุปกรณ์และเครื่องมืออย่างดีก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใช้งานได้อ่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลผลิตก็จะดีตามมาค่ะ

วิธีดูแลต้นไม้

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด 1000maidee บทความ

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด

         บอนไซญี่ปุ่น   เป็นไม้ประดับที่ปลูกในกระถาง  ซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน ต่างมีรูปทรงสวยงาม แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการตัดแต่งทรง และพันธุ์ไม้ที่นำมาทำ เป็นบอนไซด้วย  ส่วนในประเทศญี่ปุ่น เราสามารถหาชมบอนไซได้ตามสถานที่ต่างๆ   อย่างเช่น โรงแรม สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ตามบ้านเรือน  หรือตามต่างจังหวัด ที่มีการปลูกบอนไซ

บอนไซญี่ปุ่น เกิดขึ้นในยุคเฮอัน  โดยได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศจีนในยุคของราชวงศ์ถัง  ซึ่งในขณะนั้นได้รับความนิยมแค่ในหมู่ชนชั้นสูงและในหมู่ของซามูไรเท่านั้น     ต่อมาในยุคคามาคุระความนิยมเริ่มลดลง ส่วนใหญ่การปลูกบอนไซจะเป็นแค่งานอดิเรกเพียงอย่างเดียว  และพอเข้าสู่ช่วงยุคเอโดะบอนไซกลับได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งความเฟื่องฟูเลยก็ว่าได้   แต่ความเฟื่องฟูนั้นก็ไม่ได้อยู่นาน   เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคเมจิ  ความนิยมของบอนไซญี่ปุ่นก็เริ่มลดลง   เนื่องจากการดูแลรักษาและระยะเวลาที่ยาวนานในการเลี้ยงดู   ทำให้จะเหลือแค่เฉพาะคนที่สนใจและมีใจรักในบอนไซเท่านั้นที่ยังทำกันอยู่   ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอายุค่อนข้างมากแล้ว  ที่พอจะมีเวลาเหลือในการเฝ้ามองดูต้นไม้เจริญเติบโต     หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจนล่วงเลยมาถึงปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา

บอนไซได้เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่ชาวต่างชาติและได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก  ทำให้หมู่คนญี่ปุ่นเริ่มหันมาให้ความสนใจและเริ่มที่จะปลูกบอนไซกันมากขึ้นนั่นเอง    ถ้าพูดถึงบอนไซหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น  แต่เป็นต้นไม้ที่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไร ที่มีดอก  ใบ  พันธุ์กิ่ง  หรือที่ให้ผล ก็สามารถนำมาทำเป็นบอนไซได้หมด  โดยคนญี่ปุ่นนิยมนำต้นไม้ที่มาปลูกเป็นบอนไซนั้นจะเป็นพวกต้นสนต่างๆ  อย่างต้นสนเกี๊ยะ  หรือต้นสนดำ แต่ต้นไม้อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็นำมาทำได้เหมือนกัน เช่น  ต้นไผ่  ต้นซากุระ  ต้นพลับ  หรือพวกไม้พุ่มเตี้ย   เป็นต้น

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด

การนำต้นไม้มาปลูกเป็น บอนไซญี่ปุ่น นั้น  แนะนำว่าควรเลือกกระถางที่เป็นเนื้อดินเผา และไม่มีการเคลือบอะไรเลยทั้งสิ้น  ส่วนรูปทรงหรือสีสันก็ให้ดูต้นไม้ที่นำมาปลูกประกอบกันด้วย  เมื่อนำต้นไม้มาปลูกลงในกระถาง   ให้นำมาจัดวางในที่มีแสงแดดส่องถึงได้ดี   และการให้น้ำควรให้แต่พอดี  โดยในแต่ละครั้งที่รดน้ำให้ทำการรดที่รากให้ชุ่ม  จนเต็มกระถาง  และควรที่จะดูแลให้ดี เพราะหัวใจของการปลูกบอนไซนั้นคือ การจัดทรง  ตกแต่งกิ่ง  ให้สวยงาม  นั่นเอง

สาระพันธุ์ไม้ 

พันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีความสำคัญต่อโลกของเราอย่างไร 1000maideeบทความ

พันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีความสำคัญต่อโลกของเราอย่างไร

พันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีความสำคัญต่อโลกของเราอย่างไร

              วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูกันครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติพันธ์ไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นพันธ์ไหนๆก็ถือว่าทำให้โลกเราน่าอยู่ทั้งนั้น ด้วยต้นไม้เป็นตัวที่ให้อ๊อกซิเจน และยังช่วยรักษาสมดุลต่างๆของโลก เป็นอาหารของสัตว์ต่างๆที่พักพิง ให้ร่มเงา และอีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบันก็เรียกได้ว่าป่าไม้ในโลกเริ่มลดลงไปอย่างมาก และก็ให้เกิดภาวะเลือนกระจกขึ้นที่ทำให้โลกเราร้อนมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องหันกลับมาช่วยกันดูและรักษาผืนป่าเอาไว้กันด้วย และสำหรับวันเราจะมาดูกันครับกับความสำคัญของป่าชายเลน ที่เป็นพื้นที่ในการอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นที่สืบพันธุ์ ที่อยู่อาศัย ที่วางไข่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์บก หรือครึ่งบกครึ่งน้ำ และอีกมากมายที่มีความสำคัญวันนี้เราจึงอยากพาไปรู้จัก ต้นไม้ในป่าชายเลน 14 ชนิดมีอะไรบ้าง ที่เราควรช่วยกันอนุรักษ์กันเอาไว้

ต้นไม้ในป่าชายเลน 14 ชนิดมีอะไรบ้าง

  • โกงกางใบเล็ก จะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ความสูง 25-35 เมตร ซึ่งต้อนของมันมีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง
  • ต้นกระเพาะปลา ลักษณะเป็นไม้เถาที่มีเนื้อแข็ง ลำต้นมีลักษณะเกลี้ยง เป็นพันธ์ไมด้ที่ขึ้นได้ทุกสภาพของดินเลน
  • เตยทะเล เป็นต้นไม้ที่สามารถเป็นของประดับบ้านได้และมีราคาดี
  • ต้นจาก สำหรับต้นจากจะอยู่ในกลุ่มพืชตระกูลปาล์ม
  • ต้นไทรย้อยใบทู่ สามารถนำมาใช้เป็นไม้ประดับและเป็นร่มเงาได้
  • ต้นพังกาหัวสุมดอกขาว เป็นพันธ์ไม้ที่มีชนาดสูงใหญ่ ด้วยความสูงกว่า 20-30 มตร เลยทีเดียว
  • ต้นลำพูทะเล จัดอยู่ในพันธ์ไม้ยืนต้น ความสูงของมันอยู่ที่ประมาณ 6-15 เมตร สามารถนำมาต้มเป็นยา ขับพยาธิได้

  • ต้นโปรงแดง สรรพคุณทางยานำมารักษาได้หลายอาการทั้งท้องผูก แก้อาเจียน งูสวัด เริม และอีกมากมาย
  • ต้นตาตุ้มทะเล ลักษณะเป็นไม้ยืนต้น สามารถนำเอาทุกส่วนของต้นมาปรุงเป็นยารักษาโรคได้
  • ต้นฝาดดอกขาว สามารถนำยอดอ่อนของต้นมาต้มใช้เป็นยาแก้ท้องอืดได้
  • ต้นเป้งทะเล มีสรรพคุณพิเศษในการแก้พิษของปลาดุกทะเลได้ และอกีหลายอย่าง
  • ต้นปรงทะเล สามารถนำมาใช้แก้พิษของยางไม้ที่เข้าตาได้
  • ต้นตะบูนดำ เป็นไม้ยืนต้นที่มีชนาดใหญ่ ตั้งแต่ 20-30 เมตร ขึ้นไป สามารถใช้เปลือของมันมาฟอกหนังสัตว์ได้
  • ต้นมะคะ มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดกลาง สูงที่ประมาณ 8 เมตร และสูงกว่า 30 เมตร ก็มี มักจะขึ้นตามป่าชายเลน

สาระพันธุ์ไม้ 

ทุเรียนราชาแห่งผลไม้ ไม้เศรษฐราคาดี 1000maidee บทความ

ทุเรียนราชาแห่งผลไม้ ไม้เศรษฐราคาดี

ทุเรียนราชาแห่งผลไม้ ไม้เศรษฐราคาดี

          ราชาแห่งผลไม้ ทุเรียนไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว ราคาทุเรียนหน้าสวนปีนี้แพงเว่อร์ ฤดูเก็บเกี่ยวให้ผลช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม  วิธีการทำให้ที่ดินธรรมดาเป็นที่ดินทองคำเมื่อตัดสินใจจะปลูกต้นไม้สักพันธุ์นึง และเนื้อที่กว้างขวางเพียงพอ ดินพร้อม เจอตาน้ำแล้ว มาปลูกทุเรียนกันครับ แต่ต้องเลือกต้นกล้าที่สมบูรณ์ใบมัน อายุ 1 ปีขึ้นไป และสายพันธุ์ หมอนทองได้รับความนิยมมาก ราคาจะดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์อย่างเดียว หัวใจสำคัญคือการดูแลใส่ใจ และต้องมีเวลาดูแลมากๆ

วิธีการปลูกไม้ยืนต้นที่ชื่อว่า ทุเรียน มีการปลูกอยู่ 2 แบบ

  • ขุดหลุมปลูก หลังจากเคลียร์รากไม้เก่าตอต่างๆออกให้ใต้ดินโล่งแล้ว เตรียมหลุมห่างกันเผื่อการเจริญเติบโต ให้พอเหมาะกับพื้นที่ อาจจะ 5 เมตรขึ้นไป เตรียมปุ๋ย ต้นกล้าที่แข็งแรงแล้ว นำต้นกล้ามาตัดถุงเพาะออกอย่างระวังวางก้นหลุม เอาดินกลบปักไม้หลักกันล้มผูกกับต้น รดน้ำให้ชุ่ม พร้อมทั้งทำร่มเงาให้แสงผ่านได้
  • ปลูกแบบไม่ขุดหลุม หรือ ยกโคก โดยขุดดินที่อยู่โดยรอบต้นมากลบเปิดรอยทาบหรือรอยแตกยอด ปักไม้หลักผูกไว้กันลม แล้วรดน้ำให้ชุ่ม พร้อมทำร่มเงาแบบแสงผ่านได้ การปลูกแบบยกโคก หน้าฝนจะระบายน้ำได้ดี ไม่ขังอยู่รอบต้น

วิธีการดูแล ในช่วงติดดอกเดือนมีนาคมเมษายน หน้าฝน

  • คัดดอกที่ด้อยออก ให้ระหว่างดอกมีระยะห่างประมาณ 1 ฟุต เมื่อลูกเต็มวัยจะลดปัญหาหนอนลงระหว่างลูก เนื่องจากอากาศหมุนเวียนไม่ถึง
  • ระยะกระป๋องนมให้คัดลูกที่บิดเบี้ยวออก เหลือไว้เฉพาะลูกที่สมบูรณ์ เพื่อได้รับอาหารอย่างเต็มที่ ป้องกันการตกไซส์ราคาตกตอนตัด
  • โยงเชือกฟางแยกสี ของแต่ละช่วงวัยของลูก เพื่อการไล่ตัดผลผลิตอย่างถูกต้อง
  • ช่วงหน้าฝนให้เดินตรวจตาต้นทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบกิ่งก้านใบดอกเริ่มเป็นโรค ให้ตัดทิ้งและนำทั้งหมดไปเผาในส่วนเผาทำลายที่เตรียมไว้ทันที ป้องกันเชื่อโรคแพร่พันธุ์ไปทั่วต้น
  • เปิดหน้าดินให้ระบายความชื้น ตัดหญ้าที่ขึ้นปกคลุมโคนต้นให้เรียบเตียน โดยการถางหญ้าออกต้องระมัดระวังรากฝอยของทุเรียนด้วย

เพราะฉะนั้นจริงๆควรดูแลใส่ใจตั้งแต่การหาพื้นที่ ตั้งแต่แรก ว่ามีน้ำใต้ดินพอกับการปลูกทุเรียนหรือเปล่า ดินเหมาะมั้ย แล้วค่อยตัดสินใจปลูกตามวิธีที่ถูกต้อง เมื่อคุณดูแลราชาดี ราชาก็จะคืนคุณด้วยรายได้หลักแสนถึงล้านครับ

ไม้เศรษฐกิจ

วิธีฟื้นต้นไม้ที่โคม่า เพราะโรคที่เกิดจากการรดน้ำ 1000maidee บทความ

วิธีฟื้นต้นไม้ที่โคม่า เพราะโรคที่เกิดจากการรดน้ำ

วิธีฟื้นต้นไม้ที่โคม่า เพราะโรคที่เกิดจากการรดน้ำ

       เหล่าคนรักต้นไม้คงตกใจกันไม่น้อย เมื่อต้นไม้สุดที่รัก มีอาการป่วย อย่างเช่น ใบไหม้ เป็นรอยสีเหลืองหรือสีน้ำตาล ซึ่งหลัก ๆ แล้วสาเหตุเหล่านี้เกิดการที่ดินชื้นจนเกินไป มีการระบายน้ำไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดความชื้นสะสม หรือการเกิดเชื้อราจากดินที่เสื่อมสภาพ เป็นต้นเหตุของโรคต่าง ๆ จะแก้อย่างไรนั้น ไปดูวิธีการดูแลรักษาที่เรานำมาฝากกันเลย

วิธีฟื้นต้นไม้ที่โคม่า เพราะโรคที่เกิดจากการรดน้ำ

ต้นไม้บางชนิดชอบน้ำ บางชนิดไม่ชอบน้ำ รวมถึงยังชอบแสงที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราจะต้องศึกษา หากเราเข้าใจวิธีการดูแลที่ผิด อาจทำให้ต้นไม้ที่เรารักจากเราไปในที่สุด

  • โรครากเน่า สาเหตุที่ทำให้รากเน่าเป็นเพราะว่าการใช้วัสดุที่ปลูกแน่นเกินไป เมื่อรดน้ำทำให้น้ำขัง แฉะ และเกิดเชื้อรา วิธีสังเกตอาการป่วยของโรครากเน่าก็คือ โคนต้นจะเหลือง ใบเหี่ยว ให้แก้โดยการเปลี่ยนดินใหม่

  • โรคเน่าเละ สาเหตุที่เกิดโรคนี้เป็นเพราะว่าการให้น้ำเยอะ ทำให้น้ำขัง ส่งผลให้รากเปื่อยและเน่า วิธีสังเกตอาการป่วยของโรคเน่าเละก็คือ ใบเริ่มเหี่ยว ลำต้นเอน ไม่แข็งแรง วิธีแก้ก็คือให้เปลี่ยนดินใหม่

  • โรคโคนเน่า พบมากกับกิ่งก้านที่พึ่งตัดมาชำ วิธีสังเกตอาการป่วยของโรคโคนเน่าก็คือ โคนเหี่ยวเป็นสีน้ำตาล ใบเหี่ยว และจะพบเชื้อราเป็นจุดขาว ๆ วิธีแก้ก็คือให้ตัดโคนส่วนที่เน่าทิ้ง นำโคนที่ตัดแล้วไปแช่น้ำยาบำรุง และทาด้วยปูนแดง ก่อนปลูกใหม่

  • โรคราเม็ดผักกาด สาเหตุเกิดมาจากเชื้อราบนวัสดุที่ใช้ปลูก อย่างเช่น กาบมะพร้าว เมื่อน้ำที่เรารดไม่ถูกระบาย ทำให้เกิดความหมักหมม จนเป็นเชื้อรา วิธีสังเกตอาการป่วยของโรคราเม็ดผักกาดก็คือ จะพบเชื้อราสีขาว ปกคลุมอยู่บริเวณที่กำลังมีอาการ วิธีแก้คือให้เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ปปลูก และนำไปตากแดด

  • โรคใบจุด สาเหตุเกิดจากการวางต้นไม้ในที่อับ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้เกิดเชื้อรา สังเกตอาการป่วยได้จาก ใบมีจุดสีน้ำตาลและมีรอบวงจุดสีเหลือง ถ้าหากอากาศร้อนจะยิ่งลามไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว วิธีแก้ให้ฉีดยาบำรุง และเปลี่ยนสถานที่วางใหม่

เชื้อราในดิน การรดน้ำในปริมาณเยอะๆ หรือแม้แต่แสงแดดที่จัดเกินไป ส่งผลให้ต้นไม้เกิดรอยไหม้ ใบช้ำน้ำ และเหี่ยวเฉา ถ้าปล่อยไว้นานก็อาจตายไปในที่สุด เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากสำหรับคนรักต้นไม้อย่างเรา ๆ ดังนั้นวิธีการดูแล วิธีแก้อาการป่วย เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นกันเกรา ไม้มงคลยืนต้น ประจำจังหวัดสุรินทร์ 1000maidee บทความ

ต้นกันเกรา ไม้มงคลยืนต้น ประจำจังหวัดสุรินทร์

ต้นกันเกรา ไม้มงคลยืนต้น ประจำจังหวัดสุรินทร์

         เพื่อน ๆ เคยได้ยินชื่อของไม้ยืนต้นที่ชื่อว่า “กันเกรา” กันไหมคะ ฟังดูเหมือนเป็นต้นไม้โบราณยังไงก็ไม่รู้ ใช่ค่ะ ต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่พบเจอได้ในทุกภาคของประเทศไทย และที่สำคัญยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดของจังหวัดสุรินทร์ เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคอีสานอีกหลายแห่ง จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้คือดอกสวยมาก เอาละ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ

ต้นกันเกรานี้ ในภาคใต้จะเรียกว่า ต้นตำแสงหรือตำเสา ภาคเหนือและอีสานจะเรียกว่า มันปลา ต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่อาจมีความสูงถึง 25 เมตร มักพบตามป่าเบญจพรรณในทุกภาคของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ แต่ก็ขอย้ำอีกทีนะคะว่า ต้นกันเกรานี้ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุรินทร์ที่ชาวบ้านแถบนั้นต้องรู้จักกันดี หากจะให้พูดถึงจุดเด่นของไม้ยืนต้นชนิดนี้ ก็คงต้องพูดถึงดอก เพราะออกดอกเป็นช่อสีเหลืองอมแสด มักจะบานเต็มต้นในช่วงเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังมีผลสีแดงปนส้ม มักจะเห็นได้ในช่วงเดียวกันกับที่ดอกบาน

วิธีปลูกต้นกันเกรา

การขยายพันธุ์ต้นกันเกรา ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลยค่ะ เพราะเราจะใช้เมล็ดที่แก่จัดของมันมาเพาะพันธุ์ หากจะปลูกติดกันหลายต้น ควรเว้นระยะห่าง15-25 เมตร เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ในระยะต้นอ่อนจะต้องดูแลเรื่องการปลูกให้ดี ควรปักหลักพยุงต้นเอาไว้ และหลังปลูกไปแล้วหนึ่งเดือนควรใช้ปุ๋ย 15-15-15 เพื่อเพิ่มสารอาหารให้ต้นไม้เติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแรง

การดูแลต้นกันเกรา

ต้นกันเกราในระยะแรกมักมีความอ่อนแอ ทำให้มีโอกาสรอดยาก โดยเฉพาะจากศัตรูอย่างวัชพืช ผู้ปลูกควรตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ หลุมปลูกให้ดี หากเจอควรกำจัดทิ้งในทันที

ต้นกันเกราเป็นไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรรักษาโรค ส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ โดยเฉพาะ “แก่น” ของต้นกันเกราสามารถนำไปใช้รักษาได้หลายอย่าง ทั้งช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอก ท้องมาน รักษาอาการริดสีดวง บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนตามร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาต บำรุงโลหิต และหากนำใบมาใช้ผสมกับแก่น จะมีสรรพคุณรักษาโรคเส้นได้

กันเกรานอกจากจะเป็นไม้ยืนต้นให้ร่มเงาแล้ว ยังเป็นไม้ประดับมงคล ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยกันสิ่งชั่วร้ายออกไปให้พ้นภัย สำหรับในภาคใต้ ชื่อเรียกที่ว่าตำเสา นั่นเป็นเพราะไม้กันเกราสามารถนำมาทำเป็นเสาของบ้านกันแมลงต่าง ๆ เช่นปลวก หรือมอดมาเจาะกินเนื้อไม้ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับบ้านของเราได้

ไม้มงคล

ต้นโมก ไม้ประดับมงคล ส่งกลิ่นหอมหวาน 1000maideeบทความ

ต้นโมก ไม้ประดับมงคล ส่งกลิ่นหอมหวาน

ต้นโมก ไม้ประดับมงคล ส่งกลิ่นหอมหวาน

              ต้นโมก เป็นไม้ประดับมงคล ที่เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านต้องปลูก จุดเด่นอันเป็นเสน่ห์คือมีดอกสวยส่งกลิ่นหอมหวานแบบนี้ ทำให้หลาย ๆ คนชื่นชอบกัน นอกจากนั้นต้นไม้ชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้อีกด้วยนะ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักต้นโมกให้มากขึ้น ว่าควรจะปลูกและดูแลอย่างไรให้ต้นโมกอยู่คู่สวนสวยของเราไปนาน ๆ

ต้นโมก (Wrightia religiosa) เป็นไม้พุ่มที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีชื่อเรียกหลากหลายตามแต่ละภูมิภาค เช่น โมกบ้าน โมกลา ปิดจงวา แสดงให้เห็นว่าไม้ประดับชนิดนี้อยู่คู่กับสังคมไทยในทุกที่ คนโบราณเชื่อกันว่าหากปลูกต้นโมกไว้ในบ้านจะช่วยให้คนในบ้านหลุดพ้นจากทุกข์หรือกิเลส หรือนิพพาน จะช่วยให้มีแต่ความสุขเข้ามาในบ้าน ในขณะเดียวกัน ดอกสีขาวหอม ๆ นั้นก็มีสรรพคุณทางยามากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรปลูกต้นโมกไว้แต่งบ้านแต่งสวน

วิธีปลูกต้นโมก

เราสามารถนำเมล็ด หรือกิ่งมาใช้ขยายพันธุ์ต้นโมกได้ โดยควรปลูกในดินที่ระบายน้ำได้ดี อย่างดินร่วน ควรปลูกต้นโมกไว้กลางแจ้ง เพราะไม้ประดับชนิดนี้ชอบแสงแดดอ่อน ๆ ไปถึงจัด และยังชอบดินที่ชุ่มชื้น ดังนั้นจึงควรหมั่นรดน้ำเพื่อรักษาความชื้นในดินให้ดี หรือควรปลูกใกล้แหล่งน้ำ เช่น น้ำตก หรือลำธาร เป็นต้น

การดูแลต้นโมก

ต้นโมกเป็นไม้ประดับที่เราสามารถตัดแต่งกิ่งได้ตามความต้องการ และแม้จะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ผู้ปลูกควรหาเวลาแต่งกิ่งหรือใบอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อคงความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับสวนสวยของเรา นอกจากนั้นการออกดอกยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและแสงด้วย ควรให้ต้นโมกได้รับน้ำและแสงอย่างเพียงพอเพื่อให้ดอกสวยส่งกลิ่นหอมเต็มต้น นอกจากนี้ต้นโมกยังเป็นไม้ดัดได้ กล่าวคือสามารถนำไปปลูกเป็นต้นบอนไซได้ด้วย

ไม้ประดับที่ส่งกลิ่นหอมอย่างต้นโมกนี้ คนสมัยก่อนมักนำดอกไปปรุงเป็นน้ำอบซึ่งจะให้กลิ่นที่หอมหวานสดชื่น นอกจากนี้ส่วนต่าง ๆ ของต้นยังทำเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ เช่น “เปลือก” ช่วยให้ร่างการรู้สึกเจริญอาหาร และยังสามารถช่วยรักษาโรคไต “ดอก” มีสรรพคุณเป็นยาระบาย “ใบ” ช่วยขับน้ำเหลือง “ราก” ของต้นโมกใช้รักษาโรคเรื้อน เป็นต้น เรียกได้ว่าต้นโมกเป็นไม้ประดับที่มีคุณสมบัติครบครัน ควรค่าแก่การปลูกแต่งบ้านหรือสวนให้สวยงาม รับรองเลยว่าวันไหนเครียด ๆ ลองออกไปอยู่ในสวนที่มีต้นโมกส่งกลิ่นหอมดู แล้วจะรู้สึกว่าช่วยผ่อนคลายได้ดีมาก

ไม้มงคล