ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ 1000maidee บทความ

ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์

ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์

            ต้น “คล้าใบตอง” ( Calathea Orbifolia ) ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ประดับที่มีใบที่สวยงามมาก ด้วยลวดลายเป็นเอกลักษณ์บนใบสีเขียวเข้มดูสดชื่น และยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ จึงเป็นที่นิยมนำไปปลูกแต่งบ้าน หรือแต่งสวนกันมาก แต่ทราบไหมคะว่า เห็นสวย ๆ แบบนี้ ยังขึ้นชื่อว่าดูแลเอาใจใส่ยากอีกด้วยนะ ดังนั้นหากใครกำลังสนใจต้นไม้นี้อยู่ละก็ ต้องศึกษาวิธีปลูกและการดูแลให้ดีเลยทีเดียว

ใบของคล้าใบตองมีขนาดใหญ่ รายริ้วสีขาวตัดกับสีเขียวบนตัวใบ ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ เป็นไม้ประดับที่คนนิยมนำไปแต่งบ้านกันมาก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยสร้างโอโซนสร้างบรรยากาศบริสุทธิ์ได้อีกต่างหาก และด้วยภาพลักษณ์ที่ดูสวยแพง ทำให้มันมีราคาสูงมากกว่าไม้ประดับทั่วไป แน่นอนว่าใครหลาย ๆ คนต่างอยากได้ไม้ประดับชนิดนี้ไปครอบครอง แต่หากดูแลไม่ดีแล้วละก็ รับรองต้องประสบปัญหา “ใบเหลือง” กันทุกราย

  • วิธีปลูกต้นคล้าใบตอง

อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ “ดิน” จะต้องเป็นดินร่วนที่ต้องไม่แห้ง และไม่ชื้นจนเกินไป ควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี สำหรับการปลูกในระยะแรก ควรผสมใบก้ามปูลงไปในดินด้วย สำหรับตำแหน่งที่ตั้งในการปลูกไม้ประดับชนิดนี้ จะต้องคำนึงถึงแสงอ่อน ๆ ไม่แรงมาก จึงควรเลี้ยงเอาไว้ในที่ร่ม อากาศจะต้องไม่ร้อนเกินไป และต้องถ่ายเทสะดวก ควรปลูกในอุณหภูมิระหว่าง 18-24 องศาเซลเซียส สำหรับการรดน้ำ ไม่ควรรดบ่อยจนน้ำขัง ควรรดแค่สามวันครั้งก็เพียงพอแล้ว มิฉะนั้นอากาศใบเหลืองได้ถามหาแน่

  • การดูแลต้นคล้าใบตอง

หากใครอยากดูแลต้นคล้าใบตองให้เจริญงอกงาม นอกจากข้อระวังข้างต้นแล้ว อาจเพิ่มสารอาหารให้กับต้นด้วยการใส่ปุ๋ยด้วยก็ได้ เพื่อน ๆ สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 กิโลกรัม เดือนละ 1 ครั้ง โดยควรใส่ผสมกับดินใหม่และนำไปโรยรอบ ๆ กอของต้นไม้

แม้ว่าต้นคล้าใบตอง จะเป็นไม้ประดับ ที่ขึ้นชื่อว่าเอาใจยาก แต่หากได้ลองเลี้ยงแล้ว ทุกคนคงจะตกหลุมรักในความสวยงามดูสดชื่นของใบเป็นแน่ แต่หากปลูกไปอย่างดีแล้ว ยังประสบปัญหาใบเหลืองหรือใบไหม้อยู่ เพื่อน ๆ ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ ให้ลองกลับมาทบทวนดูว่า สภาพอากาศหรือการรดน้ำของเราโอเคหรือยัง อย่างเช่น หากมีอาการใบเหลือง นั่นอาจเป็นเพราะเรารดน้ำเยอะเกินไป หรือในดินมีความชื้นสูงเกินไป ทางแก้ก็อาจจะรดปริมาณน้ำลง หรือไปแก้ปัญหาเรื่องดิน ขณะเดียวกัน หากเจออาการใบไหม้ นั่นอาจเป็นเพราะน้องไปเจอแสงแดดมากเกินไปค่ะ ลักษณะของใบที่บางมาก ทำให้ต้นคล้าใบตองไวต่อแสงมาก ทางแก้ก็แค่ย้ายที่ตั้งไปในที่ที่มีร่มเงามากขึ้นนั่นเอง

ไม้ฟอกอากาศ

ต้นราชพฤกษ์ ไม้มงคล มอบร่มเงาเป็นสิริมงคล 1000maideeบทความ

ต้นราชพฤกษ์ ไม้มงคล มอบร่มเงาเป็นสิริมงคล

ต้นราชพฤกษ์ ไม้มงคล มอบร่มเงาเป็นสิริมงคล

              การ ปลูกต้นไม้ นอกจากจะสามารถเป็นที่ให้กับเรา และยังช่วยลดโลกร้อนเพราะการ ปลูกต้นไม้ จะคายออกซิเจนให้เราได้รับอากาศบริสุทธิ์แล้ว นอกจากนี้ตั้งแต่สมัยโบราณยังมีความเชื่ออีกว่าการ ปลูกต้นไม้ บางต้นจะมอบสิริมงคลให้แก่ผู้ที่ปลูก เพื่อให้คนที่ปลูกมีจิตใจร่มเย็น เงินทองไหลมาเทมา มีแต่ความสุขความเจริญ และอีกหนึ่งต้นไม้มงคลที่ประเทศไทยเรานิยมปลูกกันมาก นั่นก็คือ ต้น ต้นราชพฤกษ์

              ต้นราชพฤกษ์ หรือหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักในชื่อ ต้นคูน นั้นเป็นหนึ่งต้นไม้สิริมงคลมากที่สุดในประเทศไทย และเรามักจะพบเจอต้นราชพฤกษ์ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วัด เจดีย์ หรือที่สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ นอกจากนี้บางบ้านก็ยังมีการปลูกต้นนี้เอาไว้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่สมาชิกในบ้านอีกด้วย โดยต้นราชพฤกษ์ ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของต้นไม้ขนาดกลาง เพราะเมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงได้ประมาณ 10 – 20 เมตร และสิ่งที่ทำให้ต้นนี้มีความสวยงาม น่ามอง ก็คงจะหนีไม่พ้นดอกของต้น เพราะดอกของต้นนี้จะมีการออกดอกเป็นช่อ มีสีเหลืองอร่ามไปทั่วทั้งต้น ซึ่งกลีบดอกแต่ละดอกจะมีทั้งหมด 5 กลีบ โดยดอกแต่ละช่อจะมีความยาวประมาณ 20 – 35 เซนติเมตร เห็นเส้นกลีบชัดเจน ที่ดอกมีเกสรตัวผู้ขนาดแตกต่างกันจำนวน 10 ก้าน

แต่ถ้าพูดถึงผลของต้นอาจจะเป็นปัญหากวนใจของใครหลาย ๆ คน เพราะผลจะมีความยาวประมาณ 30 – 60 เซนติเมตร และยังมีการส่งกลิ่นฉุนด้วย นอกจากนี้เมล็ดยังมีกรดเป็นพิษที่เราไม่ควรนำมารับประทานหรือสัมผัส ติดกันอยู่เป็นช่อง ๆ ตามขวางของฝัก และในช่องจะมีเมล็ดสีน้ำตาลแบน ๆ อยู่ สำหรับใครที่อยากปลูกวิธีการปลูกก็ไม่ยาก ควรจะปลูกในบริเวณที่แสงแดดเข้าถึงไปจนถึงแดดจัด เพราะต้นต้องการแสงแดดมาหล่อเลี้ยงแบบเต็มที่ และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว ในส่วนของน้ำนั้นจะเป็นต้นที่ไม่ได้ต้องการน้ำมาก ควรรดน้ำประมาณ 5 – 6 ครั้งต่อวัน

นอกจากการ ปลูกต้นไม้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว นอกจากนี้ต้นนี้ยังสามารถสร้างประโยชน์ได้อีกมากมาย

  • ส่วนต่าง ๆ ของต้นสามารถนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรในการรักษาโรคต่าง ๆ
  • ความสวยงามของต้นนี้ยังสามารถใช้ในการปลูกเพื่อความสวยงาม ด้วยดอกที่มีสีเหลืองอร่าม ปลูกเป็นต้นไม้ดอกไม้ประดับ
  • ฝักของต้นนี้ยังสามารถนำมาสกัดเป็นยาฆ่าแมลงชั้นดี
  • ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมของสารฟอกหนังอีกด้วย

ไม้มงคล

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง 1000maidee บทความ

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง

ต้นพลูปีกนกด่างเหลือง จัดเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  มีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า  Monstera  Standleyana  Variegated   เป็นไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพงเพราะหายาก   จุดสังเกตุ ใบจะมีสีเขียวผสมสีเหลืองสลับทั่วใบ ลักษณะใบจะมีความเรียวยาว มีผิวเรียบ มีความมันเงาเคลือบอยู่  ใบจะมีความแข็งแรง เราสามารถมองเห็นเส้นใบได้อย่างชัดเจน  ส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในกระถาง

ต้นพลูปีกนกด่างเหลือง เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างโตช้า  แต่เติบโตได้ดีในที่ร่มเพราะชอบแสงแดดรำไร   ไม่ชอบแสงแดดจัด ถ้าหากโดนแสงแดดมากไปจะทำให้ใบนั้นไหม้ได้ ดูไม่สวยงาม เป็นพืชที่ถือได้ว่าเป็นไม้ฟอกอากาศได้ดีชนิดหนึ่งเลยทีเดียว  เพราะช่วยทำให้อากาศภายในห้องเราบริสุทธิ์ อีกทั้งยังช่วยดูดสารพิษภายในห้องของเราได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญคือ เลี้ยงง่าย   เป็นต้นไม้ประดับที่เราสามารถนำมาปลูกไว้ภายในอาคาร ในบ้าน  หรือตามห้องต่างๆ ได้   เช่น  ห้องนอน  ห้องรับแขก  ห้องครัว  ห้องน้ำ เป็นต้น  หากเราต้องการจะวางไว้ในห้องนอน ควรวางในที่มีแสงแดดส่องถึงเล็กน้อย  เพื่อให้กระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้นี้ทำงานได้เต็มที่   และควรวางในระยะใกล้เขตหายใจของเรา   เพื่อต้นไม้จะได้ช่วยฟอกอากาศพิษออกจากร่างกายของเราได้ดีนั่นเอง

ต้นไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่จะประดับให้สวยงามเท่านั้น  ยังช่วยเสริมโชคลาภ  บารมี  ให้กับเราได้อีกด้วย ส่วนวิธีการดูแลก็ง่ายมากๆ   เพียงแค่อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก  และมีน้ำหล่อเลี้ยง  เท่านี้ก็ทำให้ต้นเจริญเติบโตได้ดีทีเดียว  สำหรับบางคนที่เลี้ยงต้นไม้นี้ในน้ำ  ให้ทำการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ  หรือถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  และอาจจะใส่ปุ๋ยละลายช้า 1-2 เม็ด ร่วมด้วยก็ได้  แต่สำหรับใครที่ปลูกไว้ในวัสดุปลูก  เช่น กระถาง   ให้รดน้ำให้ชุ่มเลย  และกระถางที่ใส่นั้นจะต้องมีรูเพื่อให้น้ำระบายออกได้ดี  เพราะถึงแม้ว่าต้นไม้ชนิดนี้จะชอบน้ำมากแต่ก็ไม่ชอบให้น้ำขัง  เพราะถ้าน้ำขังมากไป  ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตรงปลายใบและอาจจะทำให้ต้นตายได้

ส่วนเรื่องการขยายพันธุ์ของ พลูปีกนกด่างเหลือง  มักจะนิยมนำมาปักชำหรือแช่น้ำ   ซึ่งวิธีการทำนั่นไม่ยุ่งยากเลย

  • ก่อนอื่นตัดจากต้นที่โตแล้ว แต่ต้องเลือกตัดส่วนที่มีรากงอกขึ้นมาใหม่ประมาณ 1นิ้ว  โดยตัดตรงโคนให้เอียงประมาณ 45 องศา
  • แล้วนำไปปักลงในกระถาง   แต่ก่อนจะลงให้นำมะพร้าวสับก้อนเล็กรองก้นก่อน 1 ชั้น  ส่วนชั้นที่ 2 ให้นำมะพร้าวสับก้อนเล็กผสมกับเพอไรซ์ลงไปจนเกือบเต็มกระถาง   แล้วถึงจะนำต้นไม้มาลงได้โดยจัดระเบียบรากให้ดีและต้องทำอย่างระมัดระวัง
  • เมื่อเสร็จแล้วให้เติมเครื่องปลูกถมลงไปให้เต็ม  กดให้แน่นนิดนึงแต่อย่าให้แน่นมาก แล้วทำการรดน้ำให้ชุ่ม
  • จากนั้นนำเข้าถุงอบที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วัน ขึ้นอยู่กับว่ารากมากหรือรากน้อย  ระหว่างที่อบไม่ควรให้โดนแสงแดดเลยยิ่งดี

หรืออีกวิธีหนึ่งให้นำต้นไม้ไปแช่ในน้ำก่อน  รอให้รากงอกออกมาแล้วถึงจะนำไปปลูกในกระถางได้

ไม้ฟอกอากาศ

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับใบสีน้ำนมสวยน่าปลูก 1000maidee บทความ

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับใบสีน้ำนมสวยน่าปลูก

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับสกุลต้นเงินไหล

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ( Syngonium milk confetti ) คำว่า ซิงโกเนียม ( Syngonium ) ก็คือ ไม้ในสกุลต้นเงินไหลมา  และ มิลล์ คอนเฟททิ ( Milk confetti )  คือชื่อเรียก ลักษณะของลายและสีใบ  เมื่อนำมารวมกันแล้วจะเรียกว่า  Syngonium milk confetti หมายถึง ต้นเงินไหลมาด่างชมพู นั่นเอง  ซึ่งวิธีการสังเกตุก็คือให้ดูที่ใบจะต้องมีสีน้ำนมอยู่ในใบ และลายด่างต้องเป็นจุดกระจาย  ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีความแปลกตาและดูสวยงาม

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับใบสีน้ำนมสวยน่าปลูก 1000maidee บทความ

ต้นเงินไหลมาด่างชมพูจัดเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่าย  ดูแลไม่ยาก ทนต่อสภาพอากาศได้ดี  ไม่มีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ มารบกวน  และที่สำคัญยังมีประโยชน์มากมาย  จุดประสงค์ในการปลูกก็เพื่อเป็นไม้ประดับที่ให้ความสวยงาม  ร่มรื่น  สดชื่นสบายตา   อีกทั้งยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์   และช่วยดูดซับสารพิษได้ดีอีกด้วย    ปลูกแล้วจะช่วยเสริมมงคล  เสริมบารมี  ให้กับชีวิตคนปลูกได้อีกด้วย    นิยมนำมาปลูกในกระถางหรือปลูกในน้ำใส่แจกัน  แล้ววางตามจุดต่างๆ ในบริเวณบ้าน  อาคาร  หรือสำนักงาน  เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายมาก  เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน  ชอบแสงแดดรำไร  แต่ไม่ควรให้อยู่ในที่แสงแดดจัดเพราะจะทำให้ใบไหม้ได้ง่าย

 การขยายพันธุ์ทำได้ไม่ยาก  เพราะนิยมนำมาปักชำกัน  ซึ่งวิธีการนั้นจะนำมาปลูกในกระถาง

  • โดยให้เลือกกระถางที่มีความสูงประมาณ 8-16 นิ้ว   แล้วให้นำดินร่วน  ปุ๋ยคอก แกลบ  ขุยมะพร้าว  มาผสมรวมกันอย่างละ 1 ส่วน ให้เท่าๆ กัน
  • นำส่วนผสมทั้งหมดมาเทใส่ในกระถางที่เตรียมไว้
  • จากนั้นให้นำต้นไม้มาลงโดยอาจจะใช้ขุยมะพร้าวหรือกาบมะพร้าวห่อหุ้มรากไว้ เพื่อให้รากได้ดูดซึมอาหารได้ดี   หรือจะใช้ไม้ปักไว้ตรงกลางเพื่อให้รากต้นไม้ได้มีสิ่งยึดเกาะ
  •  เมื่อต้นไม้มีอายุได้ประมาณ 2-3 ปี  ควรเปลี่ยนกระถางให้ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม  เพื่อจะได้ไม่ทำให้รากแน่นในกระถางเกินไป

การดูแลรักษานั้นทำได้ไม่ยากเหมือนกัน  เพราะเป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำมาก  จึงควรรดน้ำวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ  และคอยใส่ปุ๋ยประมาณเดือนละ 1-2ครั้ง  เพื่อทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้เต็มที่   และควรหาผ้าชุบน้ำหมาดๆ หมั่นเช็ดใบบ่อยๆ เพื่อจะได้กำจัดฝุ่นที่เกาะตามใบ  และเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบด้วย ทริคเล็กๆ ของการปลูก  Syngonium milk confetti   หรือต้นเงินไหลมาด่างชมพู  แนะนำว่าควรปลูกในวันอาคาร  โดยหันหน้าออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศใต้ของตัวบ้าน   เพราะพลังของต้นไม้จะช่วยเกื้อหนุนในการเสริมความแข็งแกร่ง  เสริมโชคชะตาให้กับทุกคนที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปนั่นเอง

ไม้ฟอกอากาศ

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

     ชื่อจริงๆ คือ อิพิพริมนัม  หรืออิพิด่าง ( Epipremnum Pinnatum ) แต่ที่รู้จักกันจะเป็นชื่อ พลูฉีกด่าง  ซึ่งอยู่ในวงศ์ Araceae  และก็เป็นเครือญาติเดียวกันกับ มอนสเตอร่า  เพียงแต่ขึ้นกันคนละทวีปเท่านั้นเอง   ซึ่งต้นพลูฉีกนั้นจะมีถิ่นกำเนิดในทวีปอินเดีย  เอเชีย  ออสเตรเลีย  ไปจนถึงฮาวาย   ถือเป็นไม้ถิ่นที่มีพื้นที่ครอบคลุมกินบริเวณกว้างขวางมาก ๆ

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

Epipremnum Pinnatum   จะพบได้ในพื้นที่ราบและเชิงเขา  โดยจะขึ้นและเกาะเลื้อยไปกับต้นไม้ใกล้ๆ กันจนสามารถเจริญเติบโตเป็นใบใหญ่ขึ้นได้    มักแตกตาเป็นกอและขยายยอดไปเรื่อยๆ   ในทิศทางต่างๆ  ทำให้กินอาณาบริเวณกว้างมาก   สามารถปรับตัวได้รวดเร็วและเติบโตได้แม้ในที่รกร้าง     ถึงแม้ว่าจะขาดการดูแลก็ตาม ต้นนี้ก็ยังสามารถเติบโตได้ดีเช่นกัน   ทำให้ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกเลี้ยงได้ง่ายมากๆ    ซึ่งต้นไม้นี้จะอยู่ในกลุ่ม  พลูด่าง  มีหลากหลายแบบหลากหลายสีด้วยกัน  มีทั้งตัวสีเขียวธรรมดา   แบบด่างเหลือง  หรือปลากระเบน  เป็นต้น   ถือเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  ซึ่งเมื่อโตเต็มไวแล้วใบจะฉีกด้านข้างเป็นแฉกๆ  ริ้วๆ  ไม้ประเภทนี้เติบโตได้รวดเร็วมาก  ถ้าใบเป็นสีเขียวเยอะจะยิ่งโตเร็วขึ้นไปอีก เป็นต้นไม้ที่หาไม่ยากและราคาไม่แพง   การดูแล ให้รดน้ำในวัสดุที่ระบายน้ำได้ดี  เพราะต้นนี้จะชอบความชื้น ไม่ชอบน้ำความแฉะและมีน้ำขัง

ส่วนวิธีการขยายพันธุ์  คือมีตัดกิ่ง ตัดข้อ ตัดเหง้า ให้ติดราก แล้วนำไปปักชำ

  • ก่อนอื่นต้องเลือกแม่พันธุ์ก่อน  ไม่ควรเลือกยอดที่อ่อน   ควรตัดที่ใบดูแข็งแรง
  • เมื่อได้แล้วให้นำต้นมาใส่ในกระถาง   แล้วทำการเอากาบมะพร้าวสับกึ่งละเอียด 100%  ที่แช่น้ำแล้วนำมาโปะในกระถางให้เต็ม  เสร็จแล้ว
  • ถ้าอยากให้รากขึ้นเร็วก็นำไปใส่ในถุงอบ   ข้อดีของการอบในถุง ทำให้รากเดินได้ดีและทำให้ใบลดการคายน้ำ  เมื่อใบลดการคายน้ำจะทำให้ใบไม่เหี่ยวเฉา  ไม่โทรม  และช่วยให้พวกแมลงที่เป็นศัตรูพืชเข้าไปทำร้ายไม่ได้     โดยจะอบทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน
  • ให้คอยสังเกตุดูว่าถ้ามีรากงอกและมีใบเกิดใหม่  นั่นแสดงว่าการปลูกสำเร็จ เป็นอันว่าจบขั้นตอนการปักชำ

แต่สำหรับบางคนที่ไม่อยากอบในถุงก็สามารถทำได้แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดคอยรดน้ำบ่อยๆ   แต่ถ้าอบในถุง จะรดน้ำแค่ครั้งเดียว  อีก 2-3 อาทิตย์มาดูครั้งหนึ่งก็ทำได้

วิธีดูและวิธีไปเลือกซื้อ Epipremnum Pinnatum   ว่าจะด่างหรือไม่ด่างนั้น   ให้ดูและสังเกตุตรงกิ่งและก้านจะเป็นริ้วขาวๆ ขึ้นเป็นแถบยาวตามกิ่งตามก้านของต้นเลย   นั่นแสดงว่าเป็นใบด่างแน่นอน   แต่ถ้าขึ้นแค่สั้นๆ อันนี้ถือว่ายังไม่แน่นอนว่าจะเป็นใบด่าง

ไม้ฟอกอากาศ

มอนสเตอร่าไทค่อน พลูด่างยักษ์ไม้ประดับราคาสูง

มอนสเตอร่าไทค่อน พลูด่างยักษ์ไม้ประดับราคาสูง

มอนสเตอร่า ไทค่อน  มีชื่อภาษาอังกฤษว่า  Monstera  Deliciosa Thai Constellation Variegate หรือบางคนเรียกว่ามอนสเตอร่าด่าง   พลูฉีก  พลูด่างยักษ์   เป็นต้น  ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกด้วยกัน  เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงไม่ยาก  มีความอึดทน  ไม่ต้องดูแลมาก  แค่ใส่ใจเท่าที่ต้นไม้ควรจะได้รับก็ถือว่าเพียงพอแล้ว    ส่วนเรื่องราคาถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักล้านกันเลยทีเดียว มอนสเตอร่า ไทค่อน จะมีความด่างของใบโดยส่วนมากจะเป็นสีขาวตามมุมต่าง ๆ  มีบางต้นอาจจะมีขาวเกือบครึ่งใบ  หรือเกือบเต็มใบก็มี    ลักษณะเด่นของต้นมอนสเตอร่า  จะอยู่ที่ใบ  ถ้าใบมีรูและรอยฉีกเยอะก็จะยิ่งสวย   จุดสังเกตอีกอย่างก็คือตรงข้อแต่ละใบแทบจะชิดกันมาก  ซึ่งปกติไม้พันธุ์นี้จะเป็นไม้เลื้อย และเกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ โดยปีนขึ้นไปเรื่อยๆ    แต่ว่าต้นนี้จะเป็นข้อเล็กทำให้สามารถปลูกเลี้ยงลงในกระถางได้  โดยไม่จำเป็นต้องหาเสามาปักเพื่อให้ไต่เหมือนไม้เลื้อยนั่นเอง

 

การดูแล อย่างแรกต้องพิถีพิถันกันเลยคือเรื่องดิน เพราะต้นมอนสเตอร่าไทค่อน จะไม่ชอบดินที่แฉะหรืออุ้มน้ำได้ดี  ดังนั้นการใช้เครื่องปลูกจึงควรใช้ให้เหมาะสมและเข้ากันได้ดีกับต้นไม้   ซึ่งวิธีที่นิยมกันนั้นคือการใช้กาบมะพร้าวสับ 90%   ผสมกับดินก้ามปู 10 %  หรือบางคนอาจจะใช้กาบมะพร้าว 70 %  ที่เหลือเป็นดินกับขุยมะพร้าวผสมกัน  สาเหตุที่ต้องใส่แบบนี้ก็เพื่อทำให้ยังคงมีสารอาหารอยู่บ้าง   ข้อดีของกาบมะพร้าวคือ เวลาเรารดน้ำไปแล้ว พอน้ำได้ระบายหมด   มะพร้าวก็จะเก็บน้ำไว้ซึ่งอยู่ได้ประมาณ 1-2 วัน   และก็จะเริ่มแห้ง  แต่ถ้าเป็นดินก้ามปู  ดินมูลไส้เดือน

 

ถ้าเลี้ยงในห้องแอร์ที่อากาศไม่ถ่ายเทเลยหรือถ่ายเทน้อยมาก  ประมาณ 1-2 อาทิตย์  ถ้าดินยังไม่แห้งดี   ก็อาจทำให้ต้นมอนสเตอร่าไทค่อน เกิดรากเน่าได้   เพราะธรรมชาติของต้นนี้จะไม่ชอบดินแฉะเกินไป   และควรระวังเรื่องการใช้กาบมะพร้าวมากเกินไปก็ไม่ดีเพราะจะทำให้ไม่มีแร่ธาตุอาหารที่ช่วยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้   และอาจจะใส่ปุ๋ยละลายช้านิดนึง    หรือไม่ก็เอาดินก้ามปูมาโรยหน้าก็ได้เช่นกัน   ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่คือให้ผสมเครื่องปลูกยังไงก็ได้ที่ต้องให้มีความโปร่งที่สุด     และควรรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็ได้

 

มอนสเตอร่า ไทค่อน   จะชอบแสงแดดรำไร  ถ้ายิ่งมีแสงธรรมชาติเข้ามาถึง  ก็จะทำให้ต้นเติบโตได้ดี  แนะนำให้วางตรงริมหน้าต่างดีที่สุด   แต่ระวังอย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้ใบไหม้ได้  และก็ไม่ควรอยู่ในที่มีอากาศร้อนอบอ้าวอีกด้วย      ทริคเล็กๆ  ของการดูแลต้นมอนสเตอร่า ควรหมั่นเอาฟ็อคกี้มาฉีดที่ใบทุกวันเพื่อเป็นการทำความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบและหมั่นพรวนดินเดือนละครั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับรากทำให้เดินได้สะดวกขึ้น    เพียงเท่านี้ก็จะได้ต้นไม้ที่สมบูรณ์ สวยงาม  ในแบบที่เราต้องการแล้ว

ไม้ฟอกอากาศ

กวักมรกตด่าง ไม้ฟอกอากาศใบสีเขียวด่างมันเงางาม 1000maidee บทความ

กวักมรกตด่าง ไม้ฟอกอากาศใบสีเขียวด่างมันเงางาม

กวักมรกตด่าง ไม้ฟอกอากาศใบสีเขียวด่างมันเงางาม

กวักมรกตด่าง  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Zamioculcas zamiifolia มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา  มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน สามารถแตกกอและขยายเป็นต้นใหม่ได้ง่าย   ทั้งใบและก้านใบมีลักษณะอวบน้ำ ใบจะออกเป็นสีเขียวด่างมันเงาสวยงาม มีก้านใบสั้น  และโคนใบมน  ต้นนี้จะออกดอกเป็นช่อมีลักษณะเป็นช่อเชิงลดมีกาบ คล้ายดอกหน้าวัว มีสีเหลืองนวลแกมเขียวอ่อ

กวักมรกตด่าง   เป็นต้นไม้โชว์ใบและมีก้านใบที่อวบน้ำ ทำให้เหมาะกับการเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงาม  สามารถนำมาปลูกภายในบ้าน  ในอาคารได้  ส่วนใหญ่จะวางไว้ในห้องนอน  ห้องนั่งเล่น  เป็นต้น เพราะเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่ช่วยกรองอากาศและดูดสารพิษได้ดี  จึงเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมาก    เพราะมีใบที่สวยมันเงาและสีเขียวด่างนั้นทำให้มองแล้วมีความรู้สึกสดชื่น  เป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดดรำไร  ไม่ชอบแสงแดดจัด  หากอยู่ในที่แสงแดดจัดจะทำให้ใบแห้ง ใบไหม้ได้  ส่วนการปลูกเลี้ยงนั้นทำได้ไม่ยากสามารถปลูกได้แม้อยู่ในที่ร่มที่มีแสงแดดน้อยก็ตาม สำหรับมือใหม่ก็สามารถเลี้ยงให้เจริญเติบโตได้เช่นกัน   ที่สำคัญคือเลี้ยงง่ายไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ   แนะนำให้รดน้ำ  3-4 ครั้งต่ออาทิตย์   เพราะถ้าให้น้ำเยอะเกินไปอาจจะทำให้หัวเน่าได้

การขยายพันธุ์นั้นนิยมนำมาชำต้น  ชำใบ หรือแยกหัว  ถ้าเราเลือกขยายพันธุ์ด้วยการชำใบแนะนำให้เลือกโดยเน้นใบแก่ๆ มีสีเขียวมากกว่าสีขาว  หรือเลือกใบที่เป็นด่างกระจายๆ   ที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์แข็งของใบ  ที่เราจะสามารถนำมาขยายพันธุ์ได้   แต่ถ้าเราเลือกชำใบที่เป็นใบสีขาวค่อนข้างเยอะ เวลาที่ชำใบก็จะยากเพราะทำให้เกิดโอกาสใบไหม้หรือเน่าง่ายกว่าใบสีเขียว  ส่วนวัสดุปลูกนั้น จะเป็นดินผสมแกลบดำ  ใส่หินภูเขาไฟ และมะพร้าวสับ   ส่วนวิธีการบำรุงนั้น  เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่โตช้ามากๆ  และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวน  เราจึงสามารถให้เป็นปุ๋ยละลายช้าหรือเป็นปุ๋ยทางใบได้ โดยให้ตามอัตราส่วนที่เขียนอยู่ที่ข้างขวด และอย่าให้เยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดหัวและรากเน่าได้  หรืออาจจะใส่แค่เดือนละครั้งก็พอ

นอกจากนี้ต้นกวักมรกตด่าง ยังเป็นชื่อที่เป็นสิริมงคล หากใครได้ปลูกเชื่อว่าจะทำให้เจ้าของโชคดีมีโชคลาภและร่ำรวย โดยเฉพาะถ้าหากปลูกแล้วมีดอกให้เห็นด้วย  ก็จะยิ่งรวยมากขึ้นไปอีก ซึ่งจัดอยู่ในไม้เสี่ยงทายเลยก็ว่าได้   หากใครเป็นนักสะสมหรือเป็นคนรักต้นไม้คงต้องจัดหามาไว้ซักหนึ่งต้นแล้วล่ะ

ไม้ฟอกอากาศ

 ต้นเงินไหลมาด่าง ไม้ด่างมงคลเสริมบารมียอดนิยม

 ต้นเงินไหลมาด่าง ไม้ด่างมงคลเสริมบารมียอดนิยม

ต้นเงินไหลมาด่าง ไม้ด่างมงคลเสริมบารมียอดนิยม

ในปัจจุบันต้นไม้ด่างเป็นที่สนใจกันมากขึ้นในกลุ่มของคนรักต้นไม้ แต่ไม้ด่างนั้นมีมากมายหลากชนิดเลยทีเดียว และต้นไม้ยังไม่ได้ช่วยดูดสารพิษในอากาศเพียงอย่างเดียว ยังถือว่าช่วยเสริมบารมี เสริมเงินทองและชื่อเสียงอีกต่างหาก วันนี้จึงได้นำวิธ๊การปลูก การดูแลเงินไหลมาด่าง ซึ้งเป็นหนึ่งในต้นไม้ด่างที่นิยมมาฝากทุกคนกันค่ะ

 ต้นเงินไหลมาด่าง ไม้ด่างมงคลเสริมบารมียอดนิยม

ลักษณะทั่วไปของต้นเงินไหลมา

เงินไหลมาเป็นหนึ่งในพืชตระกูล Araceae เป็นพืชไม้เลื่อย มีชื่อสามัญที่รู้จักกันในชื่อ Syngonium มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Syngonium podophyllum Schott แหล่งกำเนิดมาจาก โบลิเวีย เม็กซิโก บราซิล และอเมริกา อุณหภูมิที่ชอบประมาณ 16 – 24 องศาเซลเซียส และถึงแม้จะมีประโยชน์ก็สามารถให้โทษได้เช่นกัน เพราะยางของน้องถ้าหากเรากินเข้าไปทำให้คันปากทำให้ระบบทางเดินอาหารของเราอักเสบได้เลย

ส่วนของลำต้น ลักษณะใบไหลมาด่าง

  • ลำต้นเมื่อแก่แล้วจะเป็นสีเขียวหรือสีน้ำตาลแดง ถือเป็นไม้ประเภทไม้เลื้อย ลำต้นมีผิวเกลี้ยง อวบน้ำ เมื่อโตเต็มที่พร้อมเลื้อยจะมีรากพิเศษลักษณะเหมือนตุ่มเป็นระยะ ๆ เพื่อช่วยยึดเกาะในการเลื้อยและสามารถมีเถาเลื้อยยาวได้ถึง 10 – 20 เมตร
  • สีของใบจะเป็นสีเขียวปนสีขาว  เหมือนสีผสมกันจึงได้เรียกว่าไหลมาด่าง เป็นพืชใบเดี่ยว ปลายแหลม โคนใบจะลักษณะเป็นลูกศร 2 แฉก ความกว้าง 5-15 เซนติเมตร ก้านใบยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร

วิธีการปลูกต้นไม้เงินไหลมาด่าง

ให้เลือกกระถางขนาดไม่ใหญ่และเล็กจนเกินไปขนาด 8- 16 นิ้ว เป็นขนาดเหมาะสมกับการจะนำไปตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวน หรือบนโต๊ะทำงานค่ะ ขั้นตอนก็คือ เตรียมอุปกรณ์จำพวกดินร่วน แกลบ ปุ๋ยคอก กาบมะพร้าว อย่างละ 1 ส่วน ให้เท่ากัน จากนั้นผสมอัตราส่วนทั้งหมดเข้าด้วยกันใส่ลงในกระถาง และต้องปักไม้ไว้ตรงกลางด้วยนะเพื่อให้รากได้ยึดเกาะ ยิ่งมีไม้เลื้อยจะทำให้น้องโตไวด้วยค่ะ ที่สำคัญเลยต้องบำรุงด้วยปุ๋ยอย่างน้อย 1 – 2 เดือน เพื่อให้สารอาหารถึง เมื่อต้นเงินไหลมาของเราอายุประมาณ 2- 3 ปี รากจะเยอะและแน่นจนเกินไปเราจะต้องหากระถางใหม่ให้น้องด้วยนะคะ

การดูแลรักษาต้นไม้เงินไหลมาด่าง

รดน้ำแค่ 3 วัน ต่อครั้งก็พอค่ะ เพราะเป็นไม้ที่ไม่ชอบน้ำ และชอบอยู่ในแสงแดดรำไร ชอบอยู่ในร่ม ถ้าหากโดดแดดแรง ๆ จะทำให้ใบไหม้ได้ ดินที่ชอบเป็นดินร่วนระบายน้ำได้ดีและเร็ว บำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 300 – 500 กรัมต่อ 1 ต้น เดือนละ 1-2 ครั้ง ต้นเงินไหลมาด่าง ไม่ได้มีแค่ความสวยงามแต่ยังให้ประโยชน์ในเรื่องของการฟอกอากาศ ที่สำคัญเลี้ยงง่ายดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก และยังเชื่ออีกว่าเป็นไม้ด่างมงคลหากได้น้ำมาปลูกไว้ในบ้านจะทำให้มีเงินไหลเข้ามาเหมือนชื่อ “เงินไหลมา” ยังไงล่ะ

ไม้มงคล

แนะนำพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ ประดับบ้านช่วยดูดสารพิษ 1000maidee บทความ

แนะนำพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ ประดับบ้านช่วยดูดสารพิษ

แนะนำพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ ประดับบ้านช่วยดูดสารพิษ

              การปลูกต้นไม้ เป็นเรื่องที่ดี นอกจากจะทำให้บ้านน่าอยู่แล้ว ยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย โดยการปลูกไม้ประดับที่ช่วยดูดสารพิษ เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน แต่ว่าต้องเลือกให้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการจะปลูกด้วย เพราะจะได้เติบโตได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญมากๆก็คือ สามารถช่วยลดสารพิษในอากาศ ที่เราหายใจเข้าไปทุกวัน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในภายหลัง เรามา แนะนำพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ ประดับบ้านช่วยดูดสารพิษ ที่นำมาฝากมีอะไรบ้าง

  • ไอวี่ ( Hedera helix )

              มีลักษณะใบเป็นแฉกๆ รูปร่างคล้ายใบตำลึง โดยเป็นไม้เถาคลุมดิน สามารถปลูกในร่ม ในอาคารก็ได้ ซึ่งไอวี่จะเติบโตได้ดี ด้วยแสงจากหลอดไฟ และช่วยดูดสารพิษได้ร้อยละ 90% เลยทีเดียว สำหรับวิธีการปลูก  คือการเพาะด้วยการปักลงดิน หรือจะตัดต้นมาปักในน้ำ ส่วนวิธีการดูแลรักษา ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย ควรให้ ปุ๋ยที่ไนโตรเจนสูง

  • พลูด่าง ( Spotted Betel )

              อยู่ในประเภทไม้เลื้อย ส่วนมากจะมีใบเป็นรูปหัวใจ โดยเป็นไม้ประดับที่ปลูกในร่มหรือว่าปลูกกลางแจ้งก็ได้ ใบจะมีสีเหลืองปนเขียว จะเติบโตได้ดี กับดินทุกชนิด และช่วยลดสารพิษในอากาศได้อีกด้วยเช่นกัน สำหรับวิธีการปลูกคือ การเพาะเมล็ด,การปักชำ ส่วนการดูแลรักษารดน้ำประมาณ 1ครั้ง ต่อสัปดาห์ ถ้าช่วงฤดูร้อนต้องให้น้ำเยอะกว่าเดิม

  • เยอบีร่า ( Gerbera )

เป็นไม้ประดับที่ต้นอยู่ใต้ดิน ลักษณะใบเป็นแฉก โดยเยอบีร่า ชื่นชอบแสงแดดเป็นอย่างมาก แต่ว่าสามารถปลูกในอาคารได้  ช่วยดูดสารพิษจากอากาศได้ดี สำหรับวิธีการปลูกก็คือ การเพาะเมล็ด ส่วนการดูแลรักษา คือต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ว่าไม่ต้องแฉะ ควรให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเท่านั้น

  • หนวดปลาหมึก ( Dwarf Umbrella Tree )

              เป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบแสงแดดแรงๆ โดยสามารถปลูกไว้ในอาคารได้ ปลูกไม่ยาก และเติบโตได้เร็ว ไม่จำเป็นที่จะต้องคอยประคบประหงมมากสักเท่าไรนัก เรื่องดูดสารพิษ ไม้ประดับชนิดนี้ก็ได้ทำได้เป็นอย่างดีเช่นกันเดียวกัน และสำหรับวิธีการปลูก ก็คือ ใช้วิธีการเพาะชำกิ่ง และการดูแลรักษา รดน้ำ2-3ครั้ง ต่อสัปดาห์ ซึ่งหนวดปลาหมึกชอบความชื้น เพราะฉะนั้นต้องฉีดละอองน้ำบ่อยๆ และให้ปุ๋ยคอกกับปุ๋ยหมักละลายน้ำ รด1ครั้ง ต่อเดือนด้วย

แนะนำพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ ประดับบ้านช่วยดูดสารพิษ

  • สิบสองปันนา ( Pygmy Date Palm )

              อยู่ในตระกูลปาล์ม มีลักษณะใบเป็นรูปขนนกที่แผ่ออกตามลำต้น สวยงาม โดยลำต้นมีความสูงอยู่ที่ไม่เกิน 2 เมตร โดยไม้ประดับชนิดนี้จะชื่นชอบแสงแดดจัด ไปจนถึงแสงแดดปานกลาง ควรปลูกในกระถาง และเหมาะที่จะปลูกบริเวณบ้าน หรือสำนักงาน และสามารถช่วยดูดสารพิษได้ ยกตัวอย่างเช่น สารไซลีน และสำหรับวิธีการปลูกก็คือ การเพาะเมล็ด และวิธีการดูแลรักษา ต้องรดน้ำให้ดินมีความชื้นตลอด

ไม้ฟอกอากาศ

ต้นกวักมรกต ไม้ไม้ฟอกอากาศ น่าเลี้ยงสำหรับคนมือใหม่ 1000maidee บทความ

ต้นกวักมรกต ไม้ไม้ฟอกอากาศ น่าเลี้ยงสำหรับคนมือใหม่

ต้นกวักมรกต ไม้ไม้ฟอกอากาศ น่าเลี้ยงสำหรับคนมือใหม่

ต้นกวักมรกต ( Zamioculcas ) ทำไมเขาถึงเป็นไม้ที่น่าเลี้ยงสำหรับคนที่เลี้ยงไม้ในร่มมือใหม่กวักมรกตความโดดเด่นของเขาอยู่ที่ใบที่แม้ว่าข้างล่างไม่ใช่ต้นเป็นใบส่วนเหล่านี้เราเรียกว่าไปประกอบมีหลายๆใบนี้ใบย่อยเรียงสลับกันไปความโดดเด่นของต้นกวักมรกตก็คือเราจะเห็นว่าใบค่อนข้างหนาแล้วก็เป็นใบที่มีลักษณะสีเขียวมันวาวมีความสวยงามเช่นนี้เองจึงนิยมปลูกเลี้ยงกันเป็นไม้ที่เลี้ยงดูง่ายไม่เอาแต่ใจขอแค่มี 2 อย่างซึ่งก็คือขอให้มีน้ำอย่างเพียงพอไม่มากไม่ชอบน้ำมาก 2ก็คือขอให้เขาอยู่ในร่มร่มมากๆยิ่งดีมีร่มรำไรโดนแดดบ้างเป็นครั้งคราวก็พอใช้ได้แต่ไม่ค่อยเพราะว่าเขาจะค่อนข้างจะแตกรากงอกออกไปเรื่อยๆต่อไปเรื่อยๆก็จะมีลำต้นใหม่เราเห็นเป็นประจำทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารจะทำให้เขาสามารถงอกได้เป็นประจำสามารถมีดอกที่มีลักษณะเหมือนกันก้านใบอวบน้ำ แตกกอง่าย ปลูกได้ด้วยวิธีการแยกหัวความลับถึงวิธีการดูแลต้นกวักมรกต

วิธีการดูแลต้นกวักมรกต

ป้องกันโรคหัวเน่าแล้วก็ใบเหลืองที่ เกิดกับกวักมรกตเดี๋ยวมาดูวิธีการและการรดน้ำกันตัวช่วยของเราก็คือปูนแดงปูนกินหมากแล้วใช้อยู่ที่เดือนละ 2 ครั้งคือประมาณ2อาทิตย์ครั้งนึงก็ใช้หัวประมาณเท่าแม่ก้อยก็ใส่ลงไปในน้ำก็ดูเอาตามปริมาณกวักมรกตถ้าเราปลูกเยอะเราก็ใช้เยอะแต่แล้วก็จะละลายไว้เสร็จแล้วตั้งไว้จนตกตะกอนเป็นน้ำปูนใสหลังจากที่เป็นน้ำปูนใสแบบนี้แล้วก็จะเทลงในกะละมังหรือว่าถังน้ำของเราอันนี้ใส่น้ำอยู่ที่ประมาณ 4-5 ลิตรแล้วก็ใส่ลงไปหาส่วนที่เหลือตรงนี้เราสามารถที่จะเอาไปผสมน้ำรดต้นไม้ได้ต่อแล้วก็เติมเครื่องดื่มชูกำลัง1ฝาเพื่อช่วยให้แตกหน่อเร็วแล้วก็ยังช่วยบำรุงต้นไม้ของเราด้วยนอกจากช่วยป้องกันพวกโรครากเน่าโคนเน่าแล้วยังช่วยบำรุงต้นไม้ด้วย

สำหรับการรดน้ำต้นกวักมรกต

ชอบดินร่วน ชอบน้ำน้อย ชอบแดดรำไร เพื่อให้เจริญงอกงามดีสามารถใส่ปุ๋ยละลายน้ำรดเดือนละครั้งก็เพียงพอไม้มงคลก็จะมีคาถากันนิดนึงก็คือตั้งนะโม 3 จบก่อนแล้วก็สวดขอโชคลาภได้อย่าให้ลำบากเงินทองสำหรับดอกตรงนี้ที่หุ้มดอกถ้าเขาเหี้ยวแล้วเราสามารถที่จะดึงออกได้เพราะต้องดึงออกตลอดเวลาเขาแทงหน่อขึ้นมามันจะมีให้ต้นก็เป็นต้นโล่งๆเพราะว่าตัวนี้น่ะถ้าอยู่ไปยังอาจจะเกิดการสะสมทำให้เกิดเชื้อราได้ก็เป็นหน่อไม้ที่เกิดขึ้นมาอีกเยอะมากๆ นี่ก็เป็นวิธีการดูแลต้นกวักมรกต แบบง่ายๆ

ไม้ฟอกอากาศ