ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2 1000maideeบทความ

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

            หากทุกคนลองสังเกตเวลาเราไปร้านอาหารญี่ปุ่น มักจะเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งวางอยู่บนจานอาหาร ทราบไหมคะว่านั่นคือดอกอะไร? คำตอบก็คือ “ดอกเบญจมาศ” ค่ะ สำหรับประเทศไทย ต้นเบญจมาศนับเป็นไม้ดอกมงคล และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการซื้อขายดอกทั่วโลกเป็นอันดับ 2 อีกด้วย ว่าแล้วก็อยากจะปลูกเอาไว้แต่งสวนให้สดชื่นบ้างแล้วสิ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักเจ้าต้นไม้ดอกสวยชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

            ต้นเบญจมาศ ( chrysanthemum ) มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ไม้ดอกชนิดนี้แบ่งได้หลัก ๆ เป็น 3 ประเภท คือประเภทดอกใหญ่ ( Exhibition Type ) ดอกขนาดปานกลาง ( Standard Type ) และดอกขนาดเล็ก ( Spray Type ) สีสันก็มีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง ส้ม เป็นต้น ขนาดของกลีบดอกจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ ลักษณะต้นของเบญจมาศจะขึ้นเป็นพุ่ม จุดเด่นคือมีขนทั้งที่ลำต้น และใบ

  • วิธีปลูกต้นเบญจมาศ

ต้นเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่จะขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง ต้องระบายน้ำได้ดี ควรปลูกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งแดดในช่วงกลางวันจะมีผลกับการออกดอกของต้นเบญจมาศ การรดน้ำ แนะนำให้รดในช่วงเช้า วันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ต้นไม้ไม่ชื้นเกินไป ป้องกันการเกิดรา นอกจากนั้นในเรื่องของอุณหภูมิก็มีผลกับการเจริญเติบโต หากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นจะได้ดอกสวยและใหญ่กว่าในที่อากาศร้อน

  • การดูแลต้นเบญจมาศ

แน่นอนว่าเมื่อเป็นไม้ดอก สิ่งที่ทำให้ผู้ปลูกปวดหัวมาก ๆ ก็คือเชื้อรา และปัญหาแมลงต่าง ๆ ที่อาจมาทำลายสวนสวย ๆ ของเราได้ การจะปลูกต้นเบญจมาศให้ได้ดอกสวยและอุดมสมบูรณ์ต้องอย่าลืมดูแลปัญหากวนใจเหล่านี้ หากพบเชื้อราที่ทำให้เกิดใบสีน้ำตาล แนะนำให้ใช้ยาพ่น แมนโคเซป กับคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ หรือหากพบเพลี้ยหรือหนอน ให้ใช้ พิโนฟิน หรือ คลอไพรีฟอส เป็นต้น

ต้นเบญจมาศ เป็นไม้ดอกชนิดที่ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมมีส่วนอย่างมากในการเจริญเติบโต การออกดอก และการแพร่พันธุ์ อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราได้ดอกสวยก็คือ การเพาะเลี้ยงในโรงเพาะชำซึ่งต้องมีการควบคุมปริมาณแสง และอุณหภูมิให้พอเหมาะ นอกจากนี้ดอกเบญจมาศบางชนิดยังสามารถรับประทานได้ด้วย ในดอกชนิดที่สามารถกินได้นั้นจะมีวิตามินอีสูง 4.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่อธิบายไปข้างต้นว่า การเลี้ยงต้นเบญจมาศในบางครั้งอาจมการใช้สารเคมี ดังนั้นไม่ควรกินสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ

 ไม้ประดับ

ต้นกันเกรา ไม้มงคลยืนต้น ประจำจังหวัดสุรินทร์ 1000maidee บทความ

ต้นกันเกรา ไม้มงคลยืนต้น ประจำจังหวัดสุรินทร์

ต้นกันเกรา ไม้มงคลยืนต้น ประจำจังหวัดสุรินทร์

         เพื่อน ๆ เคยได้ยินชื่อของไม้ยืนต้นที่ชื่อว่า “กันเกรา” กันไหมคะ ฟังดูเหมือนเป็นต้นไม้โบราณยังไงก็ไม่รู้ ใช่ค่ะ ต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่พบเจอได้ในทุกภาคของประเทศไทย และที่สำคัญยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดของจังหวัดสุรินทร์ เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคอีสานอีกหลายแห่ง จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้คือดอกสวยมาก เอาละ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ

ต้นกันเกรานี้ ในภาคใต้จะเรียกว่า ต้นตำแสงหรือตำเสา ภาคเหนือและอีสานจะเรียกว่า มันปลา ต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่อาจมีความสูงถึง 25 เมตร มักพบตามป่าเบญจพรรณในทุกภาคของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ แต่ก็ขอย้ำอีกทีนะคะว่า ต้นกันเกรานี้ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุรินทร์ที่ชาวบ้านแถบนั้นต้องรู้จักกันดี หากจะให้พูดถึงจุดเด่นของไม้ยืนต้นชนิดนี้ ก็คงต้องพูดถึงดอก เพราะออกดอกเป็นช่อสีเหลืองอมแสด มักจะบานเต็มต้นในช่วงเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังมีผลสีแดงปนส้ม มักจะเห็นได้ในช่วงเดียวกันกับที่ดอกบาน

วิธีปลูกต้นกันเกรา

การขยายพันธุ์ต้นกันเกรา ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลยค่ะ เพราะเราจะใช้เมล็ดที่แก่จัดของมันมาเพาะพันธุ์ หากจะปลูกติดกันหลายต้น ควรเว้นระยะห่าง15-25 เมตร เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ในระยะต้นอ่อนจะต้องดูแลเรื่องการปลูกให้ดี ควรปักหลักพยุงต้นเอาไว้ และหลังปลูกไปแล้วหนึ่งเดือนควรใช้ปุ๋ย 15-15-15 เพื่อเพิ่มสารอาหารให้ต้นไม้เติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแรง

การดูแลต้นกันเกรา

ต้นกันเกราในระยะแรกมักมีความอ่อนแอ ทำให้มีโอกาสรอดยาก โดยเฉพาะจากศัตรูอย่างวัชพืช ผู้ปลูกควรตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ หลุมปลูกให้ดี หากเจอควรกำจัดทิ้งในทันที

ต้นกันเกราเป็นไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรรักษาโรค ส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ โดยเฉพาะ “แก่น” ของต้นกันเกราสามารถนำไปใช้รักษาได้หลายอย่าง ทั้งช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอก ท้องมาน รักษาอาการริดสีดวง บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนตามร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาต บำรุงโลหิต และหากนำใบมาใช้ผสมกับแก่น จะมีสรรพคุณรักษาโรคเส้นได้

กันเกรานอกจากจะเป็นไม้ยืนต้นให้ร่มเงาแล้ว ยังเป็นไม้ประดับมงคล ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยกันสิ่งชั่วร้ายออกไปให้พ้นภัย สำหรับในภาคใต้ ชื่อเรียกที่ว่าตำเสา นั่นเป็นเพราะไม้กันเกราสามารถนำมาทำเป็นเสาของบ้านกันแมลงต่าง ๆ เช่นปลวก หรือมอดมาเจาะกินเนื้อไม้ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับบ้านของเราได้

ไม้มงคล

ต้นโมก ไม้ประดับมงคล ส่งกลิ่นหอมหวาน 1000maideeบทความ

ต้นโมก ไม้ประดับมงคล ส่งกลิ่นหอมหวาน

ต้นโมก ไม้ประดับมงคล ส่งกลิ่นหอมหวาน

              ต้นโมก เป็นไม้ประดับมงคล ที่เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านต้องปลูก จุดเด่นอันเป็นเสน่ห์คือมีดอกสวยส่งกลิ่นหอมหวานแบบนี้ ทำให้หลาย ๆ คนชื่นชอบกัน นอกจากนั้นต้นไม้ชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้อีกด้วยนะ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักต้นโมกให้มากขึ้น ว่าควรจะปลูกและดูแลอย่างไรให้ต้นโมกอยู่คู่สวนสวยของเราไปนาน ๆ

ต้นโมก (Wrightia religiosa) เป็นไม้พุ่มที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีชื่อเรียกหลากหลายตามแต่ละภูมิภาค เช่น โมกบ้าน โมกลา ปิดจงวา แสดงให้เห็นว่าไม้ประดับชนิดนี้อยู่คู่กับสังคมไทยในทุกที่ คนโบราณเชื่อกันว่าหากปลูกต้นโมกไว้ในบ้านจะช่วยให้คนในบ้านหลุดพ้นจากทุกข์หรือกิเลส หรือนิพพาน จะช่วยให้มีแต่ความสุขเข้ามาในบ้าน ในขณะเดียวกัน ดอกสีขาวหอม ๆ นั้นก็มีสรรพคุณทางยามากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรปลูกต้นโมกไว้แต่งบ้านแต่งสวน

วิธีปลูกต้นโมก

เราสามารถนำเมล็ด หรือกิ่งมาใช้ขยายพันธุ์ต้นโมกได้ โดยควรปลูกในดินที่ระบายน้ำได้ดี อย่างดินร่วน ควรปลูกต้นโมกไว้กลางแจ้ง เพราะไม้ประดับชนิดนี้ชอบแสงแดดอ่อน ๆ ไปถึงจัด และยังชอบดินที่ชุ่มชื้น ดังนั้นจึงควรหมั่นรดน้ำเพื่อรักษาความชื้นในดินให้ดี หรือควรปลูกใกล้แหล่งน้ำ เช่น น้ำตก หรือลำธาร เป็นต้น

การดูแลต้นโมก

ต้นโมกเป็นไม้ประดับที่เราสามารถตัดแต่งกิ่งได้ตามความต้องการ และแม้จะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ผู้ปลูกควรหาเวลาแต่งกิ่งหรือใบอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อคงความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับสวนสวยของเรา นอกจากนั้นการออกดอกยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและแสงด้วย ควรให้ต้นโมกได้รับน้ำและแสงอย่างเพียงพอเพื่อให้ดอกสวยส่งกลิ่นหอมเต็มต้น นอกจากนี้ต้นโมกยังเป็นไม้ดัดได้ กล่าวคือสามารถนำไปปลูกเป็นต้นบอนไซได้ด้วย

ไม้ประดับที่ส่งกลิ่นหอมอย่างต้นโมกนี้ คนสมัยก่อนมักนำดอกไปปรุงเป็นน้ำอบซึ่งจะให้กลิ่นที่หอมหวานสดชื่น นอกจากนี้ส่วนต่าง ๆ ของต้นยังทำเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ เช่น “เปลือก” ช่วยให้ร่างการรู้สึกเจริญอาหาร และยังสามารถช่วยรักษาโรคไต “ดอก” มีสรรพคุณเป็นยาระบาย “ใบ” ช่วยขับน้ำเหลือง “ราก” ของต้นโมกใช้รักษาโรคเรื้อน เป็นต้น เรียกได้ว่าต้นโมกเป็นไม้ประดับที่มีคุณสมบัติครบครัน ควรค่าแก่การปลูกแต่งบ้านหรือสวนให้สวยงาม รับรองเลยว่าวันไหนเครียด ๆ ลองออกไปอยู่ในสวนที่มีต้นโมกส่งกลิ่นหอมดู แล้วจะรู้สึกว่าช่วยผ่อนคลายได้ดีมาก

ไม้มงคล

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม 1000maideeบทความ

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม

          เพื่อน ๆ รู้จักต้น Philodendron Xanadu ไหมคะ หรือในภาษาไทย เราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ต้นซานาดู” เป็นไม้ประดับที่คนรักการแต่งบ้านสายมินิมอลนิยมปลูกเพื่อสร้างบรรยากาศกัน หลายคนอาจจะรู้จักบ้างแล้ว เพราะต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะใบที่โดดเด่นมาก แต่หากใครยังไม่คุ้นเท่าไหร่ วันนี้ไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กันเลย

ไม้ประดับสายพันธุ์ “ฟิโลเดนดรอน” จะมีจุดเด่นอยู่ตรงลักษณะของใบ หรือฟอร์มใบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ ซึ่งเจ้าต้นซานาดูก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์นี้ ถิ่นกำเนิดของต้นซานาดูมาจากทวีปอเมริกาใต้ ลักษณะต้นจะขึ้นเป็นกอ และต้องอาศัยการตัดใบเพื่อความสวยงาม แต่เดิมมักใช้ปลูกแต่งสวนนอกบ้านค่ะ เพราะเพียงแค่วางก็ช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้สวนสวย ๆ ของเราได้แล้ว จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้อยู่ที่ “ใบ” เพราะมีลักษณะหยัก 7 แฉก ให้สีเขียวเข้มเป็นมันดูสดชื่น

วิธีปลูกต้นซานาดู 

สิ่งสำคัญในการปลูกต้นซานาดูคือต้องการพื้นที่กว้าง ๆ เพราะลักษณะของต้นไม้ที่เป็นกอ แผ่ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ทำให้ค่อนข้างกินพื้นที่ ดังนั้นการเลือกกระถางก็สำคัญ หากต้นเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ควรเปลี่ยนมาเป็นกระถางที่มีความแข็งแรง สำหรับการเลือกดินในการปลูก เนื่องจากต้นซานาดูชอบดินที่ไม่เก็บน้ำมากเกินไป และไม่ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีเกินไป จึงควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ในระดับปานกลาง เช่น ดินร่วน หรือกาบมะพร้าว

การดูแลรักษา ต้นซานาดู

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าต้นซานาดูเป็นต้นไม้ตัดใบ ไม่ว่าจะปลูกแต่งบ้าน หรือแต่งสวน ก็ต้องมั่นตัดใบออกเพื่อความสวยงาม และเพื่อให้มียอดใหม่แตกออกมาค่ะ สำหรับการรดน้ำ ต้นไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาสุด ๆ เพราะต้องการน้ำปริมาณปานกลาง หรืออาจจะรดเพียงแค่ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ก็ได้แล้ว นอกจากนั้น ตำแหน่งการปลูก ควรคำนึงถึงที่ที่มีแสงแดดส่องมาไม่มาก เพราะต้นซานาดูไม่ชอบแดด แดดจัดอาจทำให้ใบเหลืองได้

นอกจากเราจะสามารถปลูกต้นซานาดูไว้ประดับสวนสวย หรือแต่งบ้านสไตล์มินิมอลได้แล้ว ไม้ประดับชนิดนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ฟอกอากาศได้ด้วยนะ เพราะขนาดของใบที่ค่อนข้างใหญ่จึงช่วยดูดซับมลพิษ สร้างอากาศที่บริสุทธิ์ในบริเวณบ้านของเรา และต้นซานาดูก็ไม่ได้มีเพียงใบสวยเท่านั้นนะ เพราะเขายังมีดอกออกมาด้วย ลักษณะจะเป็นสีขาว คล้ายดอกหน้าวัว สามารถตัดดอกไปจัดใส่แจกันประดับบ้านได้ หากเพื่อน ๆ เริ่มสนใจต้นไม้ชนิดนี้แล้วละก็ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้ หรือร้านออนไลน์ ดูแลง่าย ราคาไม่แพง และยังสวยสุด ๆ แบบนี้ห้ามพลาดเลยนะคะ

 ไม้ประดับ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ 1000maideeบทความ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

        สำหรับใครที่อยากแต่งบ้าน หรือแต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะเขตร้อนอยู่ละก็ ต้องรู้จักไม้ยืนต้นอย่าง “ต้นหมากเหลือง”  เลยค่ะ เพราะลักษณะของต้นที่มีใบเรียวยาวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นแบบนี้จึงเป็นที่ถูกใจของเหล่าคนรักต้นไม้หลาย ๆ คน นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้มงคล และยังมีความมินิมอล ฟอกอากาศได้ด้วย

ต้นหมากเหลือง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow Palm ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าเป็นพืชตระกูลปาล์ม จัดเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นเป็นกอ โตเต็มที่จะมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบเรียวยาวสีเขียวปนเหลือง นิยมนำไปปลูกแต่งสวนให้ร่มเงา และสร้างความรู้สึกให้สวนสวยของเราได้บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนชายทะเล แต่ในขณะเดียวกัน สายมินิมอลก็สามารถนำต้นหมากเหลืองนี้ไปปลูกเป็นต้นไม้ประดับบ้านได้ด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นไม้มงคล เชื่อกันว่าหากปลูกต้นไม้นี้แล้ว จะทำให้ได้รับความเคารพยำเกรง นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดซับสารพิษได้อีกด้วย

วิธีปลูกต้นหมากเหลือง

เราสามารถปลูกต้นหมากเหลืองได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ข้อดีของไม้ยืนต้นชนิดนี้คือทนทาน โดยเฉพาะสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนซุย และเราควรคำนึงถึงสภาพแสงแดดด้วย คือควรปลูกในที่ที่แดดไม่จ้ามากนัก หากปลูกข้างนอกควรมีร่มเงา หากปลูกในร่ม แนะนำให้ปลูกในกระถาง วางไว้ตรงที่ที่มีแสงส่องรำไร และควรผสมปุ๋ยคอก แกลบ หรือขุยมะพร้าวเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

การดูแลต้นหมากเหลือง

เนื่องจากต้นหมากเหลืองเป็นต้นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก หากนำต้นหมากเหลืองไปปลูกเป็นไม้ประดับในอาคาร รดน้ำวันเว้นวัน หรือสามวันครั้งก็พอแล้ว หากปลูกกลางแจ้งอาจจะรดอาทิตย์ละครั้ง วันไหนที่มีอากาศร้อนจัดก็อาจจะเพิ่มความถี่ในการรดก็ได้ หากใครต้องการให้ต้นหมากเหลืองเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์อยู่คู่กับสวนสวยของเราไปนาน ๆ  ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-8 ปริมาณ 1 หยิบมือเดือนละครั้ง และปุ๋ยคอกแห้ง 2ครั้งต่อปี

นอกจากต้นหมากเหลืองจะสามารถปลูกเป็นไม้ยืนต้นแต่งสวน หรือไม้ประดับในบ้านได้ ต้นไม้ชนิดนี้ยังมีสรรพคุณทางยา ส่วนก้านสามารถนำไปตรวจภาวะโรคเบาหวานได้ ผลอ่อนของต้นจะช่วยให้รู้สึกเจริญอาหาร ช่วยลดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ ขับเสมหะได้ เนื้อของผลยังช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เรียกได้ว่าปลูกต้นเดียว ได้ทั้งความสดชื่น ความเป็นมงคล และยังช่วยเรื่องสุขภาพได้อีกด้วย

 ไม้ประดับ

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ที่เจอมากในประเทศไทย 1000maidee บทความ

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ ที่เจอมากในประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ ที่เจอมากในประเทศไทย

         กล้วยไม้ เป็นต้นไม้ดอกไม้ประดับที่เราสามาถพบเจอได้ทั่วไปเยอะมาก เพราะมีขนาดเล็กเเละยังมีความสวยงามน่ามอง นอกจากนี้ยังส่งกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า กล้วยไม้มีกี่ชนิด เพราะเราสามารถพบเห็นกล้วยไม้หลากหลายชนิดมาก ถ้านับทุกชนิดทั่วโลกจะถือว่าเยอะมากเยอะกว่าต้นไม้เเละดอกไม้พันธุ์อื่น ๆ เราจึงอยากเเนะนำกล้วยไม้ที่สามารถพบเจอได้มากในประเทศไทย 3 ชนิด จะมีชนิดไหนบ้าง ไปดูกันเลย คำถามที่พบบ่อย

  • แคทลียา ( Cattleya )

ต้องบอกเลยว่าอันดับที่ 1 คงจะหนีไม้พ้น เเคทลียา เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกัน เเต่ เเคทลียา ก็ยังมีการแบ่งชนิดย่อย ๆ อีกเยอะมาก เป็นชนิดเเรกที่ได้รับความนิยมปลูกในประเทศไทยมาก ลักษณะของดอกก็มีความสวยงาม บาน เเละมีขนาดใหญ่ ออกดอกทุกปี สามารถปลูกในสภาพอากาศของประเทศไทยได้จึงเป็นที่นิยมไม่ว่าจะปลูกเพื่อจำหน่าย หรือประดับตกเเต่งบ้าน

  • มิลโทนอปซิส ( Miltonopsis )

สำหรับ มิลโทนอปซิส ก็เป็นกล้วยไม้อีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกในประเทศไทย ส่วนของดอกจะมีขนาดเล็ก สามารถปลูกได้ทั้งบ้านหรือคอนโด นอกจากนี้ยังสามารถเอาไปประดับตกเเต่งในห้องรับเเขกหรือห้องครัวก็ได้ เเละสิ่งที่ทำให้ มิลโทนอปซิส เป็นที่นิยมมากก็เพราะว่ากลิ่นหอมของมัน มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำหอมเลย ไม่ฉุน ดมเเล้วรู้สึกสดชื่น ราคาไม่เเพง ประหยัดพื้นที่

  • กล้วยไม้สกุลหวาย ( Dendrobium )

กล้วยไม้สกุลหวาย เป็นอีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกกัน เพราะดูแลง่ายมาก กล้วยไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความดูแลเอาใจใส่สักเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เเต่ก็ยังให้ดอกที่มีความสวยงาม ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกมีขนาดใหญ่ ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม บริเวณกลีบดอกจะซ้อนกัน 2 ชั้น และยาวพอกัน มีรากเกสรหรือเดือยดอกยาวออกมาตรงกลาง มีสีสดสวย ซึ่งจะมีหลายสีเช่น สีเหลือง, สีชมพู, สีม่วง และอีกมากมาย

และนี่ก็คือ 3 ชนิดของกล้วยไม้ที่พบเจอมากในประเทศไทย เเละยังเป็นที่นิยมในการปลูกอีกด้วย ถ้าใครที่มีข้อสงสัยว่า กล้วยไม้มีกี่ชนิด คำตอบก็คือ 27,000 ชนิด ซึ่งเยอะมาก เพราะในทุก ๆ วันมีการค้นพบกล้วยไม้ทั่วโลก แต่ในประเทศไทยตอนนี้อาจจะค้นพบได้ยาก เพราะพื้นที่อุดมสมบรูณที่กล้วยไม้จะเติบโตขึ้นมาเอง ถูกรุกล้ำด้วยตึกอาคารบ้านช่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก เราจึงอยากแนะนำให้ใครที่มีเวลาว่าง ๆ ชวนให้มาปลูกกล้วยไม้กันเยอะ ๆ เป็นการขยายพันธุ์ให้กับกล้วยไม้ด้วย

 ไม้ประดับ

ต้นพะยอม ไม้ยืนต้น ดอกสวยงาม คุณสมบัติสมุนไพร 1000maidee บทความ

ต้นพะยอม ไม้ยืนต้น ดอกสวยงาม คุณสมบัติสมุนไพร

ต้นพะยอม ไม้ยืนต้น ดอกสวยงาม คุณสมบัติสมุนไพร

          ต้นพะยอมนับเป็นอีกหนึ่งไม้ยืนต้นที่มีคุณสมบัติเป็นพืชสมุนไพร และยังมีดอกสวย เมื่อออกดอกพร้อมกันทั้งต้นแล้ว จะดูสวยงามเป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะเคยได้ยินแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะปลูกอย่างไร หรือควรดูแลอย่างไร ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กัน

ต้นพะยอมมีชื่อภาษาอังกฤษคือ Shorea หรือ White meranti เป็นไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และในแถบประเทศเอเชียอื่น ๆ ดังนั้นในแถบประเทศไทยจึงมีชื่อเรียกหลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่ละภาค เช่น สุกรม ยอม คะยอม ยางหยวก เป็นต้น ใบของต้นไม้ชนิดนี้ เป็นรูปมนรี มีปลายแหลม ส่วนดอกพะยอมจะออกเป็นช่อ มีสีเหลืองอ่อนเกือบขาว เวลาออกดอกจะออกพร้อมกันเกือบทั้งต้น ซึ่งมักจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ นอกจากนี้ต้นพะยอมยังมีผลเป็นทรงกระสวย จะออกในเดือนมกราคม-มีนาคม ลำต้นมีลักษณะสูงใหญ่ หากปลูกแต่งสวนในบ้านจะให้ร่มเงาได้อย่างดี

วิธีปลูกต้นพะยอม

ดินที่ควรใช้ในการปลูกต้นพะยอม ควรเป็นดินร่วนปนทรายที่สามารถระบายน้ำได้ดี อุณหภูมิที่ต้นไม้ชนิดนี้สามารถเติบโตได้ดีคือระหว่าง 12.5-45 องศาเซลเซียส การขุดหลุมปลูกควรกะขนาดที่ 3 x 3 เมตร ควรรดน้ำต้นพะยอมสามวันครั้ง ในระยะแรกหากปลูกร่วมกับพืชตระกูลถั่วจะทำให้ต้นพะยอมสามารถเติบโตได้ไวยิ่งขึ้น

การดูแลต้นพะยอม

ศัตรูตัวฉกาจของต้นพะยอมที่เราต้องระวังเลยก็คือแมลงต่าง ๆ เช่น มอดซึ่งจะมาเจาะเปลือกไม้ หรือกระพี้ให้เสียหาย วิธีแก้คือใช้สารเคมีมากำจัด  ต้นพะยอมเป็นไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณทางยาอยู่ในเกือบทุกส่วนของต้น เช่น “ดอก” ช่วยบำรุงหัวใจ ใช้ทำยาแก้ไข้ หรือนำไปทำเป็นยาหอม “เปลือก” ของต้นไม้ สามารถแก้ท้องร่วง หรือลำไส้อักเสบ สมานแผลในลำไส้ได้ นอกจากนี้ยังช่วยสมานบาดแผลภายนอกได้อีกด้วย ในด้านการทำอาหาร ดอกพะยอมเห็นสวย ๆ อย่างนี้ก็สามารถนำมาต้ม ผัด หรือทอดกินได้เช่นกัน ขอบอกเลยว่าคุณค่าทางโภชนาการนี่เต็มเปี่ยม นอกจากนี้คนสมัยก่อนยังนำเปลือกของต้นพะยอมมากินแทนหมากอีกด้วย

ต้นพะยอมยังเป็นไม้ยืนต้นมงคลที่นิยมนำไปปลูกไว้ตามบ้าน คนโบราณเชื่อกันว่า เมื่อนำไปปลูกแต่งสวนหน้าบ้านแล้ว หากมีเรื่องหรือปัญหาอะไรเกิดขึ้น เชื่อว่าต้นไม้ชนิดนี้จะช่วยให้การเจรจาประนีประนอมเป็นไปด้วยดีตามความหมายของคำว่า “พะยอม” ที่แปลว่าตกลงยินยอมไม่ว่าจะมีการทำข้อตกลงอะไรกับใคร ก็จะสามารถทำได้ง่าย ๆ ทั้งยังเรียกเงินทองให้ไหลมาเทมา

 ไม้ประดับ

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน 1000maidee บทความ

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน

อโลคาเซีย มังกรเงิน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Alocasia  Baginda Silver Dragon พบได้ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย  ปัจจุบันได้รับความนิยมและปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก  ด้วยความโดดเด่นของใบจึงได้รับความนิยมในการนำมาประดับบ้าน   ซึ่งนิยมนำมาปลูกเป็นไม้กระถางเพื่อตกแต่งบริเวณบ้านและบริเวณสวน

อโลคาเซียมังกรเงิน ลักษณะของใบมีขนาดใหญ่คล้ายเกล็ดมังกร   ใบจะมีสีเขียวเงินและเส้นกลางใบมีสีเขียวเข้ม   ส่วนของลำต้นที่อยู่ใต้ดินจะเป็นเหง้ายาว   และลำต้นที่โผล่เหนือดินจะเป็นลักษณะซ้อนกันของกาบใบ   เติบโตได้ถึง 1 เมตรเลยทีเดียว และสามารถปลูกในกระถางได้เพราะเป็นต้นที่สวยงามและดูแลง่าย    ชอบแสงแดดรำไรไม่ชอบแสงแดดจัด   ไม่ชอบน้ำ แต่ชอบความชุ่มชื้น   ควรวางในที่อากาศเย็น  และมีอากาศถ่ายเทหรือมีร่มเงา   หากปลูกในร่มเกินไปต้นมักจะโทรม ดูไม่สดชื่น และไม่แข็งแรง  การรดน้ำควรปล่อยให้ดินแห้งแต่ยังแห้งไม่สนิท แล้วจึงค่อยรด  และให้รดน้ำวันเว้นก็เพียงพอหรืออาจจะรด 2 วันครั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและเครื่องปลูกด้วย   ถ้าอากาศร้อนมากและเครื่องปลูกแห้งมาก  ก็ควรที่จะรดทั้งเช้า และเย็นได้เลย

อโลคาเซียจะชอบดินร่วนซุยที่ให้ความชุ่มชื้นสูง  แต่ต้องไม่มีน้ำขัง  เพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้ง่าย   การใส่ปุ๋ยสามารถใช้ปุ๋ยตามธรรมชาติได้   อย่างเช่น ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยขี้วัว  หรือปุ๋ยละลายช้า  และให้ใส่ในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน  ส่วนถ้าเป็นฤดูแล้งนั้นไม่จำเป็นต้องใส่  การใส่ปุ๋ยก็เพื่อป้องกันหนอนผีเสื้อ ที่มักจะกินก้านและใบรวมถึงเหง้าได้ ซึ่งถ้าเราไม่ดูแลก็อาจจะทำให้ต้นไม้ตายได้เช่นกัน  จึงต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เป็นประจำ   การให้น้ำและสารอาหารควรให้เพียงพอและทั่วถึง  ถ้าต้นนี้ได้รับน้ำและอาหารเพียงพอแล้ว ต้นจะมีขนาดใหญ่หลายเท่าตัวก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีจำนวนใบหรือหน่อมากตาม   ซึ่งตรงกันข้ามหากเลี้ยงแบบดูแลไม่ดี ให้อดอยากบ้างก็จะทำให้ต้นนั้นแตกหน่อได้ดีกว่า  การใช้เครื่องปลูกสำหรับอโลคาเซีย ส่วนใหญ่มักจะใช้ดินใบก้ามปู   กาบมะพร้าวสับอย่างเดียวหรือจะผสมกับแกลบก็ได้

ส่วนการขยายพันธุ์ของต้น  อโลคาเซียมังกรเงิน  ที่นิยมกันมากคือการใช้วิธีแยกหน่อ   เมื่อต้นเริ่มแตกหน่อแล้ว  ส่วนการปั่นตาจะเป็นอีกวิธีที่ใช้กันสำหรับความต้องการจำนวนมากนั่นเอง    และสุดท้ายการใช้วิธีโดยการตัดเหง้ามาเป็นแว่นๆ เพื่อทำการชำนั้น เป็นวิธีที่ทำได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเน่าและเป็นเชื้อราได้อีกเช่นกัน

 ไม้ประดับ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม 1000maidee บทความ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม

 เฮ้อ ช่วงกักตัว อยากตามเทรนบ้างจัง อยากปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวย ๆ จังเลย ปลูกอะไรดีน้า ?”… แหม ถามแบบนี้ก็ตอบยากนิดนึงนะคะ เพราะไม้ประดับเนี่ยมีมากมายจริง ๆ ทั้งแนวสายมูต้นไม้มงคลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เงินไหลมา กวักมรกต หรือไม้ประดับที่ใช้ฟอกอากาศ เช่น ลิ้นมังกร อ้อ หรืออันนี้ดีนะ สเตอร่า สวย หรู ดู แพง … “ฮะ ทำไมเยอะจัง … เอ่อ งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า อยากปลูกกล้วยไม้อ่ะ” … เลือกได้ดีมากเลยค่ะคุณพี่ เพราะกล้วยไม้นอกจากจะสวยแล้วยังมีกลิ่นหอมอีกด้วยนะคะ แต่คุณพี่ทราบไหมคะว่า กล้วยไม้ที่เราเห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไปเนี่ย แท้ที่จริงแล้ว เขามีกันอยู่หลายสกุลมาก ๆ และแต่ละสกุลก็มีความชอบที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูก็จะต่างกันออกไปด้วยค่ะ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยมและในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับกล้วยไม้สกุล ฟานแลนนอปซิส ( Phalaenopsis Orchid ) ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกสกุลที่คนให้ความนิยมมากเลยล่ะค่ะ และนอกจากไปรู้จักแล้ว เราจะมาแนะนำด้วยว่าเจ้าฟาแลนนอปซิส ดูแลยังไง ซึ่งจริง ๆ แล้วกล้วยไม้สกุลนี้เธอมีฉายาของเธอนะคะ นั่นก็คือ  “ผีเสื้อกลางคืน”  ซึ่งมีที่มาจากชื่อเดิมในภาษากรีกค่ะ คำว่า ฟาไลนา แปลว่า “ผีเสื้อกลางคืน” และ ออปซิส แปลว่า “เหมือน”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้มาจากลักษณะใบของเธอที่เหมือนกับผีเสื้อราตรีนั่นเองค่ะ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี ลำต้นสั้น รากค่อนข้างใหญ่ ช่อดอกยาว ฯลฯ โดยทั่วไปการเลี้ยงกล้วยไม้ ควรเลี้ยงในที่พรางแสงค่ะ ให้มีแสงสักประมาณ 50-70% หากเจอแดดหรือลงแรง ๆ อาจทำให้ กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส ตายได้ค่ะ

แต่กล้วยไม้สกุลนี้ เธอค่อนข้างที่จะมีความชอบพิเศษของเธออยู่ค่ะ นั่นก็คือ เธอชอบอากาศเย็น และชอบความชื้นสูง จึงทำให้โรคที่เกิดขึ้นกับกล้วยไม้สกุลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อราค่ะ ฟานแลนนอปซิส ชอบอยู่ในกระถางที่โปร่งและอากาศถ่ายเทได้ดี เพราะรากของเธอต้องการรับแสงเพื่อใช้ในการลดเชื้อราค่ะ บางคนอาจจะบอกว่า ฟาแลนนอปซิส ดูแลยาก แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรารู้จักเขาดี ๆ ก็ไม่ยากหรอกค่ะ หากต้องการปลูกกล้วยไม้สกุลนี้ สามารถดูแลได้ดังนี้

  • แสง เรื่องแสงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญกับกล้วยไม้ค่ะ ฟาแลนนอปซิสชอบแสงแดดรำไร เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปอาจทำให้ใบเกิดรอยไหม้ได้
  • อุณหภูมิ  ทั้งความชื้นและอุณหภูมิล้วนมีผลต่อเธอค่ะ สำหรับช่วงปกติควรปลูกในที่ที่อุณหภูมิอยู่ในช่วง 23–28 องศาเซลเซียส และในช่วงออกดอกอยู่ที่ประมาณ 18–25 องศาเซลเซียส ปกติแล้วฟาแลนฯ อยูในอุณหภูมิสูง ได้ถึง 35องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง 10 องศาเซลเซียส ในส่วนของความชื้นควรอยู่ที่ 60–65 เปอร์เซ็นต์
  • น้ำ ต้องบอกว่าไม่ควรให้น้ำมากเกินไปค่ะ ถึงฟาแลนฯจะชอบความชื้นแต่การให้น้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าได้ค่ะ หากพบว่าวัสดุปลูกแห้งแล้ว ก็จึงให้น้ำได้ค่ะ โดยไม่ควรให้ถูกดอกนะคะ เพราะหากมีน้ำขังบริเวณยอดก็อาจจะทำให้ยอดเน่าได้อีกด้วย เมื่อพบว่าส่วนใดเน่า ควรตัดส่วนนั้นออกและทาแผลด้วยปูนแดงค่ะ

  • ปุ๋ย ระยะเวลาที่เหมาะสมในการให้ปุ๋ยคือทุก 10–14 วัน ในช่วงแรกที่เป็นต้นกล้าปุ๋ยควรมีธาตุไนโตรเจนสูง โดยอาจจะใช้สูตร 30-20-10 ในระยะใกล้ออกดอก ควรเปลี่ยนสูตรปุ๋ยให้มีธาตุโปรแตสเซียมและฟอสฟอรัสสูงแทนค่ะ
  • เปลี่ยนวัสดุปลูก เพื่อป้องกันรากเน่า เราจึงควรเปลี่ยนวัสดุปลูกทุก ๆ 3–6 เดือน ค่ะ อีกทั้งหากพบว่าวัสดุมีการยุบตัว ควรทำการเสริมวัสดุปลูกอีกด้วยค่ะ
  • การป้องกันโรคและแมลง ควรพ่นยากำจัดโรคและแมลงเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดโรคระบาดได้ง่าย นั่นก็คือ ฤดูฝน นั่นเองค่ะ

ตอนนี้ทุกท่านก็ทราบแล้วใช่ไหมคะว่า ฟาแลนนอปซิน ดูแลยังไง หากใครที่สนใจอยากจะปลูกกล้วยไม้สกุลนี้ก็ลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเขาให้ดีก่อนนะคะ เพื่อการดูแลรักษาที่ถูกวิธีค่ะ

 ไม้ประดับ

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง 1000maidee บทความ

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง

ต้นพลูปีกนกด่างเหลือง จัดเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  มีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า  Monstera  Standleyana  Variegated   เป็นไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพงเพราะหายาก   จุดสังเกตุ ใบจะมีสีเขียวผสมสีเหลืองสลับทั่วใบ ลักษณะใบจะมีความเรียวยาว มีผิวเรียบ มีความมันเงาเคลือบอยู่  ใบจะมีความแข็งแรง เราสามารถมองเห็นเส้นใบได้อย่างชัดเจน  ส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในกระถาง

ต้นพลูปีกนกด่างเหลือง เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างโตช้า  แต่เติบโตได้ดีในที่ร่มเพราะชอบแสงแดดรำไร   ไม่ชอบแสงแดดจัด ถ้าหากโดนแสงแดดมากไปจะทำให้ใบนั้นไหม้ได้ ดูไม่สวยงาม เป็นพืชที่ถือได้ว่าเป็นไม้ฟอกอากาศได้ดีชนิดหนึ่งเลยทีเดียว  เพราะช่วยทำให้อากาศภายในห้องเราบริสุทธิ์ อีกทั้งยังช่วยดูดสารพิษภายในห้องของเราได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญคือ เลี้ยงง่าย   เป็นต้นไม้ประดับที่เราสามารถนำมาปลูกไว้ภายในอาคาร ในบ้าน  หรือตามห้องต่างๆ ได้   เช่น  ห้องนอน  ห้องรับแขก  ห้องครัว  ห้องน้ำ เป็นต้น  หากเราต้องการจะวางไว้ในห้องนอน ควรวางในที่มีแสงแดดส่องถึงเล็กน้อย  เพื่อให้กระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้นี้ทำงานได้เต็มที่   และควรวางในระยะใกล้เขตหายใจของเรา   เพื่อต้นไม้จะได้ช่วยฟอกอากาศพิษออกจากร่างกายของเราได้ดีนั่นเอง

ต้นไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่จะประดับให้สวยงามเท่านั้น  ยังช่วยเสริมโชคลาภ  บารมี  ให้กับเราได้อีกด้วย ส่วนวิธีการดูแลก็ง่ายมากๆ   เพียงแค่อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก  และมีน้ำหล่อเลี้ยง  เท่านี้ก็ทำให้ต้นเจริญเติบโตได้ดีทีเดียว  สำหรับบางคนที่เลี้ยงต้นไม้นี้ในน้ำ  ให้ทำการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ  หรือถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  และอาจจะใส่ปุ๋ยละลายช้า 1-2 เม็ด ร่วมด้วยก็ได้  แต่สำหรับใครที่ปลูกไว้ในวัสดุปลูก  เช่น กระถาง   ให้รดน้ำให้ชุ่มเลย  และกระถางที่ใส่นั้นจะต้องมีรูเพื่อให้น้ำระบายออกได้ดี  เพราะถึงแม้ว่าต้นไม้ชนิดนี้จะชอบน้ำมากแต่ก็ไม่ชอบให้น้ำขัง  เพราะถ้าน้ำขังมากไป  ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตรงปลายใบและอาจจะทำให้ต้นตายได้

ส่วนเรื่องการขยายพันธุ์ของ พลูปีกนกด่างเหลือง  มักจะนิยมนำมาปักชำหรือแช่น้ำ   ซึ่งวิธีการทำนั่นไม่ยุ่งยากเลย

  • ก่อนอื่นตัดจากต้นที่โตแล้ว แต่ต้องเลือกตัดส่วนที่มีรากงอกขึ้นมาใหม่ประมาณ 1นิ้ว  โดยตัดตรงโคนให้เอียงประมาณ 45 องศา
  • แล้วนำไปปักลงในกระถาง   แต่ก่อนจะลงให้นำมะพร้าวสับก้อนเล็กรองก้นก่อน 1 ชั้น  ส่วนชั้นที่ 2 ให้นำมะพร้าวสับก้อนเล็กผสมกับเพอไรซ์ลงไปจนเกือบเต็มกระถาง   แล้วถึงจะนำต้นไม้มาลงได้โดยจัดระเบียบรากให้ดีและต้องทำอย่างระมัดระวัง
  • เมื่อเสร็จแล้วให้เติมเครื่องปลูกถมลงไปให้เต็ม  กดให้แน่นนิดนึงแต่อย่าให้แน่นมาก แล้วทำการรดน้ำให้ชุ่ม
  • จากนั้นนำเข้าถุงอบที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วัน ขึ้นอยู่กับว่ารากมากหรือรากน้อย  ระหว่างที่อบไม่ควรให้โดนแสงแดดเลยยิ่งดี

หรืออีกวิธีหนึ่งให้นำต้นไม้ไปแช่ในน้ำก่อน  รอให้รากงอกออกมาแล้วถึงจะนำไปปลูกในกระถางได้

ไม้ฟอกอากาศ