Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

ต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋วสายพันธุ์ดาวล้อมเดือน เป็นอีกหนึ่งต้นพืชพรรณไม้ที่มีผู้คนนิยมนำมาปลูกกันเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นต้นแคสตัสที่มีวิธีการเลี้ยงที่ง่าย และมีอายุยืนนานไม่ตายเร็ว ซึ่งหากใครที่กำลังกังวลในเรื่องของเวลาการเลี้ยงดูหรือลืมที่จะรดน้ำ ทางต้นกระบองเพชรดาวล้อมเดือนนี้ จะมีความพิเศษตรงที่ต่อให้ไม่ค่อยมีเวลาในการเลี้ยงดูมากสักเท่าไหร่ มันก็จะออกดอกน่ารักๆมาให้เรารับชมกันอย่างสม่ำเสมอ

 

 

โดยต้นพืชดาวล้อมเดือนมีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากประเทศอเมริกาใต้ ที่มักจะออกดอกในช่วงหน้าร้อน เป็นไม้ล้มลุกหลายปี ที่อวบน้ำ จะมีหนามขนาดเล็กสีเหลือง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นดาวอยู่ล้อมรอบ ตัวดอกจะเป็นแบบดอกเดี่ยว สีขาว มีก้านทิ่มออกมาตามลำตัวของต้น

 

 

นิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย ที่สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี อาจจะมีการรดน้ำในสัปดาห์ละ 1ครั้งก็ได้ ที่สำคัญต้องมีการเปลี่ยนปุ๋ยแคสตัสร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อจะให้การเจริญเติบโตของต้นกระบองเพชรดาวล้อมเดือนขนาดจิ๋ว สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะตายหรือไม่

ส่วนในเรื่องของการขยายพันธุ์ของต้นพืชชนิดนี้ มักจะเป็นการเพาะเมล็ดที่เป็นการปักชำหน่อของต้นพืช เพื่อที่จะทำให้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว จึงทำให้ต้นพืชชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่หน้าจับตามองเช่นกัน

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

          หากใครที่กำลังมองหาเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋ว ที่มีวิธีการดูแลที่ง่าย และสามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี หากไม่มีเวลาที่จะต้องคอยเลี้ยงดู ก็คงต้องยกให้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ของต้นพืชชนิดนี้ นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรกุหลาบดำ” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งต้นพืชไม้ล้มลุก ที่มีผู้คนนิยมนำมาปลูกและรู้จักกันเป็นอย่างดี

โดยวิธีการดูแลก็ง่าย และที่สำคัญมีการเล่นสีของกลีบใบชมพู เขียวที่ดูแล้วสวยงาม ต่างจากต้นกระบองเพชรสายพันธุ์อื่นๆ โดยทั่วไปแล้วของต้นพืชชนิดนี้ มักจะเป็นต้นพืชที่อวบน้ำ พบเจอได้แถวบริเวณที่ก้อนหิน ในแถบแอฟริกา ก่อนที่จะนำมาโด่งดังที่ประเทศไทย

เพราะลำต้นแคสตัสจะมีการอวบอิ่มน้ำ มีใบขนาดเล็กที่ให้ความรู้สึกเหมือนการสลับสีการเล่นสีของตัวใบ คือตัวโคนจะเป็นสีเขียวและปลายใบจะเป็นสีชมพู มองแล้วรู้สึกสบายตาอย่างมาก ส่วนในเรื่องของการเพาะปลูกส่วนใหญ่มักจะปลูกกับดินร่วนที่มีการระบายน้ำอากาศได้ดี อีกทั้งไม่ควรที่จะรดน้ำบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ต้นพืชเน่าและตายในที่สุด

 

 

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

วิธีดูแลต้นไม้

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

หากใครที่กำลังมองหาเจ้าต้นแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรน่ารักขนาดจิ๋ว มาเลี้ยงดูแลเป็นเหมือนเพื่อนที่ให้ความน่ารักและความใส่ใจตลอดเวลา ก็คงต้องขอแนะนำกับอีกหนึ่งสายพันธุ์ของ “ต้นกระบองเพชรม้าเวียน” เพราะเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีลักษณะลำต้นที่เตี้ยอวบน้ำ มีการดูแลที่ง่าย แต่อาจจะมีขั้นตอนในการขยายพันธุ์ที่เยอะขึ้นมาหน่อย โดยทั่วไปแล้วเจ้าต้นพืชม้าเวียนจะเป็นใบที่ถูกเรียงสลับกันเรียวยาว มีสีเขียวให้ความรู้สึกคล้ายรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มักจะออกดอกงอกเงยอยู่ทุกปี

โดยดอกจะมีลักษณะที่เป็นช่อ ก้านยาว มีทั้งสีขาว สีเหลือง ซึ่งภายในผลจะมีเมล็ดที่เป็นสีดำอยู่ประมาณ 5 – 10 เมล็ด มีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากทางแอฟริกาและก็ได้ถูกนำมานิยมที่ประเทศไทย จนได้กลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่หน้าจับตามองอีกหนึ่งสายพันธุ์

แต่การปลูกเลี้ยงของต้นพืชชนิดนี้มักจะเป็นการปลูกกับดินร่วนปนทราย ชอบปริมาณน้ำที่ให้ความชุ่มฉ่ำแต่ไม่มากจนเกินไป สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญชอบแสงแดดแบบรำไรไม่จัดจนเกินไป จึงทำให้เลี้ยงง่ายและดูแลง่าย

แต่ในขณะเดียวกันสำหรับการขยายพันธุ์พืชมักจะมีหลายขั้นตอนในการทำมากของต้นพืชชนิดนี้ นั่นก็คือ เพาะเมล็ด ปักชำใบ ปักชำยอด และหากต้องการให้ต้นพืชจิ๋วนี้เติบโตเร็วก็ต้องใช้วีธีการทั้ง 3 เข้ามาเป็นตัวช่วยเช่นกัน

 

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

สืบเนื่องมาจากการกักตัวช่วงโควิดที่ผ่านมา ทำให้การปลูกต้นไม้กลายมาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะนอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ก็ยังให้ทั้งความสบายใจและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ จึงทำให้สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนที่อยู่บ้านเหงา ๆ ไม่รู้จะทำอะไร หันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น แถมบางคนเริ่มจากปลูกเล่น ๆ ไป ๆ มา ๆ ล่าสุดตอนนี้เปิดฟาร์มเพาะพันธุ์ขายกันไปแลวก็มีนะคะคุณขา

เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาพูดกันถึงไม้ประดับยอดนิยมที่คนนิยมปลูกกันในที่ร่มค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ในบ้าน คอนโด หรือสำนักงาน ที่นอกจากจะช่วยเรื่องการฟอกอากาศและใช้ในการประดับตกแต่งได้แล้วนั้น ไม้ประดับบางชนิดก็ยังถือเป็นไม้มงคลที่ใช้ปลูกไว้สำหรับเสริมโชคเสริมลาภกันได้อีกนะคะ วันนี้เราจึงลิสต์ 3 รายชื่อ ไม้ประดับยอดนิยม ที่เลี้ยงง่าย ปลูกง่าย ดูแลง่าย มาฝากกันค่า ไปดูกันเล้ยย

กวักมรกต

เปิดอันดับแรกกันด้วย ต้นกวักมรกต ค่ะ แค่เห็นชื่อก็น่าจะพอทราบกันดีแล้วนะคะ ด้วยชื่อที่เป็นมงคลจึงทำให้หลาย ๆ คนมีความเชื่อว่า หากปลูกไว้ในบ้านแล้ว จะช่วยเรียกทรัพย์ กวักเงิน กวักทอง กวักโชค กวักลาภ กระเป๋ากันแบบรัว ๆ เลยค่า นอกจากนี้กวักมรกตยังช่วยเรื่องการฟอกอากาศได้ดีอีกด้วยนะคะ  ส่วนวิธีการรักษาก็ง๊ายง่ายค่ะ กวักมรกตชอบแสงแดดอ่อน ๆ แบบแสงแดดรำไรผ่านหน้าต่างในยามเช้า เบาเบา สวย ๆ ไม่ใช่โอ้โหตั้งตระหง่านกลางสวนหลังบ้านแบบนั้นไม่เอานะคะ รดน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ลิ้นมังกร

ลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ที่คนนิยมปลูกเพื่อฟอกอากาศโดยเฉพาะเลยค่ะ เพราะคุณลักษณะพิเศษของเขาก็คือสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีและจะปล่อยออกซิเจนออกมาในช่วงเวลากลางคืน วิธีเลี้ยงดูก็ง่ายมากเลยค่ะ ลิ้นมังกรจะเลี้ยงได้ดีในดินปนทรายหรือดินร่วนค่ะ เนื่องจากดินสองประเภทนี้ค่อนข้างระบายน้ำได้ดี ในส่วนของแสงแดดและน้ำ ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรค่ะ รดน้ำไม่ต้องเยอะสัก 2 วันครั้งนึงก็เพียงพอแล้วค่ะ

มอนสเตอร่า ( Monstera)

มอนสเตอร่า เป็นไม้ประดับยอดนิยมอีกหนึ่งชนิดเลยนะคะ ที่ติดทุกชาร์ต ติดทุกรีวิว เพราะนอกจากจะมีความสวยงามชนิดที่ว่า ไปตั้งไว้ตรงไหนก็ดูดี ดูแพงไปหมดเลยแล้วล่ะก็ ยังมีคุณสมบัติในการช่วงฟอกอากาศได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่า แหม งานนี้ถ้ามีประดับตกแต่งไว้ในบ้านก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ

โดยปกติแล้วมอนสเตอร่าจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทค่ะ คือชนิดเลื้อย และชนิดต้น ซึ่งปกติที่เรานิยมปลูกกันในบ้านจะเป็นชนิดเลื้อยนะคะ วิธีดูแลคล้าย ๆ 2 ต้นแรกที่กล่าวมาแล้วค่ะ คือชอบแสงแดดรำไร แต่ชอบที่ชื้น เพราะฉะนั้นจึงควรรดน้ำควรดูตามความเหมาะสมค่ะอย่าปล่อยให้แห้งเกินไปและไม่แฉะเกินไป แต่สำหรับต้นนี้ก็ขอบอกไว้นิดนึงนะคะ ว่าอาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีสัตว์เลี้ยงที่บ้าน เพราะมีสารบางชนิดของต้นไม้ชนิดนี้ที่ส่งผลเสียต่อสัตว์เลี้ยงของเราค่ะ ส่วนใครไม่มีสัตว์เลี้ยง ก็ปลูกกันได้ตามสบายนะคะ เพราะสารพิษนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อคนค่า

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับไม้ประดับยอดนิยม 3 ชนิดที่เรานำมาเสนอกัน ชอบ ถูกใจ แบบไหน ก็หามาปลูกกันได้นะค้า

 

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

วิธีดูแลต้นไม้

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

       การปลูก การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ จะต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการดูแล เพราะจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละชนิด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้คุณสมบัติ ความชอบ จุดเด่น จุดด้อย ของต้นไม้นั้น ๆ ทั้งนี้ยังรวมไปถึง ปริมาณน้ำที่รด แสงแดด การให้ปุ๋ย การตัดแต่ง และการเปลี่ยนถ่ายกระถางอีกด้วย

 

  • ปริมาณน้ำที่ใช้ในการรด การรดน้ำมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชแทบทุกชนิด การให้น้ำที่น้อยเกินไป หรือ เยอะเกินไป โดยไม่ศึกษาวิธีการให้น้ำของพืชแต่ละชนิดอย่างถูกต้อง อาจส่งผลเสียกับพืชได้ ดังนั้น จำเป็นจะต้องดูชนิดของดินที่ใช้ปลูก ความชื้น อากาศ ฤดูกาล ระยะเวลาที่โดดแดด อุณหภูมิ การให้น้ำในปริมาณที่พอดี เจริญเติบโตดี ทำให้พืชมีอายุยืนยาว และสวยงาม

 

 

  • การใส่ปุ๋ย ปุ๋ยเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ โดยการให้ปุ๋ยจะต้องคำนึงถึงสภาพดิน ถ้าหากดินแห้ง ขาดสารอาหาร ก็จะต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน ช่วยให้ดินมีสารอาหารมีเพียงพอต่อความต้องการของพืช ซึ่งควรเน้นการใช้ปุ๋ยประเภทอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรืออาจจะให้ปุ๋ยตามแต่ละช่วงฤดูกาลด้วยปุ๋ยเคมีบ้าง เพื่อปรับสภาพดิน เช่น ฤดูร้อน ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง โปรแตสเซียมปานกลาง และ ฟอสฟอรัสต่ำ ฤดูฝน ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนต่ำ โปแตสเซียมสูง ฟอสฟอรัสสูง ฤดูหนาว ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพราะไนโตรเจนจะช่วยกระตุ้น ให้พืชเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

 

  • การตัดแต่ง ไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูกไว้นานแล้ว จะต้องได้รับการตัดแต่งกิ่ง ด้วยการเลือกใช้กรรไกร หรือ มีดที่คม เพราะถ้าหากใช้มีดหรือกรรไกรที่มีความคมน้อย ต้นไม้จะต้องใช้เวลาในการสมานแผลที่นานขึ้น การตัดแต่งกิ่งนอกจากช่วยให้เป็นพุ่มที่สวยงาม ยังเป็นการยับยั้งการเกิดโรค จากกิ่งที่เป็นโรค ไม่ให้โรคลามไปทั่วต้น นอกจากนี้กตัดกิ่งที่ตายแล้ว และเหี่ยวออก เป็นการรักษาต้นไม้ และนั่นเอง

 

 

  • การเปลี่ยนถ่ายกระถาง ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่เติบโตเต็มที่ จะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายกระถางใหม่ ทำให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะรากมีพื้นที่ในการชอนไชมากขึ้น เจริญเติบโตได้ดี โตไว ได้รับแร่ธาตุ สารอาหารที่สมบูรณ์จากดิน ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงขนาดกระถาง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินขนาดของต้นไม้ รวมไปถึงเวลาในการเปลี่ยนถ่ายกระถางอีกด้วย

 

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

 

การดูแลเอาใจใส่ไม้ดอก ไม้ประดับ หรือต้นไม้ ให้เจริญเติบโต แตกกิ่งก้าน ออกผล ออกดอกที่สวยงาม จะต้องหมั่นสังเกตการเจริญเติบโต การรดน้ำอย่างเดียวไม่เพียง เพราะพืชต้องยังต้องการแร่ธาตุ สารอาหาร เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีอีกด้วย

วิธีดูแลต้นไม้

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด 1000maidee บทความ

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

        ไม้ดอก เป็นพืชที่ปลูกขึ้นมาเพื่อใช้ดอก ความสวยงาม สีสันหลากสี ของไม้ดอก นอกจากมีประโยชน์ในด้านการจัดแต่งสวนให้สวยงาม ช่วยให้สภาพแวดล้อมเกิดความร่มรื่น สร้างความสดชื่นแก่เรา มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถทำเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ เป็นวิธีหาเงินอีกหนึ่งวิธี และเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นอีกด้วย ไม้ดอกยอดนิยม ที่สร้างรายได้ ได้ตลอดกาลจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ดอกดาวเรือง ไม้ประดับแฝงประโยชน์ช่วยบำรุงผิว 1000maidee

  • ดอกดาวเรือง ดอกดาวเรืองเป็นต้นไม้ที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ดูแลไม่ยากเมื่อเทียบกับดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งพันธุ์ดาวเรือง สามารถใช้ปลูกได้ถึง 3 รุ่น ต่อปี โดยใช้เวลาปลูก 4 เดือน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ การลงทุน ต่อไร่ใช้เงินประมาณ 4,000 บาท แต่สามารถสร้างรายได้ ได้มากกว่า 4 เลยทีเดียว ทั้งยังขึ้นอยู่กับขนาดของดอกอีกด้วย ราคาหน้าสวนตอนนี้อยู่ที่ 0.8  – 1 บาท

  • ดอกเบญจมาศ  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้ต้นอ่อน หรือเมล็ด ต้องใช้ความพิถีพิถันในการดูแลเล็กน้อย เนื่องจากมีความละเอียดอ่อนอยู่มาก ผู้ปลูกจะต้องศึกษาวิธีปลูกที่ถูกต้อง ดอกเบญจมาศมีลักษณะเป็นช่อกระจุกแน่น และต้องมีอายุ100วัน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ เนื่องจากจะได้ดอกที่สมบูรณ์ เวลาตัด ก้านจะต้องยาวไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตร ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนสูง แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีมาก ซึ่งปัจจุบันราคาจะอยู่ที่กิโลละ 70- 80 บาท

  • ดอกมากาเร็ต หลายคนอาจรู้จักกันในชื่อดอกเดซี่ เป็นดอกไม้เมืองเหนืออีกหนึ่งชนิดที่กำลังนิยมกันในขณะนี้ มักใช้ในการตกแต่งบ้าน หรืองานมงคล ต่าง ๆ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือการย้ายต้นกล้าลงแปลง สามารถเก็บดอกได้ประมาณ 3 – 4 เดือน โดยการถอนขึ้นมาทั้งต้นและต้องถอนตอนเช้าตรู่เท่านั้น ราคาปัจจุบันอยู่ที่ กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท หรือต้นละ 1-2 บาท

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

  • ดอกพีค็อก หรือดอกคัตเตอร์ เป็นพืชที่อายุสั้น ปลูกง่าย มีหลายสี เช่น ขาว น้ำเงิน เหลือง ชมพู เป็นต้น เติบโตดีที่มีแสงแดดจัดและดินระบายน้ำดี ฤดูที่ปลูกได้ผลดีที่สุดคือฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บผลผลิตคือ 90-120 วัน เช่นเดียวกับ มากาเร็ต ในปัจจุบันราคาดอกคัตเตอร์อยู่ที่กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท หรือต้นละ 1-2 บาท

ถ้าหากคุณชอบการอยู่กับธรรมชาติ และกำลังมองหาอาชีพเสริม การปลูกไม้ดอกถือเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพียงแค่เรามีใจรักใจเต็ม 100 พร้อมแล้วไปศึกษาข้อมูลของดอกไม้ที่จะปลูกกันเลยค้า

 ไม้ประดับ

การดูแลต้นไม้ใบ ปัจจัยพื้นฐานที่เราต้องรู้ก่อนปลูก 1000maidee บทความ

การดูแลต้นไม้ใบ ปัจจัยพื้นฐานที่เราต้องรู้ก่อนปลูก

การดูแลต้นไม้ใบ ปัจจัยพื้นฐานที่เราต้องรู้ก่อนปลูก

สิ่งที่สำคัญในการดูแลต้นไม้ใบสิ่งแรกที่เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือเราต้องรู้จักชนิดของต้นไม้ที่เราปลูกว่ามีชื่ออะไรเป็นอยู่ในกลุ่มไหนซึ่งเมื่อเรารู้แล้วก็จะรู้ได้ว่าควรจะดูแลต้นไม้ของเราอย่างไรเนื่องจากต้นไม้แต่ละชนิดมีความต้องการพื้นฐานที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นระดับแสงความชื้นระดับการให้น้ำรวมถึงวัสดุปลูก ใหม่ๆก็เช่นกันตั้งแต่เป็นไม้ที่ใช้ใบเพื่อความสวยงามเพราะฉะนั้นการดูแลใบให้มีลักษณะที่สมบูรณ์สวยงามตามสายพันธุ์เป็นสิ่งที่สำคัญปัจจัยพื้นฐานในการดูแลไม้ใบมีดังนี้

การดูแลต้นไม้ใบ ปัจจัยพื้นฐานที่เราต้องรู้ก่อนปลูก

น้ำโดยมากชอบความชื้นแต่ไม่ชอบมากและรักษาดินหรือวัสดุปลูกให้ชุ่มชื้นคือสิ่งที่สำคัญควรพิจารณาว่าต้นไม้เราปลูกในบ้านหรือนอกบ้านหากลูกเลี้ยงในบ้านไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไปทำลายระบบรากและส่งผลให้ต้นไม้ไม่โตไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอนว่าเราควรรดน้ำบ่อยแค่ไหนแต่เราสามารถทดสอบความชื้นในกระถางก่อนรดน้ำได้ต้องการใช้นิ้วจิ้มลงไปในวัสดุปลูกหรือ 2 ถึง 2.5 cm หากให้ก็สามารถโดนน้ำได้หรือจัดวางนอกบ้านความถี่ในการรดน้ำ 1 หรือ 2 วันครั้งโดยให้ตรวจสอบวัสดุก่อนเช่นกันหายไวๆโดยไม่ชอบใส่ร่มรำไรแสงแดดในการสังเคราะห์แสงระดับแสงระยะเวลาและความเข้มข้นของแสงมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ในบ้านควรเลือกบริเวณที่แสงส่องถึงและมีอากาศถ่ายเทได้ควรเอาออกไปรับแดดได้อย่างละ 1 ครั้งหากเลี้ยงนอกบ้านควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงในเวลาที่นานก็อาจทำให้ใบไม่ได้แต่อยากย้ายที่ตั้งต้นไม้บ่อยเนื่องจากต้นไม้ใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรั้วนานรวมถึงไม่ควรวางในที่ที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดินเเละอุปกรณ์ปลูกเป็นหัวใจหลักในการปลูกต้นไม้เพราะเป็นแหล่งสะสมอาหารรวมถึงไปแล้วสาระบบรากของต้นไม้ไม้ใบเสนอมาเป็นเพื่อนเองอาศัยเช่นพืชตระกูลที่ต้องการความร้อนของวัสดุปลูกอย่างมากวัสดุบางอย่างมากมีอายุการใช้งานสั้นเช่นกับมะพร้าวสับเสื่อมสภาพเร็วควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดีส่วนผสมในต้องมีความโปร่งชอบความชื้นแต่ไม่ชอบแฉะวัสดุที่ใช้อาจเป็นเพราะอะไรผสมกับมะพร้าวสับโดยจะมีอัตราส่วนที่สูงกว่าครับปุ๋ยต้นไม้ต้องการสารอาหารจากดินหรือวัสดุปลูกและปุ๋ยจึงต้องใส่ปุ๋ยลงไปในวัสดุปลูกนอกจากนี้ไม้ใบต้องการธาตุอาหารรองด้วย

ในการดูแลต้นไม้ใบและดูแลไม้ใบหลายคนอาจจะปัญหาเรื่องสภาพดินที่มีความเป็นกรดเป็นด่างมากเกินไปหรือขาดสารอาหารในดินซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ทำให้ต้นไม้ไม่สวยงามอย่างที่ควรจะเป็นนะว่าใช้อาหารเสริมที่มาในรูปแบบอะไรช่วยได้เพื่อปรับสภาพดินและช่วยบำรุงต้นไม้แข็งแรงใช้การโอน HB101 ในการบำรุงต้นไม้และปรับสภาพวัสดุปลูกซึ่งเป็นเมล็ดสูตรละลายช้าใช้งานง่ายกระถางและน้ำปกติหรือสามารถผสมกับวัสดุปลูกเลยก็ได้หลังจากใช้สักระยะสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าต้นไม้ดูสวยงามสมบูรณ์ขึ้น

นอกจากปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวมาแล้วเราควรทำความสะอาดใบของต้นไม้ของเราด้วยเพราะใบคือส่วนสำคัญของต้นไม้ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสงหากไม่สะอาดและสมบูรณ์ก็จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ด้วยงานชนิดใดเป็นวิธีการที่เราสามารถทำได้ง่ายโดยใช้ผ้าที่สะอาดชุบน้ำสะอาดหอมขนาดและเช็ดบริเวณใบให้ทั่วและควรใช้อย่างสม่ำเสมอซึ่งนอกจากทำให้ใบสวยงามเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงแล้วยังเป็นการป้องกันศัตรูพืชด้วยนอกจากนี้ยังสามารถบำรุงต้นไม้หรือฟื้นฟูสภาพต้นไม้ให้แข็งแรงด้วยการฉีดพ่นบริเวณใบควรที่พิถีพิถันในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับต้นไม้มากๆผลิตภัณฑ์ที่ผมเลือกใช้มีการผลิตที่ได้มาตรฐานและช่วยบำรุงต้นไม้ซึ่ง

เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นแบบผสมเสร็จพร้อมใช้ฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้นไม้ทางใบเนื่องจากวัตถุดิบเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 4 ชนิดคือส่วนกระบวนการผลิตที่ทันสมัยจากโรงงานในประเทศญี่ปุ่นและได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิคจากประเทศสหรัฐอเมริกาช่วยต้นไม้ฟอร์มดีสีสดต้นแข็งแรงใบสวยใบเขียวใบเงาและไม่ทิ้งคราบการใช้สะดวกแค่หัวฉีดและอธิบายและรอบโคนต้นความถี่ในการใช้ 3-5 วันครั้งซึ่งได้ใช้กับไม้ใบเพื่อบำรุงทั่วไปผลปรากฏว่าต้นไม้ดูสดชื่นแข็งแรงสุขภาพดีและมีฟอร์มใบที่สวย แต่ตัวไหนที่ค่อนข้างสูงและไม่สดชื่นที่ต้องการฟื้นฟูเป็นพิเศษเพราะว่าใช้ชีวิตHB 101 ซึ่งเป็นสูตรแบบเข้มข้นช่วยบำรุงทั่วไปและใช้ในการฟื้นฟูวิธีการใช้จะไม่ยากโดยนำมาผสมกับน้ำสะอาดใส่ในฟ็อกกี้และฉีดพ่นบริเวณใบและโคนต้นใช้ในการฟื้นฟูใช้ 1 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตรพ่นทุกๆ 7 ถึง 15 วัน เพียงเท่านี้ก็ได้ต้นไม้สวยๆสุขภาพดีแล้ว

วิธีดูแลต้นไม้

พืชดอกช่อ มาทำความรู้จักจำแนกได้หลายประเภท 1000maidee บทความ

พืชดอกช่อ มาทำความรู้จักจำแนกได้หลายประเภท

พืชดอกช่อ มาทำความรู้จักจำแนกได้หลายประเภท

        หากจะพูดถึงการจำแนก พืชดอกช่อ สามารถจำแนกได้ออกหลายประเภท วันนี้เราจะมาจำแนกตามชนิดของดอก สามารถแบ่งได้เป็น ดอกเดี่ยว ดอกช่อ

ดอกเดี่ยว (Solitary Flower) : เป็นดอกไม้ที่มีดอกอยู่เพียงดอกเดียวบนก้านชูดอกเพียงก้านเดียว เป็นดอกที่พัฒนามาจากตาดอก 1 ตา เกิดเป็นดอกไม้ 1 ดอกบนก้านดอก 1 ก้าน เช่น ฟักทอง ดอกจำปี ดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกชบา ดอกมะเขือ

ดอกช่อ (Inflorescence Flower) : กลุ่มของดอกไม้หลายดอกที่ปรากฏอยู่บนก้านดอกเดียวกัน โดยแต่ละดอกจะมีดอกย่อย (Floret) และมีใบประดับ (Bract) บริเวณโคนก้านดอกย่อย (Pedicel) ที่ตั้งอยู่บนฐานของก้านช่อดอกเป็นดอกหลาย ๆ ดอกที่อยู่บนก้านเดียวกัน เช่น ดอกหางนกยูง ดอกผกากรอง  ดอกช่อเป็นกลุ่มของดอกที่อยู่บนก้านดอกช่อดอก แต่ละดอกในช่อดอกจะเรียกว่าดอกย่อยดอกช่อบางชนิดมีลักษณะคล้ายดอกเดี่ยว เช่น ทานตะวัน ดาวเรือง และบานชื่น จากการที่ช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อย 2 ชนิด คือ ดอกวงนอก ที่อยู่บริเวณชั้นนอกของโครงสร้างดอก ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งดอกสมบูรณ์เพศหรือไม่สมบูรณ์เพศ และ ดอกกลางช่อ ที่มีบริเวณกึ่งกลางติดอยู่บนปลายของก้านช่อดอก ซึ่งเป็นฐานโค้งนูน ดอกกลางช่อเป็นดอก ช่อดอกของพืชแต่ละชนิดรูปร่างลักษณะต่างกัน จำแนกช่อดอกออกเป็น 2 จำพวกใหญ่ ๆ ได้แก่

รวมดอกไม้ชื่อมงคล ควรปลูกไว้ในบ้านเพื่อเอาไว้เสริมดวง

ช่อดอกที่มีดอกเกิดตามแกนกลาง ช่อดอกนี้เจริญออกไปได้เรื่อย ๆ ทำให้ช่อดอกยาวขึ้น ดอกที่เกิดก่อนอยู่ด้านล่างจะบานก่อน

  • ช่อกระจุกแน่น ช่อดอกที่มีดอกย่อยอัดกันแน่นบนฐานรองดอกรูปจานที่แผ่กว้างออก ตรงกลางนูนเล็กน้อย เช่น ทานตะวัน ดาวเรือง บานไม่รู้โรย
  • ช่อแบบหางกระรอก ช่อดอกที่มีลักษณะค้ายดอกเชิงลด ช่อดอกมีแกนกลางยาว ดอกย่อยไม่มีก้านดอกย่อย ต่างกันตรงที่ปลายช่อห้อยลง เช่น หางกระรอกแดง
  • ช่อเชิงลดมีกาบ ช่อดอกแบบเชิงลดที่มีดอกแยกเพศติดอยู่บนแกนกลาง ไม่มีก้านดอกย่อย มีริ้วประดับแผ่นใหญ่เป็นกาบหุ้ม เช่น หน้าวัว บอน

ช่อดอกที่ดอกย่อยแตกออกจากแกนกลางหรือไม่แตกออกจากแกนกลางก็ได้ ลักษณะที่สำคัญคือ ดอกย่อยที่อยู่บนสุดจะแก่หรือบานก่อนดอกย่อยอื่น ๆ ที่อยู่ถัดออกมาด้านข้าง

  • ช่อกระจุก  เป็นดอกช่อที่มี 3 ดอกย่อย ก้านดอกย่อยแตกออกทางด้านข้างของแกนกลางที่จุดเดียวกัน เช่น มะลิ ต้อยติ่ง
  • ช่อกระจุกเชิงประกอบ เป็นช่อแบบช่อกระจุกที่มีก้านแยกออกจากแกนหลักเป็นครั้งที่ 2 แล้วจึงมีดอก เช่น เข็ม โคมญี่ปุ่น
  • ช่อบิดเกลียว เป็นดอกที่มีก้านดอกข้างๆ แตกออกไปข้างเดียวตลอด ทำให้ก้านดอกโค้งงอ เช่น ดอกหญ้างวงช้าง
  • ช่อกระจุกแยกแขนง ช่อดอกที่มีช่อย่อยแบบช่อแขนงแต่ละช่อประกอบกันแบบช่อกระจุก เช่น ดอกองุ่น

สาระพันธุ์ไม้ 

หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชมหัศจรรย์สวยงามแปลกตา 1000maidee

หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชมหัศจรรย์สวยงามแปลกตา

หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชมหัศจรรย์สวยงามแปลกตา

     สำหรับวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับพืชที่เป็นมากกว่าพืช นั่นก็คือ หม้อข้าวหม้อแกงลิง ( Nepenthes) สิ่งที่มากกว่าที่เราเห็นหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นพืชที่มีความมหัศจรรย์เพราะนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาลักษณะภายนอกที่ดูสวยงามแปลกตาแล้ว ยังถูกจัดเป็นไม้กินแปลงชนิดหนึ่ง ที่ใบของมันสามารถเป็นกับดับในการจับแมลง ซึ่งที่จริงแล้วไม้กินแมลงชนิดนี้อาจจะไม่ค่อยพบเห็นในไทยมากนัก เพราะมีการกระจายตัวอยู่ทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตะวันออกของประเทศอินเดีย แต่ที่ไทยเราก็เห็นว่ามีคนไทยหลาย ๆ คนนิยมนำมาปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าถ้าเป็นพืชที่กระจายพันธุ์มาจากแถบอื่น ๆ และนิยมขึ้นในป่าดงดิบชื้น แล้วถ้าปลูกในประเทศไทย จะต้องทำอย่างไรบ้าง ในบทความนี้เราก็มีคำตอบ

ศึกษาวิธีการขยายพันธุ์ที่ถูกต้อง

ก่อนอื่นเราจะต้องรู้ก่อนว่าต้น หม้อข้าวหม้อแกงลิง มีวิธีการขยายพันธุ์อย่างไร โดยในการขยายพันธุ์นั้นเราก็ทำได้หลายวิธี เริ่มจากวิธีได้ผลดีที่สุดก็คือการตอนกิ่ง วิธีการในการตอนกิ่งก็จะไม่ได้ยากไปมากกว่าการตอนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ นั่นก็คือ ทำการคว้านกิ่งออกมาแล้วลอกเปลือกออกพร้อมกับขูดเยื่อ จากนั้นให้นำขุยมะพร้าวมาหุ้มเอาไว้ และมัดด้วยเชือกไม่ให้อากาศสามารถเข้าไปได้ จากนั้นให้นำไปวางในที่ร่มหรือในบริเวณที่มีหลังคากันแดด สำหรับวิธีนี้ ก็เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ช่วยให้ต้นของเรามีโอกาสในการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์มากกว่าวิธีอื่น ๆ

แต่สำหรับใครที่ไม่ถนัดในการตอนกิ่งก็สามารถทำ การปักชำ สำหรับวิธีนี้เป็นการขยายพันธุ์ที่ให้ผลได้รวดเร็ว แต่อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ดีเท่าไหร่ ในการปักชำจะต้องใช้ขุยมะพร้าวล้วน ๆ และมัดปากถุงให้แน่นเพื่อรักษาความชื้น แต่ผลวิจัยก็พบว่าการ ปักชำ หม้อข้าวหม้อแกงลิง หลาย ๆ ต้นเจริญเติบโตได้ไม่ดี และวิธีสุดท้ายคือการเพาะเมล็ด ต้องบอกเลยว่าการเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแต่จะใช้เวลานานถึง 2 ปีถ้าหากว่าผู้ปลูกไม่มีความรู้แนะนำว่าให้ใช้วิธีการตอนกิ่งจะดีกว่า สำหรับใครที่อยากปลูกเป็นอาชีพการเพาะเมล็ดอาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่

การดูแล หม้อข้าวหม้อแกงลิง

สำหรับวิธีการดูแล หม้อข้าวหม้อแกงลิง ให้สวยงามเราจะต้องหมั่นทำการใส่ปุ๋ยมากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ  1 เท่า ในเวลาที่เปลี่ยนดินหรือเปลี่ยนกระถางเพื่อให้ต้นไม้ของเราได้รับสารอาหารและธาตุที่เพียงพอต่อความต้องการ แต่เมื่อต้นโตเต็มวัยแล้วให้งดการให้ปุ๋ยทันทีเพราะต้นนี้จะสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ เมื่อต้นขาดปุ๋ยจะทำการสร้างเซลล์ที่เร่งการสร้างใบใหม่เพื่อให้มีกับดักในการล่อเหยื่อนั่นเอง สำหรับใครที่สนใจอยากจะปลูก หม้อข้าวหม้อแกงลิง ถ้าหากว่าทำการปลูกและดูแลวิธีการที่เราแนะนำต้องบอกเลยว่า จะได้ต้นที่มีความสวยงามสมบรูณอย่างแน่นอน

 ไม้ประดับ

การดูแลต้นพญาเสือโคร่ง ขั้นตอนการปลูกขยายพันธุ์ 1000maidee

การดูแลต้นพญาเสือโคร่ง ขั้นตอนการปลูกขยายพันธุ์

การดูแลต้นพญาเสือโคร่ง ขั้นตอนการปลูกขยายพันธุ์

พญาเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ไม่ชอบน้ำขัง เห็นทั่วไปตามบริเวณภูเขาและไหล่เขาทางภาคเหนือที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ถึงจะหาที่ที่เหมาะสมปลูกยาก แต่วิธีการปลูกและดูแลไม่ยุ่งยากเลย ลองมาดูกันค่ะ

วิธีขยายพันธุ์

  1. เพาะเมล็ดเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด นำเมล็ดที่ตากแห้งแล้วมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ควรบุบเมล็ดก่อนลงปลูก ระวังอย่าให้เมล็ดแตก
  2. วัสดุเพาะใช้ขุยมะพร้าว ทรายหยาบ หรือแกลบดำก็ได้ นำมาใส่หลุมเพาะวางเมล็ดแล้วโรยวัสดุปลูกบางๆกลบเมล็ดไว้อีกทีแล้วรดน้ำให้ชุ่ม
  3. วางไว้ในที่ร่มรำไร พอเริ่มงอกให้โดนแสงแดดในช่วงเช้า การให้น้ำไม่ต้องทุกวันเพราะถ้าแฉะมากเมล็ดเน่าได้ดูแค่ให้มีความชื้นพอ รอจนต้นกล้ามี 2-3 คู่ใบแล้วย้ายลงถุงปลูกเพื่ออนุบาลต้นกล้าต่อไป
  4. ใช้ดินร่วน ปุ๋ยหมัก แกลบเก่า อัตราส่วน 1:1:1 ผสมใส่ถุงปลูก ย้ายต้นกล้ามาลงแล้วกลบ ช่วงนี้ต้นกล้าต้องการแสงแดดแต่ไม่จัด หาที่วางให้เหมาะสมแล้วคอยดูความชื้นให้พอสมควร 2-3 วันค่อยให้น้ำก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เมื่อต้นแข็งแรงแล้วค่อยย้ายลงปลูกอีกครั้ง

ขั้นตอนการปลูกและการดูแล

  1. การปลูกลงดินให้ขุดหลุมไม่ต้องลึกมากหรือวางต้นปลูกลงบนดินเลย แล้วใช้ดินกลบให้พูนขึ้นที่รอบโคนต้น เพื่อป้องกันน้ำขัง หรือจะปลูกลงบ่อซีเมนต์ก็ได้แต่ไม่ต้องเทปูนก้นบ่อ
  2. ทั้งสองวิธีเมื่อลงปลูกให้ใช้ดินธรรมดาก่อนยังไม่ต้องผสมกับปุ๋ย แต่ต้องเป็นดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ใน 2-3 อาทิตย์แรกคอยดูแลเรื่องน้ำทุกวันอย่าให้ดินชุ่มมากหรือแห้งจนเกินไป หลังจากนั้นค่อยๆลดการให้น้ำเรื่อยๆโดยสังเกตจากตัวต้นไม้เลย ถ้ายังไม่เริ่มมีอาการเฉาก็ยังไม่ต้องรด เพราะพญาเสือโคร่งเป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำ

  1. หลังจากลงปลูก 2 เดือน ค่อยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบโคนต้น และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละ 1-2 ครั้งตามความสะดวก ทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ยควรรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นสูงประมาณ 2.5-3 เมตร ควรตัดยอดทิ้งเพื่อให้ต้นเป็นทรงพุ่ม
  2. การดูแลโรคพืชหนอนแมลง ควรเลือกใช้น้ำยาชีวภาพป้องกันเบื้องต้นก่อน เช่น น้ำส้มควันไม้หรือน้ำหมักชีวภาพทำเอง จะได้ปลอดภัยทั้งคนทั้งต้นไม้เพียงแค่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นควรต้องใช้อย่างระมัดระวัง ใส่ถุงมือ หน้ากาก สวมเสื้อผ้ามิดชิดในขณะฉีดพ่นหรือรดรากทางดิน

วิธีดูแลต้นไม้