รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม 

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม 

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเป็นสารพิษที่อยู่ในควันบุหรี่ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดวลีที่เรามักจะพูดกันว่าคนที่สูบบุหรี่มือสองนั้นจะได้รับโทษมากกว่าคนที่สูบบุหรี่ด้วยตัวเองเสียอีกเพราะสารดังกล่าวที่ออกมาจากควันบุหรี่นั้นเต็มไปด้วยอันตรายมากมายที่ทำให้ผู้สูดควันเข้าไปได้รับอันตรายต่อสุขภาพและยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคอีกมากมาย ดังนั้นหากใครที่มีสมาชิกในบ้านสูบบุหรี่แล้วอยากจะกรองอากาศให้มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการกรองควันบุหรี่วันนี้เราก็มีต้นไม้ประดับที่สามารถกรองควันพิษได้มาแนะนำให้ทุกคนได้ลองปลูกกัน

พลูด่าง ต้นไม้ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนานเนื่องจากมีราคาถูก มีความแข็งแรงทนทาน สามารถปลูกได้ง่ายทั้งในน้ำและในดิน เป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกได้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร มันเป็นไม้เลื้อยที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก สามารถกรองสารพิษในอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม


ปาล์มไผ่ เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกในอาคารเนื่องจากมีรูปทรงสวยงามและเติบโตค่อนข้างช้า มีความแข็งแรงทนทานสูงและเลี้ยงง่าย ไม่ต้องการแดดมากปลูกในอาคารได้โดยที่ไม่ต้องกังวล สามารถกรองควันพิษจากบุหรี่ได้เป็นอย่างดีเราจึงมักเห็นต้นไม้ชนิดดังกล่าวอยู่ในสถานที่ให้สูบบุหรี่


หนวดปลาหมึกใบกลม เป็นต้นไม้ที่สามารถเติบโตได้ดีในที่ร่มจึงมักนิยมปลูกในอาคารเป็นอย่างมาก มีความแข็งแรงทนทานสูงและมีความสวยงามเฉพาะตัวด้วยลักษณะใบที่กลมและสีเขียวเข้มเป็นมัน ดูแลง่าย เพียงแค่ไม่ให้ฝุ่นเกาะต้นไม้ก็แข็งแรงทนทานได้ด้วยตัวเอง สามารถกรองควันบุหรี่และกรองเบนซินได้อีกด้วย ยังสามารถกรองสารก่อมะเร็งอย่างฟอร์มาลดีไฮด์หรือโทลูอีนได้อีกต่างหาก


ยางอินเดีย เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้ ด้วยฟอร์มต้นที่สวยงามเป็นลำต้นเดี่ยวที่มีใบขนาดใหญ่สีเขียวเข้มมันเงา ทำให้มันได้รับความนิยมในการปลูกในอาคารเป็นอย่างมาก สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้เป็นอย่างดี หากเจริญเติบโตไปแล้วก็จะมีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้นและสามารถย้ายไปปลูกลงดินได้อีกด้วย


รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม

อโกลนีมา เป็นราชาไม้ประดับที่มีความสวยงามแปลกตาเนื่องจากมันเป็นไม้ด่างที่มีสีชมพูเป็นหลัก โดยลักษณะใบนั้นจะคล้ายใบโพธิ์มีความอ้วนแต่ปลายแหลม ใบจะเป็นสีชมพูเข้มไปจนถึงสีชมพูอ่อนแซมด้วยสีเขียวเข้มบริเวณขอบแล้วกระจายเข้ามาด้านใน สามารถเติบโตได้ดีในโลกและมีความแข็งแรงทนทานสูง สามารถฟอกอากาศและกรองสารพิษได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

 

 

 

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม

 พันธุ์ไม้

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

            ผู้ที่นิมปลูกต้นไม้ คงทราบถึงราคาของต้นไม้ที่เรียกได้ว่าเป็นต้นที่หายากกันอยู่แล้ว ซึ่งสำหรับ ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง ก็เป็นต้นไม้อีกหนึ่งต้น ที่มีราคาสูงพอสมควร แต่ถึงอย่างไรแล้วนั้น ถ้าเกิดว่าคนที่รักต้นไม้จริงๆ ไม่มีอะไรแพงเกินกว่าที่ใจเราอยากได้อยู่แล้ว

สำหรับต้นไม้ชนิดนี้จะจัดอยู่ในประเภทของบอนใบยาว ซึ่งลักษณะของใบก็จะมีขนาดที่ยาว โดยจะเหมือนกับต้นบอนสีใบไทย  ที่ใบจะเป็นรูปหัวใจ แต่ว่าจะเรียวยาวกว่าเล็กน้อย ปลายของใบก็จะแหลมมากขึ้น หูใบยาวฉีกไปจนถึงสะดือ ส่วนก้านใบนั้นจะกลมจากบริเวณโคน ไปจนถึงใบหู และนอกจากนี้ยังสามารถจำแนกได้เป็นอีก 3 ประเภท นั่นก็คือ บอนใบยาวแบบปกติ,บอนใบยาวรูปใบไผ่ รวมถึงบอนใบยาวรูปหอก

 

 

โดยต้นเศรษฐีพันล้านด่าง จะมีใบที่ยาว ตามที่ได้บอกเอาไว้ข้างต้น ลักษณะนั้นถ้าลองสังเกตดู จะเหมือนกับเมืองเกราะเกร็ด แต่ว่าทรงใบจะมีความสูงกว่า และก้านก็ยังยาวกว่าด้วย เม็ดสีก็เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบางต้นจะเห็นความด่าง ทำให้แยกออกได้ชัดเจนมากขึ้น ถ้าบางต้นด่างเยอะสีของใบก็จะออกเป็นสีแดงดำ ส่วนต้นไหนถ้าออกด่างสีขาว ก้านสะดือของใบจะเป็นสีแดง  ต้นที่ค่อนข้างมีราคาสูง จะมีใบที่เรียกว่า half หรือใบที่สีเหลือง  แต่ถ้าเป็นต้นที่คนตามหากันมาก และหายากสุดๆ จะต้องมี สีแดง กับ สีชมพู แทรกเข้ามาเล็กน้อย ส่วนทรงของต้นไม้ก็จะต้องมีความสวยด้วย ต้องมาแบบเป็นพุ่ม ไม่ใช่เป็นใบแค่3-4ใบ เท่านั้น

 

 

กว่าจะมีใบที่สวยขนาดนี้ คนปลูกจะต้องใจเย็นมากๆ โยสามารถปลูกในกระถางได้ตามใจชอบ ใช้ดินและใบกล้ามปูรวมถึงใบมะขามในการปลูก เพราะจะช่วยกัดสี ให้ใบมีสีที่สวย สำหรับปุ๋ยจะใช้เป็นปุ๋ยคอกกับขี้วัว แต่ต้องหมั่นดูแลรักษารวมถึงรดน้ำต้นไม้ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งใช้ระยะเวลาทั้งหมดเกือบ3-4 เดือน เลยทีเดียว ซึ่งมันก็คุ้มค่าสำหรับ คนที่รักต้นไม้อยู่แล้ว เราจะปลูกแบบอบหรือไม่อบก็ได้ โดยหลังจากนั้นรอไปอีก1 เดือนแล้วจึงนำมาผ่าหัว เพื่อขยายพันธุ์ หรือว่าจะเลี้ยงให้ออกดอก แล้วนำเมล็ดไปเพาะพันธุ์ ก็ได้เหมือนกัน มาพูดถึงเรื่องการซื้อขายในตลาดต้นไม้กันบ้าง โดยต้นเล็กๆ จะอยู่ที่ราคาประมาณหลักร้อย ไปจนถึงหลักพัน แต่ถ้าเกิดว่าเป็นต้นใหญ่ขึ้นมาหน่อย อาจจะมีราคาสูงเกือบ 10,000 บาท เลยทีเดียว

 

 

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

 พันธุ์ไม้

Echinofossulocactus Phyllacanthus หรือ คลื่นสมอง

Echinofossulocactus Phyllacanthus หรือ คลื่นสมอง

Echinofossulocactus Phyllacanthus หรือ คลื่นสมอง

       อีกหนึ่งต้นพืชแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋ว ที่อยากจะแนะนำให้ลองมาปลูกและเลี้ยงดูนั่นก็คือ “ตันกระบองเพชรคลื่นสมอง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก สำหรับการที่จะเลี้ยงดูแล เพราะต้นพืชเป็นต้นที่อวบอิ่มน้ำและเป็นไม้ล้มลุก ที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี  ซึ่งหากใครที่อยากจะลองปลูกแต่กังวลว่าจะไม่มีเวลามาดูแล บอกเลยว่าสายพันธุ์นี้ไม่ควรพลาดจริงๆ

 

 

โดยลักษณะลำต้นของชนิดนี้ จะมีรูปร่างคล้ายทรงกลมมีพื้นผิวสีเขียวเข้ม ถูกล้อมรอบด้วยหนามแหลมเรียว ขนาดใหญ่ มักจะนิยมปลูกในพื้นที่บริเวณที่มีแดดส่องถึงอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องการน้ำมาก ควรจะมีการรดน้ำเพื่อให้ดินมีความชุ่มฉ่ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงจะเพียงพอ

 

 

ที่สำคัญในเรื่องของการขยายสายพันธุ์ต้นกระบองเพชรนี้ มักจะใช้วิธการที่เป็นการเพาะเมล็ดและการตัดกิ่ง เพื่อที่จะช่วยทำให้ต้นพืช มีความอุดมสมบูรณ์และสามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุดนั่นเอง ส่วนใหญ่มักจะปลูกด้วยปุ๋ยที่เป็นแคสตัส เพราะจะมีธาตุโพแทสเซียมสูง จะช่วยให้ลำต้นของต้นพืชชนิดนี้ มีความแข็งแรงในช่วงฤดูร้อนได้ จึงเหมาะอย่างมากสำหรับใครที่อยากจะลองหันมาปลูกต้นแคสตัสขนาดจิ๋ว เพราะบอกได้เลยว่าสายพันธุ์นี้สุดไปเลยจริงๆ

 

 

 พันธุ์ไม้

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

การเพาะเมล็ด วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยเร็วทันใจเท่าไหร่สำหรับผู้ที่ต้องการต้นใหญ่ยักษ์เร็วๆ ไหนจะต้องใช้เวลาในการเพาะ และกว่าจะเติบโตจากต้นเล็กจนกลายเป็นต้นใหญ่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี การปลูกวิธีนี้ถึงจะช้าแต่เราจะได้ต้นที่แข็งแรงมีรากแก้วสมบูรณ์ ให้อายุที่ยืนยาวแก่ต้น ที่สำคัญการปลูกจากเมล็ดดอกที่ออกมานั้นจะให้กลิ่นหอม ขั้นตอนการเพาะเมล็ดจะมีรายละเอียดดังนี้

  • เตรียมกระถางเพาะที่มีรูระบาย ขนาดประมาณ 5-6 นิ้วหรือเล็กกว่านั้นก็ได้ ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วจึงนำมะพร้าวสับที่แช่น้ำทิ้งไว้ 1-2 คืนรองก้นกระถาง และโรยทับพอประมาณด้วยหินภูเขาไฟ จากนั้นโรยอีกครั้งด้วยปุ๋ยละลายช้าออสโมโค้ทสูตร 13-13-13 ประมาณ 1-2 ชต. ตามด้วยยาป้องกันเชื้อรา
  • ดินเพาะสามารถใช้ดินร่วนผสมทรายร่อนให้ละเอียด ใส่เป็นขั้นตอนต่อไปลงในกระถางให้เหลือพื้นที่ขอบกระถางประมาณ 0.5-1 นิ้ว หรือใครจะใช้พีทมอสก็ได้ ส่วนใครมีน้ำยาเร่งรากก็สามารถใส่เพิ่มลงได้ในขั้นตอนนี้
  • ถ้าเป็นกรณีที่ใช้พีทมอสให้นำกระถางไปวางไว้ในภาชนะที่บรรจุน้ำไว้ แล้วทิ้งไว้สักพักให้น้ำซึมจากก้นกระถางจนดินเริ่มเปียก แต่ถ้าใช้ดินร่วนปนทรายให้รดน้ำพอชุ่มลงในกระถางได้เลย
  • โรยเมล็ดเพาะให้กระจายลงหน้าดินในกระถางให้ทั่ว อย่าใส่เมล็ดเยอะมากเกินไป จากนั้นฉีดพ่นน้ำหน้าดินอีกครั้ง แล้วจึงนำกระถางวางบนภาชนะที่หล่อน้ำไว้ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่น วางไว้ที่มีแดดเช้าส่อง 2-3 ชม. ประมาณ 2-3 เดือนค่อยเปิดถุงเติมน้ำแล้วปิดถุงไว้อย่างเก่า ใช้เวลาอีก 5-6 เดือนค่อยเปิดถุงนำต้นกล้าแยกกระถาง

 

 

 

การแยกหน่อปักชำ เป็นวิธีที่ดีและนิยมทำกันมากที่สุด เพื่อให้คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วที่สุด

  • เตรียมลำต้นหรือหน่อที่จะนำมาปักชำ โดยการเลือกตัดตรงส่วนที่ต้องการจากต้นและทาปูนแดงตรงบริเวณแผลให้ทั่ว ทิ้งไว้ในที่ร่ม 5-7 วัน
  • เตรียมหลุมลึก 30x30x30 ซม. ใช้ดินร่วนผสมทราย อัตราส่วน 1:1
  • วางต้นชำลงดินแล้วกลบด้วยดินที่ผสมไว้ ยังไม่ต้องใส่ปุ๋ย และพยายามหาอะไรมาบังแดดไว้ก่อน รดน้ำ 3-4 วันครั้งในช่วงตั้งตัว 1-2 เดือนแรก หลังจากนั้นค่อยให้โดนแสงแดดและเริ่มใส่ปุ๋ยได้ โดยใช้ปุ๋ยหมักโรยรอบโคนต้นและรดน้ำตามลงไปให้ทั่ว
  • เมื่อต้นแข็งแรงดีให้ลดน้ำเหลืออาทิตย์ละ 1 ครั้งพอ

 

 

 

 

 

 

 

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

ไม้ประดับ

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกลงในกระถาง ไม่ว่าจะเป็นกระถางเล็กหรือใหญ่ให้กะขนาดกระถางให้พอดีกับต้นที่จะปลูก เนื่องจากคอนโดนางฟ้าเป็นไม้อวบน้ำจึงไม่ชอบน้ำขังและดินปลูกต้องระบายน้ำได้ดี ดังนั้นกระถางที่ใช้ต้องมีรูระบายน้ำ ดินปลูกจะไม่ค่อยมีสูตรตายตัวแล้วแต่ความสะดวกของผู้ปลูก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นกระถางเล็กจิ๋วนิยมใช้ดินสำหรับปลูกแคคตัสผสมกับเพอร์ไลต์ ซึ่งเป็นหินที่เกิดจากแร่ภูเขาไฟ เป็นวัสดุปลูกที่ทำให้ดินโปร่งเบา อุ้มน้ำได้แต่ระบายความชื้นได้ดี แต่ถ้าเป็นกระถางใหญ่สามารถใช้ดินร่วนผสมทรายและขุยมะพร้าวอัตราส่วน 1:1:1 ก็ได้ ถ้าใครมีปุ๋ยหมักหรือเปลือกไข่ก็สามารถใส่ผสมลงได้เลย

 

 

ก่อนใส่ดินลงกระถางควรนำถ่านหรือมะพร้าวสับรองก้นกระถางก่อนเพื่อช่วยระบายน้ำ การปลูกในกระถางสามารถดูแลเป็นพิเศษได้โดยโรยสตาร์เกิ้ลจีลงในดินนิดหน่อยเพื่อป้องกันแมลง พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยละลายช้าสูตร 13-13-13 โดยโรยใส่ดินในกระถางไม่ต้องมาก เมื่อนำต้นลงปลูกและกลบดินเรียบร้อยแล้วขั้นตอนสุดท้ายควรนำหินโรยทับให้ทั่วหน้าดิน เพื่อเป็นการประคองต้นและช่วยไม่ให้หน้าดินกระเด็นกระจายเวลารดน้ำ การรดน้ำให้ค่อยๆรดพอให้ดินมีความชื้นหรือสังเกตพอให้ก้นกระถางมีน้ำหยดที่รูระบายก็เพียงพอ

แล้ว ในระยะแรกให้วางในที่ร่มรำไรก่อนซัก 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นให้วางในที่รับแสงแดดช่วงเช้าประมาณ 4-5 ชั่วโมง รดน้ำ 5-7 วันต่อครั้ง ใส่ปุ๋ย 3-4 เดือนต่อครั้ง และคอยเปลี่ยนกระถางอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ต้นแน่นกระถางจนเกินไป แค่นี้คุณก็ได้ปราสาทสวยๆไว้รอลุ้นดอกแล้ว

 

 

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกลงดิน ต้องเป็นบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขังและมีแดดช่วงเช้าส่องถึง เตรียมดินปลูกสูตรเดียวกับปลูกในกระถาง หรือจะเป็นดินร่วนปนทรายธรรมดาก็ได้ ขุดหลุม 30x30x30 ซม. นำต้นหรือตอที่เตรียมไว้ลงดินแล้วกลบดินโรยทับด้วยหินเพื่อป้องกันหน้าดินกระเด็นจากการรดน้ำและเป็นการตกแต่งโคนต้นไปด้วย อาทิตย์แรกหาที่บังแดดมาป้องกันแสงแดดจัดไว้ก่อน ทิ้งไว้ 5-7 วันค่อยรดน้ำ จากนั้นค่อยรด 3-4 วันต่อครั้ง จนผ่านไป 1-2 เดือนค่อยเริ่มใส่ปุ๋ย จะเป็นปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยละลายช้าก็ได้ โดยใส่ปีละ 4-5 ครั้งก็เพียงพอ เมื่อต้นติดรากเติบโตแข็งแรงดีแล้วปล่อยให้ต้นเจอแสงแดดช่วงเช้าให้เต็มที่ รดน้ำอาทิตย์ละครั้ง ไม่นานต้นก็เปลี่ยนเป็นคอนโดนางฟ้ายักษ์ให้คุณแล้ว

 

 

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

ไม้ประดับ

Inflorescence Flower

มาทำความรู้จักกับ พืชดอกช่อ

มาทำความรู้จักกับ พืชดอกช่อ

หากจะพูดถึงการจำแนก พืชดอกช่อ สามารถจำแนกได้ออกหลายประเภท วันนี้เราจะมาจำแนกตามชนิดของดอก สามารถแบ่งได้เป็น ดอกเดี่ยว ดอกช่อ

ดอกเดี่ยว (Solitary Flower) : เป็นดอกไม้ที่มีดอกอยู่เพียงดอกเดียวบนก้านชูดอกเพียงก้านเดียว เป็นดอกที่พัฒนามาจากตาดอก 1 ตา เกิดเป็นดอกไม้ 1 ดอกบนก้านดอก 1 ก้าน เช่น ฟักทอง ดอกจำปี ดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกชบา ดอกมะเขือ

 

ดอกช่อ (Inflorescence Flower) : กลุ่มของดอกไม้หลายดอกที่ปรากฏอยู่บนก้านดอกเดียวกัน โดยแต่ละดอกจะมีดอกย่อย (Floret) และมีใบประดับ (Bract) บริเวณโคนก้านดอกย่อย (Pedicel) ที่ตั้งอยู่บนฐานของก้านช่อดอกเป็นดอกหลาย ๆ ดอกที่อยู่บนก้านเดียวกัน เช่น ดอกหางนกยูง ดอกผกากรอง  ดอกช่อเป็นกลุ่มของดอกที่อยู่บนก้านดอกช่อดอก แต่ละดอกในช่อดอกจะเรียกว่าดอกย่อยดอกช่อบางชนิดมีลักษณะคล้ายดอกเดี่ยว เช่น ทานตะวัน ดาวเรือง และบานชื่น

จากการที่ช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อย 2 ชนิด คือ ดอกวงนอก ที่อยู่บริเวณชั้นนอกของโครงสร้างดอก ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งดอกสมบูรณ์เพศหรือไม่สมบูรณ์เพศ และ ดอกกลางช่อ ที่มีบริเวณกึ่งกลางติดอยู่บนปลายของก้านช่อดอก ซึ่งเป็นฐานโค้งนูน ดอกกลางช่อเป็นดอก ช่อดอกของพืชแต่ละชนิดรูปร่างลักษณะต่างกัน จำแนกช่อดอกออกเป็น 2 จำพวกใหญ่ ๆ ได้แก่

 

1) ช่อดอกที่มีดอกเกิดตามแกนกลาง ช่อดอกนี้เจริญออกไปได้เรื่อย ๆ ทำให้ช่อดอกยาวขึ้น ดอกที่เกิดก่อนอยู่ด้านล่างจะบานก่อน

– ช่อกระจุกแน่น ช่อดอกที่มีดอกย่อยอัดกันแน่นบนฐานรองดอกรูปจานที่แผ่กว้างออก ตรงกลางนูนเล็กน้อย เช่น ทานตะวัน ดาวเรือง บานไม่รู้โรย

– ช่อแบบหางกระรอก ช่อดอกที่มีลักษณะค้ายดอกเชิงลด ช่อดอกมีแกนกลางยาว ดอกย่อยไม่มีก้านดอกย่อย ต่างกันตรงที่ปลายช่อห้อยลง เช่น หางกระรอกแดง
– ช่อเชิงลดมีกาบ ช่อดอกแบบเชิงลดที่มีดอกแยกเพศติดอยู่บนแกนกลาง ไม่มีก้านดอกย่อย มีริ้วประดับแผ่นใหญ่เป็นกาบหุ้ม เช่น หน้าวัว บอน

 

 

2) ช่อดอกที่ดอกย่อยแตกออกจากแกนกลางหรือไม่แตกออกจากแกนกลางก็ได้ ลักษณะที่สำคัญคือ ดอกย่อยที่อยู่บนสุดจะแก่หรือบานก่อนดอกย่อยอื่น ๆ ที่อยู่ถัดออกมาด้านข้าง

– ช่อกระจุก  เป็นดอกช่อที่มี 3 ดอกย่อย ก้านดอกย่อยแตกออกทางด้านข้างของแกนกลางที่จุดเดียวกัน เช่น มะลิ ต้อยติ่ง

– ช่อกระจุกเชิงประกอบ เป็นช่อแบบช่อกระจุกที่มีก้านแยกออกจากแกนหลักเป็นครั้งที่ 2 แล้วจึงมีดอก เช่น เข็ม โคมญี่ปุ่น

– ช่อบิดเกลียว เป็นดอกที่มีก้านดอกข้างๆ แตกออกไปข้างเดียวตลอด ทำให้ก้านดอกโค้งงอ เช่น ดอกหญ้างวงช้าง

– ช่อกระจุกแยกแขนง ช่อดอกที่มีช่อย่อยแบบช่อแขนงแต่ละช่อประกอบกันแบบช่อกระจุก เช่น ดอกองุ่น

 

 

มาทำความรู้จักกับ พืชดอกช่อ

ไม้ประดับ

กล้วยไม้ รองเท้านารี

กล้วยไม้ รองเท้านารี

กล้วยไม้ รองเท้านารี

รองเท้านารี จัดเป็นกล้วยไม้ที่ได้รับความนิยมในการปลูกกันอย่างแพร่หลาย มีการลักลอบในการนำออกมาจากป่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณของกล้วยไม้รองเท้านารีจากแหล่งธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์ กล้วยไม้นารีจัดเป็นพืชอนุรักษ์พันธุ์พืชที่ใกล้สูญพันธุ์ ถูกควบคุมไม่ให้มีการส่งออกกล้วยไม้พันธุ์แท้ที่เก็บจากป่า ยกเว้นพืชอนุรักษ์ที่ได้จากการขยายพันธุ์เทียเท่านั้น หากมีการปลูกเลี้ยงหรือจัดจำหน่ายต้องจดทะเบียนพืชอนุรักษ์และจดทะเบียนสถานที่ปลูกเลี้ยงและขยายพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตรกร

 

 

กล้วยไม้รองเท้านารี นักพฤกษศาสตร์ได้จำแนกไว้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรก : เป็นประเภทที่ขึ้นอยู่ตามพื้นดินที่มีเศษซากใบไม้ผุทับถมกันอยู่ เช่น รองเท้านารีคางคบ

กลุ่มที่สอง : เป็นประเภทอิงอาศัยอยู่ตามร่มเงาบนต้นไม้ เช่น รองเท้านารีอินทนนท์

กลุ่มที่สาม : เจริญเติบโตอยู่ตามหน้าผาหินปูน ที่มีเศษซากพืชติดค้างทับถมกันแทรกอยู่ตามรอยแยกของผาหิน เช่น รองเทานารีสีเหลืองตรัง

ดังนั้น การเตรียมวัสดุปลูกกล้วยไม้รองเท้านารีแต่ละชนิดจึงแตกต่างกันไปตามกลุ่ม หรือชนิดที่จำแนกไว้ข้างต้น ทั้งนี้ วัสดุปลูกกล้วยไม้รองเท้านารี ต้องทำเป็น 2 ชั้น ตามความสูงของกระถาง หรือภาขนะปลูก หากใช้กระถางดินเผาที่มีรูรอบข้าง ข้อดีคือ สามารถรักษาความชื้นได้ดี แต่ข้อเสียที่มีน้ำหนักมากและราคาแพง กระถางพลาสติก ข้อดีคือ หาง่ายและน้ำหนักเบา ข้อเสีย ความสามารถในการระเหยน้ำได้น้อย และกระเช้าหรือกระถางไม้ เหมาะสำหรับกลุ่มที่อิงอาศัยอยู่ตามคาบไม้

 

 

กลุ่มอาศัยตามพื้นดิน : ใส่วัสดุเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างใส่วัสดุปลูก ปริมาณ 2 ใน 3 ส่วน ตามความสูงของกระถาง วัสดุปลูกประกอบด้วย โฟมหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ กระถางหินเผาแตก และอิฐหัก ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนบนของกระถาง ใช้ปริมาณ 1 ใน 3 ของกระถาง หรือภาชนะปลูก มีกาบมะพร้าวสับ ใบก้ามปูหมัก และพีทมอสส์ ในอัตราส่วน 2 : 2 : 1 และจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนจะใส่ลงในภาชนะปลูก

กลุ่มอิงอาศัยตามคาคบไม้ : ให้ทำแบบเดียวกับกลุ่มแรก โดยวัสดุส่วนล่างนั้นเหมือนกัน ส่วนวัสดุด้านบน มีกาบมะพร้าวสับ และเปลือกถั่ว ในอัตราส่วนที่เท่ากัน และผสมก่อนลงปลูก

กลุ่มอาศัยอยู่ตามซอกหินผาปูน : วัสดุปลูกด้านล่างใช้ส่วนผสมของหินภูเขาไฟ ถ่านไม้ และกระถางแตก อันตราส่วนเท่ากัน ส่วนบนใช้กาบมะพร้าวสับ ใบก้ามปูหมัก และเปลือกถั่ว อัตราส่วนเท่ากัน กล้วยไม้รองเท้านารีทุกกลุ่ม ต้องการแสงแดดไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส การให้ปุ๋ย แนะนำให้ใช้ปุ๋ย ละลายน้ำอย่างเจือจาง เดือนละ 1-2 ครั้งก็พอ ระวังอย่าให้ปุ๋ยไปสัมผัสกับดอก หรือใบของต้นกล้วยไม้ การให้น้ำควรเป็นตอนเช้าจะดีที่สุด แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนเวลา แต่อย่าให้เกิน หกโมงเย็น

 

 

 

กล้วยไม้ รองเท้านารี

 ไม้ประดับ

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

ต้นเข็ม คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี มีความเชื่อของการปลูกต้นเข็มว่า ทำให้ลูกหลานมีปัญญา ฉลาด หลักแหลม เหมือนดังเข็มทำให้มีการปลูกเข็มตามรั้วบ้าน ปลูกได้ทุกทีแล้วแต่ความต้องการ ดูแลง่าย ต้นเข็มแคระจะออกดอกจำนวนมาก แถมยังออกดอกได้ตลอดปี แต่เป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตค่อนข้างช้า โดยขนาดทั่วไปจะอยู่ที่ ประมาณ 1 ฟุต

โดยราคาปัจจุบันจะอยู่ที่ กระถางละ 35-50 บาท แล้วแต่พื้นที่ สี และความสวยงาม

โดยลักษณะทั่วไปของต้นเข็มแคระ เป็นไม้พุ่มที่มีขนาดเล็ก เป็นทรงพุ่มที่แน่นและทึบ แตกกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก ต้นเข็มแคระจะมีการออกดอกตลอดทั้งปี คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกประดับตกแต่ง ประดับสวน เลี้ยงในกระถางได้ ดูแลง่าย ต้นเข็มแคระเป็นไม้ที่ต้องการแสงแดด ปลูกกล้างแจ้งจะเจริญเติบโตได้ดี

 

 

สำหรับความหมายทั่วไปที่คนไทยนิยมนำมาปลูก ต้นเข็มเพื่อความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อของคนไทย ดอกเข็มมีลักษณะเรียวแหลม ความหมายนั่นก็คือ สติ ปัญญาที่เฉียบแหลม ดอกเข็มจึงเป็นดอกไม้ประจำวันไหว้ครู ใช้บูชาพระ และจัดแจกัน ตามงานพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ

การปลูกต้นเข็ม สามารถปลูกต้นเข็มได้ง่าย สามารถปลูกได้ในกระถางต้นไม้ก็ได้ หรือปลูกลงดินก็ได้ โดยมีวิธ๊ปลูกต้นเข็มดังนี้

– การปลูกในกระถาง ปลูกด้วยดินร่วน ผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และแกลบ โดยใช้อัตราส่วนเท่ากัน ให้เติมดินหรือเปลี่ยนดินทุกปี หรือหากต้นมีขนาดใหญ่ขึ้น ให้เปลี่ยนกระถางที่ใหญ่ขึ้น

-การปลุกต้นเข็มลงดิน ขุดให้ลึกพอประมาณ ประมาณ 30 เซนติเมตร โดยใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ในอัตราส่วนที่เท่ากัน เมื่อต้นเข็มโตขึ้น จะมีลักณะเป็นพุ่มจับกลุ่มกัน ให้ตัดแต่งทรงให้ต้นเข็มสวยงาม และควรปลูกต้นเข็มในทางทิศตะวันออก เนื่องจากต้นเข็มจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดด

-การขยายพันธุ์ วิธีการขยายพันธุ์นั้นสามารถทำได้ทั้งปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง และการเพาะเมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะนิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ และตอนกิ่งมากที่สุด เนื่องจากได้ผลดีและประสบผลสำเร็จมากกว่าวิธีอื่น ๆ

 

 

ข้อดีของต้นเข็มแคระ : มีความอดทนต่อสภาพแวดล้อม ต้องการน้ำในระดับที่ปานกลาง คือ รดน้ำสัปดาห์ละ 3-5 ครั้งก็น่าจะเพียงพอ มีข้อปล้องถี่ ไม่มีความจำเป็นต้องตัดแต่งมากนักเนื่องจากเติบโตช้า ออกดอกตลอดปี สีสันสวยงาม และราคาถูกอีกด้วย

ข้อแนะนำ : ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งได้ดี มีการออกดอกเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาที่ดอกร่วงโรย ควรมีการตัดแต่งดอกที่โรยบ้าง จะทำให้สวยงามและต้นเข็มสมบูรณ์ตลอด

 

 

 

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

 ไม้ประดับ

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

ต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋วสายพันธุ์ดาวล้อมเดือน เป็นอีกหนึ่งต้นพืชพรรณไม้ที่มีผู้คนนิยมนำมาปลูกกันเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นต้นแคสตัสที่มีวิธีการเลี้ยงที่ง่าย และมีอายุยืนนานไม่ตายเร็ว ซึ่งหากใครที่กำลังกังวลในเรื่องของเวลาการเลี้ยงดูหรือลืมที่จะรดน้ำ ทางต้นกระบองเพชรดาวล้อมเดือนนี้ จะมีความพิเศษตรงที่ต่อให้ไม่ค่อยมีเวลาในการเลี้ยงดูมากสักเท่าไหร่ มันก็จะออกดอกน่ารักๆมาให้เรารับชมกันอย่างสม่ำเสมอ

 

 

โดยต้นพืชดาวล้อมเดือนมีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากประเทศอเมริกาใต้ ที่มักจะออกดอกในช่วงหน้าร้อน เป็นไม้ล้มลุกหลายปี ที่อวบน้ำ จะมีหนามขนาดเล็กสีเหลือง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นดาวอยู่ล้อมรอบ ตัวดอกจะเป็นแบบดอกเดี่ยว สีขาว มีก้านทิ่มออกมาตามลำตัวของต้น

 

 

นิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย ที่สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี อาจจะมีการรดน้ำในสัปดาห์ละ 1ครั้งก็ได้ ที่สำคัญต้องมีการเปลี่ยนปุ๋ยแคสตัสร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อจะให้การเจริญเติบโตของต้นกระบองเพชรดาวล้อมเดือนขนาดจิ๋ว สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะตายหรือไม่

ส่วนในเรื่องของการขยายพันธุ์ของต้นพืชชนิดนี้ มักจะเป็นการเพาะเมล็ดที่เป็นการปักชำหน่อของต้นพืช เพื่อที่จะทำให้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว จึงทำให้ต้นพืชชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่หน้าจับตามองเช่นกัน

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

          หากใครที่กำลังมองหาเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋ว ที่มีวิธีการดูแลที่ง่าย และสามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี หากไม่มีเวลาที่จะต้องคอยเลี้ยงดู ก็คงต้องยกให้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ของต้นพืชชนิดนี้ นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรกุหลาบดำ” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งต้นพืชไม้ล้มลุก ที่มีผู้คนนิยมนำมาปลูกและรู้จักกันเป็นอย่างดี

โดยวิธีการดูแลก็ง่าย และที่สำคัญมีการเล่นสีของกลีบใบชมพู เขียวที่ดูแล้วสวยงาม ต่างจากต้นกระบองเพชรสายพันธุ์อื่นๆ โดยทั่วไปแล้วของต้นพืชชนิดนี้ มักจะเป็นต้นพืชที่อวบน้ำ พบเจอได้แถวบริเวณที่ก้อนหิน ในแถบแอฟริกา ก่อนที่จะนำมาโด่งดังที่ประเทศไทย

เพราะลำต้นแคสตัสจะมีการอวบอิ่มน้ำ มีใบขนาดเล็กที่ให้ความรู้สึกเหมือนการสลับสีการเล่นสีของตัวใบ คือตัวโคนจะเป็นสีเขียวและปลายใบจะเป็นสีชมพู มองแล้วรู้สึกสบายตาอย่างมาก ส่วนในเรื่องของการเพาะปลูกส่วนใหญ่มักจะปลูกกับดินร่วนที่มีการระบายน้ำอากาศได้ดี อีกทั้งไม่ควรที่จะรดน้ำบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ต้นพืชเน่าและตายในที่สุด

 

 

Haworthia Rufescens หรือ กุหลาบดำ

วิธีดูแลต้นไม้