ดีหมีแท้

ดีหมีแท้

ดีหมีแท้

ปัจจุบันความนิยมของพืชสมุนไพรอย่างต้นดีหมีนั้น ถือได้ว่าแพร่หลายและกระจายเป็นวงกว้างอย่างมาก ในประเทศไทย ทั้งนี้ด้วยชื่อเสียงและสรรพคุณที่กล่าวอ้างว่าง ต้นดีหมีสามารถใช้เพื่อรักษาอาการโรค covid 19 ได้  ทำให้ หลายต่อหลายคนเริ่มสนใจ และมองหาเพื่อซื้อพืชชนิดนี้มาปลูกไว้ที่บ้านของตัวเอง

อย่างไรก็ตามด้วยกระแสความนิยมของต้นดีหมีที่มีสูงมากในปัจจุบันนั้น ทำให้ทุกวันนี้เริ่มมีมิจฉาชีพมากมาย ที่นำพืชชนิดอื่นมาหลอกลวงขายให้กับผู้คนที่สนใจ  โดยหากใครที่ไม่สามารถแยกชนิดของต้นดีหมีแท้ และพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆได้ ก็มักตกเป็นเหยื่อ และสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ไปไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากนำต้นดีหมีมาปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ แต่ยังไม่ มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพืชชนิดนี้มาก่อน ในวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับต้นดีหมีแท้ ว่ามีลักษณะอย่างไร นอกจากนี้สรรพคุณทางด้านสมุนไพรของต้นดีหมีนั้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เพื่อให้ผู้อ่านได้นำไปใช้เป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลสำหรับการศึกษาค้นคว้าเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก่อนซื้ออีกหนึ่งทางนั่นเอง

 

 

 

 

ต้นดีหมีคือ?

ต้นดีหมี ถือเป็นพืชอีกหนึ่งชนิด ที่ปัจจุบันนิยมปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ตามบ้านเรือนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย  โดยต้นดีหมีนั้นมีชื่อเรียกอื่นๆที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น กาไล, แสลงใจ, แสงโทน, มะดีหมี, เซยกะชู้, จ๊ามะไฟ, ต้นกาไล, ต้นกำไล, กาดาวกระจาย, ดินหมี และคัดไล ทั้งนี้ต้นดีหมีในธรรมชาตินั้น มักเจริญเติบในพื้นที่ ผ่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และบริเวณใกล้แหล่งน้ำ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และถาคใต้ขอ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์และวงศ์ของต้นดีหมี

ดีหมีมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Acalypha spiciflora Burm.f. และอยู่ในวงศ์ EUPHORBIACEAE ซึ่งจัดเป็นวงศ์เดียวกับกลุ่มต้นยางพารา

ลักษณะทางกายภาพของต้นดีหมีแท้

สำหรับต้นดีหมีแท้นั้นจะมีลักษณะเบื้องต้นที่สามารถมองเห็นได้ ดังต่อไปนี้

– ลำต้น เป็นสีเทา มีผิวเปลือกเกลี้ยง สูงเฉลี่ยประมาน 10 – 20 เมตร

– ใบ เป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ดกหนาขึ้นรวมกันเป็นพุ่ม  รูปทรงเป็นวงรี ส่วนปลายแหลมเล็ก บริเวณส่วนขอบใบมีลักษณะคล้ายกับซี่ฟันบนใบเลื่อย

– ดอก มักจะขึ้นอยู่บริเวณส่วนของปลายกิ่ง ตามบริเวณซอกระหว่างใบ สามารถแยกดอกเพศผู้และเพศเมียได้ โดยดอกเพศผู้เมื่อบานแล้วจะมีสีเหลือง และกลีบดอกประมาณ 3 ปี ลักษณะ อยู่รวมกันเป็นช่อยาว ส่วนดอกตัวเมียนั้นจะมีลักษณะขึ้นอยู่เป็นดอกเดียว และไม่มีกลีบดอก โดยจะมีแต่ส่วนของกลีบรองดอกประมาณ 5 ขีดเท่านั้น

– ผล มักออกเป็นลูกคู่กัน จะมีลักษณะเป็นทรงกลมสีขาว โดยผลที่แก่เต็มที่แล้วจะแตกและร่วงจากต้นลงมาเอง

 

 

ต้นดีหมีสามารถเพาะหรือขยายพันธุ์ได้อย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว ต้นดีหมีนั้นสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด รวมไปถึงใช้วิธีการขุดต้นกล้า นอกจากนี้ยังสามารถเพาะพันธุ์ ด้วยการใช้วิธีปักชำกิ่งได้อีกด้วย

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรของต้นดีหมี

  • ใช้เป็นยา รักษาอาการมะเร็ง ต่างๆ
  • ใช้เป็นยาลดไข้ แก้ตัวร้อน และดับพิษไข้มาเลเลีย
  • ใช้ผสมน้ำดื่มเพื่อลดอาการร้อนใน และแก้กระหายน้ำ
  • ใช้เป็นยาสำหรับการขับเหงื่อภายในร่างกาย
  • อาการปวดและวิงเวียนศีรษะ
  • ใช้เป็นยารักษาอาการปวดท้อง
  • รับประทานเพื่อเป็นยาระบายชนิดอ่อน
  • เสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ และไตรวมถึงอวัยวะอื่นๆภายในร่างกาย

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าต้นดีหมีแท้นั้นจะสามารถใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพรได้อย่างหลากหลาย แต่ว่าพืชชนิดนี้ ก็ยังมีข้อจำกัดในการนำมารับประทาน เนื่องจากต้นดีหมีนั้น มีฤทธิ์ร้อน จึงไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาวะการแท้งลูกได้นั่นเอง

 

 

ดีหมีแท้

 พันธุ์ไม้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

“ต้นกระท่อม” หรือ พืชกระท่อมที่ได้มีการได้รับการปลดออกจากสถานะยาเสพติดให้มาเป็นพืชที่ประชาชนสามารถนำมาปลูกเพื่อบริโภคและขายได้ หลายคนคงพอทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมาบ้างแล้ว วันนี้เรารวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับต้นกระท่อมมาฝากทุกคนกัน

 

 

  • กระท่อมเป็นพืชวงศ์กาแฟ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. เป็นไม้ยืนต้นขนาดปานกลาง ลักษณะใบมีความคล้ายใบกระดังงา ถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนชื้น เติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นสูง
  • มีสรรพคุณทางยา ในสมัยก่อนมีการปลูกต้นกระท่อมและใช้ใบกระท่อมในการรักษาอาการติดเชื้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อในลำไส้ แก้ท้องเสีย ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดอาการไอ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ
  • มีอันตรายหากกินไม่ถูกวิธี หากกินกระท่อมในปริมาณที่มากจนเกินไปจะมีฤกธิ์ในการกล่อมประสาทและไม่ควรใช้ในระยะเวลานาน เพราะจะทำให้มีอาการนอนไม่หลับ คลื่นไส้ แต่หากใช้ในปริมาณที่ต่ำ ก็จะสามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้
  • มีสาร “ไมทราไจนีน” ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฉพาะในพืชกระท่อม สารนี้มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและยังมีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วย เพราช่วยลดอาการปวดและลดอาการอักเสบ และมีการสกัดใบกระท่อมและพบสารอื่น ๆ ที่มีสรรพคุณในการระงับอาการปวด สามารถใช้แทนมอร์ฟีน แต่มีความแรงต่ำกว่า และไม่กดระบบทางเดินหายใจ ไม่ทำให้มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน
  • พืชกระท่อมในต่างประเทศ ต้องบอกว่าองค์การสหประชาชาติไม่ได้มีการประกาศควบคุมพืชกระท่อมในบัญชีรายชื่อยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่ได้มีการขอความร่วมมือให้ประเทศสมาชิกมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของสารออกฤทธิ์ จากสำนักงานควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งในรายชื่อนั้นมีพืชกระท่อมรวมอยู่ด้วย
  • มีการคสบคุมพืชกระท่อมครั้งแรกในรัชกาลที่ 8 มีการออกกฎหมายควบคุมการครอบครอง ปลูก เสพ ซื้อ ขายพืชกระท่อมเป็นครั้งแรก ในพ.ศ. 2486 ระบุว่า “ห้ามผู้ใดเสพ ปลูก ซื้อ ขาย ให้ หรือแลกเปี่ยนพืชกระท่อม เว่นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เพื่อประโยชน์ในการประกอบโรคศิลป์หรือวิทยาศาสตร์ ผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ” ในสมัยก่อนการออกกฎหมายกฏหมายให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดต้องห้าม เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและภาษีของรัฐ เนื่องจากฝิ่นมีการผูกขาดกับรัฐและมีราคาแพง ประชาชนจึงหันมาสูบกระท่อม จึงออกกฏหมายเพื่อไม่ให้คนสูบกระท่อม

 

 

 

 

 

 

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

 พันธุ์ไม้

ดีหมี สมุนไพรมากสรรพคุณ

ดีหมี สมุนไพรมากสรรพคุณ

ดีหมี สมุนไพรมากสรรพคุณ

สมุนไพรดีหมี ที่มีสรรพคุณทางด้านยา ซึ่งส่วนต่าง ๆ ของต้นสมุนไพรชนิดนี้นั้น สามารถช่วยลดอาการต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคร้อนใน แก้อาการปวดศีรษะ หรือแม้แต่อาการลมพิษ ผื่นคันต่าง ๆ เรียกได้ว่าแทบทุกส่วนของต้นดีหมีนั้น มีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

ซึ่งปัจจุบันมีคนให้ความสนใจในการหันมาปลูกพืชสมุนไพรที่หลากหลายมากขึ้น และต้นดีหมีก็เป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกไม่ยาก เพียงแค่มมีความชื้นพอประมาณและเป็นพื้นที่ที่สามารถรับแสงแดดได้ เผื่อใครกำลังมองหาร้านขายต้นดีหมีเพื่อจะนำมาปลูก ก็ลองมาดูข้อมูลของเจ้าต้นนี้กันเลย ว่าราคาและขนาดของมันเป็นอย่างไร เพราะต้นดีหมีนี้สามารถนำส่วนต่าง ๆ ไปเป็นยาได้มากมาย ตั้งแต่แก่น ราก ใบ เลยทีเดียว

 

 

หากใครที่กำลังสนใจในการปลูกต้นดีหมีต้องบอกว่าในปัจจุบันสามารถปลูกได้ไม่ยาก พบได้ทั่วไปในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นทางอเมริกาใต้ พม่า มาเลเซีย ทางตอนใต้ของประเทศจีน ส่วนในประเทศไทยมักจะพบเห็นได้ในพื้นที่ทางภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นส่วนมาก แต่ก็เริ่มมีร้านขายต้นดีหมีมากขึ้นและยังมีขายแบบออนไลน์อีกด้วย ราคาของต้นก็มักจะขึ้นอยู่กับขนาด จะเริ่มต้นราว ๆ 150 บาท เป็นพืชสมุนไพรที่ไม่กินพื้นที่มากนัก ความสูงของต้นจะอยู่ประมาณ 10 – 20 เมตร เรียกว่าหากบ้านพอมีพื้นที่ก็สามารถปลูกไว้เป็นสมุนไพรคู่ครัวเรือนและยังสามารถให้ร่มเงาได้ด้วย

 

 

ร้านขายต้นดีหมี แต่ละที่จะมีขนาดของต้นไม้ที่แตกต่างกันออกไป หากใครที่อยากเริ่มปลูกตั้งแต่ต้นสามารถหาเมล็ดของดีหมี มาปลูกได้เช่นเดียวกัน แต่หากใครที่ไม่อยากมานั่งเสียเวลารอเมล็ดโต ก็สามารถหาต้นกล้าของดีหมีมาปลูกได้ ซึ่งขนาดความสูงประมาณ 40 – 45 เซนติเมตร ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 350 บาท แต่หากเป็นต้นที่มีขนาดใหญ่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท

 

 

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของลำต้นและความเจริญเติบโตด้วย ซึ่งการดูแลรักษาหรือการปลูกก็ไม่ได้ยุ่งยากเลย และยังสามารถนำส่วนต่าง ๆ จากต้นดีหมีนี้มาเป็นยารักษาอาการต่างๆ ได้อีกด้วย เรียกว่านอกจากประโยชน์ของความร่มรื่นแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์จากสรรพคุณของต้นดีหมีได้อย่างเป็นอย่างดี เพียงแค่นำมาใช้อย่างถูกวิธี เช่นการนำมาต้มและดื่มเพื่อรักษา หรือนำมาอาบเพื่อแก้อาการ นอกจากนั้นยังสามารถนำใบของดีหมีไปลวกทานเป็นเมี่ยงได้อีกด้วย ดีหมี ถือเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย เรียกว่าปลูกต้นเดียว สามารถนำแต่ละส่วนไปทำประโยชน์ได้ หากใครต้องการปลูกไว้ไม่เสียหายจ้า

 

 

 

 

ดีหมี สมุนไพรมากสรรพคุณ

 พันธุ์ไม้

 ต้นยางนา กับความเชื่อและประโยชน์ต่างๆ

 ต้นยางนา กับความเชื่อและประโยชน์ต่างๆ

 ต้นยางนา กับความเชื่อและประโยชน์ต่างๆ

            ต้นยางนา ปลูกแล้วได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งเอาเนื้อไม้ไปทำเฟอร์นิเจอร์ และน้ำมันที่ได้จากต้นไปใช้กับเครื่องจักกลต่างๆได้แล้ว ต้นยางนา ที่หลายคนรู้จักกันดี ก็ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์อีกหลายด้าน สำหรับการใช้รักษาอาการและโรคต่างๆ นั่นเอง

 

 

เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า ต้นยางนาความเชื่อเกี่ยวกับการรักษาโรค และสรรพคุณจะมีอะไรบ้าง

มากันที่ประโยชน์อย่างแรกก็คือ ใช้น้ำมันยาง ผสมกับชันไม้อื่นๆ แล้วนำไปยารอยรั่วได้ ช่วยทำให้จุดไฟ แล้วสว่าง หรือว่านำไปทำเชื้อเพลิงก็ได้เหมือนกัน ทำให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนได้แทนน้ำมัน รวมถึงยังเป็นส่วนผสมในสีทาบ้าน และหมึกพิมพ์อีกด้วย โดยนอกจากนี้น้ำมันยาง จะถูกส่งจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ซึ่งชาวบ้านก็ยังทำอาชีพนี้อยู่ แต่ส่วนมากมันก็ไม่พอ จนต้องรับจากต่างประเทศเข้ามาบ้าง ส่วนเนื้อไม้ของ ต้นยางนา สามารถนำไปสร้างบ้านได้ดี  ถ้านำไปอาบน้ำยาที่มีคุณภาพก็จะทำให้ ไม้นั้น มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น อยู่ทนอยู่นาน เกือบ10ปีเลยทีเดียว ซึ่งเนื้อไม้ของต้นยาง พอตัดออกมาแล้วจะได้เยอะ เนื่องจากลำต้นสูง ตกแต่งได้ง่าย นิยมนำไปทำ เป็นเสาบ้าน,ระเบียง,พื้นไม้ เพราะทำออกมาแล้วจะมีความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการนำไปทำเรือ ต่างๆด้วยเช่นกัน สำหรับลำต้น สามารถนำไปใช้ทำฟืน เพื่อใช้ในการก่อไฟ ได้อีกด้วย

 

 

โดยไม้ยางนา มักจะขึ้นในที่  ที่มีความชื้น โดยมีเชื้อเห็ดราไมคอร์ไรซาส์  ซึ่งเชื้อราดังกล่าว จะทำการ   สร้างดอกเห็ด ตอนช่วงหน้าฝนแรกในทุกๆปี ดอกเห็ดก็จะออกขึ้นมาให้เราได้เก็บไปรับประทานกันหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น เห็ดยาง,เห็ดน้ำหมาก รวมถึงเห็ดเผาะ ด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถปลูกต้นยางนาไว้เป็นไม้ประดับบริเวณสองฝั่งถนนก็ได้เช่นกัน ให้ความสวยงาม และให้ความร่มรื่น ทำให้อากาศมีความสดชื่น แถมยังช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดินเช่นกัน

 

 

มากันพูดถึง ต้นยางนาความเชื่อและสรรพคุณในการรักษาโรคกันบ้างดีกว่า

เราสามารถนำน้ำที่ต้มจากเปลือกของต้นยางนา มาใช้เป็นยาบำรุงร่างกายได้ง่ายๆ โดยจะช่วยเรื่องการบำรุงโลหิต,ฟอกเลือด และแก้ตับอักเสบ หรือว่าจะใช้ทา ตอนที่ยังร้อนๆ กลายเป็นยาแก้ปวดเมื่อยบริเวณตรงข้อต่อต่างๆของร่างกายก็ได้เช่นกัน น้ำมันยาง ใช้ผสมกับเมล็ดกุยช่าย ที่ผ่านการคั่วให้เกรียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำไปบดให้ ละเอียดมากๆ แล้วนำมาใช้เป็นยาอุดฟัน สามารถแก้ฟันผุได้ สำหรับเมล็ดกับใบของต้นยางนา นำไปต้มและใส่เกลือ เอาไว้อมแก้ปวดฟัน หรือฟันโยก ได้

 

 

 

 ต้นยางนา กับความเชื่อและประโยชน์ต่างๆ

 พันธุ์ไม้

เคล็ดลับ วิธีปลูกต้นกระท่อมก้านแดง

เคล็ดลับ วิธีปลูกต้นกระท่อมก้านแดง

เคล็ดลับ วิธีปลูกต้นกระท่อมก้านแดง

ต้นกระท่อม ที่ถือเป็นพืชยืนต้น อายุยาวนาน บางต้นอาจมีอายุไปได้จนถึงร้อยปีเลยก็ว่าได้ นิยมนำมาเคี้ยวหรือนำมาต้มใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ลดอาการได้หลากหลาย มักพบในเขตพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น ซึ่งต้นกระท่อมนั้นมีหลายสายพันธุ์ การนำมาใช้ก็แตกต่างกันออกไป จริง ๆ แล้วการปลูกต้นกระท่อมสามารถใช้เมล็กและใช้วิธีการปักชำ วันนี้มาดูรายละเอียดของวิธีปลูกต้นกระท่อมด้วยเมล็ดกันดีกว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ต้นกระท่อมที่สามารถพบได้ในประเทศไทยจะมีอยู่ประมาณ 3 สายพันธุ์ มีลักษณะของใบที่แตกต่างกันแยกออกมาได้ดังต่อไปนี้ คือ

  1. ต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง ลักษระก้านและเส้นใบเป็นสีแดง รสชาติของพันธุ์นี้จะมีความขมมากกว่าต้นกระท่อมก้านเขียว และมีฤทธิ์ที่ยาวนานกว่า
  2. ต้นกระท่อมพันธุ์ก้านเขียว หรือพันธุ์แตงกวา มีเส้นเป็นสีเขียวอ่อน เป็นที่นิยมมากว่าก้านแดง เป็นเพราะพันธุ์ที่มีรสชาติขมไม่เท่ากับพันธุ์ก้านแดง
  3. ต้นกระท่อมพันธุ์หางกั้ง หรือพันธุ์ยักษ์ใหญ่ กระท่อมชนิดนี้จะมีใบที่ใหญ่กว่าพันธุ์อื่นๆ ขอบด้านบนของใบจะเป็นหยัก

 

รู้จักพันธุ์ของต้นกระท่อมกันแล้วมาดู วิธีปลูกต้นกระท่อม กันเลยว่าเป็นอย่างไร

วิธีการปลูกต้นกระท่อมด้วยเมล็ด ซึ่งวิธีการที่สะดวกมากที่สุดคือการปลูกแบบระบบปิด โดยใช้วัสดุครอบภาชนะ เพื่อเป็นการควบคุมความชื้นและลดการระเหยออกของน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ต้นกระท่อมมีความเติบโตได้ประมาณ 5 – 7 วัน และไม่ต้องลดน้ำในช่วงเวลานี้  มาดูรายละเอียดการปลูกต้นกระท่อมแบบใช้เมล็ดกันเลย

  • นำดินปลูกลงกระบะหรือกะละมังประมาณครึ่งกระถาง
  • รดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้น
  • โรยเมล็ดกระท่อมลงไปแต่ไม่ควรชิดกัน โรยแบบกระจายตัว
  • โรยทับด้วยดินปลูกด้านบนบาง ๆ และรดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง
  • หุ้มกระบะด้วยพลาสติกใสเพื่อไม่ให้อากาศเข้า
  • วางในที่ร่มและปิดทิ้งเอาไว้ 5 – 7 วัน
  • เมื่อครบวันที่กำหนดแล้วนำน้ำมารดในช่วงเวลาเช้าและเย็น
  • เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกได้ระดับหนึ่ง ย้ายไปปลูกในกระถาง

 

 

วิธีปลูกต้นกระท่อม นั้น มีระยะพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกได้ 100 ต้น ดินที่นำมาปลูกต้นกระท่อมใช้เป็นดินร่วน เลือกพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้อย่างทั่วถึงและอยู่กลางแจ้ง ซึ่งช่วยในเรื่องการลดเชื้อราได้ ส่วนการเก็บเกี่ยวใบกระท่อมนั้น สามารถเก็บได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป เก็บแต่เฉพาะใบแก่ แต่หากต้องการให้โตอย่างเต็มที่ควรมีอายุ 5 ปี จะสามารถเก็บเกี่ยวไก้ต้นละ 1 กิโลกรัม เก็บได้ทุก ๆ 15 วัน

 

เคล็ดลับ วิธีปลูกต้นกระท่อมก้านแดง

ไม้ประดับ

วิธีต้มฟ้าทะลายโจร

วิธีต้มฟ้าทะลายโจร

วิธีต้มฟ้าทะลายโจร

ย้อนหลังไปสองปีที่แล้ว ฟ้าทะลายโจร คือสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักในผู้คนเฉพาะกลุ่ม แต่หลังจากที่เชื้อไวรัส
โคโรน่าเข้าสู่เมืองไทยได้ไม่นาน ฟ้าทะลายโจรก็เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายตีคู่มากับโควิด 19 ด้วยความจริงที่ว่ายารักษาแผนปัจจุบันมีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับวัคซีนที่ยังไม่คลอดออกมาให้ได้ใช้ คนไทยจึงเริ่มมองหาตัวช่วยเพื่อบรรเทา และช่วยป้องกันความรุนแรงของอาการ ฟ้าทะลายโจรก็เป็นพระเอกขี่ม้าขาวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ผลกระทบอันเลวร้ายของโควิด 19 ในปี 2564 ที่ผ่านมา ทำเอาระบบสาธารณสุขในประเทศถึงขั้นวิกฤต การที่จะได้ยารักษาทันท่วงทีก็ต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล แต่ด้วยจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนมาก ทำให้ไม่มีเตียงเพียงพอสำหรับการรักษา หลายคนต้องเสียชีวิตในบ้านพัก หรือตามท้องถนนก็มีให้เห็น จึงทำให้ประชาชนต้องหันมาหาวิธีที่จะพึ่งพาตนเองและครอบครัวเพื่อให้อยู่รอด

 

 

แม้ในสถานการณ์ปัจจุบันเริ่มดีขึ้นมาแล้ว แต่การเตรียมความพร้อมของประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนได้รับบทเรียนกันมา ฟ้าทะลายโจรหรือฟ้าทะลายจึงเป็นสมุนไพรที่ทุกคนจัดหามาไว้ประจำบ้าน ไม่ว่าจะเป็นชนิดเม็ดแคปซูลพร้อมรับประทานหรือจะเป็นต้นเพื่อนำมาปลูกติดบ้านไว้ เดิมทีฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการไข้ ตัวร้อน และฆ่าเชื้อโรคจากอาการเจ็บคอไม่ให้เชื้อลงปอดได้ ดังนั้นถ้ามีอาการเริ่มต้นเหล่านี้และไม่แน่ใจว่าเกิดจากเชื้อไวรัสโควิด 19 รึเปล่า สามารถกินฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาและป้องกันเชื้อลงปอดได้ และฟ้าทะลายก็ได้รักษาชีวิตผู้ติดเชื้อโควิด 19 ระยะเริ่มต้นหายป่วยกันมานับไม่ถ้วนแล้ว

 

 

การกินฟ้าทะลายจากต้นมีหลายวิธี ที่ได้รับความนิยมมากวิธีหนึ่งก็คือการต้ม จะเป็นต้มจากใบสดหรือใบแห้งแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน แต่วีธีต้มฟ้าทะลายทั้ง 2 แบบนั้นไม่ต่างกัน คือนำต้นฟ้าทะลายสดที่มีอายุ 3-5 เดือน โดยใช้ทั้งใบ ดอก กิ่ง ก้าน รวมกันประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำสะอาด 3-4 แก้ว ทิ้งให้เดือดประมาณ 10-15 นาที รอให้อุ่นแบ่งดื่มก่อนมื้ออาหาร 3-4 ครั้งต่อวัน ส่วนอย่างแห้งนั้นให้นำทุกส่วนมาหั่นรวมใบแล้วนำไปตากกับแสงแดดที่ผ่านผ้าใบแสลนจนแห้งสนิท ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน หลังจากนั้นนำไปต้มโดยสัดส่วนเหมือนกันกับวิธีต้มฟ้าทะลายแบบสด ดื่มต่อเนื่องได้แค่ 3-5 วัน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์จะดีที่สุด

 

 

วิธีต้มฟ้าทะลายโจร

วิธีดูแลต้นไม้

Gymnocalycium Baldianum หรือ บาเนียนัม

Gymnocalycium Baldianum หรือ บาเนียนัม

Gymnocalycium Baldianum หรือ บาเนียนัม

      อีกหนึ่งสายพันธุ์ของแคสตัสหรือเจ้าต้นกระบองเพชรจิ๋วที่มีผู้คนนิยมนำมาเลี้ยงปลูกดูแล และชื่นชมดอกของมัน ที่เมื่อมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ ก็มักจะมีการออกดอกมาให้ทุกคนได้หลงใหลและเพลิดเพลินไปกับความงามของมันทุกครั้ง และนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรบาเนียนัม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแม็กซิโกส่วนใหญ่ มีรูปร่างลักษณะที่เป็นทรงกลมออกแบน มีขนาดจิ๋วน่ารัก ลำต้นจะมีสีที่มีความเข้มอย่างมากเป็นโทนสีน้ำตาลเข้มจนไปออกดำ

โดยมักจะมีหนามปกคลุมอยู่รอบๆบริเวณลำต้น แต่หากมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์ก็จะออกดอกที่มีสีสันสวยงามเป็นสีแดงบานเย็นให้เราได้รับชม เพราะการที่มีดอกออกมาสีสันสวยงามนั้น จึงทำให้สายพันธุ์นี้กลายเป็นอีกหนึ่งต้นพืช ที่มีผู้คนสนใจอยากละลองมาปลูกกันเป็นจำนวนมากนั่นมากเอง

อีกทั้งในเรื่องของการดูแลและการรดน้ำต้นพืชชนิดนี้ ก็จะมีวิธีการดูแลคล้ายคลึงกับต้นพืชสายพันธุ์อื่นๆ ถึงแม้จะเกิดในเขตที่มีความร้อนชื้น แต่ต้นพืชชนิดนี้ก็ใช่ว่าจะชอบแสงแดดจัดจ้านจนเกินไป และหากใครที่กำลังกังวลว่าไม่มีเวลาในการเลี้ยงดู ไม่ต้องห่วงเลย เพราะต้นพืชชนิดนี้สามารถทนต่อความแล้งได้เป็นอย่างดี อาจจะกลับมารดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงจะเพียงพอ

 

วิธีดูแลต้นไม้

อุปกรณ์ทางการเกษตร มีกี่ประเภท แบ่งได้จากอะไร 1000maidee บทความ

อุปกรณ์ทางการเกษตร มีกี่ประเภท แบ่งได้จากอะไร

อุปกรณ์ทางการเกษตร มีกี่ประเภท แบ่งได้จากอะไร

        อุปกรณ์ทางการเกษตร ( Agricultural equipment ) มีหลากชนิด เช่น พร้า จอบ เสียม กรรไกร บัวรดน้ำ บุ๋งกี๋ ส้อม คราด ช้อนปลูก รวมไปถึง รถแทรกเตอร์ หรือกังหันน้ำ กังหันลม ฯลฯ ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นเล็กถึงอุปกรณ์ชิ้นใหญ่เลยทีเดียว เพียงแค่อุปกรณ์นั้น ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยทุ่นแรง ก็เรียกได้ว่า อุปกรณ์ทางการเกษตรแล้วล่ะ แต่จะสามารถแบ่งประเภทยังไง เราไปดูกันเลยค่ะ

 เครื่องมือหรือ อุปกรณ์ทางการเกษตร ที่แบ่งจากแรงงาน

  • แรงงานคน: อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการเกษตร ที่เราจะต้องใช้มือ ใช้แรงในการปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น จอบ เสียม พลั่ว เป็นต้น
  • แรงงานสัตว์: เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการเกษตร ที่เราจะต้องอาศัย แรงงานสัตว์ในการปฏิบัติงาน ในสมัยก่อนจะเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น การใช้ไวไถนา เป็นต้น
  • แรงงานจากเครื่องยนต์: เป็นเครื่องมือที่ใช้ทุนแรงและสะดวกสบายที่สุด เพราะอาศัยการทำงานของเครื่องยนต์ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องตัดหญ้า รถแทรกเตอร์ รถไถ เป็นต้น
  • แรงงานจากธรรมชาติ: เป็นเครื่องมือที่อาศัยพลังงานจากธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น พลังงานจากลม จากน้ำ เป็นต้น
  • แรงงานไฟฟ้า: เป็นเครื่องมือที่อาศัยพลังงานจากไฟฟ้า ยกตัวอย่างเช่น เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องปั้มน้ำ มอเตอร์ เครื่องสีข้าว เครื่องนวด เป็นต้น

แบ่งตามประเภทการใช้งาน

เครื่องมือเกษตรที่ใช้งานกับพืช และเครื่องมือเกษตรที่ใช้งานกับดิน

  • เครื่องมือเกษตรที่ใช้งานกับพืช เป็นอุปกรณ์ทุกอย่าง ที่ช่วยในการปลูก ขยายพันธุ์พืช และการบำรุง ยกตัวอย่างเช่น มีด (มีดเล็ก กรรไกรตัดกิ่ง มีดพร้า) , บัวรดน้ำ , กรรไกรตัดหญ้า , เลื่อยสำหรับเลื่อยกิ่งไม้ , ถังน้ำ เป็นต้น เพื่อความปลอดควรจะระมัดระวัง ในขณะใช้งาน และจะต้องหมั่นเช็ดล้าง ทำความสะอาดหลังการใช้งานทุกครั้ง
  • เครื่องมือเกษตรที่ใช้งานกับดิน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการใช้งานที่เกี่ยวกับดิน ยกตัวอย่างเช่น ช้อนปลูก พลั่ว คราด เสียม จอบ เป็นต้น ก่อนการใช้งานเราจะต้องตรวจเช็คอุปกรณ์เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน และยังต้องใช้งานให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อให้อุปกรณ์เกิดความเสียหาย เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ต้องเช็ด ล้าง ทำความสะอาด ทาน้ำมัน เพื่อป้องกันสนิมอีกด้วย

เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการเกษตรสามารถแบ่งประเภทได้จากหลายปัจจัย เช่น แรงงานหรือการใช้พลังงาน ในการทำเกษตรต่าง ๆ  และแบ่งได้จากประเภทของการใช้งานได้แก่ การใช้งานกับพืช และ การใช้งานกับดิน ทั้งนี้อุปกรณ์ควรจะใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวอุปกรณ์เองหรือต่อผู้ใช้งาน และทุกครั้งหลังการใช้ควรเช็ดล้าง ทำความสะอาด ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเก็บเข้าห้องเก็บของหรือที่เก็บวัสดุอุปกรณ์ เพื่อสะดวกแก่การใช้งานในครั้งถัดไปนั่นเองค่ะ

สาระพันธุ์ไม้ 

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม 1000maidee บทความ

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

       ถ้าพูดถึงต้นพญาสัตบรรณอาจจะไม่คุ้นหูกันนัก ส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อต้นตีนเป็ดซะมากกว่า ถ้าพูดถึงต้นตีนเป็ดแล้วนั้น หลาย ๆ คนต้องนึกถึงกลิ่น บ้างก็ว่ามีกลิ่นหอม บ้างก็ว่ามีกลิ่นเหม็น และกลิ่นของมันยังเป็นกลิ่นที่บ่งบอกว่าฤดูหนาวมาถึงแล้ว ต้นพญาสัตบรรณหรือต้นตีนเป็ดนั้นยังมีประโยชน์ที่เราอาจนึกไม่ถึง จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

ต้นพญาสัตบรรณหรือต้นตีนเป็ดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วประเทศไทย พบอยู่ในป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ  เป็นไม้ที่จัดอยู่ในตระกูลโมก เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดสูงใหญ่ สามารถโตได้ถึง 15-35 เมตร เนื้อไม้อ่อนและเหนียวสีเหลืองอ่อน สีเปลือกจะออกเทาอมน้ำตาลเทา ลักษณะต้นเป็นพุ่มสูงบนพุ่มทรงแหลม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบรี  มีติ่งที่ปลายใบ มีผลเป็นฝักยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร  มักจะออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีขาวนวลปนเขียว จะออกดอกช่วงใกล้หน้าหนาวประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม มีกลิ่นฉุนและจะมีกลิ่นแรงพิเศษในช่วงกลางคืน บางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย

ประโยชน์ของต้นพญาสัตบรรณ ต้นพญาสัตบรรณนอกจากช่วยเป็นร่มเงาให้ร่มเย็นแล้วนั้น ยังถือเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งด้วย มีสรรพคุณดังนี้

  • เปลือกลำต้น เปลือกของต้นมีรสขม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน ยังสามารถแก้ไอ แก้หวัด แก้ไข้มาเรเลีย ช่วยบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ  รักษาโรคบิด แก้อาการท้องร่วง โรคลำไส้และยังรักษาลำไส้ติดเชื้อ ขับพยาธิไส้เดือน ขับน้ำเหลือง ขับน้ำนม ขับฤดูของผู้หญิง แก้หลอดลมอักเสบ สมานลำไส้ เจริญอาหาร เป็นยาขม นอกจากนี้เปลือกของลำต้น เมื่อนำไปต้มอาบสามารถลดผื่นคันได้อีกด้วย
  • ยาง น้ำยางจากลำต้น มีประโยชน์ใช้หยอดหู เพื่อลดอาการปวดหู นำไปทำยาสามารถรักษาแผลเน่าเปื่อย และยังช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน

  • ใบอ่อน ในส่วนของใบ นำมาต้มเพื่อดื่มจะช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด และยังสามารถนำใบบดมาพอกแก้พิษได้
  • ดอก ดอกของต้นพญาสัตบรรณนั้นมีช่วยแก้ไข้ลดอาการตัวร้อน และแก้เลือดพิสดาร
  • ราก รากสามารถนำไปต้มดื่ม ช่วยขับลม
  • กระพรี้ มีส่วนช่วยบำรุงภายในของผู้หญิง ช่วยขับให้เลือดดก เหมาะสำหรับสตรีที่รอบเดือนมาน้อย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

  • เนื้อไม้ ของต้นพญาสัตบรรณสามารถนำมาทำเป็นสิ่งของเพื่อใช้ อาทิเช่น  หีบไม้ รองเท้าไม้  ทำเก้าอี้ ทำโต๊ะ ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน  นอกจากนี้ยังประดิษฐ์เป็นสิ่งของน่ารัก ๆ เช่น กระถางต้นไม้ โมเดลมด เป็นต้น แต่ด้วยลักษณะเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่มีความแข็งแรง จึงไม่สามารถนำมาใช้กับสิ่งปลูกสร้างได้

อย่างไรก็ตามต้นสัตบรรณนั้นมีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว

สาระพันธุ์ไม้ 

ต้นคาโมไมล์ ไม้เศรษฐกิจ มีสรรพคุณมากมาย 1000maidee บทความ

ต้นคาโมไมล์ ไม้เศรษฐกิจ มีสรรพคุณมากมาย

ต้นคาโมไมล์ ไม้เศรษฐกิจ มีสรรพคุณมากมาย

         หากพูดถึงไม้ดอกที่มีดอกสีขาวน่ารัก มีสรรพคุณทางยามากมายแล้วละก็ หนึ่งในนั้นจะต้องมี “ต้นคาโมไมล์” ( chamomile ) ติดโผอย่างแน่นอน ต้นไม้ชนิดนี้นิยมนำมาทำเป็นชาสมุนไพร หรือสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยใส่ในสบู่ ครีมทาผิว เทียนหอม ในขณะเดียวกันหากนำไปปลูกเป็นไม้ประดับสวนก็ดูน่ารัก ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สดชื่น

ต้นคาโมไมล์เป็นไม้ดอกประเภทไม้ล้มลุก อายุ 1-2 ปี มีลักษณะเป็นพุ่ม เมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีความสูงถึง 40 เซนติเมตร ใบมีขอบหยัก สีเขียวสด มีขนสีเงินที่หลังใบ กลีบดอกเป็นสีขาวชั้นเดียวล้อมรอบดอกวงในสีเหลืองตรงกลาง ต้นไม้ชนิดนี้มีกลิ่นหอมสมกับที่เป็นเจ้าแห่งพืชหอมระเหย เพราะทั้งลำต้น ใบ และดอกล้วนส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น ต้นคาโมไมล์ถือกำเนิดขึ้นที่ยุโรปตะวันตก สายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดน่าจะเป็น “โรมันคาโมไมล์” ส่วนอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่นิยมปลูกแพร่หลายกันในปัจจุบันคือพันธุ์ “เยอรมันคาโมไมล์”

วิธีปลูกต้นคาโมไมล์

การปลูกเมล็ดของต้นคาโมไมล์จะต้องใช้วิธีหว่านในกระบะ และฉีดรดน้ำเป็นละอองพรมให้ทั่ว ไม่ต้องกลบหน้าดิน ขณะที่รอการงอก ควรให้เจอแสงแดดอ่อน ๆ ต้นคาโมไมล์ทนแล้งได้ดี สำหรับดินที่ควรใช้ในการปลูกต้นไม้ชนิดนี้คือดินร่วนปนทรายที่สามารถระบายน้ำได้ดี หากปลูกในแปลงควรให้ต้นไม้อยู่ห่างกัน 8 นิ้ว ชอบแสงแดดปานกลาง ขณะเดียวกันอากาศต้องหนาว คือ ระหว่าง 9-14 องศาเซลเซียส

การดูแลต้นคาโมไมล์

หากใครได้ลองปลูกต้นคาโมไมล์แต่งสวนแล้ว ปัญหาหนึ่งที่อาจจะพบได้คือเรื่องของเพลี้ย หรือแมลงกวนใจ ที่อาจจะเปลี่ยนสวนสวยให้กลายเป็นสวนเน่าได้ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเราสามารถใช้สารไล่ศัตรูพืชจากธรรมชาติ หรือสารสะเดามาฉีดพ่นไล่เพลี้ยเบื้องต้นได้ นอกจากนั้น หากมีกิ่งหรือดอกที่มีปัญหา เพื่อน ๆ สามารถตัดออกได้เลยก่อนที่จะลุกลาม

ต้นคาโมไมล์นับว่าเป็นไม้ดอกที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก น้ำมันหรือสารหอมระเหยที่สกัดได้จากต้นไม้ชนิดนี้ มีคุณสมบัติช่วยกำจัดเชื้อรา ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ และดอกคาโมไมล์ที่มีกลิ่นหอมนั้นช่วยขับลม คลายความกังวล ลดการอักเสบต่าง ๆ เพื่อน ๆ สามารถเก็บดอกทั้งดอกสด หรือดอกแห้งมาชงเป็นชาดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอแนะนำให้ดื่มก่อนนอนดูนะคะ รับรองสมองปลอดโปร่ง หลับสบาย เห็นหรือยังคะว่า ทำไมต้นคาโมไมล์ถึงเป็นที่รักใคร่ของใครหลายคนนัก เพราะนอกจากจะปลูกไว้แต่งบ้านได้แล้ว ยังดีต่อสุขภาพด้วย

ไม้เศรษฐกิจ