การปลูกเลี้ยงบอนไซ

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

การปลูกเลี้ยงบอนไซนั้นไม่ได้มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัวว่าจะต้องเป็นแบบไหน   ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของทรงต้นเป็นหลัก   ซึ่งเราเพียงแต่นำเอาหลักเกณฑ์เหล่านั้นมาเป็นพื้นฐานในการทำเท่านั้น  โดยอาศัยจากประสบการณ์  และความชำนาญ  จนก่อให้เกิดเป็นบอนไซที่สวยงามนั่นเอง

การปลูกบอนไซก็เหมือนกับการเลี้ยงต้นไม้ทั่วไปที่ต้องการแสงแดด   น้ำ  และอาหาร  ซึ่งจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ โดยปกติบอนไซต้องการน้ำมาก เพราะฉะนั้นเรื่องของการให้น้ำเราสามารถให้น้ำเยอะๆ  ชุ่มๆ ได้เลย   แนะนำว่าควรใช้ฝักบัว หรือเป็นสายยางที่ต่อจากก๊อกน้ำก็ได้  แต่ต้องเป็นสายน้ำที่นุ่ม เพื่อที่เวลารดน้ำจะไม่ทำให้กิ่งหักได้

การให้น้ำเยอะไม่ต้องกังวลว่าจะตายหรือทำให้รากเน่า   เพราะบอนไซที่เลี้ยงในกระถางนั้น  ซึ่งกระถางมีขนาดเล็กด้วยแล้วยิ่งทำให้อาหารที่จะไปหล่อเลี้ยงนั้นมีจำกัด  ฉะนั้นเราจึงต้องให้น้ำเพื่อให้บอนไซสามารถเจริญเติบโตได้ดี

 

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

 

ส่วนเรื่องแสงแดดก็สำคัญส่วนใหญ่บอนไซทุกชนิดต้องการแสงแดด อย่างถ้าบางคนเลี้ยงไว้ในร่ม ก็ควรจะยกออกมารับแสงแดดอย่างน้อย  2 ชม   ขึ้นไป หรือจะเป็นครึ่งวันเลยก็ได้  เพราะยังไงต้นไม้ก็ยังต้องการแสงแดดเพื่อไปสังเคราะห์แสงและผลิตอาหารทางใบอยู่ดี

สำหรับในเรื่องของอากาศ ควรวางในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก   เพราะถ้าอากาศไม่ถ่ายเท   ก็จะเป็นที่บ่มเพาะของเชื้อโรค  เชื้อราต่างๆ ได้   ทำให้การเจริญเติบโตไม่ดี

การเปลี่ยนดินสำหรับบอนไซในกรณีที่สร้างจบแล้ว ให้ดูที่กระถางและพันธุ์ไม้เป็นหลัก  ยกตัวอย่าง(กระถางที่ไม่เกิน 30 ซม. ให้เปลี่ยน 1 ครั้ง/ปี)    (กระถาง 40 ซม.ขึ้นไปให้เปลี่ยน  2 ครั้ง/ปี)   หรือถ้าอย่างกรณีที่บอนไซมีรากเดินเร็ว  โตไว   อาจจะเปลี่ยนกระถาง 3 ครั้ง/ปี  ก็ได้

การให้ปุ๋ย แนะนำให้ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ คือมูลไส้เดือน  ข้อดีคือให้เยอะมากก็ไม่ต้องกลัวต้นจะน็อคหรือตาย

วิธีการใส่ปุ่ยคือให้โรยใส่หน้าดินรอบๆ ต้น  อาทิตย์ละ 1 ครั้ง   จะทำให้ดินมีคุณภาพดีและช่วยยืดอายุดินได้นานขึ้นอีก รวมทั้งเป็นสารอาหารให้พืชได้อีกด้วย

ส่วนวัชพืชที่ขึ้นรอบๆ ต้นนั้น  เป็นสิ่งที่เราต้องกำจัดออกเพราะรากเหล่านี้   จะไปแย่งอาหารของบอนไซ ทำให้เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่

ส่วนการตัดแต่ง  ให้ตัดแต่งกิ่งที่เราไม่คิดที่จะเลี้ยงกิ่งนั้นไว้แล้ว  ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นระเบียบและความสวยงามนั่นเอง

 

 

ฉะนั้น การปลูกเลี้ยงบอนไซ  เราควรที่จะต้องทำการพัฒนาเรียนรู้ พลิกแพลงถึงวิธีการทำใหม่ๆ รวมถึงการออกแบบที่เป็นรูปแบบของเราเอง  ซึ่งเมื่อไหร่ที่เราหาแนวทางของเราเจอ นั่นก็จะแสดงให้เห็นว่าเราได้ประสบความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่งแล้วเช่นกัน

 

 

 

 

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

 พันธุ์ไม้

การปลูกบอนไซ

การปลูกบอนไซ

การปลูกบอนไซ

การปลูกบอนไซนั้น ต่างก็มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป  บางคนปลูกแป็นงานอดิเรกพื่อช่วยทำให้จิตใจสงบ  รู้สึกผ่อนคลาย  หรือบางคนปลูกเพื่อสำหรับขาย   แต่ไม่ว่าจะปลูกเพื่อจุดประสงค์อะไรในท้ายที่สุดแล้วเมื่อเกิดเป็นบอนไซขึ้นมา 1 ต้น  เราก็จะรู้สึกเกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำเป็นอย่างมาก

การปลูกบอนไซ  ส่วนใหญ่ที่นำมาทำจะเป็นต้นไม้ อย่าง ต้นเพรมน่า  ต้นชาฮกเกี้ยน   ต้นโพธิ์  ต้นมะขาม   เป็นต้น    และในการปลูกบอนไซนั้นอย่างแรกที่ต้องจัดเตรียม คืออุปกรณ์ต่างๆ   เช่น กรรไกร  คีม  มีด  ลวด  กระถาง วัสดุปลูก

ส่วนการปลูกนั้นจะมี 2 วิธีด้วยกัน คือ  การเพาะเมล็ดเอง ซึ่งวิธีนี้จะใช้เวลาเป็นค่อนข้างนาน กว่าที่จะสามารถนำตอมาใช้ได้ แต่ก็เป็นวิธีที่สามารถสร้างบอนไซให้สวยงามที่สุดได้เช่นกัน

ส่วนอีกวิธีคือการใช้ตอไม้ที่โตแล้วมาทำ แนะนำให้หาตอที่มีอายุ 5-6 เดือนมาทำจะดีกว่า เมื่อเราได้ตอที่เราจะทำมาแล้ว ให้ทำการตัดยอดออกก่อน  แต่ให้ตัดในแนวตรงไม่ให้ตัดเอียง และให้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 1 ฟุต  เพราะตอที่ได้มาจะเป็นตอเปล่าที่ยังไม่มีกิ่งเลย เราจึงต้องทำการเลี้ยงให้แตกกิ่งใหม่ขึ้นก่อน

 

 

หลังจากนั้นให้นำตอมาวางลงในกระถางแล้วเอาปุ๋ยมะพร้าวอย่างเดียวมาโปะตรงโคนต้นให้เต็ม เพราะมะพร้าวจะเก็บความชื้นได้ดีช่วยให้รากเดินสะดวก เมื่อเสร็จแล้วให้รดน้ำตามปกติได้เลย จากนั้นพอเริ่มมีกิ่ง แล้วกิ่งเริ่มโต  เราก็ดึงกิ่งมาไว้เพื่อสำหรับที่จะทาบกิ่งในอนาคตต่อไป

 

 

โดยเราสามารถดึงกิ่งให้โอนตามที่เราต้องการได้เลยเพราะกิ่งยังเล็กและอ่อนอยู่ เมื่อดึงลงมาตามที่ต้องการแล้วให้ใช้เชือกพันก่อน อย่าใช้เป็นลวดรัดเด็ดขาด เพราะจะทำให้กิ่งช้ำแล้วทำให้การทาบกิ่งไม่ติด ส่วนวิธีต่อกิ่งนั้นจะมี 2 วิธี ด้วยกัน

1.การเสียบกิ่ง ให้ทำการผ่ากิ่งตรงตอ แล้วหาตัดยอดอ่อนๆ  ของต้นแม่พันธุ์ ทำการเด็ดใบออก และนำมาตัดตรงปลายให้แหลม  จากนั้นเสียบเข้าไปตรงกิ่งที่เราผ่ารอไว้ เสร็จแล้วมัดเชือก เพียงเท่านี้เราก็ทำการเสียบกิ่งสำเร็จ  แต่วิธีนี้ค่อนข้างเสี่ยงสูง ในการที่จะติด ถึง 50% เลยทีเดียว

2.การทาบกิ่ง  ให้ทำการปอกเปลือกผิวไม้ออก ให้ได้ขนาดพอเหมาะ  แล้วปาดท้องครึ่งหนึ่งของกิ่ง  จากนั้นเอามาประกบแล้วมัดด้วยเชือก จัดวางให้เนื้อทั้ง 2 กิ่งติดกัน จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนที่กิ่งจะติดกัน เพียงเท่านี้เป็นอันเสร็จ  ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมาก

 

 

การปลูกบอนไซ หากเราต้องการจะทำอย่างจริงจัง เราควรที่จะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอเพื่อที่จะนำมาพัฒนาฝีมือของตัวเองให้มีความเชี่ยวชาญ และเพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับเราอีกทางหนึ่งอีกด้วย

 

 

 

 

การปลูกบอนไซ

 พันธุ์ไม้

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

การเลือกกิ่งพันธุ์ที่จะนำไปปลูกก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความแข็งแรง ปลอดโรค และรากเดินดี เพราะถ้าหากเลือกกิ่งพันธุ์ไม้ที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อนำไปปลูก ต้นไม้อาจไม่โต หรือให้ผลผลิตไม่ดีเท่าไรนัก ต้นพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ มีขายอยู่ตามตลาดทั่วไป  แต่จะเลือกอย่างไร ให้ได้กิ่งที่ดี เราไปศึกษาข้อมูลที่นำมาฝากกันเลย

 

 

ร้านท่าหลวงพันธุ์ไม้ จำหน่ายกิ่งพันธุ์ทุเรียน พันธุ์ไม้ต่างๆ

เลือกรากกิ่งพันธุ์ดี ไม่เสียเวลาปลูก การเลือกกิ่งพันธุ์ไม้ จะต้องเน้นที่ระบบราก ถ้าหากรากที่นำมาปลูกไม่แข็งแรง แม้จะนำมาปลูกลงดิน ก็ส่งให้ต้นไม้นั้นไม่โต โตช้า ผลผลิตจะไม่ดก หรืออาจจะไม่มีผลผลิตเลย  ดังนั้นจะต้องหาพันธุ์ไม้ที่มีระบบรากเดินดี ในการนำไปปลูก

พันธุ์ไม้ที่ใบเยอะ เพราะอัดปุ๋ย พันธุ์ไม้ที่มีใบดกเขียว ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด นั่นเป็นเพราะว่า เจ้าของสวนหรือร้านขาย อัดปุ๋ยเพิ่มฮอร์โมน เมื่อเรานำต้นไม้ไปปลูก โดยที่เราไม่ได้อัดปุ๋ย ทำให้ต้นไม้นั้นหยุดการเติบโตกะทันหัน เฉา เหี่ยว เติบโตไม่เต็มที่ ยอดไม่พุ่ง ไม่แตกยอด หรืออาจจะตายไป เพราะขาดฮอร์โมนที่เคยได้รับมาก่อนหน้า

วิธีดูว่ารากเดินดีหรือยัง บางร้านนำกิ่งพันธุ์ที่พึ่งทาบมาใหม่ ๆ มาขายให้กับเรา โดยที่รากยังเดินไม่ดี เราจะสังเกตเห็นว่า ใบเยอะ สีใบเขียวขจี ดูสดใส นั่นเป็นเพราะว่า โดนอัดน้ำและน้ำยาเร่งราก ทำให้รากฝอย ยังเป็นสีขาว  ซึ่งหมายความว่ารากยังไม่แข็งแรงดี เพราะรากที่โต แข็งแรงแล้ว จะต้องมีสีน้ำตาล หรือสีดำ เส้นอวบ ถ้าหากได้กิ่งพันธุ์ที่รากแข็งแรง เมื่อนำไปปลูกลงดิน ทำให้เจริญเติบโตได้อย่างดี

      วิธีเลือกกิ่งพันธุ์ที่ดีที่สุด จะต้องเลือกจากรากดก สีน้ำตาล หรือสีดำ เส้นใหญ่ และเต็มถุงเพาะชำ ใบและลำต้นดูสดใส ไม่เหี่ยว และจะต้องเลือกกิ่งพันธุ์ที่อยู่กลางแจ้ง เพราะนั่นหมายความว่า ต้นพันธุ์ต้นนั้นมีความแข็งแรง สมบูรณ์

     เลือกร้านที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดปลูก หรือแม้แต่ชาวสวนผู้ชำนาญก็ตาม จะต้องหาร้านที่สามารถไว้วางใจ กล้าซื้อขายด้วยได้ มีข้อแนะนำในการปลูกต้นพันธุ์ไม้นั้น ๆ หรือให้คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี ไม่หวังแต่จะขายอย่างเดียว กิ่งพันธุ์ไม้จะต้องเป็นกิ่งพันธุ์ที่เราต้องการ และร้านที่เราซื้อขายด้วยจะต้องมีความรู้ในพันธุ์ไม้ที่ขายเป็นอย่างดีอีกด้วย

 

 

 

สำหรับการซื้อกิ่งพันธุ์ไม้ทุกครั้งจะต้องศึกษาและพิจารณาอย่างดี เพื่อไม่โดนย้อมแมวขาย การเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพ เมื่อนำไปปลูก ทำให้ต้นไม้โตเร็ว ผลผลิตดี ต้นสมบูรณ์ แข็งแรง สุดท้ายหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อย

 

 

 

 

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

 พันธุ์ไม้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

“ต้นกระท่อม” หรือ พืชกระท่อมที่ได้มีการได้รับการปลดออกจากสถานะยาเสพติดให้มาเป็นพืชที่ประชาชนสามารถนำมาปลูกเพื่อบริโภคและขายได้ หลายคนคงพอทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมาบ้างแล้ว วันนี้เรารวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับต้นกระท่อมมาฝากทุกคนกัน

 

 

  • กระท่อมเป็นพืชวงศ์กาแฟ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. เป็นไม้ยืนต้นขนาดปานกลาง ลักษณะใบมีความคล้ายใบกระดังงา ถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนชื้น เติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นสูง
  • มีสรรพคุณทางยา ในสมัยก่อนมีการปลูกต้นกระท่อมและใช้ใบกระท่อมในการรักษาอาการติดเชื้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อในลำไส้ แก้ท้องเสีย ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดอาการไอ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ
  • มีอันตรายหากกินไม่ถูกวิธี หากกินกระท่อมในปริมาณที่มากจนเกินไปจะมีฤกธิ์ในการกล่อมประสาทและไม่ควรใช้ในระยะเวลานาน เพราะจะทำให้มีอาการนอนไม่หลับ คลื่นไส้ แต่หากใช้ในปริมาณที่ต่ำ ก็จะสามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้
  • มีสาร “ไมทราไจนีน” ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฉพาะในพืชกระท่อม สารนี้มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและยังมีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วย เพราช่วยลดอาการปวดและลดอาการอักเสบ และมีการสกัดใบกระท่อมและพบสารอื่น ๆ ที่มีสรรพคุณในการระงับอาการปวด สามารถใช้แทนมอร์ฟีน แต่มีความแรงต่ำกว่า และไม่กดระบบทางเดินหายใจ ไม่ทำให้มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน
  • พืชกระท่อมในต่างประเทศ ต้องบอกว่าองค์การสหประชาชาติไม่ได้มีการประกาศควบคุมพืชกระท่อมในบัญชีรายชื่อยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่ได้มีการขอความร่วมมือให้ประเทศสมาชิกมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของสารออกฤทธิ์ จากสำนักงานควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งในรายชื่อนั้นมีพืชกระท่อมรวมอยู่ด้วย
  • มีการคสบคุมพืชกระท่อมครั้งแรกในรัชกาลที่ 8 มีการออกกฎหมายควบคุมการครอบครอง ปลูก เสพ ซื้อ ขายพืชกระท่อมเป็นครั้งแรก ในพ.ศ. 2486 ระบุว่า “ห้ามผู้ใดเสพ ปลูก ซื้อ ขาย ให้ หรือแลกเปี่ยนพืชกระท่อม เว่นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เพื่อประโยชน์ในการประกอบโรคศิลป์หรือวิทยาศาสตร์ ผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ” ในสมัยก่อนการออกกฎหมายกฏหมายให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดต้องห้าม เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและภาษีของรัฐ เนื่องจากฝิ่นมีการผูกขาดกับรัฐและมีราคาแพง ประชาชนจึงหันมาสูบกระท่อม จึงออกกฏหมายเพื่อไม่ให้คนสูบกระท่อม

 

 

 

 

 

 

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

 พันธุ์ไม้

ต้นถุงเงินถุงทองชอบแดดไหม

ต้นถุงเงินถุงทองชอบแดดไหม

ต้นถุงเงินถุงทองชอบแดดไหม

เอาใจสายรักต้นไม้กันบ้างกับต้นไม้มงคล ช่วยเสริมสร้างสิริมงคล เมื่อปลูกในบ้าน แน่นอนว่าต้นไม้มงคลมีหลากหลายชนิ และการจะเลี้ยงต้นไม้มงคล ตามหลักความเชื่อแล้ว ต้นไม้จะช่วยส่งเสริมโชคลาภได้ ก็ต้องดูแลอย่างดี ให้ถูกวิธี จึงเป็นอีกข้อที่หลายคนรู้สึกว่า เลี้ยงยาก ดูแลยาก แต่ที่จริงแล้ว การดูแลต้นไม้แต่ละชนิดซึ่งมีความแตกต่าง แต่ก็หาดูและศึกษาได้ทั่ว ๆ ไป และในวันนี้เราจะมาแนะนำต้นไม้มงคล ที่ช่วยเสริมสร้างโชคลาภทางการค้าขาย และการเงิน นั่นก็คือ “ว่านถุงเงินถุงทอง หรือต้นถุงเงินถุงทอง”

 

 

ต้นไม้ชนิดนี้นิยมปลูกในกระถาง และนำมาตกแต่งบ้าน เนื่องจากสามารถช่วยฟอกอากาศ ช่วยกำจัดมลพิษ และฝุ่น pm2.5 ที่มีอยู่ในทุก ๆ ในปัจจุบัน แต่ทว่าการจะดูแลต้นถุงเงินถุงทองอย่างถูกวิธี ไม่ให้เหี่ยวแห้งและตายง่าย เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนยังกังวล แต่ก็ใช่ว่าจะดูแลยากจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นซะที่ไหน แล้วตกลงต้นถุงเงินถุงทองชอบแดดไหม

 

 

การดูแลต้นถุงเงินถุงทอง

  1. ต้นไม้ชนิดนี้ จากหลากหลายเว็บไซต์จะบอกว่า เป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำบ้าง หรือต้องการน้ำบ้าง จึงสร้างความสับสนให้กับคนเลี้ยงต้นไม่พอสมควร แต่ความจรองแล้วต้นถุงเงินถุงทอง เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างชอบน้ำ แต่ไม่ใช่สามารถปลูกในน้ำ หรือรดน้ำทุกวัน เช้า-เย็นได้ เพียงแต่ว่า การต้องการน้ำของต้นถุงเงินถุงทอง อยู่ในปริมาณที่พอดี สามารถรดน้ำได้บ่อย ๆ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือ 2 วันรดน้ำ 1 ครั้ง และที่สำคัญต้องหมั่นสังเกตที่ก้านและใบ หากไม่รดน้ำ หรือได้รับน้ำน้อยเกินไป จะเห็นว่าก้านของต้นจะเริ่มแห้ง และเฉา
  2. ต้นถุงเงินถุงทองชอบแดไหม เป็นอีกปัญหาที่คนอยากเลี้ยงต้นไม้ชนิดนี้ถามกันบ่อยมาก ความจริงแล้วต้นถุงเงินถุงทองเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดมาจากเขตร้อน เพราะฉะนั้นก็สามารถที่จะอยู่กลางแจ้ง หรือรับแสงแดดได้ หรือเอนเอียงไปทางชอบแสงแดดเลยก็ว่าได้ หากใครที่อยากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ภายในรอบบ้าน ควรเลือกมุมที่แสงแดดส่องถึงในทุกวัน และหากใครต้องการปลูกไว้ในบ้านเพื่อฟอกอากาศ ควรวางในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง หรือนำต้นถุงเงินถุงทองออกมารับแสงแดดในทุกเช้า จะช่วยให้ลำต้นและใบสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง

 

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในการปลูกต้นถุงเงินถุงทอง ต้องศึกษาเรื่องการดูแลทั้ง การให้น้ำและแสงแดดด้วยนะคะ และใครที่สงสัยว่าต้นถุงเงินถุงทองชอบแดดไหม ชอบน้ำไหม สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่เราเอามาแชร์ได้เลย

 

 

 

ต้นถุงเงินถุงทองชอบแดดไหม

 พันธุ์ไม้

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

            ผู้ที่นิมปลูกต้นไม้ คงทราบถึงราคาของต้นไม้ที่เรียกได้ว่าเป็นต้นที่หายากกันอยู่แล้ว ซึ่งสำหรับ ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง ก็เป็นต้นไม้อีกหนึ่งต้น ที่มีราคาสูงพอสมควร แต่ถึงอย่างไรแล้วนั้น ถ้าเกิดว่าคนที่รักต้นไม้จริงๆ ไม่มีอะไรแพงเกินกว่าที่ใจเราอยากได้อยู่แล้ว

สำหรับต้นไม้ชนิดนี้จะจัดอยู่ในประเภทของบอนใบยาว ซึ่งลักษณะของใบก็จะมีขนาดที่ยาว โดยจะเหมือนกับต้นบอนสีใบไทย  ที่ใบจะเป็นรูปหัวใจ แต่ว่าจะเรียวยาวกว่าเล็กน้อย ปลายของใบก็จะแหลมมากขึ้น หูใบยาวฉีกไปจนถึงสะดือ ส่วนก้านใบนั้นจะกลมจากบริเวณโคน ไปจนถึงใบหู และนอกจากนี้ยังสามารถจำแนกได้เป็นอีก 3 ประเภท นั่นก็คือ บอนใบยาวแบบปกติ,บอนใบยาวรูปใบไผ่ รวมถึงบอนใบยาวรูปหอก

 

 

โดยต้นเศรษฐีพันล้านด่าง จะมีใบที่ยาว ตามที่ได้บอกเอาไว้ข้างต้น ลักษณะนั้นถ้าลองสังเกตดู จะเหมือนกับเมืองเกราะเกร็ด แต่ว่าทรงใบจะมีความสูงกว่า และก้านก็ยังยาวกว่าด้วย เม็ดสีก็เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบางต้นจะเห็นความด่าง ทำให้แยกออกได้ชัดเจนมากขึ้น ถ้าบางต้นด่างเยอะสีของใบก็จะออกเป็นสีแดงดำ ส่วนต้นไหนถ้าออกด่างสีขาว ก้านสะดือของใบจะเป็นสีแดง  ต้นที่ค่อนข้างมีราคาสูง จะมีใบที่เรียกว่า half หรือใบที่สีเหลือง  แต่ถ้าเป็นต้นที่คนตามหากันมาก และหายากสุดๆ จะต้องมี สีแดง กับ สีชมพู แทรกเข้ามาเล็กน้อย ส่วนทรงของต้นไม้ก็จะต้องมีความสวยด้วย ต้องมาแบบเป็นพุ่ม ไม่ใช่เป็นใบแค่3-4ใบ เท่านั้น

 

 

กว่าจะมีใบที่สวยขนาดนี้ คนปลูกจะต้องใจเย็นมากๆ โยสามารถปลูกในกระถางได้ตามใจชอบ ใช้ดินและใบกล้ามปูรวมถึงใบมะขามในการปลูก เพราะจะช่วยกัดสี ให้ใบมีสีที่สวย สำหรับปุ๋ยจะใช้เป็นปุ๋ยคอกกับขี้วัว แต่ต้องหมั่นดูแลรักษารวมถึงรดน้ำต้นไม้ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งใช้ระยะเวลาทั้งหมดเกือบ3-4 เดือน เลยทีเดียว ซึ่งมันก็คุ้มค่าสำหรับ คนที่รักต้นไม้อยู่แล้ว เราจะปลูกแบบอบหรือไม่อบก็ได้ โดยหลังจากนั้นรอไปอีก1 เดือนแล้วจึงนำมาผ่าหัว เพื่อขยายพันธุ์ หรือว่าจะเลี้ยงให้ออกดอก แล้วนำเมล็ดไปเพาะพันธุ์ ก็ได้เหมือนกัน มาพูดถึงเรื่องการซื้อขายในตลาดต้นไม้กันบ้าง โดยต้นเล็กๆ จะอยู่ที่ราคาประมาณหลักร้อย ไปจนถึงหลักพัน แต่ถ้าเกิดว่าเป็นต้นใหญ่ขึ้นมาหน่อย อาจจะมีราคาสูงเกือบ 10,000 บาท เลยทีเดียว

 

 

ต้นเศรษฐีพันล้านด่าง สวยแพงสมราคา

 พันธุ์ไม้

ต้นมอนสเตอร่า

ต้นมอนสเตอร่า

ต้นมอนสเตอร่า

ไม้ประดับที่เรียกว่าฮิต ราคาแพง ดูไฮโซที่สุดใน พ.ศ. นี้ คงต้องยกให้ต้น “มอนสเตอร่า” นี้เลยค่ะ เพราะเป็นที่นิยมในหมู่นักแต่งบ้านสายมินิมอลมาก ๆ แล้วยิ่งมีเซเลปคนดังมาถ่ายคู่กับต้นไม้ชนิดนี้ด้วยแล้ว ราคายิ่งพุ่งปรี๊ด บางสายพันธุ์นี่ราคาเป็นหลักล้านเลยทีเดียวนะ เอาละค่ะ ใครที่กำลังสนใจต้นไม้ไฮโซชนิดนี้เอาไปแต่งบ้านหรือแต่งสวนอยู่ละก็ ไปทำความรู้จักกันก่อน

คำว่า “Monstera” (มอนสเตอร่า) หลายคนฟังแล้วอาจจะรู้สึกว่ามีความคับคล้ายคับคลากับคำว่า มอนสเตอร์ หรือเปล่า บอกเลยว่าใกล้เคียงมาก ๆ เพราะจริง ๆ แล้ว คำว่า มอนสเตอร่า เป็นภาษาละติน แปลว่าแปลกประหลาดนั่นเอง ก็แหม ต้นอะไร มีรูอยู่ที่ใบเต็มไปหมด ดูไม่สมบูรณ์เอาเสียเลย แต่นี่แหละค่ะที่เป็นเสน่ห์ของไม้ประดับชนิดนี้ จับไปปลูกตรงไหนก็ให้ความเป็นมินิมอล ใบใหญ่ ๆ สีเขียวเข้มนั้นเห็นทีไรก็สดชื่นสบายตาจนขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งใบไม้”

  • วิธีปลูกต้นมอนสเตอร่า

แม้ภายนอกจะดูแปลกประหลาด ภาพลักษณ์ดูไฮโซ แต่ต้นมอนสเตอร่าก็มีวิธีปลูกที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ดินที่ควรนำมาใช้ปลูกควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี อย่างดินร่วน และควรนำไปผสมกับกาบมะพร้าว หรือวัสดุปลูกอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ดินไม่มีน้ำขัง หรือชื้นแฉะเกินไป ในเรื่องของการรดน้ำ ต้นมอนสเตอร่าก็เหมือนกับไม้ประดับที่เรานิยมปลูกแต่งบ้านหรือแต่งสวนทั่วไป คือ ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย ปริมาณที่แนะนำคือ วันเว้นวัน หรืออาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับความชื้นในดิน เช่น หากวันฝนตกที่มีความชื้นสูง ก็ไม่จำเป็นต้นรด แต่หากในวันที่มีแดดแรงจัด ดินอาจแห้ง จึงควรรดน้ำ

 

 

  • การดูแลต้นมอนสเตอร่า

เราไม่ควรปลูกต้นมอนสเตอร่าในจุดที่มีแดดจัด เพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ หากปลูกแต่งบ้าน ควรนำออกมาเจอแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าบ้าง หรือหากปลูกแต่งสวนก็ควรปลูกไว้ใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงา นอกจากนี้ แนะนำให้หมั่นเช็ดทำความสะอาดใบด้วยผ้าชุดน้ำนุ่ม ๆ ตามเส้นใบเพื่อเพิ่มความเงางาม ดูสดชื่น

 

 

ต้นมอนสเตอร่าที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันคือพันธุ์ “มอนสเตอร่า ไจแอนท์ (Monstera Deliciosa)” ลักษณะคือใบใหญ่ รูปวงรี มีแฉกดูมินิมอลสุด ๆ ในขณะเดียวกันคนก็นิยมปลูกมอนเตอร์ร่าชนิดใบด่าง เช่น ด่างเป็นจุด ๆ จะเรียกว่าพันธุ์ มอนสเตอร่า บอร์สิเจียน่าอัลโบ (Monstera Borsigiana Albo) หรือหากด่างมาก ๆ แบบครึ่งใบ จะเรียกว่าพันธุ์ มอนสเตอร่า อะแดนโซนี่ (Monstera Adansonii) ซึ่งบอกเลยว่า ยิ่งด่างมากเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งแพง อยากที่แพงที่สุดก็ไปถึงหลักล้านกันเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 ต้นมอนสเตอร่า

 พันธุ์ไม้

ต้นบอนสีราคาแพง

ต้นบอนสีราคาแพง

ต้นบอนสีราคาแพง

สำหรับต้นบอนสีนั้น ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งไม้ใบ ที่มีประวัติศาสตร์การเจริญเติบโตมาอย่างยาวนานมากกว่า 140 ปี โดย สาเหตุของความนิยมชมชอบในพืชชนิดนี้ นอกเหนือจากความสวยงาม ของใบและลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของลำต้นซึ่งมีอยู่หลากหลายขนาดด้วยกันแล้ว อีก 1 จุดสำคัญเลยก็คือ ความเชื่อเรื่องไม้มงคลที่ผู้คนมากมายเชื่อกันว่า การปลูกไม้ชนิดนี้เอาไว้ในบริเวณบ้านนั้น นำพาโชคลาภมาสู่ผู้อยู่อาศัย และเป็นการเสริมสิริมงคลให้ผู้คนในบ้านอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นสงบสุขอีกด้วย

จากความนิยม และความต้องการของตลาด เกี่ยวกับต้นบอนสีในปัจจุบันนั้น ส่งผลให้ ทุกวันนี้ต้นบอนสี มีราคาพุ่งสูงขึ้นไปจากไม้ประดับสายพันธ์อื่นๆ หลายเท่าตัวเลยทีเดียว โดยในวันนี้ จะพาผู้อ่านทุกท่าน มารู้จักกับต้นบอนสี ราคาแพง 5 สายพันธุ์ ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นสายพันธุ์ที่แพงที่สุด จากบอนสีทั้งหมดที่มี โดยจะมีสายพันธุ์ไหน บ้างนั้นเรามาดูกันเลย

  1. ต้นบอนสีธาตุบางแก้ว

โดยต้นบอนสีสายพันธุ์นี้ ถือเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาในปี 2562 ซึ่งลักษณะเด่นของต้นบอลสีธาตุบางแก้วก็คือ สีสันต่างๆบนใบ ที่มีการแต่งแต้มอย่างหลากหลายรวมอยู่ด้วยกันในใบเดียว โดยจะเห็นได้ว่ามีทั้งสี ขาว ชมพู เขียว และแดง ซึ่งทำให้มองดูแล้วคล้ายกับผลงานศิลปะจากจิตรกรชื่อดัง และด้วยความสวยงามของต้นบอนสีธาตุบางแก้วนั้นทำให้ปัจจุบัน ราคาของต้นบอนสีสายพันธุ์ มีราคาเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 2,200 บาทต่อ 3-4 ต้นขนาดเล็กและ 150,000 บาท สำหรับต้นแม่พันธุ์ เลยทีเดียว

 

  1. ต้นบอนสีเจ้าปอแก้ว

สำหรับต้นบอนสีสายพันธุ์นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีราคาสูงมากในท้องตลาดปัจจุบัน โดยลักษณะเด่นของบ้านศรีเจ้าปอแก้วนั้น อยู่ที่ใบซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลม โดยลวดลายบนใบนั้น จะมองเห็นเป็นลายด่างซึ่งมีการแต่งแต้มสีลงไป อย่างสวยงาม ซึ่งใน 1 ใบ จะมีหลายสีรวมอยู่ด้วยกัน ทั้งสีชมพูอ่อน สีแดง สีขาว และสีเขียว

ถือเป็นอีกหนึ่งความสวยงาม ที่มาจากความมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินั่นเอง ทั้งนี้สำหรับต้นบอนสีเจ้าปอแก้วนั้น ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท ต่อ 3-4 ต้นขนาดเล็ก และ 175,000 บาท สำหรับต้นแม่พันธุ์เลยทีเดียว

 

 

  1. ต้นบอนสี สยามนฤมิตร

สำหรับต้นบอนสีสายพันธุ์นี้ ถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่แพงที่สุด ที่พบในท้องตลาดปัจจุบัน ลักษณะเด่นของต้นบอนสีสยามนิรมิตนั้นได้แก่ ใบที่จะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจขนาดใหญ่ โดยเส้นขอบบริเวณรอบใบนั้นจะมีการโค้งหยักเล็กน้อย ทำให้แต่ละใบรวมมีรูปทรงสวยงามแปลกตา นอกจากนี้สีสันบนใบที่ทำให้ต้นบอนสีสยามนิรมิตโดดเด่นนั้นก็คือ การมีลักษณะด่างที่ผสมกันระหว่างสีแดงเข้ม และสีเขียว รวมไปถึงเส้นขอบใบที่ตัดกับสีสันบนใบจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งความสวยงามเหล่านี้ทำให้ใบของต้นบอลสีสยามเนรมิตนั้นถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายกับ สีสันที่เพ้นท์อยู่บนกระเบื้องโมเสคนั่นเอง ทั้งนี้ในส่วนของราคานั้น ต้นบอนสีสยามนิรมิต มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อ 3-4 ต้นขนาดเล็ก และ 180,000 บาท สำหรับต้นแม่พันธุ์เลยทีเดียว

แล้วทั้งหมดนี้คือ 3 สายพันธุ์ต้นบอนสีราคาแพง ที่เราได้รวบรวมมาฝากกัน ซึ่งราคาแต่ละต้นนั้นต้องบอกได้เลยว่าอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่สนใจและต้องการเลี้ยงต้นบอนสีนั้น ต้องบอกเลยว่าต้นบอนสี ไม่ได้มีเพียงแต่สายพันธุ์ราคาแพงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังมีสายพันธุ์อื่นๆอีกมากมายที่วางขายอยู่ในท้องตลาด และมีราคาจับต้องได้  ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีราคาเริ่มต้น ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่สนใจนั่นเอง

 

 

ต้นบอนสีราคาแพง

 พันธุ์ไม้

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

การเพาะเมล็ด วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยเร็วทันใจเท่าไหร่สำหรับผู้ที่ต้องการต้นใหญ่ยักษ์เร็วๆ ไหนจะต้องใช้เวลาในการเพาะ และกว่าจะเติบโตจากต้นเล็กจนกลายเป็นต้นใหญ่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี การปลูกวิธีนี้ถึงจะช้าแต่เราจะได้ต้นที่แข็งแรงมีรากแก้วสมบูรณ์ ให้อายุที่ยืนยาวแก่ต้น ที่สำคัญการปลูกจากเมล็ดดอกที่ออกมานั้นจะให้กลิ่นหอม ขั้นตอนการเพาะเมล็ดจะมีรายละเอียดดังนี้

  • เตรียมกระถางเพาะที่มีรูระบาย ขนาดประมาณ 5-6 นิ้วหรือเล็กกว่านั้นก็ได้ ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วจึงนำมะพร้าวสับที่แช่น้ำทิ้งไว้ 1-2 คืนรองก้นกระถาง และโรยทับพอประมาณด้วยหินภูเขาไฟ จากนั้นโรยอีกครั้งด้วยปุ๋ยละลายช้าออสโมโค้ทสูตร 13-13-13 ประมาณ 1-2 ชต. ตามด้วยยาป้องกันเชื้อรา
  • ดินเพาะสามารถใช้ดินร่วนผสมทรายร่อนให้ละเอียด ใส่เป็นขั้นตอนต่อไปลงในกระถางให้เหลือพื้นที่ขอบกระถางประมาณ 0.5-1 นิ้ว หรือใครจะใช้พีทมอสก็ได้ ส่วนใครมีน้ำยาเร่งรากก็สามารถใส่เพิ่มลงได้ในขั้นตอนนี้
  • ถ้าเป็นกรณีที่ใช้พีทมอสให้นำกระถางไปวางไว้ในภาชนะที่บรรจุน้ำไว้ แล้วทิ้งไว้สักพักให้น้ำซึมจากก้นกระถางจนดินเริ่มเปียก แต่ถ้าใช้ดินร่วนปนทรายให้รดน้ำพอชุ่มลงในกระถางได้เลย
  • โรยเมล็ดเพาะให้กระจายลงหน้าดินในกระถางให้ทั่ว อย่าใส่เมล็ดเยอะมากเกินไป จากนั้นฉีดพ่นน้ำหน้าดินอีกครั้ง แล้วจึงนำกระถางวางบนภาชนะที่หล่อน้ำไว้ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่น วางไว้ที่มีแดดเช้าส่อง 2-3 ชม. ประมาณ 2-3 เดือนค่อยเปิดถุงเติมน้ำแล้วปิดถุงไว้อย่างเก่า ใช้เวลาอีก 5-6 เดือนค่อยเปิดถุงนำต้นกล้าแยกกระถาง

 

 

 

การแยกหน่อปักชำ เป็นวิธีที่ดีและนิยมทำกันมากที่สุด เพื่อให้คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วที่สุด

  • เตรียมลำต้นหรือหน่อที่จะนำมาปักชำ โดยการเลือกตัดตรงส่วนที่ต้องการจากต้นและทาปูนแดงตรงบริเวณแผลให้ทั่ว ทิ้งไว้ในที่ร่ม 5-7 วัน
  • เตรียมหลุมลึก 30x30x30 ซม. ใช้ดินร่วนผสมทราย อัตราส่วน 1:1
  • วางต้นชำลงดินแล้วกลบด้วยดินที่ผสมไว้ ยังไม่ต้องใส่ปุ๋ย และพยายามหาอะไรมาบังแดดไว้ก่อน รดน้ำ 3-4 วันครั้งในช่วงตั้งตัว 1-2 เดือนแรก หลังจากนั้นค่อยให้โดนแสงแดดและเริ่มใส่ปุ๋ยได้ โดยใช้ปุ๋ยหมักโรยรอบโคนต้นและรดน้ำตามลงไปให้ทั่ว
  • เมื่อต้นแข็งแรงดีให้ลดน้ำเหลืออาทิตย์ละ 1 ครั้งพอ

 

 

 

 

 

 

 

คอนโดนางฟ้ายักษ์ขยายพันธุ์อย่างไรบ้าง

ไม้ประดับ

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกลงในกระถาง ไม่ว่าจะเป็นกระถางเล็กหรือใหญ่ให้กะขนาดกระถางให้พอดีกับต้นที่จะปลูก เนื่องจากคอนโดนางฟ้าเป็นไม้อวบน้ำจึงไม่ชอบน้ำขังและดินปลูกต้องระบายน้ำได้ดี ดังนั้นกระถางที่ใช้ต้องมีรูระบายน้ำ ดินปลูกจะไม่ค่อยมีสูตรตายตัวแล้วแต่ความสะดวกของผู้ปลูก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นกระถางเล็กจิ๋วนิยมใช้ดินสำหรับปลูกแคคตัสผสมกับเพอร์ไลต์ ซึ่งเป็นหินที่เกิดจากแร่ภูเขาไฟ เป็นวัสดุปลูกที่ทำให้ดินโปร่งเบา อุ้มน้ำได้แต่ระบายความชื้นได้ดี แต่ถ้าเป็นกระถางใหญ่สามารถใช้ดินร่วนผสมทรายและขุยมะพร้าวอัตราส่วน 1:1:1 ก็ได้ ถ้าใครมีปุ๋ยหมักหรือเปลือกไข่ก็สามารถใส่ผสมลงได้เลย

 

 

ก่อนใส่ดินลงกระถางควรนำถ่านหรือมะพร้าวสับรองก้นกระถางก่อนเพื่อช่วยระบายน้ำ การปลูกในกระถางสามารถดูแลเป็นพิเศษได้โดยโรยสตาร์เกิ้ลจีลงในดินนิดหน่อยเพื่อป้องกันแมลง พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยละลายช้าสูตร 13-13-13 โดยโรยใส่ดินในกระถางไม่ต้องมาก เมื่อนำต้นลงปลูกและกลบดินเรียบร้อยแล้วขั้นตอนสุดท้ายควรนำหินโรยทับให้ทั่วหน้าดิน เพื่อเป็นการประคองต้นและช่วยไม่ให้หน้าดินกระเด็นกระจายเวลารดน้ำ การรดน้ำให้ค่อยๆรดพอให้ดินมีความชื้นหรือสังเกตพอให้ก้นกระถางมีน้ำหยดที่รูระบายก็เพียงพอ

แล้ว ในระยะแรกให้วางในที่ร่มรำไรก่อนซัก 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นให้วางในที่รับแสงแดดช่วงเช้าประมาณ 4-5 ชั่วโมง รดน้ำ 5-7 วันต่อครั้ง ใส่ปุ๋ย 3-4 เดือนต่อครั้ง และคอยเปลี่ยนกระถางอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ต้นแน่นกระถางจนเกินไป แค่นี้คุณก็ได้ปราสาทสวยๆไว้รอลุ้นดอกแล้ว

 

 

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกลงดิน ต้องเป็นบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขังและมีแดดช่วงเช้าส่องถึง เตรียมดินปลูกสูตรเดียวกับปลูกในกระถาง หรือจะเป็นดินร่วนปนทรายธรรมดาก็ได้ ขุดหลุม 30x30x30 ซม. นำต้นหรือตอที่เตรียมไว้ลงดินแล้วกลบดินโรยทับด้วยหินเพื่อป้องกันหน้าดินกระเด็นจากการรดน้ำและเป็นการตกแต่งโคนต้นไปด้วย อาทิตย์แรกหาที่บังแดดมาป้องกันแสงแดดจัดไว้ก่อน ทิ้งไว้ 5-7 วันค่อยรดน้ำ จากนั้นค่อยรด 3-4 วันต่อครั้ง จนผ่านไป 1-2 เดือนค่อยเริ่มใส่ปุ๋ย จะเป็นปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยละลายช้าก็ได้ โดยใส่ปีละ 4-5 ครั้งก็เพียงพอ เมื่อต้นติดรากเติบโตแข็งแรงดีแล้วปล่อยให้ต้นเจอแสงแดดช่วงเช้าให้เต็มที่ รดน้ำอาทิตย์ละครั้ง ไม่นานต้นก็เปลี่ยนเป็นคอนโดนางฟ้ายักษ์ให้คุณแล้ว

 

 

คอนโดนางฟ้าวิธีปลูกมีแบบไหนบ้าง

ไม้ประดับ