แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

เชื่อว่าใครหลายๆคนในตอนนี้ … กำลังศึกษาและสนใจที่อยากจะลองหาเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋วมาเลี้ยงกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ! และอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่อยากจะขอแนะนำเลยนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรนกฮูก” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีความน่ารักตะมุตะมิ น่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก เพราะตัวน้องมีลักษณะที่มีรูปร่างทรงกลมออกมนๆหน่อย

 

 

ตัวน้องถูกล้อมรอบไปด้วยหนามอ่อนขนสั้นสีขาว ที่มีการเรียงระดับชั้นอย่างสวยงาม และเมื่อมีการเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ก็จะมีการแตกหน่อเกิดขึ้นมาให้ความรู้สึกคล้ายๆเหมือนตานกฮูก ในส่วนของวิธีการดูแลและการรดน้ำ สายพันธุ์นี้จะเป็นต้นพืชที่ชอบแสงแดดส่องลงมาถึงทั้งวัน ไม่ชอบปริมาณน้ำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงพอ เพราะตัวน้องสามารถทนความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญชอบการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการตัดกิ่ง เพราะเป็นวิธีที่ช่วยทำให้น้องสามารถเจริญเติบโตและอุดมสมบูรณ์อย่างมากที่สุดนั่นเอง จึงเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ควรต้องลองเลี้ยงและดูแล เพราะน้องน่ารักมากจริงๆ

 

แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

วิธีดูแลต้นไม้

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

อีกหนึ่งสายพันธุ์ของเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรจิ๋วที่ไม่ควรพลาดในการเลี้ยงเลยนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ่วแมมตุ๊กตา” คือตัวน้องจะมีความน่ารัก น่าหลงใหลตามชื่อเลย เพราะลักษณะลำตัวของน้องจะเป็นทรงกลมมีความคล้ายคลึงเหมือนตะกร้อลูกเล็ก ถูกล้อมรอบไปด้วยหนามยาวสีขาว สวยงาม ดูยังไงน้องก็มีความน่ารักเหมือนตุ๊กตาจริงๆ

 

 

และเมื่อมีการเจริญเติบโตที่อุดมสมบูรณ์เต็มที่แล้ว น้องจะมีการแตกดอกออกมาให้เรารับชมและดูกันแบบเพลิดเพลืนอีกด้วย ส่วนตัวดอกจะพบเจอได้ทั้งสีขาวเหลือง และสีชมพูน่ารักละมุน จึงทำให้ต้นพืชสายพันธุ์นี้มีความน่ารัก น่าหลงใหลซะเหลือเกิน ใครเห็นก็อยากจะเอาน้องมาลองเลี้ยง

 

 

ซึ่งในส่วนของวิธีการเลี้ยงและการดูแล น้องเป็นต้นพืชที่ชอบแสงแดดแต่จะเป็นแสงแดดเพียงช่วงเช้าเท่านั่น สามารถเอาน้องไปตากไว้บริเวณที่มีแสงแดดได้ประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง และควรมีการรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้น้องมีการเติบโตที่แข็งแรง และสมบูรณ์ที่สุด ส่วนต้นกำเนิดแท้จริงของน้อง อย่างที่ทราบว่าสายพันธุ์นี้จะมาจากประเทศแม็กซิโกกันซะส่วนใหญ่

 

 

แต่ถึงอย่างไรน้องก็มาเติบโตและเป็นที่รู้จักในประเทศไทย และความน่ารัก ความน่าเอ็นดูของน้อง ทำให้มีผู้คนเข้ามาศึกษาและทดลองปลูกน้องกันมากในตอนนี้นั่นเอง เรียกได้ว่าต้องมีประประดับไว้ที่บ้านกันแล้ว

 

 

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

วิธีดูแลต้นไม้

เมโล Melocactus Amoenus

เมโล Melocactus Amoenus

เมโล Melocactus Amoenus

กำลังชั่งใจกันอยู่ใช่ไหมล่ะ … ว่าจะลองเลี้ยงเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรจิ๋วสายพันธุ์ไหนดี นี่เลยเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่อยากจะขอแนะนำนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ๋วเมโล” ซึ่งน้องมีความน่ารักตะมุตะมิอย่างมาก ด้วยรูปร่างและลักษณะมีความรู้สึกคล้ายกับหมวกมงกุฏ

และยิ่งเมื่อมีการออกดอกน้องจะกลายเป็นต้นพืชไม้ล้มลุกที่มีสีสันสวยงาม น่าจับตามองอย่างมากเลยจริงๆ ตัวน้องเป็นลำต้นที่มีพื้นผิวเป็นสีเขียวเข้ม ถูกล้อมรอบไปด้วยหนามยาว มีขนสีขาวปุยอ่อนๆ เมื่อเติบโตเต็มที่ดอกของน้องจะเป็นสีขาว สีส้ม และสีชมพู ที่จะทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินทุกครั้งที่ได้จ้องมอง

ซึ่งตัวน้องก็จะเหมือนสายพันธุ์อื่นๆทั่วไปที่มีการดูแลด้วยปุ๋ยแคสตัสหรือดินร่วนปนทราย ชอบแสงแดดจัด แต่ไม่ชอบน้ำในปริมาณที่มาก ควรจะมีการรดน้ำให้น้องสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงจะเพียงพอ เพื่อเป็นการรักษาไม่ให้น้องเน่าตาย ส่วนตัวต้นพืชชนิดนี้ สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ ซี่งมักจะนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน

จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่น่าทดลองมาเลี้ยงและดูแลอย่างมากเลยจริงๆ เพราะตัวน้องมีความน่ารัก น่าเอ็นดู จึงเหมาะที่จะนำมาประดับไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อจะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้เห็นน้องกำลังเจริญเติบโต

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

สำหรับใครที่กำลังมองหาต้นแคสตัสหรือเจ้ากระบองเพชรจิ๋ว ที่มีความน่ารัก น่าหลงใหล และเลี้ยงง่าย ก็ต้องแนะนำอีกหนึ่งสายพันธุ์นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ๋วพลุสีทอง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแคสตัสที่มีลักษณะคล้ายพลุดอกไม้ไฟ มีสีเหลือง เขียวสวยงามที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณลำต้น ที่เหมาะอย่างมากสำหรับใครที่อยากจะลองหัดเลี้ยงดู สายพันธุ์นี้ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ

โดยส่วนใหญ่ลำต้นของไม้ล้มลุกชนิดนี้ จะเป็นการแตกหน่อที่เป็นทรงยาวสูง ถูกปกคลุมด้วยหนามเรียวยาว มีความรู้สึกคล้ายพลุดอกไม้ไฟ เมื่อลำต้นมีการเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ก็มักจะมีการขยายตัวที่มีการยืดความยาวเพิ่มขึ้น

ส่วนใหญ่วิธีการดูแลและรักษาจะมีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์อื่นๆคือ ไม่ชอบปริมาณน้ำที่มากจนเกินไป ชอบแสงแดดที่รำไรที่มีการส่องอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่จัดจ้าน สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้นพืชชนิดนี้มักจะนิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย ที่ต้องการพื้นที่การระบายน้ำออกมา เพื่อที่จะให้ลำต้นและเจ้าแคสตัสมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและแข็งแรง อายุยืนนานที่สุด จึงไม่ควรพลาดอย่างมากเลยจริงๆ หากจะลองศึกษาและลองเลี้ยงครั้งแรก

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

การดุูแลต้นเดหลี

การดุูแลต้นเดหลี

การดุูแลต้นเดหลี

ต้นเดหลีเป็นไม้มงคลต้นที่ให้ความเป็นมงคลในเรื่องอายุมั่นขวัญยืนปัดเป่าภัยร้ายต่างๆที่จะเข้ามากลำ้กลายคนในครอบครัวและนำโชคลาภเข้ามาให้นั่นเองซึ่งพร้อมคาถาเรียกทรัพย์กันลักษณะของต้นเดหลีจัดเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกเพื่อประดับต้นประดับใบแล้วก็ประดับดอกเนื่องจากใบนั้นมีขนาดใหญ่ที่สีเขียวเข้มทำให้ดูสดชื่นและมีดอกสีขาวนวลขนาดใหญ่สวยงามซึ่งดอกเดหลีนี้ถ้ายิ่งออกดอกนั้นจะช่วยคนในบ้านอายุมั่นขวัญยืนและกำลังมีโชคมาเยือนนั่นเองซึ่งใครที่ชอบเล่นหวยจะตีจากตรงนี้ได้ต้นเดหลีเขาปลูกกันอย่างไรและการดุูแลต้นเดหลีมีวิธีอย่างบ้างเรามาดูกันเดลินิยมปลูกไม้ดอกไม้ประดับเนื่องจากลำต้นและไปนั่นเองที่ออกดอกได้ตลอดปีไว้ตามอาคารหรือมีแสงด้วยน้อยก็ได้ต้นเดหลีมีใบขนาดใหญ่สีเขียวเข้มจึงเชื่อกันว่าเป็นไม้ที่ช่วยดูดซับสารพิษได้ดีที่นิยมมาปลูกในกระถางสำหรับตั้งไว้ในอาคารในห้องรับแขกหรือห้องทำงานเพื่อดูดสารมลพิษนั่นเอง

ส่วนดอกออกดอกหอมมากจึงนิยมนำดอกเดหลีที่ออกดอกแล้วมาวางไว้ในบ้านหรือห้องรับแขกสำหรับกลิ่นซึ่งสามารถให้กลิ่นหอมได้นานถึง 8 และ 10 วันในการออกดอกแต่ละครั้งและส่งกลิ่นหอมในช่วงเช้าช่วง 7:00 น ถึง 10:00 น ดอกเดหลีมีกลิ่นหอมเป็นสารล่อแมลงผลไม้ได้สำหรับล่อแมลงวันผลไม้รวมกันเพื่อกำจัดนั้นเองและขยายพันธุ์ด้วยกันแยกหน่อเวลา1ปีจะเริ่มแตกหน่อได้อย่างรวดเร็วสำหรับหน่อที่ใช้แยกปลูกต้นมีความสูงประมา15ถึง20เซนติเมตรส่วนการวางกระถางต้นเดหลีไม้ชอบแสงรำไรและมีอากาศไม่ร้อนมากจึงต้องวางกระถางในที่ร่มหรือในอาคารแสงแดดส่องถึงน้อยแต่หากปลูกหรือวางในแปลงปลูกหรือวางในกระถางไว้ในที่ร่มไม้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการวางกระถางหรือปลูกลงแปลงที่มีแสงแดดทั้งวันเพราะทำให้ใบเสียสำหรับคาถาเรียกทรัพย์นั้นง่ายนิดเดียวท่องนะโม3จบและและท่องนะโมพุทธายะ3จบก่อนจะรดน้ำเพื่อปลุกเสกเดหลีให้มีความเป็นมงคลกับผู้ปลูกมากยิ่งขึ้น

การดุูแลต้นเดหลี เป็นไม้ที่ต้องการการระบายค่อนข้างที่จะดีเพราะฉะนั้นวัสดุปลูกควรจะเป็นวัสดุปลูกที่ไม่แน่นจนเกินไปอย่างเช่นดินหรือว่าใส่มะพร้าวสับใหญ่ไปหน่อยจะใส่เป็นโฟมก็ได้ทำยังไงก็ได้ให้วัสดุโปร่ง หรือว่าซื้อเครื่องทำความชื้นชื้นมาเพิ่มมาก็ได้ว่างๆก็เอาออกไปไว้ในสภาวะปกติบ้างโดนลมโชยบ้างที่เป็นธรรมชาติสุขภาพดีขึ้นเรื่องการให้ปุ๋ยกับการที่ใช้ปุ๋ยเคมีเรื่องสารเคมีมากเพราะฉะนั้นเควรใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติเช่นปุ๋ยไส้เดือนจะดีกว่าการขยายพันธุ์ทุกคนสามารถแยกจากต้นแม่ได้เลยเขาจะมีหน่อออกมาก็แตกแยกได้เลยจบเเล้วสำหรับ การดุูแลต้นเดหลี ง่ายนิดเดียวใครๆก้ทำได้

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Faucaria Tuberculosa หรือ กรามเสือ

Faucaria Tuberculosa หรือ กรามเสือ

Faucaria Tuberculosa หรือ กรามเสือ

อีกหนึ่งสายพันธุ์ของแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรที่อยู่ในแถบแอฟริกาใต้ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรามเสือ และมีลำต้นที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ก็คงจะเป็นต้นพืชไหนไม่ได้ นอกจาก “ต้นกระบองเพชรกรามเสือ” นั่นเอง เพราะเป็นอีกหนึ่งต้นพืชขนาดจิ๋วที่ถูกมานิยมเพาะเลี้ยง เพาะปลูกกันจำนวนมาก

โดยจะมีลักษณะลำต้นที่เป็นการเรียงซ้อนทับกัน เป็นพืชไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนนานหลายปี สามารถเลี้ยงดูแลด้วยวิธีที่ง่ายๆ เพราะเป็นพืชที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ และสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเลี้ยงหรือดูแลก็สามารถคลายความกังวลไปได้เลยจริงๆ

อีกทั้งตัวลำต้นจะเป็นพืชที่อวบน้ำ เมื่อมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่ ก็มักจะออกดอกออกผลมาให้รับชมกันอย่างสบายตา คือตัวดอกจะเป็นแบบดอกเดี่ยวที่เป็นสีเหลืองกลีบเล็กๆซ้อนกัน ตัวผลจะมีลักษณะที่เป็นวงรี และมีเมล็ดอยู่ภายใน

ส่วนมากมักจะนิยมปลูกกับดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้เป็นอย่างดี ชอบแสงแดดแต่ไม่จ้าจนเกินไป ควรมีการรดน้ำดูแลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ดินและปุ๋ยแคสตัสแห้งแข็งจนเกินไปนั่นเอง เพราะเหตุนี้จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ในการปลูกเลี้ยงดูที่หน้าจับตามองอีกเช่นกัน

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

หากใครที่กำลังมองหาเจ้าต้นแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรน่ารักขนาดจิ๋ว มาเลี้ยงดูแลเป็นเหมือนเพื่อนที่ให้ความน่ารักและความใส่ใจตลอดเวลา ก็คงต้องขอแนะนำกับอีกหนึ่งสายพันธุ์ของ “ต้นกระบองเพชรม้าเวียน” เพราะเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีลักษณะลำต้นที่เตี้ยอวบน้ำ มีการดูแลที่ง่าย แต่อาจจะมีขั้นตอนในการขยายพันธุ์ที่เยอะขึ้นมาหน่อย โดยทั่วไปแล้วเจ้าต้นพืชม้าเวียนจะเป็นใบที่ถูกเรียงสลับกันเรียวยาว มีสีเขียวให้ความรู้สึกคล้ายรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มักจะออกดอกงอกเงยอยู่ทุกปี

โดยดอกจะมีลักษณะที่เป็นช่อ ก้านยาว มีทั้งสีขาว สีเหลือง ซึ่งภายในผลจะมีเมล็ดที่เป็นสีดำอยู่ประมาณ 5 – 10 เมล็ด มีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากทางแอฟริกาและก็ได้ถูกนำมานิยมที่ประเทศไทย จนได้กลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่หน้าจับตามองอีกหนึ่งสายพันธุ์

แต่การปลูกเลี้ยงของต้นพืชชนิดนี้มักจะเป็นการปลูกกับดินร่วนปนทราย ชอบปริมาณน้ำที่ให้ความชุ่มฉ่ำแต่ไม่มากจนเกินไป สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญชอบแสงแดดแบบรำไรไม่จัดจนเกินไป จึงทำให้เลี้ยงง่ายและดูแลง่าย

แต่ในขณะเดียวกันสำหรับการขยายพันธุ์พืชมักจะมีหลายขั้นตอนในการทำมากของต้นพืชชนิดนี้ นั่นก็คือ เพาะเมล็ด ปักชำใบ ปักชำยอด และหากต้องการให้ต้นพืชจิ๋วนี้เติบโตเร็วก็ต้องใช้วีธีการทั้ง 3 เข้ามาเป็นตัวช่วยเช่นกัน

 

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

            อย่างที่เราทราบกันดีนะคะว่า พืชในประเทศไทยนั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ค่ะ นั่นก็คือ พืชไร่ , พืชสวน และ ป่าไม้ นั่นเองค่ะ แต่ในวันนี้เราจะมีเจาะลึกกันถึงเรื่องของ พืชไร่ ค่ะ อีกทั้งนอกจากข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับพืชไร่แล้วนั้น เนื่องจากมีพืชไร่หลายชนิดที่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยค่ะ ดังนั้นเราจึงนำ พืชไร่ 13 ชนิด มาฝากทุกท่านกันด้วยค่ะ

อันดับแรกมารู้จักพืชไร่กันสักนิดก่อนนะคะ พืชไร่ จริง ๆ แล้วคือกลุ่มพืชที่ต้องการน้ำน้อย มีทั้งไม้ล้มลุกและไม้ทนแล้งค่ะ เป็นพืชประเภท พืชปีเดียวค่ะ คือในหนึ่งปีให้ผลผลิตแค่หนึ่งครั้งและสามารถเก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว เมื่อเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วลำต้นก็จะล้มตายค่ะ อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วนะคะ พืชไร่ที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย สำหรับพืชไร่สามารถนำมาแบ่งออกเป็นปะเภทแยกย่อยได้เยอะมากค่ะ ทั้งประเภทใช้เมล็ด เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ประเภทคลุมดิน ซึ่งก็คือพืชตระกูลถั่วนั่นเองค่ะ ซึ่งพืชไร่ก็มีทั้งแบบนำไปแปรรูปหรือนำไปขายในรูปแบบของผลิตผลได้เลยค่ะ ตอนนี้เราก็ทราบเกี่ยวกับพืชไร่กันไปคร่าว ๆ แล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปดู พืชไร่ 13 ชนิด กันเลยค่ะ

  1. อ้อย ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลทรายค่ะ ซึ่งต้องบอกว่า ในปัจจุบันน้ำตาลก็เป็นอีกหนึ่งในวัตถุดิบประกอบอาหารที่สำคัญมากเลยนะคะ อีกทั้งอ้อยยังถูกนำมาแปรรูปจำหน่ายในรูปแบบของน้ำอ้อย อ้อยควั่น อีกด้วยค่ะ หูย มีแต่ของอร่อยทั้งนั้น
  2. ข้าวโพด นอกจากจะถูกนำมาประกอบอาหารและแปรรูปเพื่อรับประทานแล้วนั้น ยังถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์อีกด้วยค่า
  3. มันสำปะหลัง อีกเช่นกันค่ะ ทั้งถูกนำมาประกอบอาหารรับประทาน ยังถูกนำไปแปรรูปเป็นวุ้นเส้น เบียร์ เครื่องปรุง กาว แป้งเปียก ฯลฯได้อีกด้วยค่ะ
  4. ข้าวฟ่าง นอกจากจะใช้ผลิตเป็นอาหารสัตว์แล้วยังสามารถนำมาแปรรูปทำน้ำเชื่อมหรือน้ำหมักแอลกฮอล์ได้อีกด้วยค่ะ
  5. ถั่วเหลือง นอกจากจะนำมารับประทานได้แล้ว ก็ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นน้ำมันได้อีกนะคะ
  6. ตะไคร้หอม เป็นพืชไร่ประเภทสมุนไพรค่ะ สามารถนำมาใช้ได้หลายด้านเลยค่ะ ทั้งประกอบอาหาร เป็นยารักษาโรค หรือจะนำมาทำเป็นยากันยุงก็เริ่ดค่ะ

  1. มะพร้าว สารพัดประโยชน์อีกเช่นกันค่ะ สำหรับน้ำมันมะพร้าว ทั้งกิน ทั้งทา อีกทั้งส่วนของกะลาก็ยังสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นของใช้ได้อีกด้วยค่ะ
  2. ฝ้าย เป็นอีกหนึ่งพืชไร่ประเภทเส้นใยที่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมสิ่งทออย่างมากค่ะ
  3. ขมิ้น อีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมายค่ะ ทั้งช่วยทำให้ผิวพรรณสวยงาม อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคได้อีกมากมาย เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ เป็นต้น
  4. งา เป็นพืชไร่ประเภทให้น้ำมันค่ะ ซึ่งแน่นอนค่ะ นอกจากจะสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันงาเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารเพื่อรับประทานได้อีกด้วยค่ะ
  5. กาแฟ เป็นหนึ่งในพืชให้เมล็ด ที่สารพัดประโยชน์เช่นกันค่ะ ทั้งการนำมาสกัดเป็นกาแฟดื่มได้ เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย กากกาแฟ สามารถนำมาขัดผิวได้ อีกทั้งส่วนของเมล็ดกาแฟยังใช้นำมาตั้งดับกลิ่นได้อีกด้วยค่ะ
  6. ปาล์ม ใช้ในการนำมาสกัดทำน้ำมันอีกทั้งยังสามารถนำไปแปรรูปเพื่อทำ เนยขาว ครีมฉาบหน้าขนม ได้อีกด้วย
  7. ชา เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ ที่จะนำมาต้มดื่มเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายค่ะ

 

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

และนี่ก็คือ พืชไร่ 13 ชนิด ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างสารพัดประโยชน์เลยล่ะค่ะ และนอกจากนี้ยังมีพืชไร่อีกมากมายที่มีผลในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ

 

 

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Opuntia aciculate

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Opuntia aciculate

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Opuntia aciculate

เป็นอีกหนึ่งต้นกระบองเพชรที่มาจากสายพันธุ์ aciculate เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะรูปร่างที่น่ารักเล็กกะทัดรัด เป็นการแพร่ขยายสายพันธุ์มาจากทางเหนืองของเม็กซิโก เป็นต้นไม้ที่เต็มไปด้วยหนามมากมายซึ่งอยู่ในกลุ่มต้นไม้ที่เป็นผลัดใบและอวบอิ่มด้วยน้ำ ส่วนใหญ่มักจะเติบโตและพบเจออยู่บริเวณบนก้อนหินและภูเขาแห้ง

ซึ่งลักษณะของต้นไม้สายพันธุ์นี้จะมีรูปร่างที่เป็นวงรี คล้ายหูกระต่าย บริเวณปลายมีส่วนที่เป็นโค้ง และมีหนามหรือเข็มที่เกาะกันอยู่เป็นกลุ่มๆ เมื่อโตเต็มที่จะมีผลดอกที่เป็นสีเหลืองทอง หรือสีส้มแดง มาให้เรารับชมความสวยงามของมันนั่นเอง

ส่วนวิธีการเลี้ยงและการดูแลต้นกระบองเพชรนี้ ควรนำไปวางในพื้นที่ที่มีแสงแดดกระทบในยามเช้า เพราะเป็นช่วงที่แดดไม่ร้อนจนเกินไป และต้องรดน้ำเมื่อดินมีความแห้ง ที่สำคัญต้องหมั่นคอยสังเกตุอยู่เสมอว่าจะเกิดโรคและมีแมลงหรือศัครูพืชมาคอยก่กวนหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้สามารถเจริญเติบโตและขยายการแตกหน่อแบบสวยๆให้เราได้ชื่นชม และเอ็นดูในความน่ารักของพืชชนิดนี้นั่นเอง

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

สำหรับต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีผู้คนรู้จัก และนิยมนำมาเลี้ยงดูแลและปลูกกันอยู่ส่วนใหญ่ เพราะเป็นพืชที่มีสามารถออกดอกได้ทุกปี และมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก แถมยังเลี้ยงง่าย ไม่ตายเร็วเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ ยิ่งเฉพาะในช่วงที่หน้าร้อนมักจะมีการออกดอกมาให้รับชมกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าแต่ละครั้งที่ออกดอกจะเป็นสีอะไร โดยส่วนมากจะเป็นสีเหลืองและส้ม มีลักษณะที่เป็นดอกใหญ่น่ารักและเล็กกกะทัดรัดสวยงาม

ส่วนในเรื่องของวิธีการดูแล ควรนำไปวางในพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอ ควรมีการเปลี่ยนดินและรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ดอกของสายพันธุ์นี้ เจริญเติบโตและขยายการแตกหน่อออกมาอย่างสวยงาม ที่สำคัญไม่ควรรดน้ำในจำนวนที่บ่อยครั้งมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ต้นไม้พืชพรรณ มีอาการที่เน่า จนในที่สุดก็อาจจะทำให้ต้นไม้นั้นตายลงไป

ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตุอาการของต้นกระบองเพชรอยู่บ่อยๆ เพราะอาจจะมีแมลงหรือสัตว์ศัตรูพืชมารบกวนหรือก่อกวน ทำให้ต้นไม้ของเราตายเกิดโรคต่างๆ และสำหรับสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะที่เป็นเหมือนรูปทรงกลมคล้ายโลก มีหนามหรือเข็มที่เป็นสีน้ำตาลทอง บริเวณปลายจะเป็นส่วนโค้ง มีการแพร่หลายมาจากรัฐเท็กซัสหรือโกอาวีลา ในเขตความร้อนบริเวณทะเลทราย จนได้กลายมาเป็นไม้ดอกไม้ประดับของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้

 

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

วิธีดูแลต้นไม้