ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ 1000maidee บทความ

ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์

ต้นคล้าใบตอง ไม้ฟอกอากาศ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์

            ต้น “คล้าใบตอง” ( Calathea Orbifolia ) ขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ประดับที่มีใบที่สวยงามมาก ด้วยลวดลายเป็นเอกลักษณ์บนใบสีเขียวเข้มดูสดชื่น และยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ จึงเป็นที่นิยมนำไปปลูกแต่งบ้าน หรือแต่งสวนกันมาก แต่ทราบไหมคะว่า เห็นสวย ๆ แบบนี้ ยังขึ้นชื่อว่าดูแลเอาใจใส่ยากอีกด้วยนะ ดังนั้นหากใครกำลังสนใจต้นไม้นี้อยู่ละก็ ต้องศึกษาวิธีปลูกและการดูแลให้ดีเลยทีเดียว

ใบของคล้าใบตองมีขนาดใหญ่ รายริ้วสีขาวตัดกับสีเขียวบนตัวใบ ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ เป็นไม้ประดับที่คนนิยมนำไปแต่งบ้านกันมาก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยสร้างโอโซนสร้างบรรยากาศบริสุทธิ์ได้อีกต่างหาก และด้วยภาพลักษณ์ที่ดูสวยแพง ทำให้มันมีราคาสูงมากกว่าไม้ประดับทั่วไป แน่นอนว่าใครหลาย ๆ คนต่างอยากได้ไม้ประดับชนิดนี้ไปครอบครอง แต่หากดูแลไม่ดีแล้วละก็ รับรองต้องประสบปัญหา “ใบเหลือง” กันทุกราย

  • วิธีปลูกต้นคล้าใบตอง

อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ “ดิน” จะต้องเป็นดินร่วนที่ต้องไม่แห้ง และไม่ชื้นจนเกินไป ควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี สำหรับการปลูกในระยะแรก ควรผสมใบก้ามปูลงไปในดินด้วย สำหรับตำแหน่งที่ตั้งในการปลูกไม้ประดับชนิดนี้ จะต้องคำนึงถึงแสงอ่อน ๆ ไม่แรงมาก จึงควรเลี้ยงเอาไว้ในที่ร่ม อากาศจะต้องไม่ร้อนเกินไป และต้องถ่ายเทสะดวก ควรปลูกในอุณหภูมิระหว่าง 18-24 องศาเซลเซียส สำหรับการรดน้ำ ไม่ควรรดบ่อยจนน้ำขัง ควรรดแค่สามวันครั้งก็เพียงพอแล้ว มิฉะนั้นอากาศใบเหลืองได้ถามหาแน่

  • การดูแลต้นคล้าใบตอง

หากใครอยากดูแลต้นคล้าใบตองให้เจริญงอกงาม นอกจากข้อระวังข้างต้นแล้ว อาจเพิ่มสารอาหารให้กับต้นด้วยการใส่ปุ๋ยด้วยก็ได้ เพื่อน ๆ สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 กิโลกรัม เดือนละ 1 ครั้ง โดยควรใส่ผสมกับดินใหม่และนำไปโรยรอบ ๆ กอของต้นไม้

แม้ว่าต้นคล้าใบตอง จะเป็นไม้ประดับ ที่ขึ้นชื่อว่าเอาใจยาก แต่หากได้ลองเลี้ยงแล้ว ทุกคนคงจะตกหลุมรักในความสวยงามดูสดชื่นของใบเป็นแน่ แต่หากปลูกไปอย่างดีแล้ว ยังประสบปัญหาใบเหลืองหรือใบไหม้อยู่ เพื่อน ๆ ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ ให้ลองกลับมาทบทวนดูว่า สภาพอากาศหรือการรดน้ำของเราโอเคหรือยัง อย่างเช่น หากมีอาการใบเหลือง นั่นอาจเป็นเพราะเรารดน้ำเยอะเกินไป หรือในดินมีความชื้นสูงเกินไป ทางแก้ก็อาจจะรดปริมาณน้ำลง หรือไปแก้ปัญหาเรื่องดิน ขณะเดียวกัน หากเจออาการใบไหม้ นั่นอาจเป็นเพราะน้องไปเจอแสงแดดมากเกินไปค่ะ ลักษณะของใบที่บางมาก ทำให้ต้นคล้าใบตองไวต่อแสงมาก ทางแก้ก็แค่ย้ายที่ตั้งไปในที่ที่มีร่มเงามากขึ้นนั่นเอง

ไม้ฟอกอากาศ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ 1000maideeบทความ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

        สำหรับใครที่อยากแต่งบ้าน หรือแต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะเขตร้อนอยู่ละก็ ต้องรู้จักไม้ยืนต้นอย่าง “ต้นหมากเหลือง”  เลยค่ะ เพราะลักษณะของต้นที่มีใบเรียวยาวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นแบบนี้จึงเป็นที่ถูกใจของเหล่าคนรักต้นไม้หลาย ๆ คน นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้มงคล และยังมีความมินิมอล ฟอกอากาศได้ด้วย

ต้นหมากเหลือง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow Palm ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าเป็นพืชตระกูลปาล์ม จัดเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นเป็นกอ โตเต็มที่จะมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบเรียวยาวสีเขียวปนเหลือง นิยมนำไปปลูกแต่งสวนให้ร่มเงา และสร้างความรู้สึกให้สวนสวยของเราได้บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนชายทะเล แต่ในขณะเดียวกัน สายมินิมอลก็สามารถนำต้นหมากเหลืองนี้ไปปลูกเป็นต้นไม้ประดับบ้านได้ด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นไม้มงคล เชื่อกันว่าหากปลูกต้นไม้นี้แล้ว จะทำให้ได้รับความเคารพยำเกรง นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดซับสารพิษได้อีกด้วย

วิธีปลูกต้นหมากเหลือง

เราสามารถปลูกต้นหมากเหลืองได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ข้อดีของไม้ยืนต้นชนิดนี้คือทนทาน โดยเฉพาะสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนซุย และเราควรคำนึงถึงสภาพแสงแดดด้วย คือควรปลูกในที่ที่แดดไม่จ้ามากนัก หากปลูกข้างนอกควรมีร่มเงา หากปลูกในร่ม แนะนำให้ปลูกในกระถาง วางไว้ตรงที่ที่มีแสงส่องรำไร และควรผสมปุ๋ยคอก แกลบ หรือขุยมะพร้าวเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

การดูแลต้นหมากเหลือง

เนื่องจากต้นหมากเหลืองเป็นต้นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก หากนำต้นหมากเหลืองไปปลูกเป็นไม้ประดับในอาคาร รดน้ำวันเว้นวัน หรือสามวันครั้งก็พอแล้ว หากปลูกกลางแจ้งอาจจะรดอาทิตย์ละครั้ง วันไหนที่มีอากาศร้อนจัดก็อาจจะเพิ่มความถี่ในการรดก็ได้ หากใครต้องการให้ต้นหมากเหลืองเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์อยู่คู่กับสวนสวยของเราไปนาน ๆ  ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-8 ปริมาณ 1 หยิบมือเดือนละครั้ง และปุ๋ยคอกแห้ง 2ครั้งต่อปี

นอกจากต้นหมากเหลืองจะสามารถปลูกเป็นไม้ยืนต้นแต่งสวน หรือไม้ประดับในบ้านได้ ต้นไม้ชนิดนี้ยังมีสรรพคุณทางยา ส่วนก้านสามารถนำไปตรวจภาวะโรคเบาหวานได้ ผลอ่อนของต้นจะช่วยให้รู้สึกเจริญอาหาร ช่วยลดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ ขับเสมหะได้ เนื้อของผลยังช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เรียกได้ว่าปลูกต้นเดียว ได้ทั้งความสดชื่น ความเป็นมงคล และยังช่วยเรื่องสุขภาพได้อีกด้วย

 ไม้ประดับ

เสน่ห์จันทร์ดำด่าง ไม้มงคลเมตตามหาเสน่ห์เสริมโชคลาภ 1000maidee บทความ

เสน่ห์จันทร์ดำด่าง ไม้มงคลเมตตามหาเสน่ห์เสริมโชคลาภ

เสน่ห์จันทร์ดำด่าง ไม้มงคลเมตตามหาเสน่ห์เสริมโชคลาภ

เสน่ห์จันทร์ดำด่าง เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบจะออกเป็นรูปหัวใจกึ่งสามเหลี่ยม   ทรงจะเรียวๆ  ตรงฐานใบมีความโค้งเว้าชัดเจน  ปลายใบแหลม   ขอบใบเรียบ   ใบจะมีลวดลายและมีหลากหลายสีผสมกันจนเกิดเป็นความด่าง  เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Araceae  และอยู่ในสกุล Homalomena  ซึ่งจะอยู่ในกลุ่มพวก  เสน่ห์จันทร์บุษราคัม   เสน่ห์จันทร์ประกายทอง  ประกายดาว  หรือเสน่ห์จันทร์แดง  เป็นต้น

เสน่ห์จันทร์ดำด่าง   มีอยู่มากมายในธรรมชาติและกระจายตัวในทุกพื้นที่ พบได้ในบริเวณเขตร้อนชื้น  จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน  ส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือดินจะเป็นก้านและใบเท่านั้น   เป็นต้นไม้ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด  การเจริญเติบโตค่อนข้างช้า แต่จะเติบโตได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์  เหมาะสำหรับที่จะปลูกลงในภาชนะ  เช่นกระถาง  เป็นต้น แต่ภาชนะที่ใช้นั้นจะต้องมีรูระบายน้ำได้  เพราะต้นนี้จะชอบน้ำแต่ไม่ชอบให้น้ำขัง   ชอบอยู่ในที่ชื้น  และชอบแสงแดดรำไร   ไม่ชอบอยู่ในที่มีแสงแดดจัดเพราะจะทำให้ใบไหม้ได้

เป็นต้นไม้ที่อดทนต่อสภาวะต่างๆ ได้ดี  จึงทำให้ไม่ค่อยพบปัญหาจากแมลงหรือโรคร้ายแรงต่างๆ  การดูแลไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไปเพราะถ้าน้ำมีมากไปจะทำให้รากเน่าได้ ในบางชนิดที่มีหน่อเกิดได้ง่ายนั้นมักนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตัดชำ  และรวมถึงการตัดยอด  ซึ่งวิธีดังกล่าวจะทำให้ได้ลักษณะที่ไม่แตกต่างไปจากต้นแม่เท่าไหร่  การขยายพันธุ์ด้วยการ  การตัดยอด  หรือการผ่าตาเป็นการขยายพันธุ์ที่ง่าย สะดวก  รวดเร็ว  และใช้เวลาน้อยรวมถึงการให้ได้ซึ่งจำนวนที่ค่อนข้างมาก และไม่ได้ลงทุนสูงมาก

วิธีการผ่าตาต้นเสน่ห์จันทร์ดำด่าง

  • ต้องเลือกแม่พันธุ์ที่มีเนื้อของลำต้นเยอะๆ  และอวบ
  • พอได้แม่พันธุ์มาแล้วให้ทำการตัดต้นโดยให้เหลือแต่ลำต้นที่แข็งแรงเพียงอย่างเดียว
  • จากนั้นมาทำการผ่าตา โดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตามตาที่อยู่ตามลำต้น
  • เสร็จแล้วให้นำมาทาปูนแดงตรงแผลที่ผ่า ทิ้งไว้ให้แห้งแต่ไม่ต้องแห้งมาก
  • จากนั้นจัดเตรียมวัสดุปลูกโดยนำกาบมะพร้าวมารองก้นในภาชนะ  แล้วนำปุ๋ยผสมทรายมาโรยทับด้านบนอีกชั้นหนึ่ง
  • หลังจากนั้นนำชิ้นตาที่ผ่าไว้มาวางโดยหงายตรงส่วนตาขึ้น  และใช้ปุ๋ยผสมทรายโรยทับบางๆ อีกชั้นหนึ่ง
  • จากนั้นนำไปใส่ในถุงอบ เพื่อควบคุมอุณหภูมิ เพื่อที่จะทำให้รากออกมาได้ดีและสมบูรณ์

เสน่ห์จันทร์ดำด่าง   เหมาะสำหรับเป็นไม้ประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน   จัดเป็นไม้มงคลที่ว่าด้วยเรื่องความเชื่อ  ว่าสามารถช่วยเสริมในด้านการค้าขายและเมตตามหาเสน่ห์  เสริมโชคลาภบารมี  ช่วยนำสิ่งที่ดีที่เป็นมงคลเข้ามาภายในบ้าน   ตลอดจนห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้

ไม้มงคล

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน 1000maidee บทความ

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน

อโลคาเซีย มังกรเงิน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Alocasia  Baginda Silver Dragon พบได้ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย  ปัจจุบันได้รับความนิยมและปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก  ด้วยความโดดเด่นของใบจึงได้รับความนิยมในการนำมาประดับบ้าน   ซึ่งนิยมนำมาปลูกเป็นไม้กระถางเพื่อตกแต่งบริเวณบ้านและบริเวณสวน

อโลคาเซียมังกรเงิน ลักษณะของใบมีขนาดใหญ่คล้ายเกล็ดมังกร   ใบจะมีสีเขียวเงินและเส้นกลางใบมีสีเขียวเข้ม   ส่วนของลำต้นที่อยู่ใต้ดินจะเป็นเหง้ายาว   และลำต้นที่โผล่เหนือดินจะเป็นลักษณะซ้อนกันของกาบใบ   เติบโตได้ถึง 1 เมตรเลยทีเดียว และสามารถปลูกในกระถางได้เพราะเป็นต้นที่สวยงามและดูแลง่าย    ชอบแสงแดดรำไรไม่ชอบแสงแดดจัด   ไม่ชอบน้ำ แต่ชอบความชุ่มชื้น   ควรวางในที่อากาศเย็น  และมีอากาศถ่ายเทหรือมีร่มเงา   หากปลูกในร่มเกินไปต้นมักจะโทรม ดูไม่สดชื่น และไม่แข็งแรง  การรดน้ำควรปล่อยให้ดินแห้งแต่ยังแห้งไม่สนิท แล้วจึงค่อยรด  และให้รดน้ำวันเว้นก็เพียงพอหรืออาจจะรด 2 วันครั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและเครื่องปลูกด้วย   ถ้าอากาศร้อนมากและเครื่องปลูกแห้งมาก  ก็ควรที่จะรดทั้งเช้า และเย็นได้เลย

อโลคาเซียจะชอบดินร่วนซุยที่ให้ความชุ่มชื้นสูง  แต่ต้องไม่มีน้ำขัง  เพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้ง่าย   การใส่ปุ๋ยสามารถใช้ปุ๋ยตามธรรมชาติได้   อย่างเช่น ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยขี้วัว  หรือปุ๋ยละลายช้า  และให้ใส่ในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน  ส่วนถ้าเป็นฤดูแล้งนั้นไม่จำเป็นต้องใส่  การใส่ปุ๋ยก็เพื่อป้องกันหนอนผีเสื้อ ที่มักจะกินก้านและใบรวมถึงเหง้าได้ ซึ่งถ้าเราไม่ดูแลก็อาจจะทำให้ต้นไม้ตายได้เช่นกัน  จึงต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เป็นประจำ   การให้น้ำและสารอาหารควรให้เพียงพอและทั่วถึง  ถ้าต้นนี้ได้รับน้ำและอาหารเพียงพอแล้ว ต้นจะมีขนาดใหญ่หลายเท่าตัวก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีจำนวนใบหรือหน่อมากตาม   ซึ่งตรงกันข้ามหากเลี้ยงแบบดูแลไม่ดี ให้อดอยากบ้างก็จะทำให้ต้นนั้นแตกหน่อได้ดีกว่า  การใช้เครื่องปลูกสำหรับอโลคาเซีย ส่วนใหญ่มักจะใช้ดินใบก้ามปู   กาบมะพร้าวสับอย่างเดียวหรือจะผสมกับแกลบก็ได้

ส่วนการขยายพันธุ์ของต้น  อโลคาเซียมังกรเงิน  ที่นิยมกันมากคือการใช้วิธีแยกหน่อ   เมื่อต้นเริ่มแตกหน่อแล้ว  ส่วนการปั่นตาจะเป็นอีกวิธีที่ใช้กันสำหรับความต้องการจำนวนมากนั่นเอง    และสุดท้ายการใช้วิธีโดยการตัดเหง้ามาเป็นแว่นๆ เพื่อทำการชำนั้น เป็นวิธีที่ทำได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเน่าและเป็นเชื้อราได้อีกเช่นกัน

 ไม้ประดับ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม 1000maidee บทความ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม

 เฮ้อ ช่วงกักตัว อยากตามเทรนบ้างจัง อยากปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวย ๆ จังเลย ปลูกอะไรดีน้า ?”… แหม ถามแบบนี้ก็ตอบยากนิดนึงนะคะ เพราะไม้ประดับเนี่ยมีมากมายจริง ๆ ทั้งแนวสายมูต้นไม้มงคลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เงินไหลมา กวักมรกต หรือไม้ประดับที่ใช้ฟอกอากาศ เช่น ลิ้นมังกร อ้อ หรืออันนี้ดีนะ สเตอร่า สวย หรู ดู แพง … “ฮะ ทำไมเยอะจัง … เอ่อ งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า อยากปลูกกล้วยไม้อ่ะ” … เลือกได้ดีมากเลยค่ะคุณพี่ เพราะกล้วยไม้นอกจากจะสวยแล้วยังมีกลิ่นหอมอีกด้วยนะคะ แต่คุณพี่ทราบไหมคะว่า กล้วยไม้ที่เราเห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไปเนี่ย แท้ที่จริงแล้ว เขามีกันอยู่หลายสกุลมาก ๆ และแต่ละสกุลก็มีความชอบที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูก็จะต่างกันออกไปด้วยค่ะ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยมและในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับกล้วยไม้สกุล ฟานแลนนอปซิส ( Phalaenopsis Orchid ) ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกสกุลที่คนให้ความนิยมมากเลยล่ะค่ะ และนอกจากไปรู้จักแล้ว เราจะมาแนะนำด้วยว่าเจ้าฟาแลนนอปซิส ดูแลยังไง ซึ่งจริง ๆ แล้วกล้วยไม้สกุลนี้เธอมีฉายาของเธอนะคะ นั่นก็คือ  “ผีเสื้อกลางคืน”  ซึ่งมีที่มาจากชื่อเดิมในภาษากรีกค่ะ คำว่า ฟาไลนา แปลว่า “ผีเสื้อกลางคืน” และ ออปซิส แปลว่า “เหมือน”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้มาจากลักษณะใบของเธอที่เหมือนกับผีเสื้อราตรีนั่นเองค่ะ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี ลำต้นสั้น รากค่อนข้างใหญ่ ช่อดอกยาว ฯลฯ โดยทั่วไปการเลี้ยงกล้วยไม้ ควรเลี้ยงในที่พรางแสงค่ะ ให้มีแสงสักประมาณ 50-70% หากเจอแดดหรือลงแรง ๆ อาจทำให้ กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส ตายได้ค่ะ

แต่กล้วยไม้สกุลนี้ เธอค่อนข้างที่จะมีความชอบพิเศษของเธออยู่ค่ะ นั่นก็คือ เธอชอบอากาศเย็น และชอบความชื้นสูง จึงทำให้โรคที่เกิดขึ้นกับกล้วยไม้สกุลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อราค่ะ ฟานแลนนอปซิส ชอบอยู่ในกระถางที่โปร่งและอากาศถ่ายเทได้ดี เพราะรากของเธอต้องการรับแสงเพื่อใช้ในการลดเชื้อราค่ะ บางคนอาจจะบอกว่า ฟาแลนนอปซิส ดูแลยาก แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรารู้จักเขาดี ๆ ก็ไม่ยากหรอกค่ะ หากต้องการปลูกกล้วยไม้สกุลนี้ สามารถดูแลได้ดังนี้

  • แสง เรื่องแสงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญกับกล้วยไม้ค่ะ ฟาแลนนอปซิสชอบแสงแดดรำไร เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปอาจทำให้ใบเกิดรอยไหม้ได้
  • อุณหภูมิ  ทั้งความชื้นและอุณหภูมิล้วนมีผลต่อเธอค่ะ สำหรับช่วงปกติควรปลูกในที่ที่อุณหภูมิอยู่ในช่วง 23–28 องศาเซลเซียส และในช่วงออกดอกอยู่ที่ประมาณ 18–25 องศาเซลเซียส ปกติแล้วฟาแลนฯ อยูในอุณหภูมิสูง ได้ถึง 35องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง 10 องศาเซลเซียส ในส่วนของความชื้นควรอยู่ที่ 60–65 เปอร์เซ็นต์
  • น้ำ ต้องบอกว่าไม่ควรให้น้ำมากเกินไปค่ะ ถึงฟาแลนฯจะชอบความชื้นแต่การให้น้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าได้ค่ะ หากพบว่าวัสดุปลูกแห้งแล้ว ก็จึงให้น้ำได้ค่ะ โดยไม่ควรให้ถูกดอกนะคะ เพราะหากมีน้ำขังบริเวณยอดก็อาจจะทำให้ยอดเน่าได้อีกด้วย เมื่อพบว่าส่วนใดเน่า ควรตัดส่วนนั้นออกและทาแผลด้วยปูนแดงค่ะ

  • ปุ๋ย ระยะเวลาที่เหมาะสมในการให้ปุ๋ยคือทุก 10–14 วัน ในช่วงแรกที่เป็นต้นกล้าปุ๋ยควรมีธาตุไนโตรเจนสูง โดยอาจจะใช้สูตร 30-20-10 ในระยะใกล้ออกดอก ควรเปลี่ยนสูตรปุ๋ยให้มีธาตุโปรแตสเซียมและฟอสฟอรัสสูงแทนค่ะ
  • เปลี่ยนวัสดุปลูก เพื่อป้องกันรากเน่า เราจึงควรเปลี่ยนวัสดุปลูกทุก ๆ 3–6 เดือน ค่ะ อีกทั้งหากพบว่าวัสดุมีการยุบตัว ควรทำการเสริมวัสดุปลูกอีกด้วยค่ะ
  • การป้องกันโรคและแมลง ควรพ่นยากำจัดโรคและแมลงเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดโรคระบาดได้ง่าย นั่นก็คือ ฤดูฝน นั่นเองค่ะ

ตอนนี้ทุกท่านก็ทราบแล้วใช่ไหมคะว่า ฟาแลนนอปซิน ดูแลยังไง หากใครที่สนใจอยากจะปลูกกล้วยไม้สกุลนี้ก็ลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเขาให้ดีก่อนนะคะ เพื่อการดูแลรักษาที่ถูกวิธีค่ะ

 ไม้ประดับ

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง 1000maidee บทความ

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง

พลูปีกนกด่างเหลือง ไม้ฟอกอากาศหายากราคาแพง

ต้นพลูปีกนกด่างเหลือง จัดเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  มีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า  Monstera  Standleyana  Variegated   เป็นไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพงเพราะหายาก   จุดสังเกตุ ใบจะมีสีเขียวผสมสีเหลืองสลับทั่วใบ ลักษณะใบจะมีความเรียวยาว มีผิวเรียบ มีความมันเงาเคลือบอยู่  ใบจะมีความแข็งแรง เราสามารถมองเห็นเส้นใบได้อย่างชัดเจน  ส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในกระถาง

ต้นพลูปีกนกด่างเหลือง เป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างโตช้า  แต่เติบโตได้ดีในที่ร่มเพราะชอบแสงแดดรำไร   ไม่ชอบแสงแดดจัด ถ้าหากโดนแสงแดดมากไปจะทำให้ใบนั้นไหม้ได้ ดูไม่สวยงาม เป็นพืชที่ถือได้ว่าเป็นไม้ฟอกอากาศได้ดีชนิดหนึ่งเลยทีเดียว  เพราะช่วยทำให้อากาศภายในห้องเราบริสุทธิ์ อีกทั้งยังช่วยดูดสารพิษภายในห้องของเราได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญคือ เลี้ยงง่าย   เป็นต้นไม้ประดับที่เราสามารถนำมาปลูกไว้ภายในอาคาร ในบ้าน  หรือตามห้องต่างๆ ได้   เช่น  ห้องนอน  ห้องรับแขก  ห้องครัว  ห้องน้ำ เป็นต้น  หากเราต้องการจะวางไว้ในห้องนอน ควรวางในที่มีแสงแดดส่องถึงเล็กน้อย  เพื่อให้กระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้นี้ทำงานได้เต็มที่   และควรวางในระยะใกล้เขตหายใจของเรา   เพื่อต้นไม้จะได้ช่วยฟอกอากาศพิษออกจากร่างกายของเราได้ดีนั่นเอง

ต้นไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่จะประดับให้สวยงามเท่านั้น  ยังช่วยเสริมโชคลาภ  บารมี  ให้กับเราได้อีกด้วย ส่วนวิธีการดูแลก็ง่ายมากๆ   เพียงแค่อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก  และมีน้ำหล่อเลี้ยง  เท่านี้ก็ทำให้ต้นเจริญเติบโตได้ดีทีเดียว  สำหรับบางคนที่เลี้ยงต้นไม้นี้ในน้ำ  ให้ทำการเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ  หรือถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  และอาจจะใส่ปุ๋ยละลายช้า 1-2 เม็ด ร่วมด้วยก็ได้  แต่สำหรับใครที่ปลูกไว้ในวัสดุปลูก  เช่น กระถาง   ให้รดน้ำให้ชุ่มเลย  และกระถางที่ใส่นั้นจะต้องมีรูเพื่อให้น้ำระบายออกได้ดี  เพราะถึงแม้ว่าต้นไม้ชนิดนี้จะชอบน้ำมากแต่ก็ไม่ชอบให้น้ำขัง  เพราะถ้าน้ำขังมากไป  ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตรงปลายใบและอาจจะทำให้ต้นตายได้

ส่วนเรื่องการขยายพันธุ์ของ พลูปีกนกด่างเหลือง  มักจะนิยมนำมาปักชำหรือแช่น้ำ   ซึ่งวิธีการทำนั่นไม่ยุ่งยากเลย

  • ก่อนอื่นตัดจากต้นที่โตแล้ว แต่ต้องเลือกตัดส่วนที่มีรากงอกขึ้นมาใหม่ประมาณ 1นิ้ว  โดยตัดตรงโคนให้เอียงประมาณ 45 องศา
  • แล้วนำไปปักลงในกระถาง   แต่ก่อนจะลงให้นำมะพร้าวสับก้อนเล็กรองก้นก่อน 1 ชั้น  ส่วนชั้นที่ 2 ให้นำมะพร้าวสับก้อนเล็กผสมกับเพอไรซ์ลงไปจนเกือบเต็มกระถาง   แล้วถึงจะนำต้นไม้มาลงได้โดยจัดระเบียบรากให้ดีและต้องทำอย่างระมัดระวัง
  • เมื่อเสร็จแล้วให้เติมเครื่องปลูกถมลงไปให้เต็ม  กดให้แน่นนิดนึงแต่อย่าให้แน่นมาก แล้วทำการรดน้ำให้ชุ่ม
  • จากนั้นนำเข้าถุงอบที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วัน ขึ้นอยู่กับว่ารากมากหรือรากน้อย  ระหว่างที่อบไม่ควรให้โดนแสงแดดเลยยิ่งดี

หรืออีกวิธีหนึ่งให้นำต้นไม้ไปแช่ในน้ำก่อน  รอให้รากงอกออกมาแล้วถึงจะนำไปปลูกในกระถางได้

ไม้ฟอกอากาศ

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับใบสีน้ำนมสวยน่าปลูก 1000maidee บทความ

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับใบสีน้ำนมสวยน่าปลูก

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับสกุลต้นเงินไหล

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ( Syngonium milk confetti ) คำว่า ซิงโกเนียม ( Syngonium ) ก็คือ ไม้ในสกุลต้นเงินไหลมา  และ มิลล์ คอนเฟททิ ( Milk confetti )  คือชื่อเรียก ลักษณะของลายและสีใบ  เมื่อนำมารวมกันแล้วจะเรียกว่า  Syngonium milk confetti หมายถึง ต้นเงินไหลมาด่างชมพู นั่นเอง  ซึ่งวิธีการสังเกตุก็คือให้ดูที่ใบจะต้องมีสีน้ำนมอยู่ในใบ และลายด่างต้องเป็นจุดกระจาย  ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีความแปลกตาและดูสวยงาม

ต้นเงินไหลมาด่างชมพู ไม้ประดับใบสีน้ำนมสวยน่าปลูก 1000maidee บทความ

ต้นเงินไหลมาด่างชมพูจัดเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่าย  ดูแลไม่ยาก ทนต่อสภาพอากาศได้ดี  ไม่มีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ มารบกวน  และที่สำคัญยังมีประโยชน์มากมาย  จุดประสงค์ในการปลูกก็เพื่อเป็นไม้ประดับที่ให้ความสวยงาม  ร่มรื่น  สดชื่นสบายตา   อีกทั้งยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์   และช่วยดูดซับสารพิษได้ดีอีกด้วย    ปลูกแล้วจะช่วยเสริมมงคล  เสริมบารมี  ให้กับชีวิตคนปลูกได้อีกด้วย    นิยมนำมาปลูกในกระถางหรือปลูกในน้ำใส่แจกัน  แล้ววางตามจุดต่างๆ ในบริเวณบ้าน  อาคาร  หรือสำนักงาน  เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายมาก  เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน  ชอบแสงแดดรำไร  แต่ไม่ควรให้อยู่ในที่แสงแดดจัดเพราะจะทำให้ใบไหม้ได้ง่าย

 การขยายพันธุ์ทำได้ไม่ยาก  เพราะนิยมนำมาปักชำกัน  ซึ่งวิธีการนั้นจะนำมาปลูกในกระถาง

  • โดยให้เลือกกระถางที่มีความสูงประมาณ 8-16 นิ้ว   แล้วให้นำดินร่วน  ปุ๋ยคอก แกลบ  ขุยมะพร้าว  มาผสมรวมกันอย่างละ 1 ส่วน ให้เท่าๆ กัน
  • นำส่วนผสมทั้งหมดมาเทใส่ในกระถางที่เตรียมไว้
  • จากนั้นให้นำต้นไม้มาลงโดยอาจจะใช้ขุยมะพร้าวหรือกาบมะพร้าวห่อหุ้มรากไว้ เพื่อให้รากได้ดูดซึมอาหารได้ดี   หรือจะใช้ไม้ปักไว้ตรงกลางเพื่อให้รากต้นไม้ได้มีสิ่งยึดเกาะ
  •  เมื่อต้นไม้มีอายุได้ประมาณ 2-3 ปี  ควรเปลี่ยนกระถางให้ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม  เพื่อจะได้ไม่ทำให้รากแน่นในกระถางเกินไป

การดูแลรักษานั้นทำได้ไม่ยากเหมือนกัน  เพราะเป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำมาก  จึงควรรดน้ำวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ  และคอยใส่ปุ๋ยประมาณเดือนละ 1-2ครั้ง  เพื่อทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้เต็มที่   และควรหาผ้าชุบน้ำหมาดๆ หมั่นเช็ดใบบ่อยๆ เพื่อจะได้กำจัดฝุ่นที่เกาะตามใบ  และเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบด้วย ทริคเล็กๆ ของการปลูก  Syngonium milk confetti   หรือต้นเงินไหลมาด่างชมพู  แนะนำว่าควรปลูกในวันอาคาร  โดยหันหน้าออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศใต้ของตัวบ้าน   เพราะพลังของต้นไม้จะช่วยเกื้อหนุนในการเสริมความแข็งแกร่ง  เสริมโชคชะตาให้กับทุกคนที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปนั่นเอง

ไม้ฟอกอากาศ

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

     ชื่อจริงๆ คือ อิพิพริมนัม  หรืออิพิด่าง ( Epipremnum Pinnatum ) แต่ที่รู้จักกันจะเป็นชื่อ พลูฉีกด่าง  ซึ่งอยู่ในวงศ์ Araceae  และก็เป็นเครือญาติเดียวกันกับ มอนสเตอร่า  เพียงแต่ขึ้นกันคนละทวีปเท่านั้นเอง   ซึ่งต้นพลูฉีกนั้นจะมีถิ่นกำเนิดในทวีปอินเดีย  เอเชีย  ออสเตรเลีย  ไปจนถึงฮาวาย   ถือเป็นไม้ถิ่นที่มีพื้นที่ครอบคลุมกินบริเวณกว้างขวางมาก ๆ

พลูฉีกด่าง อิพิพริมนัม ญาติกับมอนสเตอร่า ราคาสบายกระเป๋า

Epipremnum Pinnatum   จะพบได้ในพื้นที่ราบและเชิงเขา  โดยจะขึ้นและเกาะเลื้อยไปกับต้นไม้ใกล้ๆ กันจนสามารถเจริญเติบโตเป็นใบใหญ่ขึ้นได้    มักแตกตาเป็นกอและขยายยอดไปเรื่อยๆ   ในทิศทางต่างๆ  ทำให้กินอาณาบริเวณกว้างมาก   สามารถปรับตัวได้รวดเร็วและเติบโตได้แม้ในที่รกร้าง     ถึงแม้ว่าจะขาดการดูแลก็ตาม ต้นนี้ก็ยังสามารถเติบโตได้ดีเช่นกัน   ทำให้ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกเลี้ยงได้ง่ายมากๆ    ซึ่งต้นไม้นี้จะอยู่ในกลุ่ม  พลูด่าง  มีหลากหลายแบบหลากหลายสีด้วยกัน  มีทั้งตัวสีเขียวธรรมดา   แบบด่างเหลือง  หรือปลากระเบน  เป็นต้น   ถือเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง  ซึ่งเมื่อโตเต็มไวแล้วใบจะฉีกด้านข้างเป็นแฉกๆ  ริ้วๆ  ไม้ประเภทนี้เติบโตได้รวดเร็วมาก  ถ้าใบเป็นสีเขียวเยอะจะยิ่งโตเร็วขึ้นไปอีก เป็นต้นไม้ที่หาไม่ยากและราคาไม่แพง   การดูแล ให้รดน้ำในวัสดุที่ระบายน้ำได้ดี  เพราะต้นนี้จะชอบความชื้น ไม่ชอบน้ำความแฉะและมีน้ำขัง

ส่วนวิธีการขยายพันธุ์  คือมีตัดกิ่ง ตัดข้อ ตัดเหง้า ให้ติดราก แล้วนำไปปักชำ

  • ก่อนอื่นต้องเลือกแม่พันธุ์ก่อน  ไม่ควรเลือกยอดที่อ่อน   ควรตัดที่ใบดูแข็งแรง
  • เมื่อได้แล้วให้นำต้นมาใส่ในกระถาง   แล้วทำการเอากาบมะพร้าวสับกึ่งละเอียด 100%  ที่แช่น้ำแล้วนำมาโปะในกระถางให้เต็ม  เสร็จแล้ว
  • ถ้าอยากให้รากขึ้นเร็วก็นำไปใส่ในถุงอบ   ข้อดีของการอบในถุง ทำให้รากเดินได้ดีและทำให้ใบลดการคายน้ำ  เมื่อใบลดการคายน้ำจะทำให้ใบไม่เหี่ยวเฉา  ไม่โทรม  และช่วยให้พวกแมลงที่เป็นศัตรูพืชเข้าไปทำร้ายไม่ได้     โดยจะอบทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน
  • ให้คอยสังเกตุดูว่าถ้ามีรากงอกและมีใบเกิดใหม่  นั่นแสดงว่าการปลูกสำเร็จ เป็นอันว่าจบขั้นตอนการปักชำ

แต่สำหรับบางคนที่ไม่อยากอบในถุงก็สามารถทำได้แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดคอยรดน้ำบ่อยๆ   แต่ถ้าอบในถุง จะรดน้ำแค่ครั้งเดียว  อีก 2-3 อาทิตย์มาดูครั้งหนึ่งก็ทำได้

วิธีดูและวิธีไปเลือกซื้อ Epipremnum Pinnatum   ว่าจะด่างหรือไม่ด่างนั้น   ให้ดูและสังเกตุตรงกิ่งและก้านจะเป็นริ้วขาวๆ ขึ้นเป็นแถบยาวตามกิ่งตามก้านของต้นเลย   นั่นแสดงว่าเป็นใบด่างแน่นอน   แต่ถ้าขึ้นแค่สั้นๆ อันนี้ถือว่ายังไม่แน่นอนว่าจะเป็นใบด่าง

ไม้ฟอกอากาศ

มะเม่าหลวงภูพาน ทำความรู้จักผลไม้ให้ประโยชน์มากมาย 1000maidee บทความ

มะเม่าหลวงภูพาน ทำความรู้จักผลไม้ให้ประโยชน์มากมาย

มะเม่าหลวงภูพาน ทำความรู้จักผลไม้ให้ประโยชน์มากมาย

              สมุนผลไม้อย่างมะเม่าที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของสายพันธุ์มะขามป้อม ผลไม้สมุนไพรที่มีหลากหลายสายพันธุ์ สำหรับสายพันธุ์โดเด่นก็มีอย่าง มะเม่าหลวงภูพาน หรือชาวอีสานเรียกกันว่าหมากเม่า และยังมีสายพันธุ์อื่นๆรวมไปถึงชื่อเรียกทองถิ่นอื่นๆอีกด้วย อาธิเช่น หมากเม้า บ่าเหม้า ภาษาเหนือ, หมากเม่า ภาคอีสาน,  มะเม่า ต้นเม่า ภาคกลาง ฯลฯ และอีกหลากหลายชนิด ซึ่งหากจะพูดถึง มะเม่า ก็มีพืชในตระกูลทั้งหมดกว่า 170 ชนิด โดยที่กระจายอยู่ตามป่าเขตร้อนทั้งทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา ประเทศออสเตรเลีย และตามเกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่สำหรับในประเทศไทยจะมีอยู่ทั้งหมด 5 สายพันธุ์เท่านั้น

  • มะเม่าหลวง
  • มะเม่าสร้อย
  • มะเม่าไข่ปลา
  • มะเม่าควาย
  • มะเม่าดง

แต่หลักๆเมื่อพูดถึงมะเม่าก็ต้องเป็นพันธุ์มะเม่าหลวงนั่นเอง โดยวันนี้เราจะมาพูดถึง มะเม่าหลวงภูพาน กัน

มะเม่าหลวงภูพานผลไม้ท้องถิ่นประจำภาคอีสานอีกชนิดหนึ่ง

              ด้วยการที่มะเม่าหลวงภูพาน เกิดขึ้นบนเทือกเขาภูพานในจังหวัดสกลนครนั่นเอง มันจึงเป็นที่มาของชื่อเรียก ว่ามะเม่าหลวงภูพาน หรือหมากเม่าภูพานพืช โดยมะเม่าจะมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น ที่มีอายุยืนยาว สามารถแตกกิ่งก้านได้มาก และกิ่งของต้นก็จะแจกแขนงเป็นพุ่มทรงกลม มีความสูงที่ประมาณ 5-10 เมตร และลักษณะของไม้จะเป็นเนื้อไม้แข็ง สถานที่ขึ้นของต้นมะเม่าที่พบเจอได้มากก็คือตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง หรือตามหัวไร่ ปลายนาทั่วๆ โดยพเจอได้ทุกภาคในประเทศไทย ซึ่งจังหวัดที่มีต้นมะเม่ามากที่สุดในประเทศไทยก็อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะมีต้นมะเม่าอยู่ในป่าเป็นจำนวนมาก

จังหวัดสกลนครจังหวัดทางภาคอีสานที่มีต้นมะเม่าขึ้นมากที่สุด

              จังหวัดสกลนครไม่ได้มีดีแค่ข้าวฮาง หรือเนื้อโคขุน ที่เป็นของอร่อยขึ้นชื่อประจำจังหวัดเท่านั้น แต่ที่จังหวัดนี้เขายังมีหมากเม่า หรือมะเม่า ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อยอีกด้วย โดยหมากเม่า ถือเป็นพืชท้องถิ่นที่พบเห็นได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทย แต่หากที่ภาคอีสานแล้วที่โด่งดังและขึ้นชื่อ พบได้มากที่สุด มีชื่อเสียงที่สุดในภาคภาคอีสานก็จะพบได้มาที่จังหวัดสกลครในแถบเทือกเขาภูพาน โดยที่มะเม่าที่ปลูกอยู่ในจังหวัดสกลนคร ได้มีการรับรองแล้วว่าเป็นสิ่งที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ถึงถิ่นกำเนิดทางภูมิศาสตร์ได้ และยังมีสมญานามว่า คือ ทองคำสีดำแห่งเทือกเขาภูพาน

ไม้เศรษฐกิจ

มอนสเตอร่าไทค่อน พลูด่างยักษ์ไม้ประดับราคาสูง

มอนสเตอร่าไทค่อน พลูด่างยักษ์ไม้ประดับราคาสูง

มอนสเตอร่า ไทค่อน  มีชื่อภาษาอังกฤษว่า  Monstera  Deliciosa Thai Constellation Variegate หรือบางคนเรียกว่ามอนสเตอร่าด่าง   พลูฉีก  พลูด่างยักษ์   เป็นต้น  ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกด้วยกัน  เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงไม่ยาก  มีความอึดทน  ไม่ต้องดูแลมาก  แค่ใส่ใจเท่าที่ต้นไม้ควรจะได้รับก็ถือว่าเพียงพอแล้ว    ส่วนเรื่องราคาถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักล้านกันเลยทีเดียว มอนสเตอร่า ไทค่อน จะมีความด่างของใบโดยส่วนมากจะเป็นสีขาวตามมุมต่าง ๆ  มีบางต้นอาจจะมีขาวเกือบครึ่งใบ  หรือเกือบเต็มใบก็มี    ลักษณะเด่นของต้นมอนสเตอร่า  จะอยู่ที่ใบ  ถ้าใบมีรูและรอยฉีกเยอะก็จะยิ่งสวย   จุดสังเกตอีกอย่างก็คือตรงข้อแต่ละใบแทบจะชิดกันมาก  ซึ่งปกติไม้พันธุ์นี้จะเป็นไม้เลื้อย และเกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ โดยปีนขึ้นไปเรื่อยๆ    แต่ว่าต้นนี้จะเป็นข้อเล็กทำให้สามารถปลูกเลี้ยงลงในกระถางได้  โดยไม่จำเป็นต้องหาเสามาปักเพื่อให้ไต่เหมือนไม้เลื้อยนั่นเอง

 

การดูแล อย่างแรกต้องพิถีพิถันกันเลยคือเรื่องดิน เพราะต้นมอนสเตอร่าไทค่อน จะไม่ชอบดินที่แฉะหรืออุ้มน้ำได้ดี  ดังนั้นการใช้เครื่องปลูกจึงควรใช้ให้เหมาะสมและเข้ากันได้ดีกับต้นไม้   ซึ่งวิธีที่นิยมกันนั้นคือการใช้กาบมะพร้าวสับ 90%   ผสมกับดินก้ามปู 10 %  หรือบางคนอาจจะใช้กาบมะพร้าว 70 %  ที่เหลือเป็นดินกับขุยมะพร้าวผสมกัน  สาเหตุที่ต้องใส่แบบนี้ก็เพื่อทำให้ยังคงมีสารอาหารอยู่บ้าง   ข้อดีของกาบมะพร้าวคือ เวลาเรารดน้ำไปแล้ว พอน้ำได้ระบายหมด   มะพร้าวก็จะเก็บน้ำไว้ซึ่งอยู่ได้ประมาณ 1-2 วัน   และก็จะเริ่มแห้ง  แต่ถ้าเป็นดินก้ามปู  ดินมูลไส้เดือน

 

ถ้าเลี้ยงในห้องแอร์ที่อากาศไม่ถ่ายเทเลยหรือถ่ายเทน้อยมาก  ประมาณ 1-2 อาทิตย์  ถ้าดินยังไม่แห้งดี   ก็อาจทำให้ต้นมอนสเตอร่าไทค่อน เกิดรากเน่าได้   เพราะธรรมชาติของต้นนี้จะไม่ชอบดินแฉะเกินไป   และควรระวังเรื่องการใช้กาบมะพร้าวมากเกินไปก็ไม่ดีเพราะจะทำให้ไม่มีแร่ธาตุอาหารที่ช่วยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้   และอาจจะใส่ปุ๋ยละลายช้านิดนึง    หรือไม่ก็เอาดินก้ามปูมาโรยหน้าก็ได้เช่นกัน   ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่คือให้ผสมเครื่องปลูกยังไงก็ได้ที่ต้องให้มีความโปร่งที่สุด     และควรรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็ได้

 

มอนสเตอร่า ไทค่อน   จะชอบแสงแดดรำไร  ถ้ายิ่งมีแสงธรรมชาติเข้ามาถึง  ก็จะทำให้ต้นเติบโตได้ดี  แนะนำให้วางตรงริมหน้าต่างดีที่สุด   แต่ระวังอย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้ใบไหม้ได้  และก็ไม่ควรอยู่ในที่มีอากาศร้อนอบอ้าวอีกด้วย      ทริคเล็กๆ  ของการดูแลต้นมอนสเตอร่า ควรหมั่นเอาฟ็อคกี้มาฉีดที่ใบทุกวันเพื่อเป็นการทำความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบและหมั่นพรวนดินเดือนละครั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับรากทำให้เดินได้สะดวกขึ้น    เพียงเท่านี้ก็จะได้ต้นไม้ที่สมบูรณ์ สวยงาม  ในแบบที่เราต้องการแล้ว

ไม้ฟอกอากาศ