แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด 1000maidee บทความ

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด

              ใครที่กำลังคิดอยากจะปลูกต้นไม้ มาประดับบ้าน ฟังทางนี้ ซึ่งบ้านของแต่ละคนอาจจะมีพื้นที่ไม่เท่ากัน รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ผู้ปลูกอาศัยอยู่ด้วย โดยการปลูกไม้ประดับ ที่ไม่กลัวแสงแดด ทนต่อแสงแดดได้ดี ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับทุกสภาพอากาศ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี และเหมาะสำหรับคนที่อยากจะปลูก แต่ว่าไม่มี เวลาดูแลสักเท่าไรนัก  เราจะมา แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด ที่เรานำมาฝากนั้น มีอะไรบ้าง

  • ต้นเฟื่องฟ้า ( Bougainvillea )

มีลักษณะเป็นพุ่มกิ่งไม้เลื้อย ซึ่งผู้ปลูกจะตัดแต่งหรือว่าทำเป็นซุ้มได้ โดยส่วนมากแล้ว จะปลูกกันแถวริมรั้ว โดย เฟื่องฟ้า เป็นไม้ประดับที่ทนต่อแสงแดดมาก สีของเฟื่องฟ้าที่เห็นบ่อย ก็คือ ชมพู,ม่วงบานเย็น,ขาว,เหลือง,ส้ม ซึ่งความเชื่อของตรุษจีน เฟื่องฟ้า บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในชีวิต วิธีการปลูกคือ การปักชำกิ่ง ใช้ดินโปร่ง จะเติบโตได้ดี การดูแลรักษาก็คือต้องรดน้ำสม่ำเสมอ ไม่ควรให้มีน้ำขัง

  • ชวนชมไม้สี ( Adenium colored wood )

ไม้ประดับชนิดนี้ กำเนิดที่ทวีปแอฟริกามีฉายาว่า กุหลาบแห่งทะเลทราย โดยชวนชมมีลักษณะลำต้นและดอกที่สวยงาม ซึ่งกลีบของดอก มีทั้งรูปแบบกลม และรูไข่ หรือวงรี ตามสายพันธุ์ ชวนชมชอบแสงแดดมาก ควรปลูกไว้กลางแจ้ง  โดยวิธีการปลูกก็คือ เพาะเมล็ด และต้องใช้ดินร่วมซุ่ย รวมถึงต้องระบายน้ำได้ดี ส่วนการดูแลรักษา ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ใบเหลืองแห้ง

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด

  • ต้นโกสนบุศรินทร์ 

              เป็นไม้ประดับที่มีขนาดกลางๆ ซึ่งพบได้หลายพันธุ์ในประเทศไทย โดยสามารถแบ่งได้ตามลักษณะของใบ ซึ่งโกสนใบมนเกือบจะใหญ่ที่เราจะเอ่ยถึงก็คือ พันธุ์บุศรินทร์ ต้นโกสน เรียกได้ว่าเป็นไม้ที่มงคล และ ทนแดด วิธีการปลูกคือ การเพาะเมล็กในกระถาง ควรใช้ดินร่วนซุย วิธีการดูแล รดน้ำ1ครั้ง ต่อวัน ตั้งไว้ในที่ ที่มีอากาศถ่ายเทดี

  • โป๊ยเซียน ดอกใหญ่ 

              เป็นต้นไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมงคล มาโดยตลอด โดยคำว่า โป๊ยเซียน ภาษาจีน จะแปลว่า เทพยาดาผู้วิเศษ8องค์ ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าช่อออกดอกครบ8 จะทำให้ปลูกมีแต่ความโชคดี และยังทนต่อแสงแดด สีของดอกที่เห็นประจำก็คือ แดง,ส้ม,ขาว,ชมพู  วิธีการปลูก ใช้การปักชำ ใช้กิ่งพันธุ์จากต้นแม่ รวมถึงการใช้เมล็ด ส่วนการดูแลรักษา รดน้ำได้ แต่ไม่ควรถูกดอก เพราะจะทำให้ดอกเน่า

  • ลิ้นมังกรแคระ ( Dracaena trifasciata )

              ไม้ประดับที่มีลักษณะใบเฉพาะตัว ใบจะแบนกว้าง เรียว และปลายแหลม ซึ่งใบจะมีทั้งสีเขียวตัดกับสีขาวและขอบใบสีเหลือง ลิ้นมังกรแคระทนต่อแดด และความแห้งแล้งได้ แถมยังคายออกซิเจนช่วงกลางคืน เหมาะอย่างยิ่งที่จะตั้งไว้ในห้องนอน วิธีการปลูกคือ เพาะเมล็ด,ปักชำใบ,แยกหน่อ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ส่วนการดูแลรักษา รดน้ำแค่วันเว้นวัน ถ้าปลูกในกระถางไม่ควรให้น้ำท่วมจานรอง

 ไม้ประดับ

แคคตัสแมมเปเรซเดลาโรเซ กระบองเพชรสายพันธุ์ดาร์ก 1000maidee บทความ

แคคตัสแมมเปเรซเดลาโรเซ กระบองเพชรสายพันธุ์ดาร์ก

แคคตัสแมมเปเรซเดลาโรเซ กระบองเพชรสายพันธุ์ดาร์ก

              ใครเป็นสายดาร์กๆและอยากที่จะปลูกกระบองเพชรที่มีความดาร์กเราขอแนะนำ ต้นแคคตัสแมมเปเรซเดลาโรเซ ( Mammillaria perezdelarosae ) ซึ่งเป็นต้นกระบองเพชรที่มีความสวยและความน่ากลัวอยู่ด้วยกันที่น่ากลัวก็เพราะหนามที่ยาวและแหลมจึงทำให้เมื่อดูแอดก็จะกลัวๆนิดหนึ่งแต่ด้วยความที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของหนามทำให้หลายๆคนชอบและหันมาปลูกแคคตัสชนิดนี้มาก

ลักษณะของต้นแคคตัสแมมเปเรซเดลาโรเซ

ลำต้นเป็นทรงกลมรีคล้ายรูปไข่จะแตกหน่อออกด้านข้างลำต้นจะเป็นสีเขียวเข้มๆเมื่อโตเต็มที่จะมีเส้นผ่านตรงกลาง จะสูงได้ประมาณ15เซนติเมตร ในต้นหนึ่งจะมีหนามสองสีคือสีน้ำตาลจะยาวและปลายหนามจะมีลักษณะโค้งงอคล้ายกับตะขอใครที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องระมัดระวังอย่าให้เสื้อผ้าไปเกี่ยวกับตะขอนะคะเพราะอาจจะทำให้กระถางหล่นได้และหนามสีขาวจะกระจายอยู่รอบๆเนินหนามจะมีลักษณะคล้ายกับแมลงที่กางปีกกำลังจะบิน ดอกมีสีขาว ชมพูและสีครีมจะออกดอกในช่วงฤดูหนาว

การดูแลต้นแคคตัสแมมเปเรซเดลาโรเซ

  • เป็นชนิดที่ชอบดินปลูกมักจะโตได้ดีในดีในดินชนิดนี้แต่ถ้าหากจะให้ดีควรปลูกในดินที่ทำมาสำหรับการปลูกแคคตัสเพราะในดินจะมีสารอาหารที่แคคตัสต้องการและมีการระบายที่สะดวกรวดเร็วอีกด้วย
  • การปลูกเมื่อเช้ามาก็ควรนำมาตั้งไว้บริเวณที่มีแดดส่องถึงทั่วทั้งต้นแต่เมื่อสักประมาณเที่ยงๆก็ควรเอาเก็บมาไว้ที่ร่มแต่ไม่ต้องเอาเข้าในบ้านตั้งไว้ริมๆบ้านเพื่อที่จะให้ได้รับแสงแดดอ่อนยามบ่ายเพราะช่วงบ่ายแดดจะแรงมากหากแคคตัสได้รับแดดช่วงบ่ายโดยตรงจะทำให้ลำต้นนิ่มและอาจจะทำให้ตายได้
  • การรดน้ำควรรดน้ำให้ดินชื้นแต่ไม่ให้แฉะจนเกินไปควรรดน้ำปริมาณ3-4วันต่อครั้งเพื่อไม่ให้บ่อยจนเกินไปและไม่ให้นานเกินไปในช่วงฤดูหนาวควรลดปริมาณการให้น้ำลงหน่อย

  • ภาชนะหรือกระถางที่ใช้ปลูกต้องสามารถระบายน้ำได้ดีมีรูด้านท้ายเพื่อให้น้ำที่รดไปได้ซึมออกมาไม่ปล่อยให้น้ำขังบริเวณโคนต้นและเมื่อต้นเจริญเติบโตขยายมากขึ้นควรเปลี่ยนกระถางใหม่เพื่อเหลือพื้นที่ให้ได้แตกหน่อขึ้นมาอีก
  • การให้ปุ๋ยถ้าหากให้ปุ๋ยปลูกพืชทั่วไปแคคตัสจะได้รับสารอาหารที่น้อยดังนั้นจึงเลือกใช้ปุ๋ยธาตุฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมมากกว่าไนโตรเจนเพื่อบำรุงให้ต้นออกหนามและออกดอกได้มากแต่ก็ยังสารอาหารเอาไว้อีกทั้งยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดโรคกับแคคตัสอีกด้วย

 ไม้ประดับ

ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง ไม้ประดับใบยิ่งด่างราคายิ่งดี 1000maidee บทความ

ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง ไม้ประดับใบยิ่งด่างราคายิ่งดี

ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง ไม้ประดับใบยิ่งด่างราคายิ่งดี

ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง   มีชื่อภาษาอังกฤษว่า  Philodendron Billietiae    หรือเรียกสั้นๆ ว่า ฟิโล ลักษณะเด่น คือมีใบที่สวยงาม มีความด่าง  ก้านและลำต้นสวยมีเอกลักษณ์มาก   เป็นต้นไม้ค่อนข้างเติบโตช้า  แต่เมื่อโตแล้วก็จะแตกใบใหม่ได้ค่อนข้างไวอยู่เหมือนกัน    มีหลายขนาดให้เลือกด้วยกัน มีตั้งแต่ไซส์เล็กจิ๋วที่เป็นการเพาะเนื้อเยื้อ และไซส์ใหญ่ที่จะใช้วิธีการปักชำ

การเลือกซื้อ ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง นั้น ส่วนใหญ่จะให้ดูที่จำนวนใบ  โดยจะมีคำเฉพาะเรียกกัน  เช่น  3 ใบ 1 หลอด  ก็หมายความว่าต้นฟิโล มีจำนวน 3 ใบ   กับมี 1 หลอด  หลอดในที่นี้หมายถึงก้านที่ออกมาพร้อมจะเป็นใบหรือที่เรียกกันว่าใบอ่อน   ส่วนลวดลายของใบที่เราเห็นนั้นเกิดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นเขียว จนกลายพันธุ์ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและเป็นความแปลกใหม่ที่สวยงาม  ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และลักษณะที่ดีของต้นฟิโล ที่สามารถทำราคาได้  และราคาของต้นนั้นจะดูกันที่ขนาด  จำนวนใบและลวดลาย  ประกอบกัน   ยิ่งถ้าเป็นใบด่าง แล้วใบนั้นมีความด่างมากเท่าไหร่ราคาก็จะแพง  เพราะถือว่าใบยิ่งด่างก็ยิ่งสวย   แต่ถ้าเป็นลายหินอ่อนด้วยแล้วราคาจะสูงลิ่วเลยทีเดียว

การขยายพันธุ์ของต้นฟิโลนั้นส่วนใหญ่จะนิยมนำต้นแม่ที่มีสีชัดต้นสวยมาทำด้วยวิธีปักชำ เพราะเชื่อว่าต้นที่เกิดมาใหม่จะได้พันธุ์ที่ดีและสวยเหมือนกันกับต้นแม่นั่นเอง     เมื่อเราได้ต้นที่ต้องการแล้ว ก็จะนำมาปลูกในกระถาง  โดยควรเลือกกระถางที่เหมาะสมกับต้นไม้ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป  และมีรูระบายน้ำ  เพื่อไม่ทำให้น้ำขังจนเกิดมีความชื้นมากเกินไปเพราะจะทำให้รากเน่าได้ ส่วนเครื่องปลูกที่นิยมใช้จะเป็น  มะพร้าวสับ  แกลบ   เพอไรซ์    เป็นต้น   แนะนำว่ามะพร้าวสับนั้นควรแช่น้ำก่อน 30 นาที  เพื่อให้มะพร้าวได้อุ้มน้ำและเก็บความชื้นได้ดี และเป็นการล้างสารต่างๆ ที่อยู่ในมะพร้าวออกไปได้อีกด้วย   บางคนอาจจะไม่แช่น้ำก็ได้แต่ขั้นตอนสุดท้ายควรที่จะรดน้ำให้ชุ่ม   นานประมาณ 10 นาที  จนเรารู้สึกว่าชุ่มแล้วก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน

การดูแลต้น ฟิโลเดนดรอนก้านส้มด่าง นั้น ให้ทำการรดน้ำ แบบวันเว้นหรือจะรด 2 วันครั้ง ก็ได้  ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวันนั้นๆ  ที่สำคัญ คือ ควรเลี้ยงไว้ในที่มีแสงแดดรำไร   แต่ต้องให้โดนแสงแดดอย่างทั่วถึงและให้เพียงพอ   ถึงจะทำให้ก้านมีความส้มละมุน แลดูสวยสด  น่ามอง  ฉะนั้น ถ้าเราดูแลดีเราก็จะได้ต้นไม้ตามแบบที่เราต้องการได้เช่นกัน

 ไม้ประดับ

แคคตัสแมมเลนต้า กระบองเพชรทรงสวยดอกบานสะพรั่ง 1000maidee บทความ

แคคตัสแมมเลนต้า กระบองเพชรทรงสวยดอกบานสะพรั่ง

แคคตัสแมมเลนต้า กระบองเพชรทรงสวยดอกบานสะพรั่ง

              ใครที่ซื้อกระบองเพชรมาเลี้ยงแต่ก็ยังไม่สวยยังไม่โดนใจสักทีวันนี้แอดมีกระบอกเพชรที่มีรูปทรงที่สวยหนามเรียงกันเป็นระเบียบออกดอกบานสะพรั่งนั่นคือต้นแคคตัสแมมเลนต้าถ้าใครอยากที่จะครอบครองก็ต้องลงทุนกันหน่อยใช่ไหมล่ะคะแอดขอบอกเลยค่ะว่ากระบองเพชรชนิดนี้มีราคาที่สูงมากแต่ถือว่าราคาเหมาะสมกับต้นสวยๆแบบนี้นะคะแต่ถ้าอยากได้ต้นสวยๆออกดอกเยอะก็อาจจะต้องใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียวค่ะเพราะแคคตัสชนิดนี้ถือเป็นแคคตัสที่ต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตค่อนข้างนานคนเลี้ยงต้องดูแลไปเรื่อยๆ

ลักษณะของต้นแคคตัสแมมเลนต้า

มีลำต้นที่กลมแต่เมื่อโตขึ้นจะค่อยๆแตกหน่อออกมาซึ่งจะคล้ายกับแมมขนนกแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยนะคะเพราะแคคตัสชนิดนี้ค่อนข้างที่จะโตช้าแต่เมื่อโตแล้วจะสวยมากหนามมีสีขาวจะไคว้สลับไป-มาแต่จะไม่มีหนามตรงกลางกระบองเพชรชนิดนี้ถือเป็นชนิดที่สวยชนิดหนึ่งเลยการเจริญเติบโตจะไม่ค่อยสูงมากส่วนใหญ่จะแตกกอออกข้างซะมากกว่า จะออกดอกสีม่วง ชมพู ขาวจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมถ้าได้รับแดดดีจะออกดอกได้สวยมากโดยจะออกเป็นวงรอบต้นคล้ายมงกุฎด้วยลักษณะนี้เองทำให้หลายๆคนมักตั้งชื่อให้แคคตัวชนิดนี้ว่าราชินีกระบองเพชรซึ่งมาจากการบานของดอกนั่นเองค่ะ

การดูแลต้นแคคตัสแมมเลนต้า

  • ควรปลูกบริเวณที่มีแดดส่องถึงถ้าหากต้นโดนแดดมากเท่าไหร่จะแตกหน่อที่สวยและหนามจะหนาจนไม่สามารถมองเห็นลำต้นได้เลยเมื่อโตเต็มที่จะเริ่มออกดอกและถ้าได้รับแดดที่ดีดอกจะบานและสวยมากถ้าหากไม่สวยให้ลองย้ายกระถางที่ปลูกมาตรงบริเวณที่โดนแดดมากๆ
  • ควรใช้ดินสำหรับปลูกแคคตัสโดยเฉพาะเพราะแคคตัสชนิดนี้ต้องการดินที่โปร่งและสามารถระบายน้ำได้สะดวกหากใช้ดินปลูกพืชทั่วๆไปอาจจะทำให้แคคตัสตายได้

  • การรดน้ำควรรอให้ดินแห้งสนิทแล้วค่อยรดน้ำหรืออาจจะรดสัปดาห์ละ1ครั้งเพราะเป็นแคคตัสที่ไม่ชอบน้ำ
  • การขยายพันธุ์จะขยายด้วยการเพาะเมล็ดหรือแยกหน่อก็ได้หรือจะตัดหน่อแล้วเอาไปกราฟกับตอที่เตรียมไว้แต่การกราฟจะต้องเลือกตอที่ดีมีความแข็งแรงครบถ้วนสมบูรณ์เพราะถ้าหากเลือกตอที่ไม่ดีมาจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อหน่อที่ตัดออกมาตอที่ควรนำมาใช้กราฟ เช่น ตอบลู ตอหนามดำ ด้วยความที่แคคตัสแมมเลนต้าโตช้ากว่าชนิดอื่นๆดังนั้นควรดูแลและเอาใจใส่ให้มาก

 ไม้ประดับ

ต้นบัวผุดไม้หายาก เชื่อมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย 1000maidee บทความ

ต้นบัวผุดไม้หายาก เชื่อมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย

ต้นบัวผุดไม้หายาก เชื่อมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย

ต้นบัวผุด ( Rafflesia arnoldii ) ถือเป็นต้นไม้หายากในโลกอีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มของบัวผุด มีความโดดเด่นและแตกต่างค่อนข้างสูง เป็นพืชชนิดดอกเดี่ยวขนาดใหญ่มาก มันไม่มีลำต้น ไม่มีรากเป็นของตัวเองเรียกว่าเป็นต้นไม้ที่พึ่งพาน้ำจากต้นไม้เครือเถาที่มันขึ้นนั่นเอง โดยมันจะใช้วิธีกระจายรากไปในเนื้อเยื่อของไม้เถาและดูดน้ำรวมถึงสารอาหารต่าง ๆ มาเลี้ยงตัวของมันให้อยู่รอด ถึงแม้ว่าต้นไม้ชนิดนี้จะไม่มีใบแต่เมื่อดอกของมันเริ่มเติบโตขึ้นมาเราก็จะสามารถมองเห็นได้ ตัวดอกของมันนั้นจะงอกออกมาจากเปลือกซึ่งตรงจุดนี้ดูจะเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนกับใคร การเติบโตของดอกจะใช้เวลาอยู่ที่ราว ๆ 9 เดือน แต่เมื่ออยู่ในขั้นตอนของการผลิดอกนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง

ต้นบัวผุด หรือ Rafflesia arnoldii ถือมีความแตกต่างจากต้นไม้ชนิดอื่น ๆ เพราะมันไม่มีคลอโรฟิลล์ ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แสง ไม่มีความสามารถในการสร้างอาหารล่อเลี้ยงตัวของมัน อย่างที่บอกว่าต้องอาศัยเครือเถาเพื่อดูดสารอาหารและระยะเวลาในการออกดอกนั้นก็ใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียว ลักษณะของดอกต้นไม่หายากในโลกชนิดนี้จะมีผิวเป็นปุ่มไม่เรียบ โดยปกติแล้วดอกของต้นไม้ชนิดนี้จะมีด้วยกันห้ากลีบ ดูแล้วมีความชุ่มฉ่ำเป็นสีน้ำตาลอมแดงและมีสีขาวกระจายอยู่ทั่วดอกของมัน ในส่วนที่เป็นฐานของดอกนั้นจะมีเกสรของมัน และมักจะช่วยเรียกให้แมลงต่าง ๆ เข้าหาพร้อมกับทำหน้าที่ผสมเกสรให้กับดอกของมัน ซึ่งพอถึงระยะเวลาที่มันโตเต็มที่แล้วจะส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลคล้ายกับเนื้อที่เน่าเปื่อยเลยทีเดียว กลิ่นของมันจะแรงจัดในช่วงที่ดอกเริ่มบานช่วงแนก ๆ และจะลดลงตามลำดับเมื่อระยะเวลาผ่านไป ขนาดของมันเมื่อโตเต็มที่แล้วจะหนักเป็นสิบกิโลกรัมเลยก็ว่าได้

สำหรับการขยายพันธุ์ของต้น Rafflesia arnoldii นั้นเรียกว่าไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เฉลี่ยแล้วผลจากการขยายพันธุ์อยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นเท่านั้น และยังต้องใช้เวลารอเกือบหนึ่งปี พื้นที่ที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตคือบริเวณที่เป็นป่าดิบชื้นที่ไม่ค่อยมีใครเข้าถึงมากนัก ตัวดอกของมันมักจะถูกขโมยนำไปทำเป็นยารักษาพื้นบ้านเพราะเชื่อกันว่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงสำหรับผู้หญิงหลังคลอด ทำให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วและแข็งแรงด้วย ในปัจจุบันต้น Rafflesia arnoldii ถือเป็นต้นไม้หายากในโลกอีกชนิดหนึ่งและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างมาก เพราะในขณะนี้พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในป่าได้ถูกทำลายไปและยังมีการเข้าถึงได้ง่ายทำให้การเติบโตของในถูกรบกวนและอาจเกิดการสูญพันธุ์ได้ในที่สุด

 ไม้ประดับ

เถาวัลย์กาฝาก Strangler fig ต้นไม้แปลกหายาก1000maidee บทความ

เถาวัลย์กาฝาก Strangler fig ต้นไม้แปลกหายาก

เถาวัลย์กาฝาก Strangler fig ต้นไม้แปลกหายาก

ต้นไม้มากมายในโลกใบนี้ทั้งที่มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกัน แต่ต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นต้นไม้หายากในโลกอย่างต้น Strangler fig ที่มีความแปลกไม่ซ้ำใครเพราะเป็นต้นไม้ที่มีความแข็งแรงและมักจะพบรวมถึงเติบโตได้ดีในพื้นที่เขตร้อน ตัวต้น Strangler fig จะโอบล้อมรอบต้นไม้อีกต้นอย่างเต็มเปี่ยม เรียกง่าย ๆ ว่ามันเป้นเหมือนต้นไม้กาฝากที่ทำตัวเป็นเถาวัลย์และดูดสารอาหารจากต้นไม้ต้นอื่นที่มันโอบล้อม การเจริญเติบโตของต้น Strangler fig จะเป็นไปอย่างช้า ๆ แต่จะมีขนาดของลำต้นที่ใหญ่เทียบกับต้นที่มันไปเกาะเลยก็ว่าได้ รวมถึงในส่วนของรากก็จะเกาะติดกับลำต้นของต้นที่เป็นที่พึ่งพาด้วย และในตอนสุดท้ายต้องยอมรับว่าต้นที่มันไปอาศัยแทบจะไม่สามารถมีชีวิตรอดเพราะโดนเจ้าต้น Strangler fig จัดการไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ตรงกับความหมายของชื่อมันอย่างตรงตัวเลยทีเดียว

ถึงต้น Strangler fig จะดูเป็นต้นไม้หายากในโลกที่โหดร้ายเพราะมันสามารถทำลายต้นไม้ที่เป็นที่พึ่งของมันได้อย่างลงคอ และประโยชน์ของมันนั้นยังทำให้ต้นไม้ที่มันบีบรัดเกิดโพรงและกลายเป็นเรื่องดีเพราะเมื่อลำต้นมีพื้นที่ก็กลายเป็นที่อยู่ให้แก่สัตว์ต่าง ๆ ภายในพื้นที่ป่านั้นได้ ถือเป็นการทำให้เกิดความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นเจ้าต้น Strangler fig ถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญไม่น้อยต่อการสร้างระบบนิเวศน์ให้กับป่า รวมถึงเมื่อมีสัตว์ต่าง ๆ ไปอยู่ล้อมรอบก็ทำให้เกิดแหล่งอาหารตามธรรมชาติเกิดขึ้นได้อีกด้วย การเกาะติดและค่อย ๆ บีบรัดของต้น Strangler fig นั้น พบว่ามันมีสายพันธุ์ที่สามารถแยกย่อยออกไปมากมายเกือบถึงหนึ่งพัน และสามารถพบเห็นได้จากหลากหลายพื้นที่บนโลกใบนี้

มันถือเป็นต้นไม้หายากในโลกที่กว่าจะจัดการกับต้นที่เป็นที่พึ่งได้ก็ใช้เวลานานมากเลยทีเดียว และมักจะพบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ นอกจากนั้นยังสามารถบอกได้ว่าจุดกำเนิดมาจากรัฐฟลอริดาและทางตะวันตกของหมู่เกาะอินเดีย เจ้าต้นนี้ไม่ใช่ว่าจะอยากปลูกแล้วจะได้สมดั่งใจเพราะการเกาะรัดของมันก็ต้องดูพื้นที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่เป็นที่พึ่งของต้น Strangler fig หรือจะเป็นตัวของมันเองนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์และเป็นสิ่งที่รรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความสมดุลให้กับโลกใบนี้ หลายคนอาจหาคำตอบว่าทำไมถึงต้องมีต้นไม้ชนิดนี้แต่ถ้าไม่มีมันเหล่าสัตว์ต่าง ๆ ก็อาจจะไม่มีมุมหลบพักไม่มีโพรงให้กักเก็บอาหาร ดังนั้นมันถือเป็นสิ่งสำคัญของธรรมชาติบนโลกนี้ได้เป็นอย่างดี

 ไม้ประดับ

แคคตัสแมมคาร์มีเน กระบองเพชรพันธุ์ดีมีหลากสี 1000maidee บทความ

แคคตัสแมมคาร์มีเน กระบองเพชรพันธุ์ดีมีหลากสี

แคคตัสแมมคาร์มีเน กระบองเพชรพันธุ์ดีมีหลากสี

              ใครสนใจที่จะเลี้ยงกระบองเพชรแต่ไม่รู้ต้องเริ่มจากอะไรดีและไม่รู้ว่าจะปลูกพันธุ์อะไรดีวันนี้เรามีกระบองเพชรพันธุ์ดีๆมานำนำเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกปลูกของคุณนั่นคือ ต้นแคคตัสแมมคาร์มีเน ( Mammillaria carmenae ) ซึ่งเป็นกระบองเพชรที่มีหลากสีให้เลือกเลยค่ะมีทั้งสีขาว สีแดงและสีเหลืองซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโกในปัจจุบันสายพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่หาได้ยากมากตามธรรมชาติ

ลักษณะของต้นแคคตัสแมมคาร์มีเน

ลำต้นกลมรีคล้ายไข่จุดเด่นของกระบองเพชรชนิดนี้มีหนามที่สวยเป็นกระจุกและแพร่กระจายออกมาในกระจุกนั้นจะมีหนามเกือบๆ100อันซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับเข็มหมุดสามารถแตะได้เพราะหนามจะไม่แหลมและมีความนุ่มมือแคคตัสแมมคาร์มีเนสีเหลืองและสีขาวจะเป็นกระบองเพชรที่ขยายพันธุ์มาจากธรรมชาติ แต่สีแดงจะมาจากการคัดเลือกสายพันธุ์โดยนำเกสรมาผสมกันจึงเป็นคาร์มีเนแดงเป็นสีที่หาได้ยากมาก แคคตัสแมมคาร์มีเนมักจะออกดอกเป็นสีชมพูและสีขาวจะออกดอกได้ดีในช่วงฤดูหนาว ฤดูร้อนกับฤดูฝนจะออกได้น้อยบางต้นอาจจะไม่ออกดอกเลย ดอกสีชมพูจะหาได้น้อยและมีราคาสูงกว่าดอกสีขาวดอกจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฎ แคคตัสแมมคาร์มีเนสีขาวจะแตกหน่อได้ดีและแตกได้มากอีกด้วยจึงทำให้คนมักเอาสีนี้มาขยายพันธุ์เพราะสามารถทำได้ง่าย

การดูแลต้นแคคตัสแมมคาร์มีเน

  • เลือกดินที่โปร่งและสามารถระบายน้ำได้ดีไม่ปล่อยให้มีน้ำขังบริเวณโคนต้น
  • ควรดูแลให้ดีไม่ให้ดินชื้อเพราะพันธุ์นี้จะมีความไวต่อความชื้น
  • ควรให้ได้รับแสงตลอดทั้งวันเพราะจะทำให้มีหนามที่หนาดกและออกดอกที่สวยอีกทั้งยังทำให้สีของหนามขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วยแต่ถ้าหากได้รับแสงแดดที่น้อยจะทำให้ต้นยืดยาวไม่เป็นทรงปกติตามธรรมชาติ

  • รดน้ำเมื่อดินแห้งสนิทหรือคำนวณเวลาไว้ประมาณสัปดาห์ละ1ครั้งในช่วงฤดูร้อนควรหมั่นรดน้ำแต่อย่ารดมากจนดินมีความแฉะและชื้นฤดูฝนอาจจะเว้นช่วงในการรดน้ำ
  • ควรเปลี่ยนดินให้กระบองเพชรไดรับสารอาหารใหม่ๆจากดินควรเปลี่ยน1-2ปีต่อครั้งและถ้าหากกระบองเพชรโตขึ้นมากแล้วก็ควรเปลี่ยนกระถางและเปลี่ยนดินเลย
  • มักจะนำมาขยายพันธุ์ด้วยการชำหน่อและเพาะเมล็ด
  • การใส่ปุ๋ยนิยมใช้ปุ๋ยที่ละลายช้าอย่างปุ๋ยออสโมโคดที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีเหลืองๆควรใส่5-6เดือนต่อครั้งในปริมาณครั้ง5-10เม็ด

 ไม้ประดับ

ต้นหยาดน้ำค้าง พืชกินเนื้อสวยงาม มีเสน่ห์แบบเฉพาะตัว 1000maidee

ต้นหยาดน้ำค้าง พืชกินเนื้อสวยงาม มีเสน่ห์แบบเฉพาะตัว

ต้นหยาดน้ำค้าง พืชกินเนื้อสวยงาม มีเสน่ห์แบบเฉพาะตัว

ต้นหยาดน้ำค้าง ( Drosera capensis ) ถือเป็นพืชตระกูลหยาดน้ำค้าง เป็นต้นไม้หายากในโลกที่มีความสวยงาม มีเสน่ห์แบบเฉพาะตัว แถมยังเป็นต้นไม้ที่มีความสามารถในการปรับตัวค่อนข้างดีทีเดียว และมันยังยังสามารถมีชีวิตรอดได้ในดินที่สารอาหารน้อยด้วย ต้นไม้ชนิดนี้จะสามารถพบเจอได้หลากหลายพื้นที่แต่จะไม่สามารถพบได้ในพื้นที่ของแอนตร์กติกา ถึงแม้ว่าจะสามารถพบเจอได้หลากหลายพื้นที่แต่แต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันของสายพันธุ์ มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป

ต้น Drosera capensis เป็นต้นไม้หายากในโลกที่กินแมลงหรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นพืชจำพวกกินเนื้อนั่นเอง เป็นไม้ล้มลุกสายพันธุ์ของมันนั้นแยกย่อยออกไปได้กว่าสองร้อยชนิดเลยทีเดียว ตัวลักษณะของมันจะมีเมือกสีใส ๆ คล้ายหยดของน้ำค้างอยู่ที่ปลายของแต่ละใบ มองด้วยตาเปล่าอาจจะดูสวยงามเหมือนหยดน้ำที่เพิ่งมาเกาะบนต้นไม้หลังพายุฝนแต่เจ้าเมือกใสใสนี้ความจริงแล้วมันไม่ได้ใสซื่ออย่างที่เราเห็นเลย เพราะมันมีลักษณะหนืดและสามารถยึดแมลงต่าง ๆ ที่หลงเข้ามา เวลาที่เหยื่อของมันติดกับดักมันจะห่อตัวเข้าหาเหยื่อและค่อย ๆ เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการย่อยอาหาร เจ้าต้นนี้สามารถผลิตเอนไซม์และพอมันย่อยเรียบร้อยโดยจะใช้ระยะเวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ตัวใบของมันก็จะเปิดออกซึ่งเราจะสามารถเห็นเปลือกหรือซากของแมลงที่มันกินเข้าไปด้วย

โดยปกติแล้ว ต้น Drosera capensis จะมีแหล่งกำเนิดและเติบโตในพื้นที่ที่อบอุ่นหรือพื้นที่กึ่งเขตร้อน และทะเลทราย ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีความแตกต่างกันของสายพันธุ์ส่งผลถึงการเจริญเติบโตของต้นไม้ด้วย ขนาดของมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 5 เซนติเมตร การเติบโตของมันจะอยู่ที่ประมาณ 14 – 21 วัน และเติบโตง่ายแต่ก็เป็นต้นไม้ที่ต้องการน้ำเช่นเดียวกัน เป็นต้นไม้ที่สามารถผสมเกสรได้ด้วยตัวของมันเองหรือเรียกว่าเป็นการสืบพันธุ์ด้วยตนเอง ต้นไม้ชนิดนี้สามารถมีอายุยาวนานหลายสิบปีเลยทีเดียว

หากใครที่สนใจปลูกต้นไม้หายากในโลกอย่าง ต้น Drosera capensis ก็ควรให้มันเติบโตแบบธรรมชาติและคอยดูอยู่ห่าง ๆ หากนำไปเพาะปลูกก็ควรที่จะใส่กระถางที่ค่อนข้างมีพื้นที่ และให้โดนแดดอย่างสม่ำเสมอ มันจะสามารถเติบโตได้ในพื้นที่ร้อนชื้นเป็นอย่างดี ตัวรากของมันจะมีหน้าที่ดูดซับน้ำและช่วยยึดติดลำต้นกับพื้นดิน ถ้ามองดูรวม ๆ แล้วเจ้าต้นหยดน้ำค้างนี้ก็ดูมีความสวยงามสามารถปลูกไว้เพื่อเป็นการตกแต่งสวนให้ดูสวยงามได้และยังช่วยกำจัดแมลงต่าง ๆ แบบที่เป็นวงจรชีวิตตามธรรมชาติอีกด้วย

 ไม้ประดับ

ต้นปาล์มบังสรูย ไม้ประดับนิยมปลูก ลักษณะเป็นสิริมงคล 1000maidee บทความ

ต้นปาล์มบังสรูย ไม้ประดับนิยมปลูก ลักษณะเป็นสิริมงคล

ต้นปาล์มบังสรูย ไม้ประดับนิยมปลูก ลักษณะเป็นสิริมงคล

     สำหรับ ปาล์มบังสรูย ( Diamond Palm หรือ Joey Palm ) เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ผู้คนนิยมปลูกกันเพื่อความสวยงาม เพราะต้นไม้ชนิดนี้ต้องบอกเลยว่ามีความสวยงามอยู่ในตัว เพราะใบจะมีความสวยงามเป็นรูปคล้าย ๆ กับสีเหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นทรงที่สวยเหมือนกับผ่านการตัดแต่งมา แต่ที่จริงแล้วเป็นความสวยงามที่ธรรมชาติได้สรรสร้างความสวยงามนี้ขึ้นมา ถ้าบ้านไหนหรือสถานที่ไหนทำการปลูกจะทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสวยงามมากขึ้น โดยส่วนมากเราจะพบอยู่ที่ประเทศไทยคาบไปจนถึงประเทศมาเลเซีย และยังถูกนำไปใช้ในพิธีการแห่ต่าง ๆ ด้วย เพราะรูปร่างของมันมีความเป็นสิริมงคล โดยสามารถบังแดดและยังเพิ่มความสวยงามให้กับขบวนแห่ด้วย สำหรับวันนี้เราจึงจะมาแนะนำ วิธีการปลูก ปาล์มบังสรูย ให้สวยงาม และสมบรูณที่ผู้อ่านจะสามารถนำไปปลูกประดับบ้านและสวน หรือจะนำไปปลูกเพื่อจำหน่ายได้อีกด้วย จะมีปัจจัยและวิธีการปลูกอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

เริ่มต้นการปลูกปาล์มบังสรูย

  • สำหรับในการขยายพันธุ์มักจะขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด โดยจะสามารถหาซื้อเมล็ดได้ตามร้านขายต้นไม้หรือตามช่องทางออนไลน์ที่มีจำหน่าย
  • เมื่อเราได้เมล็ดที่ต้องการมาแล้ว ให้เรานำเมล็ดที่ไปปลูกในกระถางหรือถุงดำด้วยขนาดที่พอดี
  • สำหรับดินที่ใช้ประกอบหน้าดินควรจะทำการผสมกับแกรบหรือขุยมะพร้าว ถ้าจะให้ดีผสมกันทั้งสองอย่างเลยก็ได้ในอัตราส่วน 1 : 1  และทำการใส่ปุ๋ยเข้าไปประมาณ 5 – 10 % ของดินทั้งหมด และจะต้องทำการฝังรากลงไปให้ลึกและกลบให้พอมิดด้วยดินที่ปลูกอีกหนึ่งชั้น
  • จากนั้นทำการรดน้ำให้มีความชุ่มชื้นวางไว้ในที่ ๆ แสงแดดเข้าได้ถึงอ่อน ๆ จากนั้นรากจะทำการขยายตัวเจริญลงไปในดินแล้วแทงขึ้นมาเป็นใบ ส่วนของรากจะแตกออกเป็นรากฝอยสำหรับเวลาในระยะปลุกเริ่มแรกเราจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน

การดูแลต้นปาล์มบังสรูย

เมื่อต้นของเรามีใบพองอกมาจากดินซึ่งก็ถือว่าต้นของเรากำลังเจริญเติบโตแล้ว โดยให้สังเกตขนาดใบควรที่จะมีความ กว้างประมาณ 2 – 3 นิ้ว หลังจากนั้นเราก็จะมารู้จักวิธีการดูแลรักษาให้ต้นของเราโตเต็มที่ อย่างที่เราบอกว่าต้องปลูกไว้ในที่ ๆ แสงแดดสามารถเข้าถึงแบบอ่อน ๆ เพราะ ปาล์มบังสรูย จะไม่ชอบแสงแดดจัดถ้าปลูกในบริเวณกลางแจ้ง จะทำให้ใบสามารถแห้งตายได้ สามารถปลูกได้ในบริเวณบ้านที่มีแสงเล็กน้อย หรือระเบียงที่มีหลังคาปกคลุม ในการรดน้ำควรจะรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ห้ามปล่อยดินให้แห้งควรจะรดน้ำทุกวันแต่อย่าลดในปริมาณที่มากจนเกินไปควรจะสังเกตว่าดินมีความชื้นหรือไม่ ในการใส่ปุ๋ยให้ใส่เป็นครั้งคราวอาจจะใส่เป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละหนึ่งครั้งหรือจะใช้ปุ๋ยเคมีก็ได้แต่ ใส่ปริมาณตามสมควรแต่ช่วยให้ใบมีสีเขียวเข้มสวยงามมากขึ้น และควรจะฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราเพราะต้นนี้มักจะมีโรคเชื้อราในพืช และนี่ก็คือ วิธีการปลูก ปาล์มบังสรูย ให้สวยงาม รับรองว่าถ้าใครทำตามวิธีที่เราแนะนำต้องบอกว่าจะได้ต้นที่สวยงามสมบรูณอย่างแน่นอน

 ไม้ประดับ

แคคตัสแมมเลาอาย พันธุ์ที่โตเร็วและออกดอกได้ง่าย 1000maidee บทความ

แคคตัสแมมเลาอาย พันธุ์ที่โตเร็วและออกดอกได้ง่าย

แคคตัสแมมเลาอาย พันธุ์ที่โตเร็วและออกดอกได้ง่าย

วันนี้แอดมีต้นกระบองเพชรที่คิดว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นแต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักชื่อซึ่งต้นกระบองเพชรที่แอดจะมาแนะนำทุกคนในวันนี้คือ แคคตัสแมมเลาอาย ( Mammillaria laui ) มีต้นกำเนิดมาจากฝั่งทวีปอเมริกาประเทศเม็กซิโกพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่โตเร็วและออกดอกได้ง่ายมากอีกทั้งยังมีราคาที่ไม่แพ้อีกด้วยหากใครที่ยังไม่ได้ปลูกต้นนี้ที่บ้านถือว่าพลาดอย่างแน่นอนส่วนใครที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดเลยค่ะเพราะเป็นพันธุ์ที่หาได้ง่าย

ลักษณะของต้นแคคตัสแมมเลาอาย

ลักษณะลำต้นเป็นตุ่มๆสีเขียวจะแตกก่อเยอะและแตกได้ง่ายมากโดยจะมีหนามที่ยาวและแหลมจะอยู่เป็นกระจุกๆนี่คือเสน่ห์ของแคคตัสแมมเลาอ้ายซึ่งในแต่ละกระจุกนั้นยังมีหนามเล็กๆอยู่ประมาณ40-50เส้นขนจะเป็นสีขาวหรือสีเหลืองซึ่งทรงจะคล้ายๆกับแมมคาร์มีเนแต่จะแตกต่างกันตรงที่หนามเพราะแมมเลาอ้ายจะไม่มีหนามตรงกลางและมีหนามที่โปร่งกว่ายังสามารถมองเห็นลำต้นได้ดีกว่าคาร์มีแน ลักษณะของดอกจะไม่ใหญ่มากประมาณ1เซนติเมตรมีสีชมพูอ่อนไล่ไปจนถึงชมพูบานเย็นเลยค่ะจะออกดอกได้ดีมากในช่วงฤดูหนาว ถ้าอยากขยายพันธุ์ก็สามารถเอาหน่อที่งอกเป็นกอไปชำหรือใครที่ชอบเป็นฟอร์มกอก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้เลยค่ะถ้าดูแลดีจะออกหนามและออกดอกได้สวยมาก

การดูแลแคคตัสแมมเลาอาย

  • เลี้ยงไว้ที่ที่มีแดดส่องถึงตลอดทั้งวันหรือไม่ก็ให้โดนแดดประมาณ7-8ชั่วโมงต่อวันเพราะแคคตัสชนิดนี้ชอบแสงแดดมากเมื่อโดนแสงได้ตามที่ต้องการต้นก็จะโตสวยหนามจะจะเป็นกระจุกอย่างสวยงามแดดจึงเป็นปัจจัยหลักที่แคคตัสชนิดต้องการดังนั้นควรเลือกสถานที่ปลูกให้ดีๆถ้าให้โดยแดดน้อยอาจจะทำให้เกิดโรคได้ง่าย
  • ดูแลให้ดินมีการระบายน้ำที่ดีเพราะแคคตัสชนิดนี้มีความไวต่อความชื้นไม่ค่อยที่จะชอบความชื้นสักเท่าไหร่ชอบให้เลี้ยงแบบแห้งๆถ้าหากดินมีความชื้นอาจจะทำให้รากเน่าตายได้

  • การรดน้ำควรรดเมื่อดินแห้งสนิทและไม่ต้องรดในปริมาณที่มากไปให้รด7-10ต่อครั้ง
  • ในการใส่ปุ๋ยถ้าต้องการให้ออกดอกเยอะโตไว้ก็แนะนำให้ใส่ปุ๋ยออสโมโคดซึ่งเป็นปุ๋ยละลายช้าควรใส่4เดือนต่อครั้งและอย่าใส่ในปริมาณที่น้อย
  • ควรเปลี่ยนดินให้แคคตัสทุกๆ2ปีเพื่อให้ได้รับสารอาหารใหม่ๆที่มีประโยชน์หากใช้ดินเดิมไปตลอดสารอาหารในดินก็จะลดลงไปเรื่อยๆทำให้กระบองเพชรจะไม่ได้รับสารอาหารในดินได้น้อยอาจจะทำให้เจริญเติบโตได้ช้า

 ไม้ประดับ