Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

หากใครที่กำลังมองหาเจ้าต้นแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรน่ารักขนาดจิ๋ว มาเลี้ยงดูแลเป็นเหมือนเพื่อนที่ให้ความน่ารักและความใส่ใจตลอดเวลา ก็คงต้องขอแนะนำกับอีกหนึ่งสายพันธุ์ของ “ต้นกระบองเพชรม้าเวียน” เพราะเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีลักษณะลำต้นที่เตี้ยอวบน้ำ มีการดูแลที่ง่าย แต่อาจจะมีขั้นตอนในการขยายพันธุ์ที่เยอะขึ้นมาหน่อย โดยทั่วไปแล้วเจ้าต้นพืชม้าเวียนจะเป็นใบที่ถูกเรียงสลับกันเรียวยาว มีสีเขียวให้ความรู้สึกคล้ายรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มักจะออกดอกงอกเงยอยู่ทุกปี

โดยดอกจะมีลักษณะที่เป็นช่อ ก้านยาว มีทั้งสีขาว สีเหลือง ซึ่งภายในผลจะมีเมล็ดที่เป็นสีดำอยู่ประมาณ 5 – 10 เมล็ด มีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากทางแอฟริกาและก็ได้ถูกนำมานิยมที่ประเทศไทย จนได้กลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่หน้าจับตามองอีกหนึ่งสายพันธุ์

แต่การปลูกเลี้ยงของต้นพืชชนิดนี้มักจะเป็นการปลูกกับดินร่วนปนทราย ชอบปริมาณน้ำที่ให้ความชุ่มฉ่ำแต่ไม่มากจนเกินไป สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญชอบแสงแดดแบบรำไรไม่จัดจนเกินไป จึงทำให้เลี้ยงง่ายและดูแลง่าย

แต่ในขณะเดียวกันสำหรับการขยายพันธุ์พืชมักจะมีหลายขั้นตอนในการทำมากของต้นพืชชนิดนี้ นั่นก็คือ เพาะเมล็ด ปักชำใบ ปักชำยอด และหากต้องการให้ต้นพืชจิ๋วนี้เติบโตเร็วก็ต้องใช้วีธีการทั้ง 3 เข้ามาเป็นตัวช่วยเช่นกัน

 

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

สืบเนื่องมาจากการกักตัวช่วงโควิดที่ผ่านมา ทำให้การปลูกต้นไม้กลายมาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะนอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ก็ยังให้ทั้งความสบายใจและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ จึงทำให้สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนที่อยู่บ้านเหงา ๆ ไม่รู้จะทำอะไร หันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น แถมบางคนเริ่มจากปลูกเล่น ๆ ไป ๆ มา ๆ ล่าสุดตอนนี้เปิดฟาร์มเพาะพันธุ์ขายกันไปแลวก็มีนะคะคุณขา

เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาพูดกันถึงไม้ประดับยอดนิยมที่คนนิยมปลูกกันในที่ร่มค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ในบ้าน คอนโด หรือสำนักงาน ที่นอกจากจะช่วยเรื่องการฟอกอากาศและใช้ในการประดับตกแต่งได้แล้วนั้น ไม้ประดับบางชนิดก็ยังถือเป็นไม้มงคลที่ใช้ปลูกไว้สำหรับเสริมโชคเสริมลาภกันได้อีกนะคะ วันนี้เราจึงลิสต์ 3 รายชื่อ ไม้ประดับยอดนิยม ที่เลี้ยงง่าย ปลูกง่าย ดูแลง่าย มาฝากกันค่า ไปดูกันเล้ยย

กวักมรกต

เปิดอันดับแรกกันด้วย ต้นกวักมรกต ค่ะ แค่เห็นชื่อก็น่าจะพอทราบกันดีแล้วนะคะ ด้วยชื่อที่เป็นมงคลจึงทำให้หลาย ๆ คนมีความเชื่อว่า หากปลูกไว้ในบ้านแล้ว จะช่วยเรียกทรัพย์ กวักเงิน กวักทอง กวักโชค กวักลาภ กระเป๋ากันแบบรัว ๆ เลยค่า นอกจากนี้กวักมรกตยังช่วยเรื่องการฟอกอากาศได้ดีอีกด้วยนะคะ  ส่วนวิธีการรักษาก็ง๊ายง่ายค่ะ กวักมรกตชอบแสงแดดอ่อน ๆ แบบแสงแดดรำไรผ่านหน้าต่างในยามเช้า เบาเบา สวย ๆ ไม่ใช่โอ้โหตั้งตระหง่านกลางสวนหลังบ้านแบบนั้นไม่เอานะคะ รดน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ลิ้นมังกร

ลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ที่คนนิยมปลูกเพื่อฟอกอากาศโดยเฉพาะเลยค่ะ เพราะคุณลักษณะพิเศษของเขาก็คือสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีและจะปล่อยออกซิเจนออกมาในช่วงเวลากลางคืน วิธีเลี้ยงดูก็ง่ายมากเลยค่ะ ลิ้นมังกรจะเลี้ยงได้ดีในดินปนทรายหรือดินร่วนค่ะ เนื่องจากดินสองประเภทนี้ค่อนข้างระบายน้ำได้ดี ในส่วนของแสงแดดและน้ำ ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรค่ะ รดน้ำไม่ต้องเยอะสัก 2 วันครั้งนึงก็เพียงพอแล้วค่ะ

มอนสเตอร่า ( Monstera)

มอนสเตอร่า เป็นไม้ประดับยอดนิยมอีกหนึ่งชนิดเลยนะคะ ที่ติดทุกชาร์ต ติดทุกรีวิว เพราะนอกจากจะมีความสวยงามชนิดที่ว่า ไปตั้งไว้ตรงไหนก็ดูดี ดูแพงไปหมดเลยแล้วล่ะก็ ยังมีคุณสมบัติในการช่วงฟอกอากาศได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่า แหม งานนี้ถ้ามีประดับตกแต่งไว้ในบ้านก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ

โดยปกติแล้วมอนสเตอร่าจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทค่ะ คือชนิดเลื้อย และชนิดต้น ซึ่งปกติที่เรานิยมปลูกกันในบ้านจะเป็นชนิดเลื้อยนะคะ วิธีดูแลคล้าย ๆ 2 ต้นแรกที่กล่าวมาแล้วค่ะ คือชอบแสงแดดรำไร แต่ชอบที่ชื้น เพราะฉะนั้นจึงควรรดน้ำควรดูตามความเหมาะสมค่ะอย่าปล่อยให้แห้งเกินไปและไม่แฉะเกินไป แต่สำหรับต้นนี้ก็ขอบอกไว้นิดนึงนะคะ ว่าอาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีสัตว์เลี้ยงที่บ้าน เพราะมีสารบางชนิดของต้นไม้ชนิดนี้ที่ส่งผลเสียต่อสัตว์เลี้ยงของเราค่ะ ส่วนใครไม่มีสัตว์เลี้ยง ก็ปลูกกันได้ตามสบายนะคะ เพราะสารพิษนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อคนค่า

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับไม้ประดับยอดนิยม 3 ชนิดที่เรานำมาเสนอกัน ชอบ ถูกใจ แบบไหน ก็หามาปลูกกันได้นะค้า

 

รวม 3 ไม้ประดับยอดนิยม ฮิตปลูกในบ้านประจำปี2021

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

สำหรับต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีผู้คนรู้จัก และนิยมนำมาเลี้ยงดูแลและปลูกกันอยู่ส่วนใหญ่ เพราะเป็นพืชที่มีสามารถออกดอกได้ทุกปี และมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก แถมยังเลี้ยงง่าย ไม่ตายเร็วเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ ยิ่งเฉพาะในช่วงที่หน้าร้อนมักจะมีการออกดอกมาให้รับชมกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าแต่ละครั้งที่ออกดอกจะเป็นสีอะไร โดยส่วนมากจะเป็นสีเหลืองและส้ม มีลักษณะที่เป็นดอกใหญ่น่ารักและเล็กกกะทัดรัดสวยงาม

ส่วนในเรื่องของวิธีการดูแล ควรนำไปวางในพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอ ควรมีการเปลี่ยนดินและรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ดอกของสายพันธุ์นี้ เจริญเติบโตและขยายการแตกหน่อออกมาอย่างสวยงาม ที่สำคัญไม่ควรรดน้ำในจำนวนที่บ่อยครั้งมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ต้นไม้พืชพรรณ มีอาการที่เน่า จนในที่สุดก็อาจจะทำให้ต้นไม้นั้นตายลงไป

ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตุอาการของต้นกระบองเพชรอยู่บ่อยๆ เพราะอาจจะมีแมลงหรือสัตว์ศัตรูพืชมารบกวนหรือก่อกวน ทำให้ต้นไม้ของเราตายเกิดโรคต่างๆ และสำหรับสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะที่เป็นเหมือนรูปทรงกลมคล้ายโลก มีหนามหรือเข็มที่เป็นสีน้ำตาลทอง บริเวณปลายจะเป็นส่วนโค้ง มีการแพร่หลายมาจากรัฐเท็กซัสหรือโกอาวีลา ในเขตความร้อนบริเวณทะเลทราย จนได้กลายมาเป็นไม้ดอกไม้ประดับของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้

 

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

วิธีดูแลต้นไม้

ราชินีแห่งไม้ใบ มอนสเตอร่า ไม้ประดับราคาแพงที่สุด

ราชินีแห่งไม้ใบ มอนสเตอร่า ไม้ประดับราคาแพงที่สุด

ราชินีแห่งไม้ใบ มอนสเตอร่า ไม้ประดับราคาแพงที่สุด

ถ้ากล่าวถึงไม้ประดับที่ราคาแพงที่สุดและเป็น ต้นไม้ขายดี ในตอนนี้มันก็มีหลายสายพันธุ์มากๆให้บอกทั้งหมดก็คงจะไม่ไหว ดังนั้นวันนี้เราจึงเลือกมาให้ 3 สายพันธุ์เป็นพันธุ์ที่ที่บ้านเรามีจะบอกว่าเรามารีวิวต้นไม้ก็ได้ เชื่อว่าสายรักต้นไม้และธรรมชาติคงจะอยากรู้กันแล้วถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันเลย

มอนสเตอร่า เดลิซิโอซ่า (Monstera Deliciosa)

มอนสเตอร่าพันธุ์นี้เป็นอีกพันธุ์หนึ่งที่เป็น ต้นไม้ขายดี ควรมีไว้ตกแต่งบ้านมากๆเพราะด้วยคุณสมบัติและลักษณะเด่นต่างๆที่น่าสนใจทำให้เราและเหล่าคนรักต้นไม้หลายๆคนต้องคว้าเอาไว้ถึงแม้ว่าราคาจะแพงและสูงมากก็ตาม

เรื่องเด่นของต้นไม้

  • ลำต้นตรงมีใบขนาดใหญ่แตกเป็นแฉกดูสวยงาม ปลูกง่าย ดูแลง่าย ทนทานต่อสภาพอากาศ
  • ผู้ใดที่สนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้แนะนำว่าให้ไปเลือกด้วยต้นเอง

 

 

มอนสเตอร่า บอร์สิเจียน่าอัลโบ (Monstera Borsigiana Albo)

มาต่อกันที่ ต้นไม้ขายดี สายพันธุ์ที่สอง มอนสเตอร่า บอร์สิเจียน่าอัลโบ สำหรับมอนสเตอร่าสายพันธุ์นี้ก็จัดเป็นต้นไม้ประดับบ้านที่มีราคาที่สูงและแพงมากอีกสายพันธุ์หนึ่ง

  • ลักษณะเด่นของต้นไม้

เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะเด่นอยู่คือ ส่วนใบจะมีรอยด่างสีขาวผสมกับสีจริงๆของสายพันธุ์นี้ ทำให้ดูเป็นลายที่สวยงามและทำให้ราคาของต้นนี้สูงมาก

  • คุณสมบัติพิเศษ

สามารถดูดซับอากาศ ฟอกอากาศได้ดีมาก เหมาะกับการนำมาปลูกหรือว่าวางไว้ประดับบ้านที่สุด

 

 

มอนสเตอร่า อะแดนโซนี่ (Monstera Adansonii)

สายพันธุ์สุดท้าย มอนสเตอร่า อะแดนโซนี่ เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ที่ดาราเซเลบหลายคนตามหาจัดเป็น ต้นไม้ขายดี และแพงที่สุดเพราะมีลักษณะเด่นที่สวยงามและให้ประโยชน์หลายอย่างถ้าซื้อมาวางไว้ประดับบ้าน

  • ลักษณะเด่นของต้นไม้

เป็นสายพันธุ์ที่มีลำต้นตรงสวย มีใบแตกออกเป็น 5 แฉกสวยที่สำคัญจุดเด่นที่สังเกตง่ายที่สุดเลยคือมีลายด่างสีขาวที่ตัดกับสีเขียวอ่อนของสีจริงๆทำให้ดูสวยงามช่วยมองมาก

 

วิธีการปลูกและดูแลต้นมอนสเตอร่าทั้ง 3 สายพันธุ์

สำหรับวิธีการปลูกและการดูแลนั้นไม่ยากเลย ปกติแล้วต้นมอนสเตอร่าเป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกง่ายและดูแลง่ายมาก สำหรับใครที่อยากรู้วิธีการปลูกของ ต้นไม้ขายดี นี้ก็ตามเข้ามารับชมกันได้เลย

  • วิธีการปลูก

วิธีการปลูกมี 2 วิธี คือ การเพาะเมล็ดกับการปักชำ ถ้าปลูกโดยการเพาะเมล็ดจำเป็นต้องนำเมล็ดไปแช่ไว้ในน้ำ 2 คืนก่อนจากนั้นก็นำมากลบดิน แต่ถ้าปลูกแบบปักชำก็ควรจะลิดเอาใบออกให้หมด จากนั้นก็กรีดก้านขึ้น 1 นิ้วเสร็จแล้วก็นำไปปักชำ ส่วนดินที่ใช้ก็ควรจะเป็นดินร่วนที่ผสมกับหินเพอร์ไลต์กับกาบมะพร้าวซับเพราะมันจะช่วยระบายน้ำออกได้ดี

  • วิธีการดูแล

ไม่ต้องให้ถูกแสงมาก รดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอแล้ว บอกแล้วว่าต้นไม้สายพันธุ์นี้ปลูกง่ายและเลี้ยงง่ายมากๆ ถ้าเกิดว่าสนใจและสู้ราคาไหวก็ควรจะซื้อมาปลุกไว้ที่บ้าน

 

 

 ไม้ประดับ

ต้นลาเวนเดอร์ ไม้ประดับ ดอกสวยสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์

ต้นลาเวนเดอร์ ไม้ประดับ ดอกสวยสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์

ต้นลาเวนเดอร์ ไม้ประดับ ดอกสวยสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์

         แม้ว่าไม้ดอกอย่าง “ลาเวนเดอร์” จะเป็นไม้เมืองหนาว แต่เดี๋ยวนี้มีหลายบ้านเลยที่นิยมปลูกดอกไม้ชนิดนี้เป็นไม้ประดับห้อง โดยเฉพาะห้องนอน เพราะนอกจากจะมีดอกสวยสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว กลิ่นของมันยังมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับสบายด้วยนะ หากใครสนใจอยากปลูกต้นไม้ชนิดนี้แล้วละก็ ไปดูวิธีปลูกกับการดูแลพร้อม ๆ กันเลย

เรามักจะเห็นมีคนนำไม้ดอกอย่างลาเวนเดอร์ไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยกันอย่างแพร่หลายมาก นั่นเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกสวย ๆ นั้นมีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ดังนั้นจึงมีเทียนหอม หรือน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้กันเยอะมาก นอกจากนั้นยังสามารถนำไปทำเป็นชาสมุนไพร ช่วยรักษาระดับการเต้นของหัวใจ ส่วนเรื่องความสวยงามนั้น หากนำไปปลูกแต่งสวน ช่อดอกสีม่วงที่ขึ้นพร้อมกันเป็นกอจะให้ความรู้สึกสดชื่น ขณะเดียวกัน เรายังสามารถนำไม้ดอกชนิดนี้ไปปลูกในร่มได้ เช่น ในห้องนอน

  • วิธีปลูกต้นลาเวนเดอร์

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการปลูกต้นลาเวนเดอร์เป็นไม้ดอกไม้ประดับในบ้านคือ “ดิน” และ “อากาศ” เราควรใช้ดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี แต่ก็ต้องสามารถเก็บความชื้นได้ ส่วนเรื่องอากาศ แน่นอนว่าลาเวนเดอร์เป็นต้นไม้เมืองหนาว จึงชอบอากาศเย็น เหมาะกับปลูกในห้องแอร์ ขณะเดียวกันลาเวนเดอร์ก็ชอบแสงแดด จึงแนะนำให้ปลูกเอาไว้ริมหน้าต่างของห้องนอน

  • การดูแลต้นลาเวนเดอร์

หลายคนอาจคิดว่าไม้ดอกเมืองหนาวอย่างต้นลาเวนเดอร์คงดูแลยาก แต่ที่จริงแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ดูแลง่ายมาก รดน้ำไม่ต้องบ่อย ควรรดน้ำในช่วงเช้าเพียงครั้งเดียว ไม่ควรรดตอนเย็น เพราะรากจะแห้งช้าอันเป็นสาเหตุของเชื้อรา รากเน่า ใบเหี่ยวเฉา นอกจากนี้ควรลดปริมาณน้ำในฤดูฝนเพราะอากาศมีความชื้นสูงอยู่แล้วและที่สำคัญเมื่อลาเวนเดอร์ออกดอก ระวังอย่ารดน้ำโดนดอกเพราะอาจทำให้ดอกช้ำได้ กรณีที่พบว่ามีใบเหี่ยวเฉาควรเว้นการให้น้ำไป 3-4 วันเพื่อให้รากแห้ง

หากใครที่เกิดอาการเครียด หรือนอนไม่ค่อยหลับ แนะนำให้ลองหาไม้ดอกอย่างลาเวนเดอร์มาปลูกในห้องนอนดูค่ะ วิธีปลูกและการดูแลรักษาต้นไม้ชนิดนี้ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมสรรพคุณทางยายังล้นหลาม กลิ่มหอมอ่อน ๆ ของดอกสวย ๆ นี้ ช่วยคลายความเครียด ลดอาการวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น และยังมีคุณสมบัติช่วยลดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย สามารถนำมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยในเทียนหอม ใช้หยอดลงอ่างแช่น้ำ หรือทำเป็นชาสมุนไพรก็ได้เช่นกัน

 ไม้ประดับ

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2 1000maideeบทความ

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

            หากทุกคนลองสังเกตเวลาเราไปร้านอาหารญี่ปุ่น มักจะเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งวางอยู่บนจานอาหาร ทราบไหมคะว่านั่นคือดอกอะไร? คำตอบก็คือ “ดอกเบญจมาศ” ค่ะ สำหรับประเทศไทย ต้นเบญจมาศนับเป็นไม้ดอกมงคล และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการซื้อขายดอกทั่วโลกเป็นอันดับ 2 อีกด้วย ว่าแล้วก็อยากจะปลูกเอาไว้แต่งสวนให้สดชื่นบ้างแล้วสิ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักเจ้าต้นไม้ดอกสวยชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

            ต้นเบญจมาศ ( chrysanthemum ) มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ไม้ดอกชนิดนี้แบ่งได้หลัก ๆ เป็น 3 ประเภท คือประเภทดอกใหญ่ ( Exhibition Type ) ดอกขนาดปานกลาง ( Standard Type ) และดอกขนาดเล็ก ( Spray Type ) สีสันก็มีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง ส้ม เป็นต้น ขนาดของกลีบดอกจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ ลักษณะต้นของเบญจมาศจะขึ้นเป็นพุ่ม จุดเด่นคือมีขนทั้งที่ลำต้น และใบ

  • วิธีปลูกต้นเบญจมาศ

ต้นเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่จะขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง ต้องระบายน้ำได้ดี ควรปลูกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งแดดในช่วงกลางวันจะมีผลกับการออกดอกของต้นเบญจมาศ การรดน้ำ แนะนำให้รดในช่วงเช้า วันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ต้นไม้ไม่ชื้นเกินไป ป้องกันการเกิดรา นอกจากนั้นในเรื่องของอุณหภูมิก็มีผลกับการเจริญเติบโต หากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นจะได้ดอกสวยและใหญ่กว่าในที่อากาศร้อน

  • การดูแลต้นเบญจมาศ

แน่นอนว่าเมื่อเป็นไม้ดอก สิ่งที่ทำให้ผู้ปลูกปวดหัวมาก ๆ ก็คือเชื้อรา และปัญหาแมลงต่าง ๆ ที่อาจมาทำลายสวนสวย ๆ ของเราได้ การจะปลูกต้นเบญจมาศให้ได้ดอกสวยและอุดมสมบูรณ์ต้องอย่าลืมดูแลปัญหากวนใจเหล่านี้ หากพบเชื้อราที่ทำให้เกิดใบสีน้ำตาล แนะนำให้ใช้ยาพ่น แมนโคเซป กับคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ หรือหากพบเพลี้ยหรือหนอน ให้ใช้ พิโนฟิน หรือ คลอไพรีฟอส เป็นต้น

ต้นเบญจมาศ เป็นไม้ดอกชนิดที่ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมมีส่วนอย่างมากในการเจริญเติบโต การออกดอก และการแพร่พันธุ์ อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราได้ดอกสวยก็คือ การเพาะเลี้ยงในโรงเพาะชำซึ่งต้องมีการควบคุมปริมาณแสง และอุณหภูมิให้พอเหมาะ นอกจากนี้ดอกเบญจมาศบางชนิดยังสามารถรับประทานได้ด้วย ในดอกชนิดที่สามารถกินได้นั้นจะมีวิตามินอีสูง 4.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่อธิบายไปข้างต้นว่า การเลี้ยงต้นเบญจมาศในบางครั้งอาจมการใช้สารเคมี ดังนั้นไม่ควรกินสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ

 ไม้ประดับ

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม 1000maideeบทความ

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม

          เพื่อน ๆ รู้จักต้น Philodendron Xanadu ไหมคะ หรือในภาษาไทย เราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ต้นซานาดู” เป็นไม้ประดับที่คนรักการแต่งบ้านสายมินิมอลนิยมปลูกเพื่อสร้างบรรยากาศกัน หลายคนอาจจะรู้จักบ้างแล้ว เพราะต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะใบที่โดดเด่นมาก แต่หากใครยังไม่คุ้นเท่าไหร่ วันนี้ไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กันเลย

ไม้ประดับสายพันธุ์ “ฟิโลเดนดรอน” จะมีจุดเด่นอยู่ตรงลักษณะของใบ หรือฟอร์มใบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ ซึ่งเจ้าต้นซานาดูก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์นี้ ถิ่นกำเนิดของต้นซานาดูมาจากทวีปอเมริกาใต้ ลักษณะต้นจะขึ้นเป็นกอ และต้องอาศัยการตัดใบเพื่อความสวยงาม แต่เดิมมักใช้ปลูกแต่งสวนนอกบ้านค่ะ เพราะเพียงแค่วางก็ช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้สวนสวย ๆ ของเราได้แล้ว จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้อยู่ที่ “ใบ” เพราะมีลักษณะหยัก 7 แฉก ให้สีเขียวเข้มเป็นมันดูสดชื่น

วิธีปลูกต้นซานาดู 

สิ่งสำคัญในการปลูกต้นซานาดูคือต้องการพื้นที่กว้าง ๆ เพราะลักษณะของต้นไม้ที่เป็นกอ แผ่ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ทำให้ค่อนข้างกินพื้นที่ ดังนั้นการเลือกกระถางก็สำคัญ หากต้นเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ควรเปลี่ยนมาเป็นกระถางที่มีความแข็งแรง สำหรับการเลือกดินในการปลูก เนื่องจากต้นซานาดูชอบดินที่ไม่เก็บน้ำมากเกินไป และไม่ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีเกินไป จึงควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ในระดับปานกลาง เช่น ดินร่วน หรือกาบมะพร้าว

การดูแลรักษา ต้นซานาดู

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าต้นซานาดูเป็นต้นไม้ตัดใบ ไม่ว่าจะปลูกแต่งบ้าน หรือแต่งสวน ก็ต้องมั่นตัดใบออกเพื่อความสวยงาม และเพื่อให้มียอดใหม่แตกออกมาค่ะ สำหรับการรดน้ำ ต้นไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาสุด ๆ เพราะต้องการน้ำปริมาณปานกลาง หรืออาจจะรดเพียงแค่ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ก็ได้แล้ว นอกจากนั้น ตำแหน่งการปลูก ควรคำนึงถึงที่ที่มีแสงแดดส่องมาไม่มาก เพราะต้นซานาดูไม่ชอบแดด แดดจัดอาจทำให้ใบเหลืองได้

นอกจากเราจะสามารถปลูกต้นซานาดูไว้ประดับสวนสวย หรือแต่งบ้านสไตล์มินิมอลได้แล้ว ไม้ประดับชนิดนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ฟอกอากาศได้ด้วยนะ เพราะขนาดของใบที่ค่อนข้างใหญ่จึงช่วยดูดซับมลพิษ สร้างอากาศที่บริสุทธิ์ในบริเวณบ้านของเรา และต้นซานาดูก็ไม่ได้มีเพียงใบสวยเท่านั้นนะ เพราะเขายังมีดอกออกมาด้วย ลักษณะจะเป็นสีขาว คล้ายดอกหน้าวัว สามารถตัดดอกไปจัดใส่แจกันประดับบ้านได้ หากเพื่อน ๆ เริ่มสนใจต้นไม้ชนิดนี้แล้วละก็ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้ หรือร้านออนไลน์ ดูแลง่าย ราคาไม่แพง และยังสวยสุด ๆ แบบนี้ห้ามพลาดเลยนะคะ

 ไม้ประดับ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ 1000maideeบทความ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

        สำหรับใครที่อยากแต่งบ้าน หรือแต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะเขตร้อนอยู่ละก็ ต้องรู้จักไม้ยืนต้นอย่าง “ต้นหมากเหลือง”  เลยค่ะ เพราะลักษณะของต้นที่มีใบเรียวยาวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นแบบนี้จึงเป็นที่ถูกใจของเหล่าคนรักต้นไม้หลาย ๆ คน นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้มงคล และยังมีความมินิมอล ฟอกอากาศได้ด้วย

ต้นหมากเหลือง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow Palm ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าเป็นพืชตระกูลปาล์ม จัดเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นเป็นกอ โตเต็มที่จะมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบเรียวยาวสีเขียวปนเหลือง นิยมนำไปปลูกแต่งสวนให้ร่มเงา และสร้างความรู้สึกให้สวนสวยของเราได้บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนชายทะเล แต่ในขณะเดียวกัน สายมินิมอลก็สามารถนำต้นหมากเหลืองนี้ไปปลูกเป็นต้นไม้ประดับบ้านได้ด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นไม้มงคล เชื่อกันว่าหากปลูกต้นไม้นี้แล้ว จะทำให้ได้รับความเคารพยำเกรง นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดซับสารพิษได้อีกด้วย

วิธีปลูกต้นหมากเหลือง

เราสามารถปลูกต้นหมากเหลืองได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ข้อดีของไม้ยืนต้นชนิดนี้คือทนทาน โดยเฉพาะสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนซุย และเราควรคำนึงถึงสภาพแสงแดดด้วย คือควรปลูกในที่ที่แดดไม่จ้ามากนัก หากปลูกข้างนอกควรมีร่มเงา หากปลูกในร่ม แนะนำให้ปลูกในกระถาง วางไว้ตรงที่ที่มีแสงส่องรำไร และควรผสมปุ๋ยคอก แกลบ หรือขุยมะพร้าวเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

การดูแลต้นหมากเหลือง

เนื่องจากต้นหมากเหลืองเป็นต้นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก หากนำต้นหมากเหลืองไปปลูกเป็นไม้ประดับในอาคาร รดน้ำวันเว้นวัน หรือสามวันครั้งก็พอแล้ว หากปลูกกลางแจ้งอาจจะรดอาทิตย์ละครั้ง วันไหนที่มีอากาศร้อนจัดก็อาจจะเพิ่มความถี่ในการรดก็ได้ หากใครต้องการให้ต้นหมากเหลืองเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์อยู่คู่กับสวนสวยของเราไปนาน ๆ  ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-8 ปริมาณ 1 หยิบมือเดือนละครั้ง และปุ๋ยคอกแห้ง 2ครั้งต่อปี

นอกจากต้นหมากเหลืองจะสามารถปลูกเป็นไม้ยืนต้นแต่งสวน หรือไม้ประดับในบ้านได้ ต้นไม้ชนิดนี้ยังมีสรรพคุณทางยา ส่วนก้านสามารถนำไปตรวจภาวะโรคเบาหวานได้ ผลอ่อนของต้นจะช่วยให้รู้สึกเจริญอาหาร ช่วยลดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ ขับเสมหะได้ เนื้อของผลยังช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เรียกได้ว่าปลูกต้นเดียว ได้ทั้งความสดชื่น ความเป็นมงคล และยังช่วยเรื่องสุขภาพได้อีกด้วย

 ไม้ประดับ

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด 1000maidee บทความ

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

        ไม้ดอก เป็นพืชที่ปลูกขึ้นมาเพื่อใช้ดอก ความสวยงาม สีสันหลากสี ของไม้ดอก นอกจากมีประโยชน์ในด้านการจัดแต่งสวนให้สวยงาม ช่วยให้สภาพแวดล้อมเกิดความร่มรื่น สร้างความสดชื่นแก่เรา มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถทำเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ เป็นวิธีหาเงินอีกหนึ่งวิธี และเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นอีกด้วย ไม้ดอกยอดนิยม ที่สร้างรายได้ ได้ตลอดกาลจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ดอกดาวเรือง ไม้ประดับแฝงประโยชน์ช่วยบำรุงผิว 1000maidee

  • ดอกดาวเรือง ดอกดาวเรืองเป็นต้นไม้ที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ดูแลไม่ยากเมื่อเทียบกับดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งพันธุ์ดาวเรือง สามารถใช้ปลูกได้ถึง 3 รุ่น ต่อปี โดยใช้เวลาปลูก 4 เดือน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ การลงทุน ต่อไร่ใช้เงินประมาณ 4,000 บาท แต่สามารถสร้างรายได้ ได้มากกว่า 4 เลยทีเดียว ทั้งยังขึ้นอยู่กับขนาดของดอกอีกด้วย ราคาหน้าสวนตอนนี้อยู่ที่ 0.8  – 1 บาท

  • ดอกเบญจมาศ  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้ต้นอ่อน หรือเมล็ด ต้องใช้ความพิถีพิถันในการดูแลเล็กน้อย เนื่องจากมีความละเอียดอ่อนอยู่มาก ผู้ปลูกจะต้องศึกษาวิธีปลูกที่ถูกต้อง ดอกเบญจมาศมีลักษณะเป็นช่อกระจุกแน่น และต้องมีอายุ100วัน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ เนื่องจากจะได้ดอกที่สมบูรณ์ เวลาตัด ก้านจะต้องยาวไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตร ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนสูง แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีมาก ซึ่งปัจจุบันราคาจะอยู่ที่กิโลละ 70- 80 บาท

  • ดอกมากาเร็ต หลายคนอาจรู้จักกันในชื่อดอกเดซี่ เป็นดอกไม้เมืองเหนืออีกหนึ่งชนิดที่กำลังนิยมกันในขณะนี้ มักใช้ในการตกแต่งบ้าน หรืองานมงคล ต่าง ๆ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือการย้ายต้นกล้าลงแปลง สามารถเก็บดอกได้ประมาณ 3 – 4 เดือน โดยการถอนขึ้นมาทั้งต้นและต้องถอนตอนเช้าตรู่เท่านั้น ราคาปัจจุบันอยู่ที่ กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท หรือต้นละ 1-2 บาท

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

  • ดอกพีค็อก หรือดอกคัตเตอร์ เป็นพืชที่อายุสั้น ปลูกง่าย มีหลายสี เช่น ขาว น้ำเงิน เหลือง ชมพู เป็นต้น เติบโตดีที่มีแสงแดดจัดและดินระบายน้ำดี ฤดูที่ปลูกได้ผลดีที่สุดคือฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บผลผลิตคือ 90-120 วัน เช่นเดียวกับ มากาเร็ต ในปัจจุบันราคาดอกคัตเตอร์อยู่ที่กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท หรือต้นละ 1-2 บาท

ถ้าหากคุณชอบการอยู่กับธรรมชาติ และกำลังมองหาอาชีพเสริม การปลูกไม้ดอกถือเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพียงแค่เรามีใจรักใจเต็ม 100 พร้อมแล้วไปศึกษาข้อมูลของดอกไม้ที่จะปลูกกันเลยค้า

 ไม้ประดับ

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ที่เจอมากในประเทศไทย 1000maidee บทความ

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ ที่เจอมากในประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ ที่เจอมากในประเทศไทย

         กล้วยไม้ เป็นต้นไม้ดอกไม้ประดับที่เราสามาถพบเจอได้ทั่วไปเยอะมาก เพราะมีขนาดเล็กเเละยังมีความสวยงามน่ามอง นอกจากนี้ยังส่งกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า กล้วยไม้มีกี่ชนิด เพราะเราสามารถพบเห็นกล้วยไม้หลากหลายชนิดมาก ถ้านับทุกชนิดทั่วโลกจะถือว่าเยอะมากเยอะกว่าต้นไม้เเละดอกไม้พันธุ์อื่น ๆ เราจึงอยากเเนะนำกล้วยไม้ที่สามารถพบเจอได้มากในประเทศไทย 3 ชนิด จะมีชนิดไหนบ้าง ไปดูกันเลย คำถามที่พบบ่อย

  • แคทลียา ( Cattleya )

ต้องบอกเลยว่าอันดับที่ 1 คงจะหนีไม้พ้น เเคทลียา เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกัน เเต่ เเคทลียา ก็ยังมีการแบ่งชนิดย่อย ๆ อีกเยอะมาก เป็นชนิดเเรกที่ได้รับความนิยมปลูกในประเทศไทยมาก ลักษณะของดอกก็มีความสวยงาม บาน เเละมีขนาดใหญ่ ออกดอกทุกปี สามารถปลูกในสภาพอากาศของประเทศไทยได้จึงเป็นที่นิยมไม่ว่าจะปลูกเพื่อจำหน่าย หรือประดับตกเเต่งบ้าน

  • มิลโทนอปซิส ( Miltonopsis )

สำหรับ มิลโทนอปซิส ก็เป็นกล้วยไม้อีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกในประเทศไทย ส่วนของดอกจะมีขนาดเล็ก สามารถปลูกได้ทั้งบ้านหรือคอนโด นอกจากนี้ยังสามารถเอาไปประดับตกเเต่งในห้องรับเเขกหรือห้องครัวก็ได้ เเละสิ่งที่ทำให้ มิลโทนอปซิส เป็นที่นิยมมากก็เพราะว่ากลิ่นหอมของมัน มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำหอมเลย ไม่ฉุน ดมเเล้วรู้สึกสดชื่น ราคาไม่เเพง ประหยัดพื้นที่

  • กล้วยไม้สกุลหวาย ( Dendrobium )

กล้วยไม้สกุลหวาย เป็นอีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกกัน เพราะดูแลง่ายมาก กล้วยไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความดูแลเอาใจใส่สักเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เเต่ก็ยังให้ดอกที่มีความสวยงาม ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกมีขนาดใหญ่ ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม บริเวณกลีบดอกจะซ้อนกัน 2 ชั้น และยาวพอกัน มีรากเกสรหรือเดือยดอกยาวออกมาตรงกลาง มีสีสดสวย ซึ่งจะมีหลายสีเช่น สีเหลือง, สีชมพู, สีม่วง และอีกมากมาย

และนี่ก็คือ 3 ชนิดของกล้วยไม้ที่พบเจอมากในประเทศไทย เเละยังเป็นที่นิยมในการปลูกอีกด้วย ถ้าใครที่มีข้อสงสัยว่า กล้วยไม้มีกี่ชนิด คำตอบก็คือ 27,000 ชนิด ซึ่งเยอะมาก เพราะในทุก ๆ วันมีการค้นพบกล้วยไม้ทั่วโลก แต่ในประเทศไทยตอนนี้อาจจะค้นพบได้ยาก เพราะพื้นที่อุดมสมบรูณที่กล้วยไม้จะเติบโตขึ้นมาเอง ถูกรุกล้ำด้วยตึกอาคารบ้านช่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก เราจึงอยากแนะนำให้ใครที่มีเวลาว่าง ๆ ชวนให้มาปลูกกล้วยไม้กันเยอะ ๆ เป็นการขยายพันธุ์ให้กับกล้วยไม้ด้วย

 ไม้ประดับ