ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2 1000maideeบทความ

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

ต้นเบญจมาศ ไม้ดอกมงคล ที่มีการซื้อขายดอกเป็นอันดับ 2

            หากทุกคนลองสังเกตเวลาเราไปร้านอาหารญี่ปุ่น มักจะเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งวางอยู่บนจานอาหาร ทราบไหมคะว่านั่นคือดอกอะไร? คำตอบก็คือ “ดอกเบญจมาศ” ค่ะ สำหรับประเทศไทย ต้นเบญจมาศนับเป็นไม้ดอกมงคล และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการซื้อขายดอกทั่วโลกเป็นอันดับ 2 อีกด้วย ว่าแล้วก็อยากจะปลูกเอาไว้แต่งสวนให้สดชื่นบ้างแล้วสิ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักเจ้าต้นไม้ดอกสวยชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

            ต้นเบญจมาศ ( chrysanthemum ) มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ไม้ดอกชนิดนี้แบ่งได้หลัก ๆ เป็น 3 ประเภท คือประเภทดอกใหญ่ ( Exhibition Type ) ดอกขนาดปานกลาง ( Standard Type ) และดอกขนาดเล็ก ( Spray Type ) สีสันก็มีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง ส้ม เป็นต้น ขนาดของกลีบดอกจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ ลักษณะต้นของเบญจมาศจะขึ้นเป็นพุ่ม จุดเด่นคือมีขนทั้งที่ลำต้น และใบ

  • วิธีปลูกต้นเบญจมาศ

ต้นเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่จะขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง ต้องระบายน้ำได้ดี ควรปลูกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งแดดในช่วงกลางวันจะมีผลกับการออกดอกของต้นเบญจมาศ การรดน้ำ แนะนำให้รดในช่วงเช้า วันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ต้นไม้ไม่ชื้นเกินไป ป้องกันการเกิดรา นอกจากนั้นในเรื่องของอุณหภูมิก็มีผลกับการเจริญเติบโต หากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นจะได้ดอกสวยและใหญ่กว่าในที่อากาศร้อน

  • การดูแลต้นเบญจมาศ

แน่นอนว่าเมื่อเป็นไม้ดอก สิ่งที่ทำให้ผู้ปลูกปวดหัวมาก ๆ ก็คือเชื้อรา และปัญหาแมลงต่าง ๆ ที่อาจมาทำลายสวนสวย ๆ ของเราได้ การจะปลูกต้นเบญจมาศให้ได้ดอกสวยและอุดมสมบูรณ์ต้องอย่าลืมดูแลปัญหากวนใจเหล่านี้ หากพบเชื้อราที่ทำให้เกิดใบสีน้ำตาล แนะนำให้ใช้ยาพ่น แมนโคเซป กับคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ หรือหากพบเพลี้ยหรือหนอน ให้ใช้ พิโนฟิน หรือ คลอไพรีฟอส เป็นต้น

ต้นเบญจมาศ เป็นไม้ดอกชนิดที่ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมมีส่วนอย่างมากในการเจริญเติบโต การออกดอก และการแพร่พันธุ์ อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราได้ดอกสวยก็คือ การเพาะเลี้ยงในโรงเพาะชำซึ่งต้องมีการควบคุมปริมาณแสง และอุณหภูมิให้พอเหมาะ นอกจากนี้ดอกเบญจมาศบางชนิดยังสามารถรับประทานได้ด้วย ในดอกชนิดที่สามารถกินได้นั้นจะมีวิตามินอีสูง 4.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่อธิบายไปข้างต้นว่า การเลี้ยงต้นเบญจมาศในบางครั้งอาจมการใช้สารเคมี ดังนั้นไม่ควรกินสุ่มสี่สุ่มห้านะคะ

 ไม้ประดับ

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม 1000maideeบทความ

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม

ต้นซานาดู ไม้ประดับ ที่คนรักการแต่งบ้าน สายมินิมอลนิยม

          เพื่อน ๆ รู้จักต้น Philodendron Xanadu ไหมคะ หรือในภาษาไทย เราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ต้นซานาดู” เป็นไม้ประดับที่คนรักการแต่งบ้านสายมินิมอลนิยมปลูกเพื่อสร้างบรรยากาศกัน หลายคนอาจจะรู้จักบ้างแล้ว เพราะต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะใบที่โดดเด่นมาก แต่หากใครยังไม่คุ้นเท่าไหร่ วันนี้ไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กันเลย

ไม้ประดับสายพันธุ์ “ฟิโลเดนดรอน” จะมีจุดเด่นอยู่ตรงลักษณะของใบ หรือฟอร์มใบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ ซึ่งเจ้าต้นซานาดูก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์นี้ ถิ่นกำเนิดของต้นซานาดูมาจากทวีปอเมริกาใต้ ลักษณะต้นจะขึ้นเป็นกอ และต้องอาศัยการตัดใบเพื่อความสวยงาม แต่เดิมมักใช้ปลูกแต่งสวนนอกบ้านค่ะ เพราะเพียงแค่วางก็ช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้สวนสวย ๆ ของเราได้แล้ว จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้อยู่ที่ “ใบ” เพราะมีลักษณะหยัก 7 แฉก ให้สีเขียวเข้มเป็นมันดูสดชื่น

วิธีปลูกต้นซานาดู 

สิ่งสำคัญในการปลูกต้นซานาดูคือต้องการพื้นที่กว้าง ๆ เพราะลักษณะของต้นไม้ที่เป็นกอ แผ่ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ทำให้ค่อนข้างกินพื้นที่ ดังนั้นการเลือกกระถางก็สำคัญ หากต้นเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ควรเปลี่ยนมาเป็นกระถางที่มีความแข็งแรง สำหรับการเลือกดินในการปลูก เนื่องจากต้นซานาดูชอบดินที่ไม่เก็บน้ำมากเกินไป และไม่ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีเกินไป จึงควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ในระดับปานกลาง เช่น ดินร่วน หรือกาบมะพร้าว

การดูแลรักษา ต้นซานาดู

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าต้นซานาดูเป็นต้นไม้ตัดใบ ไม่ว่าจะปลูกแต่งบ้าน หรือแต่งสวน ก็ต้องมั่นตัดใบออกเพื่อความสวยงาม และเพื่อให้มียอดใหม่แตกออกมาค่ะ สำหรับการรดน้ำ ต้นไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาสุด ๆ เพราะต้องการน้ำปริมาณปานกลาง หรืออาจจะรดเพียงแค่ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ก็ได้แล้ว นอกจากนั้น ตำแหน่งการปลูก ควรคำนึงถึงที่ที่มีแสงแดดส่องมาไม่มาก เพราะต้นซานาดูไม่ชอบแดด แดดจัดอาจทำให้ใบเหลืองได้

นอกจากเราจะสามารถปลูกต้นซานาดูไว้ประดับสวนสวย หรือแต่งบ้านสไตล์มินิมอลได้แล้ว ไม้ประดับชนิดนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ฟอกอากาศได้ด้วยนะ เพราะขนาดของใบที่ค่อนข้างใหญ่จึงช่วยดูดซับมลพิษ สร้างอากาศที่บริสุทธิ์ในบริเวณบ้านของเรา และต้นซานาดูก็ไม่ได้มีเพียงใบสวยเท่านั้นนะ เพราะเขายังมีดอกออกมาด้วย ลักษณะจะเป็นสีขาว คล้ายดอกหน้าวัว สามารถตัดดอกไปจัดใส่แจกันประดับบ้านได้ หากเพื่อน ๆ เริ่มสนใจต้นไม้ชนิดนี้แล้วละก็ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้ หรือร้านออนไลน์ ดูแลง่าย ราคาไม่แพง และยังสวยสุด ๆ แบบนี้ห้ามพลาดเลยนะคะ

 ไม้ประดับ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ 1000maideeบทความ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

ต้นหมากเหลือง ไม้ประดับ แต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะ

        สำหรับใครที่อยากแต่งบ้าน หรือแต่งสวนให้มีกลิ่นอายแบบเกาะเขตร้อนอยู่ละก็ ต้องรู้จักไม้ยืนต้นอย่าง “ต้นหมากเหลือง”  เลยค่ะ เพราะลักษณะของต้นที่มีใบเรียวยาวเห็นแล้วรู้สึกสดชื่นแบบนี้จึงเป็นที่ถูกใจของเหล่าคนรักต้นไม้หลาย ๆ คน นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไม้มงคล และยังมีความมินิมอล ฟอกอากาศได้ด้วย

ต้นหมากเหลือง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow Palm ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าเป็นพืชตระกูลปาล์ม จัดเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นเป็นกอ โตเต็มที่จะมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบเรียวยาวสีเขียวปนเหลือง นิยมนำไปปลูกแต่งสวนให้ร่มเงา และสร้างความรู้สึกให้สวนสวยของเราได้บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนชายทะเล แต่ในขณะเดียวกัน สายมินิมอลก็สามารถนำต้นหมากเหลืองนี้ไปปลูกเป็นต้นไม้ประดับบ้านได้ด้วยนะ เพราะถือว่าเป็นไม้มงคล เชื่อกันว่าหากปลูกต้นไม้นี้แล้ว จะทำให้ได้รับความเคารพยำเกรง นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ช่วยดูดซับสารพิษได้อีกด้วย

วิธีปลูกต้นหมากเหลือง

เราสามารถปลูกต้นหมากเหลืองได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ข้อดีของไม้ยืนต้นชนิดนี้คือทนทาน โดยเฉพาะสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนซุย และเราควรคำนึงถึงสภาพแสงแดดด้วย คือควรปลูกในที่ที่แดดไม่จ้ามากนัก หากปลูกข้างนอกควรมีร่มเงา หากปลูกในร่ม แนะนำให้ปลูกในกระถาง วางไว้ตรงที่ที่มีแสงส่องรำไร และควรผสมปุ๋ยคอก แกลบ หรือขุยมะพร้าวเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

การดูแลต้นหมากเหลือง

เนื่องจากต้นหมากเหลืองเป็นต้นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก หากนำต้นหมากเหลืองไปปลูกเป็นไม้ประดับในอาคาร รดน้ำวันเว้นวัน หรือสามวันครั้งก็พอแล้ว หากปลูกกลางแจ้งอาจจะรดอาทิตย์ละครั้ง วันไหนที่มีอากาศร้อนจัดก็อาจจะเพิ่มความถี่ในการรดก็ได้ หากใครต้องการให้ต้นหมากเหลืองเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์อยู่คู่กับสวนสวยของเราไปนาน ๆ  ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-8 ปริมาณ 1 หยิบมือเดือนละครั้ง และปุ๋ยคอกแห้ง 2ครั้งต่อปี

นอกจากต้นหมากเหลืองจะสามารถปลูกเป็นไม้ยืนต้นแต่งสวน หรือไม้ประดับในบ้านได้ ต้นไม้ชนิดนี้ยังมีสรรพคุณทางยา ส่วนก้านสามารถนำไปตรวจภาวะโรคเบาหวานได้ ผลอ่อนของต้นจะช่วยให้รู้สึกเจริญอาหาร ช่วยลดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ ขับเสมหะได้ เนื้อของผลยังช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เรียกได้ว่าปลูกต้นเดียว ได้ทั้งความสดชื่น ความเป็นมงคล และยังช่วยเรื่องสุขภาพได้อีกด้วย

 ไม้ประดับ

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด 1000maidee บทความ

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

        ไม้ดอก เป็นพืชที่ปลูกขึ้นมาเพื่อใช้ดอก ความสวยงาม สีสันหลากสี ของไม้ดอก นอกจากมีประโยชน์ในด้านการจัดแต่งสวนให้สวยงาม ช่วยให้สภาพแวดล้อมเกิดความร่มรื่น สร้างความสดชื่นแก่เรา มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถทำเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ เป็นวิธีหาเงินอีกหนึ่งวิธี และเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นอีกด้วย ไม้ดอกยอดนิยม ที่สร้างรายได้ ได้ตลอดกาลจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ดอกดาวเรือง ไม้ประดับแฝงประโยชน์ช่วยบำรุงผิว 1000maidee

  • ดอกดาวเรือง ดอกดาวเรืองเป็นต้นไม้ที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ดูแลไม่ยากเมื่อเทียบกับดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งพันธุ์ดาวเรือง สามารถใช้ปลูกได้ถึง 3 รุ่น ต่อปี โดยใช้เวลาปลูก 4 เดือน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ การลงทุน ต่อไร่ใช้เงินประมาณ 4,000 บาท แต่สามารถสร้างรายได้ ได้มากกว่า 4 เลยทีเดียว ทั้งยังขึ้นอยู่กับขนาดของดอกอีกด้วย ราคาหน้าสวนตอนนี้อยู่ที่ 0.8  – 1 บาท

  • ดอกเบญจมาศ  ขยายพันธุ์ด้วยการใช้ต้นอ่อน หรือเมล็ด ต้องใช้ความพิถีพิถันในการดูแลเล็กน้อย เนื่องจากมีความละเอียดอ่อนอยู่มาก ผู้ปลูกจะต้องศึกษาวิธีปลูกที่ถูกต้อง ดอกเบญจมาศมีลักษณะเป็นช่อกระจุกแน่น และต้องมีอายุ100วัน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ เนื่องจากจะได้ดอกที่สมบูรณ์ เวลาตัด ก้านจะต้องยาวไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตร ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนสูง แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีมาก ซึ่งปัจจุบันราคาจะอยู่ที่กิโลละ 70- 80 บาท

  • ดอกมากาเร็ต หลายคนอาจรู้จักกันในชื่อดอกเดซี่ เป็นดอกไม้เมืองเหนืออีกหนึ่งชนิดที่กำลังนิยมกันในขณะนี้ มักใช้ในการตกแต่งบ้าน หรืองานมงคล ต่าง ๆ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือการย้ายต้นกล้าลงแปลง สามารถเก็บดอกได้ประมาณ 3 – 4 เดือน โดยการถอนขึ้นมาทั้งต้นและต้องถอนตอนเช้าตรู่เท่านั้น ราคาปัจจุบันอยู่ที่ กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท หรือต้นละ 1-2 บาท

ไม้ดอกยอดนิยม ปลูกสร้างรายได้ มีอาชีพได้ตลอด

  • ดอกพีค็อก หรือดอกคัตเตอร์ เป็นพืชที่อายุสั้น ปลูกง่าย มีหลายสี เช่น ขาว น้ำเงิน เหลือง ชมพู เป็นต้น เติบโตดีที่มีแสงแดดจัดและดินระบายน้ำดี ฤดูที่ปลูกได้ผลดีที่สุดคือฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บผลผลิตคือ 90-120 วัน เช่นเดียวกับ มากาเร็ต ในปัจจุบันราคาดอกคัตเตอร์อยู่ที่กิโลกรัมละ 35 – 40 บาท หรือต้นละ 1-2 บาท

ถ้าหากคุณชอบการอยู่กับธรรมชาติ และกำลังมองหาอาชีพเสริม การปลูกไม้ดอกถือเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพียงแค่เรามีใจรักใจเต็ม 100 พร้อมแล้วไปศึกษาข้อมูลของดอกไม้ที่จะปลูกกันเลยค้า

 ไม้ประดับ

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ที่เจอมากในประเทศไทย 1000maidee บทความ

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ ที่เจอมากในประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อย ชนิดของกล้วยไม้ ที่เจอมากในประเทศไทย

         กล้วยไม้ เป็นต้นไม้ดอกไม้ประดับที่เราสามาถพบเจอได้ทั่วไปเยอะมาก เพราะมีขนาดเล็กเเละยังมีความสวยงามน่ามอง นอกจากนี้ยังส่งกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า กล้วยไม้มีกี่ชนิด เพราะเราสามารถพบเห็นกล้วยไม้หลากหลายชนิดมาก ถ้านับทุกชนิดทั่วโลกจะถือว่าเยอะมากเยอะกว่าต้นไม้เเละดอกไม้พันธุ์อื่น ๆ เราจึงอยากเเนะนำกล้วยไม้ที่สามารถพบเจอได้มากในประเทศไทย 3 ชนิด จะมีชนิดไหนบ้าง ไปดูกันเลย คำถามที่พบบ่อย

  • แคทลียา ( Cattleya )

ต้องบอกเลยว่าอันดับที่ 1 คงจะหนีไม้พ้น เเคทลียา เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกัน เเต่ เเคทลียา ก็ยังมีการแบ่งชนิดย่อย ๆ อีกเยอะมาก เป็นชนิดเเรกที่ได้รับความนิยมปลูกในประเทศไทยมาก ลักษณะของดอกก็มีความสวยงาม บาน เเละมีขนาดใหญ่ ออกดอกทุกปี สามารถปลูกในสภาพอากาศของประเทศไทยได้จึงเป็นที่นิยมไม่ว่าจะปลูกเพื่อจำหน่าย หรือประดับตกเเต่งบ้าน

  • มิลโทนอปซิส ( Miltonopsis )

สำหรับ มิลโทนอปซิส ก็เป็นกล้วยไม้อีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกในประเทศไทย ส่วนของดอกจะมีขนาดเล็ก สามารถปลูกได้ทั้งบ้านหรือคอนโด นอกจากนี้ยังสามารถเอาไปประดับตกเเต่งในห้องรับเเขกหรือห้องครัวก็ได้ เเละสิ่งที่ทำให้ มิลโทนอปซิส เป็นที่นิยมมากก็เพราะว่ากลิ่นหอมของมัน มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำหอมเลย ไม่ฉุน ดมเเล้วรู้สึกสดชื่น ราคาไม่เเพง ประหยัดพื้นที่

  • กล้วยไม้สกุลหวาย ( Dendrobium )

กล้วยไม้สกุลหวาย เป็นอีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกกัน เพราะดูแลง่ายมาก กล้วยไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความดูแลเอาใจใส่สักเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เเต่ก็ยังให้ดอกที่มีความสวยงาม ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกมีขนาดใหญ่ ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม บริเวณกลีบดอกจะซ้อนกัน 2 ชั้น และยาวพอกัน มีรากเกสรหรือเดือยดอกยาวออกมาตรงกลาง มีสีสดสวย ซึ่งจะมีหลายสีเช่น สีเหลือง, สีชมพู, สีม่วง และอีกมากมาย

และนี่ก็คือ 3 ชนิดของกล้วยไม้ที่พบเจอมากในประเทศไทย เเละยังเป็นที่นิยมในการปลูกอีกด้วย ถ้าใครที่มีข้อสงสัยว่า กล้วยไม้มีกี่ชนิด คำตอบก็คือ 27,000 ชนิด ซึ่งเยอะมาก เพราะในทุก ๆ วันมีการค้นพบกล้วยไม้ทั่วโลก แต่ในประเทศไทยตอนนี้อาจจะค้นพบได้ยาก เพราะพื้นที่อุดมสมบรูณที่กล้วยไม้จะเติบโตขึ้นมาเอง ถูกรุกล้ำด้วยตึกอาคารบ้านช่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก เราจึงอยากแนะนำให้ใครที่มีเวลาว่าง ๆ ชวนให้มาปลูกกล้วยไม้กันเยอะ ๆ เป็นการขยายพันธุ์ให้กับกล้วยไม้ด้วย

 ไม้ประดับ

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน 1000maidee บทความ

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน

อโลคาเซีย มังกรเงิน ไม้ประดับยอดนิยมตกแต่งบ้านและสวน

อโลคาเซีย มังกรเงิน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Alocasia  Baginda Silver Dragon พบได้ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย  ปัจจุบันได้รับความนิยมและปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก  ด้วยความโดดเด่นของใบจึงได้รับความนิยมในการนำมาประดับบ้าน   ซึ่งนิยมนำมาปลูกเป็นไม้กระถางเพื่อตกแต่งบริเวณบ้านและบริเวณสวน

อโลคาเซียมังกรเงิน ลักษณะของใบมีขนาดใหญ่คล้ายเกล็ดมังกร   ใบจะมีสีเขียวเงินและเส้นกลางใบมีสีเขียวเข้ม   ส่วนของลำต้นที่อยู่ใต้ดินจะเป็นเหง้ายาว   และลำต้นที่โผล่เหนือดินจะเป็นลักษณะซ้อนกันของกาบใบ   เติบโตได้ถึง 1 เมตรเลยทีเดียว และสามารถปลูกในกระถางได้เพราะเป็นต้นที่สวยงามและดูแลง่าย    ชอบแสงแดดรำไรไม่ชอบแสงแดดจัด   ไม่ชอบน้ำ แต่ชอบความชุ่มชื้น   ควรวางในที่อากาศเย็น  และมีอากาศถ่ายเทหรือมีร่มเงา   หากปลูกในร่มเกินไปต้นมักจะโทรม ดูไม่สดชื่น และไม่แข็งแรง  การรดน้ำควรปล่อยให้ดินแห้งแต่ยังแห้งไม่สนิท แล้วจึงค่อยรด  และให้รดน้ำวันเว้นก็เพียงพอหรืออาจจะรด 2 วันครั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและเครื่องปลูกด้วย   ถ้าอากาศร้อนมากและเครื่องปลูกแห้งมาก  ก็ควรที่จะรดทั้งเช้า และเย็นได้เลย

อโลคาเซียจะชอบดินร่วนซุยที่ให้ความชุ่มชื้นสูง  แต่ต้องไม่มีน้ำขัง  เพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้ง่าย   การใส่ปุ๋ยสามารถใช้ปุ๋ยตามธรรมชาติได้   อย่างเช่น ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยขี้วัว  หรือปุ๋ยละลายช้า  และให้ใส่ในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน  ส่วนถ้าเป็นฤดูแล้งนั้นไม่จำเป็นต้องใส่  การใส่ปุ๋ยก็เพื่อป้องกันหนอนผีเสื้อ ที่มักจะกินก้านและใบรวมถึงเหง้าได้ ซึ่งถ้าเราไม่ดูแลก็อาจจะทำให้ต้นไม้ตายได้เช่นกัน  จึงต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เป็นประจำ   การให้น้ำและสารอาหารควรให้เพียงพอและทั่วถึง  ถ้าต้นนี้ได้รับน้ำและอาหารเพียงพอแล้ว ต้นจะมีขนาดใหญ่หลายเท่าตัวก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีจำนวนใบหรือหน่อมากตาม   ซึ่งตรงกันข้ามหากเลี้ยงแบบดูแลไม่ดี ให้อดอยากบ้างก็จะทำให้ต้นนั้นแตกหน่อได้ดีกว่า  การใช้เครื่องปลูกสำหรับอโลคาเซีย ส่วนใหญ่มักจะใช้ดินใบก้ามปู   กาบมะพร้าวสับอย่างเดียวหรือจะผสมกับแกลบก็ได้

ส่วนการขยายพันธุ์ของต้น  อโลคาเซียมังกรเงิน  ที่นิยมกันมากคือการใช้วิธีแยกหน่อ   เมื่อต้นเริ่มแตกหน่อแล้ว  ส่วนการปั่นตาจะเป็นอีกวิธีที่ใช้กันสำหรับความต้องการจำนวนมากนั่นเอง    และสุดท้ายการใช้วิธีโดยการตัดเหง้ามาเป็นแว่นๆ เพื่อทำการชำนั้น เป็นวิธีที่ทำได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเน่าและเป็นเชื้อราได้อีกเช่นกัน

 ไม้ประดับ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม 1000maidee บทความ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยม

 เฮ้อ ช่วงกักตัว อยากตามเทรนบ้างจัง อยากปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวย ๆ จังเลย ปลูกอะไรดีน้า ?”… แหม ถามแบบนี้ก็ตอบยากนิดนึงนะคะ เพราะไม้ประดับเนี่ยมีมากมายจริง ๆ ทั้งแนวสายมูต้นไม้มงคลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เงินไหลมา กวักมรกต หรือไม้ประดับที่ใช้ฟอกอากาศ เช่น ลิ้นมังกร อ้อ หรืออันนี้ดีนะ สเตอร่า สวย หรู ดู แพง … “ฮะ ทำไมเยอะจัง … เอ่อ งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า อยากปลูกกล้วยไม้อ่ะ” … เลือกได้ดีมากเลยค่ะคุณพี่ เพราะกล้วยไม้นอกจากจะสวยแล้วยังมีกลิ่นหอมอีกด้วยนะคะ แต่คุณพี่ทราบไหมคะว่า กล้วยไม้ที่เราเห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไปเนี่ย แท้ที่จริงแล้ว เขามีกันอยู่หลายสกุลมาก ๆ และแต่ละสกุลก็มีความชอบที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูก็จะต่างกันออกไปด้วยค่ะ

กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส อีกสกุลที่คนให้ความนิยมและในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับกล้วยไม้สกุล ฟานแลนนอปซิส ( Phalaenopsis Orchid ) ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกสกุลที่คนให้ความนิยมมากเลยล่ะค่ะ และนอกจากไปรู้จักแล้ว เราจะมาแนะนำด้วยว่าเจ้าฟาแลนนอปซิส ดูแลยังไง ซึ่งจริง ๆ แล้วกล้วยไม้สกุลนี้เธอมีฉายาของเธอนะคะ นั่นก็คือ  “ผีเสื้อกลางคืน”  ซึ่งมีที่มาจากชื่อเดิมในภาษากรีกค่ะ คำว่า ฟาไลนา แปลว่า “ผีเสื้อกลางคืน” และ ออปซิส แปลว่า “เหมือน”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้มาจากลักษณะใบของเธอที่เหมือนกับผีเสื้อราตรีนั่นเองค่ะ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี ลำต้นสั้น รากค่อนข้างใหญ่ ช่อดอกยาว ฯลฯ โดยทั่วไปการเลี้ยงกล้วยไม้ ควรเลี้ยงในที่พรางแสงค่ะ ให้มีแสงสักประมาณ 50-70% หากเจอแดดหรือลงแรง ๆ อาจทำให้ กล้วยไม้ฟานแลนนอปซิส ตายได้ค่ะ

แต่กล้วยไม้สกุลนี้ เธอค่อนข้างที่จะมีความชอบพิเศษของเธออยู่ค่ะ นั่นก็คือ เธอชอบอากาศเย็น และชอบความชื้นสูง จึงทำให้โรคที่เกิดขึ้นกับกล้วยไม้สกุลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อราค่ะ ฟานแลนนอปซิส ชอบอยู่ในกระถางที่โปร่งและอากาศถ่ายเทได้ดี เพราะรากของเธอต้องการรับแสงเพื่อใช้ในการลดเชื้อราค่ะ บางคนอาจจะบอกว่า ฟาแลนนอปซิส ดูแลยาก แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรารู้จักเขาดี ๆ ก็ไม่ยากหรอกค่ะ หากต้องการปลูกกล้วยไม้สกุลนี้ สามารถดูแลได้ดังนี้

  • แสง เรื่องแสงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญกับกล้วยไม้ค่ะ ฟาแลนนอปซิสชอบแสงแดดรำไร เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปอาจทำให้ใบเกิดรอยไหม้ได้
  • อุณหภูมิ  ทั้งความชื้นและอุณหภูมิล้วนมีผลต่อเธอค่ะ สำหรับช่วงปกติควรปลูกในที่ที่อุณหภูมิอยู่ในช่วง 23–28 องศาเซลเซียส และในช่วงออกดอกอยู่ที่ประมาณ 18–25 องศาเซลเซียส ปกติแล้วฟาแลนฯ อยูในอุณหภูมิสูง ได้ถึง 35องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง 10 องศาเซลเซียส ในส่วนของความชื้นควรอยู่ที่ 60–65 เปอร์เซ็นต์
  • น้ำ ต้องบอกว่าไม่ควรให้น้ำมากเกินไปค่ะ ถึงฟาแลนฯจะชอบความชื้นแต่การให้น้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าได้ค่ะ หากพบว่าวัสดุปลูกแห้งแล้ว ก็จึงให้น้ำได้ค่ะ โดยไม่ควรให้ถูกดอกนะคะ เพราะหากมีน้ำขังบริเวณยอดก็อาจจะทำให้ยอดเน่าได้อีกด้วย เมื่อพบว่าส่วนใดเน่า ควรตัดส่วนนั้นออกและทาแผลด้วยปูนแดงค่ะ

  • ปุ๋ย ระยะเวลาที่เหมาะสมในการให้ปุ๋ยคือทุก 10–14 วัน ในช่วงแรกที่เป็นต้นกล้าปุ๋ยควรมีธาตุไนโตรเจนสูง โดยอาจจะใช้สูตร 30-20-10 ในระยะใกล้ออกดอก ควรเปลี่ยนสูตรปุ๋ยให้มีธาตุโปรแตสเซียมและฟอสฟอรัสสูงแทนค่ะ
  • เปลี่ยนวัสดุปลูก เพื่อป้องกันรากเน่า เราจึงควรเปลี่ยนวัสดุปลูกทุก ๆ 3–6 เดือน ค่ะ อีกทั้งหากพบว่าวัสดุมีการยุบตัว ควรทำการเสริมวัสดุปลูกอีกด้วยค่ะ
  • การป้องกันโรคและแมลง ควรพ่นยากำจัดโรคและแมลงเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดโรคระบาดได้ง่าย นั่นก็คือ ฤดูฝน นั่นเองค่ะ

ตอนนี้ทุกท่านก็ทราบแล้วใช่ไหมคะว่า ฟาแลนนอปซิน ดูแลยังไง หากใครที่สนใจอยากจะปลูกกล้วยไม้สกุลนี้ก็ลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเขาให้ดีก่อนนะคะ เพื่อการดูแลรักษาที่ถูกวิธีค่ะ

 ไม้ประดับ

กล้วยฟอริด้าด่าง กล้วยที่เหล่าบรรดานักสะสมไม้ต่างต้องมี 1000maidee บทความ

กล้วยฟอริด้าด่าง กล้วยที่เหล่าบรรดานักสะสมไม้ต่างต้องมี

กล้วยฟอริด้าด่าง กล้วยที่เหล่าบรรดานักสะสมไม้ต่างต้องมี

กล้วยฟอริด้าด่าง  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Musa  ได้มีการค้นพบทางตอนใต้ของฟลอริด้า จึงเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง  ส่วนลักษณะของลำต้นถ้าสูงอยู่ประมาณ 2-3 เมตร จะมีหน่อด่าง แต่ถ้ามีลำต้นใหญ่ขึ้นแล้วหน่อจะมีสีเขียวอมชมพู    มีใบขนาดใหญ่มีสีเขียวและขาวสลับกัน  ขอบใบเรียบ  โคนก้านใบจะเป็นสีชมพูอ่อน   จะออกดอกในช่วงที่มีอากาศเย็น โดยจะออกเป็นช่อห้อยลงมา และตรงปลายจะเป็นหัวปลี

กล้วยฟอริด้าด่าง ได้รับความนิยมอย่างมาก  เป็นกล้วยที่ควรมีประจำบ้าน และสวนกันเลยทีเดียว   ถือว่าเป็นกล้วยที่เหล่าบรรดานักสะสมต้นไม้ต่างต้องมี เพราะเป็นกล้วยที่มีเสน่ห์ในตัว และมีลวดลายสวยงาม  การเกิดสีด่างของใบและลำต้นนั้น  เกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาตินั่นเอง  ส่วนใหญ่เมื่อนำมาปลูกแล้วจะให้ผลไม่ผิดหวัง   ราคาของกล้วยนั้นจะมีราคาไม่ถูกมากจนถึงราคาที่แพงขึ้นอยู่กับขนาด   การตัดสินใจเลือกซื้อกล้วยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับบางคนหากต้องการที่จะนำไปปลูกเพื่อต่อยอด ส่วนใหญ่จะดูที่ความสมบูรณ์ของหน่อและต้นรวมไปถึงลวดลายประกอบกันด้วย    ส่วนถ้าเราต้องการที่จะขยายพันธุ์สามารถทำได้โดยให้นำหน่อไปเพาะขยายพันธุ์   เมื่อผสมกันแล้วเกิดผล   ผลที่ได้มักไม่มีเมล็ดกล้วย  และจะได้ผลที่หน้าตาสวยเหมือนกับต้นแม่เลย   ในหนึ่งต้นจะมีเครือประมาณ 4-5 หวี  และในหนึ่งหวีจะมี 10-16 ผล   ส่วนผลของกล้วยด่างนั้นสามารถนำมารับประทานได้   แต่ต้องรอให้สุกก่อน   ซึ่งจะมีรสชาติคล้ายกับกล้วยไข่  แต่จะมีรสอมเปรี้ยวกว่า

วิธีการปลูกกล้วยฟอริด้าด่างนั้น ก่อนอื่นให้เลือกต้นที่มีรากแน่นและเยอะ ดูแล้วสมบูรณ์  เมื่อเลือกได้มาแล้วให้นำไปแช่น้ำผสมยาฆ่าหนอน   แช่ยากันรา  และแช่วิตามินเร่งราก  เพื่อทำการฟื้นฟูต้นกล้วยก่อนที่จะนำมาปลูกลงในดิน หรือลงในกระถาง  เมื่อปลูกต้นกล้วยลงดินแล้วให้สังเกตการแทงยอดใหม่ตลอด  เพราะหากมีอาการของใบเหี่ยวเฉา  ให้ทำการตัดต้นแล้วเช็คแกนกลางของลำต้นว่า ดำเหี่ยวด้วยหรือไม่  แล้วหลังจากนั้นให้ทำการรักษาใหม่อีกครั้งก่อนที่จะทำการปลูกใหม่  ส่วนอีกวิธีที่สามารถทำการขยายพันธุ์ได้นั่นก็คือการเพาะเมล็ด แต่วิธีนี้ส่วนใหญ่ยากที่จะให้ผลที่สวยเหมือนกับต้นแม่  แต่จะนิยมทำเพื่อการค้ามากกว่า  เพราะให้ผลผลิตที่รวดเร็ว

กล้วยฟอริด้าด่าง เป็นประเภทไม้ล้มลุก  ชอบแสงแดด  แต่ต้องเป็นแดดที่ไม่แรงจัด เพราะถ้าถูกแดดมากไปใบบางส่วนอาจจะไหม้ได้  แต่ถ้าต้นไหนมีความสมบูรณ์ก็สามารถที่จะปลูกกลางแจ้งได้   ส่วนใหญ่มักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในบ้าน  ในอาคาร  เพื่อความสวยงามและความแปลกตา

 ไม้ประดับ

รองเท้านารีคางกบ กล้วยไม้ปลูกเลี้ยงยากแต่ราคาดี 1000maidee บทความ

รองเท้านารีคางกบ กล้วยไม้ปลูกเลี้ยงยากแต่ราคาดี

รองเท้านารีคางกบ กล้วยไม้ปลูกเลี้ยงยากแต่ราคาดี

เมื่อพูดถึง กล้วยไม้ รองเท้านารีนั้น ความสวยงาม มาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักกับร้องเท้านารี คางกบ กันเลย รองเท้านารีคางกบ ( Paphiopedilum callosum ) เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่งในสกุลรองเท้านารี รองเท้านารีคางกบเป็นรองเท้านารีใประเภทใบลายสีเขียว สลับขาว ปลายใบเรียวแหลม ใบค่อนข้างบาง  ยาว 10-15 ซม. กว้าง 2-2.5 ซม. ก้านช่อดอกยาว 15-20 ซม. ก้านดอกแข็ง ให้ดอกเดี่ยว ดอกมีจุดขาดใหญ่ แต่มีขนที่จุดประปรายอยู่ตามผิวของกลีบในทั้งคู่ กลีบนอกบนตั้งและกว้างเล็กน้อย ริมกลีบสีขาว ด้านในมีเส้น สีม่วงคล้ำบนพื้นสีเขียว กลีบในทั้งคู่แคบ เฉียงลงด้านล่างเล็กน้อย

รองเท้านารีจัดว่าเป็นกล้วยไม้ที่ปลูกเลี้ยงยากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงควรทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของรองเท้านารีแต่ละชนิดว่าต้องการอย่างไร โดยเฉพาะวัสดุปลูก ความเข้มแสง การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศตลอดจนอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้เข้าใจระบบนิเวศวิทยา สภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของรองเท้านารี ทำให้การจัดสภาพแวดล้อมเป็นไปอย่างถูกต้อง

การปลูกรองเทานารีคางกบ

       สามารถใช้วัสดุปลูกได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น อิฐมอญทุบ ถ่าน หินเกล็ด ใบก้ามปูผุ ปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ผุหรือปุ๋ยคอก ดินขุยไผ่ เปลือกถั่วลิสงหมัก หรือโฟมหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ เป็นต้น ผู้ปลูกเลี้ยงควรเปลี่ยนวัสดุปลูกทุกปีหรือเมื่อวัสดุปลูกยุบตัว หรือเมื่อต้นแตกกอคับกระถาง สำหรับการเปลี่ยนเครื่องปลูกเมื่อเทวัสดุปลูกเก่าออกแล้วให้ใส่ของใหม่ ควรปลูกให้เสร็จทันทีไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะต้นไม้อาจชะงักการเจริญเติบโตได้ เนื่องจากรากของรองเท้านารีมีขนอยู่รอบ ๆ ถ้ารื้อออกแล้วปล่อยทิ้งไว้นานรากจะแห้ง และอย่าให้รากกระทบกระเทือนมากจะหักและขาด ควรระวังไม่ให้ใบมีรอยช้ำหรือเป็นแผล เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

ควรปลูกในโรงเรือนที่มีการพรางแสง ถ้าจะให้ดีควรมีหลังคากันฝน อากาศถ่ายเทได้สะดวก รดน้ำสม่ำเสมอ ปลูกในกระถางพลาสติก หรือกระถางดินเผา ใส่วัสดุเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างใส่วัสดุปลูก ปริมาณ 2 ใน 3 ส่วน ตามความสูงของกระถาง วัสดุปลูกประกอบด้วย โฟมหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ กระถางหินเผาแตก และอิฐหัก ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนบนของกระถาง ใช้ปริมาณ 1 ใน 3 ของกระถาง หรือภาชนะปลูก มีกาบมะพร้าวสับ ใบก้ามปูหมัก และพีทมอสส์ ในอัตราส่วน 2 : 2 : 1 และจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนจะใส่ลงในภาชนะปลูก ต้องการอากาศเย็นและชุมชื้น รองเท้านารีมีโรคและศัตรูพืชรบกวนไม่มากนัก โรคที่สำคัญคือ โรคโคนเน่า และดอกเน่าเท่านั้น ส่วนแมลงสำคัญที่พบมีชนิดเดียว คือ เพลี้ยไฟ

 ไม้ประดับ

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด 1000maidee บทความ

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด

              ใครที่กำลังคิดอยากจะปลูกต้นไม้ มาประดับบ้าน ฟังทางนี้ ซึ่งบ้านของแต่ละคนอาจจะมีพื้นที่ไม่เท่ากัน รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ผู้ปลูกอาศัยอยู่ด้วย โดยการปลูกไม้ประดับ ที่ไม่กลัวแสงแดด ทนต่อแสงแดดได้ดี ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับทุกสภาพอากาศ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี และเหมาะสำหรับคนที่อยากจะปลูก แต่ว่าไม่มี เวลาดูแลสักเท่าไรนัก  เราจะมา แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด ที่เรานำมาฝากนั้น มีอะไรบ้าง

  • ต้นเฟื่องฟ้า ( Bougainvillea )

มีลักษณะเป็นพุ่มกิ่งไม้เลื้อย ซึ่งผู้ปลูกจะตัดแต่งหรือว่าทำเป็นซุ้มได้ โดยส่วนมากแล้ว จะปลูกกันแถวริมรั้ว โดย เฟื่องฟ้า เป็นไม้ประดับที่ทนต่อแสงแดดมาก สีของเฟื่องฟ้าที่เห็นบ่อย ก็คือ ชมพู,ม่วงบานเย็น,ขาว,เหลือง,ส้ม ซึ่งความเชื่อของตรุษจีน เฟื่องฟ้า บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในชีวิต วิธีการปลูกคือ การปักชำกิ่ง ใช้ดินโปร่ง จะเติบโตได้ดี การดูแลรักษาก็คือต้องรดน้ำสม่ำเสมอ ไม่ควรให้มีน้ำขัง

  • ชวนชมไม้สี ( Adenium colored wood )

ไม้ประดับชนิดนี้ กำเนิดที่ทวีปแอฟริกามีฉายาว่า กุหลาบแห่งทะเลทราย โดยชวนชมมีลักษณะลำต้นและดอกที่สวยงาม ซึ่งกลีบของดอก มีทั้งรูปแบบกลม และรูไข่ หรือวงรี ตามสายพันธุ์ ชวนชมชอบแสงแดดมาก ควรปลูกไว้กลางแจ้ง  โดยวิธีการปลูกก็คือ เพาะเมล็ด และต้องใช้ดินร่วมซุ่ย รวมถึงต้องระบายน้ำได้ดี ส่วนการดูแลรักษา ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ใบเหลืองแห้ง

แนะนำพันธุ์ไม้ประดับ อึดทนปลูกง่ายไม่กลัวแดด

  • ต้นโกสนบุศรินทร์ 

              เป็นไม้ประดับที่มีขนาดกลางๆ ซึ่งพบได้หลายพันธุ์ในประเทศไทย โดยสามารถแบ่งได้ตามลักษณะของใบ ซึ่งโกสนใบมนเกือบจะใหญ่ที่เราจะเอ่ยถึงก็คือ พันธุ์บุศรินทร์ ต้นโกสน เรียกได้ว่าเป็นไม้ที่มงคล และ ทนแดด วิธีการปลูกคือ การเพาะเมล็กในกระถาง ควรใช้ดินร่วนซุย วิธีการดูแล รดน้ำ1ครั้ง ต่อวัน ตั้งไว้ในที่ ที่มีอากาศถ่ายเทดี

  • โป๊ยเซียน ดอกใหญ่ 

              เป็นต้นไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมงคล มาโดยตลอด โดยคำว่า โป๊ยเซียน ภาษาจีน จะแปลว่า เทพยาดาผู้วิเศษ8องค์ ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าช่อออกดอกครบ8 จะทำให้ปลูกมีแต่ความโชคดี และยังทนต่อแสงแดด สีของดอกที่เห็นประจำก็คือ แดง,ส้ม,ขาว,ชมพู  วิธีการปลูก ใช้การปักชำ ใช้กิ่งพันธุ์จากต้นแม่ รวมถึงการใช้เมล็ด ส่วนการดูแลรักษา รดน้ำได้ แต่ไม่ควรถูกดอก เพราะจะทำให้ดอกเน่า

  • ลิ้นมังกรแคระ ( Dracaena trifasciata )

              ไม้ประดับที่มีลักษณะใบเฉพาะตัว ใบจะแบนกว้าง เรียว และปลายแหลม ซึ่งใบจะมีทั้งสีเขียวตัดกับสีขาวและขอบใบสีเหลือง ลิ้นมังกรแคระทนต่อแดด และความแห้งแล้งได้ แถมยังคายออกซิเจนช่วงกลางคืน เหมาะอย่างยิ่งที่จะตั้งไว้ในห้องนอน วิธีการปลูกคือ เพาะเมล็ด,ปักชำใบ,แยกหน่อ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ส่วนการดูแลรักษา รดน้ำแค่วันเว้นวัน ถ้าปลูกในกระถางไม่ควรให้น้ำท่วมจานรอง

 ไม้ประดับ