หม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์ พันธุ์พืชที่หายากที่สุดในโลก

หม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์ พันธุ์พืชที่หายากที่สุดในโลก

หม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์ พันธุ์พืชที่หายากที่สุดในโลก

ถ้าพูดชื่อของ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์ ( NepenthesTanax ) หลายคนคงจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่ต้นไม้ชนิดนี้ก็แยกย่อยออกไปอีกหลากหลายชนิด มีอยู่ราว ๆ 90 ชนิดทั่วโลกเลยก็ว่าได้ มักจะพบในพื้นที่ประเทศเขตร้อน สามารถพบได้ตั้งแต่พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ แม้แต่ฝั่งตะวันออกของมาดากัสการ์ หรือแม้แต่ตอนใต้ของออสเตรเลีย ฝั่งทางเหนือของอินเดียและศรีลังกาก็สามารถเจอเจ้าต้นนี้ได้ แต่ช่วงหลังมานี้สามารถพบต้นหม้อข้าวหม้อแกงชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นภูเขาที่มีอากาศร้อนช่วงกลางวันและอากาศเย็นในช่วงกลางคืน ยิ่งพื้นที่ของเกาะเบอร์เนียวสามารถพบต้นไม้ชนิดนี้ได้มากกว่าสามสิบสายพันธุ์เลย

 

วันนี้เราจะมาพูดถึงต้น NepenthesTanax ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกันกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เจ้าต้นไม้หายากในโลกชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่กินแมลง เรียกว่าเป็นพืชกินสัตว์ก็ว่าได้ ตรงส่วนที่มีลักษณะคล้ายหม้อจะเหมือนเป็นอุปกรณ์ในการช่วยให้มันสามารถดักจับแมลงหรือพวกสัตว์ชนิดเล็ก ๆ มองดูแล้วก็เหมือนเป็นหลุมกับดัก มันจะส่งกลิ่นที่เรียกให้แมลงต่างๆ อยากเข้าหาและตกหลุมพรางในตัวของมันเอง ส่วนของด้านในหรือเปรียบเสมือนบริเวณปากหม้อจะเป็นตัวสร้างน้ำหวานพอมีแมลงชนิดต่าง ๆ เข้ามาตอมก็จะทำให้ลื่นและหล่นลงไปตัวต้นของมันนั่นเอง

ซึ่งข้างในจะมีน้ำย่อยคอยจัดการกับแมลงต่าง ๆ ที่หลงตกลงไปในตัวของมัน นอกจากทางปากหม้อที่คอยเชื้อเชิญเหยื่อแล้ว ด้านข้างของมันยังสามารถช่วยดึงดูดให้เหยื่อเข้าหาได้อีกทางหนึ่งด้วย ปกติต้นไม้ชนิดนี้จะมีการสร้างหม้ออยู่สองตำแหน่งคือ ด้านล่าง ที่อยู่ตามโคนของต้นซึ่งทำหน้าที่นำสารอาหารที่ได้จากเหยื่อไปล่อเลี้ยงให้เกิดการเจริญเติบโตและหม้อบนซึ่งจะมีลักษณะเล็กลีบมากกว่าด้านล่าง

 

 

ต้นไม้หายากในโลกอย่าง NepenthesTanax เป็นไม้เลื้อยมีรากตื้นและไม่ยาวมากนัก แต่ความสูงของมันนั้นสามารถโตขึ้นมาได้หลายเมตรเลยทีเดียว แต่ความกว้างของเส้นผ่าศูนย์กลางรวมถึงความหนาต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับชนิดของมัน ช่วงต้นของมันที่มีลักษณะคล้ายกับหม้อจะมีของเหลวที่พืชชนิดนี้เป็นผู้สร้างขึ้นตามธรรมชาติ เวลาที่เหยื่อตกลงไปด้านในก็จะจมน้ำ พอเหยื่อตายก็จะทำการย่อยตามลำดับ และทำให้มันสามารถดูดซึมสารอาหารได้อีกด้วย ถ้ามองแบบง่าย ๆ เจ้าต้นไม้หายากในโลกชนิดนี้ จะมีรูปร่างคล้ายแจกันและมีฝาปิดที่ปากเอาไว้สามารถช่วยปิดไม่ให้น้ำฝนเข้าไปผสมกับน้ำย่อยของมัน สีของมันมักจะเป็นสีแดงออกเหลือง ถือเป็นต้นไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งสร้างความน่าแปลกใจเป็นอย่างมาก

 ไม้ประดับ

มาทำควมรู้จักกับแคคตัส แมมผู้เฒ่า

มาทำควมรู้จักกับแคคตัส แมมผู้เฒ่า

มาทำควมรู้จักกับแคคตัส แมมผู้เฒ่า

                สำหรับแคคตัสเป็นต้นตะบองเพชรที่มีมากมายหลากหลายสายพันธ์ ซึ่งแต่ละสายพันธ์ก็มีหลายแบบและรูปร่าง สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงแคคตัสที่เรียกว่าสายพันธ์แมมผู้เฒ่า หรือ Old man cactus ซึ่งเป็นอีกสายพันธ์ที่นักเล่นชื่นชอบเป็นจำนวนมากด้วยความีเอกลักษณ์ที่สวยงามน่าหลงไหลของมัน โดยตะบอลเพชรแมมผู้เฒ่านั้น จะมีชื่อทางการว่า Cephalocereus Senilis

โดยต้นกำเนิดของตะบอลเพชรแมมผู้เฒ่านั้นก็มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก เป็นต้นไม้ที่มีอายุหลายปี และสามารถสูงถึง 15 เมตร เลยทีเดียว สำหรับลำต้นของต้นแมมผู้เฒ่านั้นจะเป็นทรงกระบอก มีพู 20-30 พู มีสีเขียวเข้ม และมีขนสีขาวส่วนหนามจะเป็นหนามสีเหลืองอ่อนปกคลุมไปทั่วลำต้นของมัน

 

 

สำหรับต้นแมมผู้เฒ่าก็จะมีดอกด้วยแต่ดอกของมันถือได้ว่าออกดอกยากมากซึ่งเมื่อออกดอกก็ต้องดูแลเป็นอย่างดี โดยดอกของแมมผู้เฒ่าจะมีสีขาวอมชมพู สำหรับการขยายสายพันธ์ของแมมผู้เฒ่าที่นิยมกันนั้นจะเป็นการเพาะด้วยเมล็ด และมักจะปลูกกันเอาไว้ในกระถางต้นไม้ โดยแมมผู้เฒ่าจะชอบอยู่ในดินที่มีลักษณะที่มีความร่วนแบบทราย มันจะไม่ค่อยชอบชอบน้ำ และจะชอบมากกับแสงแดดแรงๆแดดจัดๆ ถือเป็นตั้นไม้กระตูลที่เจริญเติบ แต่จะเติบโตช้ามาก สามารถเลี้ยงเอาไว้ที่คอนโดได้ โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะโตเกินไป

สำหรับการดูแลลต้นแคคตัส

                สำหรับการดูแลต้นแคคตัสนั้นแคคตัสจะไม่ค่อยชอบน้ำเท่าไหร่นัก และสามารถทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี โดยเรามักจะพบปัญหาที่การให้น้ำมันมากเกินไปซะมากกว่า ซึ่งด้วยเหตุที่มันไม่ชอบน้ำนั่นเองจึงทำให้เรื่องของการให้น้ำมากกันเปิดจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งหากจะให้น้ำได้เยอก็ต้องให้ในช่วงที่มันกำลังเจริญเติบโต ซึ่งช่วงนั้นก็จะเป็นช่วงหน้าฝนนั่นเอง และในช่วงหน้าหนาวจะเป็นช่วงพักของมัน

 

 

สำหรับต้นแคคตัสนั้นจะต้องการน้ำที่น้อยมากๆ หากจะรดน้ำในช่วงฤดูฝนแนะนำว่าให้ทำ ครั้งละ 1-2 ครั้ง ต่อ 1 สัปดาห์ และช่วงฤดูหนาวไม่ใช่ว่าจะต้องให้มากขึ้นนะครับแต่ต้องให้น้ำมันลดน้อยลงด้วยเนื่องจากว่ามันไม่ค่อยชอบน้ำ ซึ่งข้อดีในการที่ลดการให้น้ำกับมันในช่วงที่มันพักตัวก็คือจะช่วยให้มันออกดอกได้ ซึ่งช่วงที่มันออกดอกจะเป็นช่วงที่เราไม่ต้องให้น้ำหรือให้น้อยที่สุดไม่งั้นดอกจะไม่ออกได้

 

 

 

มาทำควมรู้จักกับแคคตัส แมมผู้เฒ่า

ไม้ประดับ

กล้วยไม้ รองเท้านารี

กล้วยไม้ รองเท้านารี

กล้วยไม้ รองเท้านารี

รองเท้านารี จัดเป็นกล้วยไม้ที่ได้รับความนิยมในการปลูกกันอย่างแพร่หลาย มีการลักลอบในการนำออกมาจากป่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณของกล้วยไม้รองเท้านารีจากแหล่งธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์ กล้วยไม้นารีจัดเป็นพืชอนุรักษ์พันธุ์พืชที่ใกล้สูญพันธุ์ ถูกควบคุมไม่ให้มีการส่งออกกล้วยไม้พันธุ์แท้ที่เก็บจากป่า ยกเว้นพืชอนุรักษ์ที่ได้จากการขยายพันธุ์เทียเท่านั้น หากมีการปลูกเลี้ยงหรือจัดจำหน่ายต้องจดทะเบียนพืชอนุรักษ์และจดทะเบียนสถานที่ปลูกเลี้ยงและขยายพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตรกร

 

 

กล้วยไม้รองเท้านารี นักพฤกษศาสตร์ได้จำแนกไว้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรก : เป็นประเภทที่ขึ้นอยู่ตามพื้นดินที่มีเศษซากใบไม้ผุทับถมกันอยู่ เช่น รองเท้านารีคางคบ

กลุ่มที่สอง : เป็นประเภทอิงอาศัยอยู่ตามร่มเงาบนต้นไม้ เช่น รองเท้านารีอินทนนท์

กลุ่มที่สาม : เจริญเติบโตอยู่ตามหน้าผาหินปูน ที่มีเศษซากพืชติดค้างทับถมกันแทรกอยู่ตามรอยแยกของผาหิน เช่น รองเทานารีสีเหลืองตรัง

ดังนั้น การเตรียมวัสดุปลูกกล้วยไม้รองเท้านารีแต่ละชนิดจึงแตกต่างกันไปตามกลุ่ม หรือชนิดที่จำแนกไว้ข้างต้น ทั้งนี้ วัสดุปลูกกล้วยไม้รองเท้านารี ต้องทำเป็น 2 ชั้น ตามความสูงของกระถาง หรือภาขนะปลูก หากใช้กระถางดินเผาที่มีรูรอบข้าง ข้อดีคือ สามารถรักษาความชื้นได้ดี แต่ข้อเสียที่มีน้ำหนักมากและราคาแพง กระถางพลาสติก ข้อดีคือ หาง่ายและน้ำหนักเบา ข้อเสีย ความสามารถในการระเหยน้ำได้น้อย และกระเช้าหรือกระถางไม้ เหมาะสำหรับกลุ่มที่อิงอาศัยอยู่ตามคาบไม้

 

 

กลุ่มอาศัยตามพื้นดิน : ใส่วัสดุเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างใส่วัสดุปลูก ปริมาณ 2 ใน 3 ส่วน ตามความสูงของกระถาง วัสดุปลูกประกอบด้วย โฟมหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ กระถางหินเผาแตก และอิฐหัก ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนบนของกระถาง ใช้ปริมาณ 1 ใน 3 ของกระถาง หรือภาชนะปลูก มีกาบมะพร้าวสับ ใบก้ามปูหมัก และพีทมอสส์ ในอัตราส่วน 2 : 2 : 1 และจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนจะใส่ลงในภาชนะปลูก

กลุ่มอิงอาศัยตามคาคบไม้ : ให้ทำแบบเดียวกับกลุ่มแรก โดยวัสดุส่วนล่างนั้นเหมือนกัน ส่วนวัสดุด้านบน มีกาบมะพร้าวสับ และเปลือกถั่ว ในอัตราส่วนที่เท่ากัน และผสมก่อนลงปลูก

กลุ่มอาศัยอยู่ตามซอกหินผาปูน : วัสดุปลูกด้านล่างใช้ส่วนผสมของหินภูเขาไฟ ถ่านไม้ และกระถางแตก อันตราส่วนเท่ากัน ส่วนบนใช้กาบมะพร้าวสับ ใบก้ามปูหมัก และเปลือกถั่ว อัตราส่วนเท่ากัน กล้วยไม้รองเท้านารีทุกกลุ่ม ต้องการแสงแดดไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส การให้ปุ๋ย แนะนำให้ใช้ปุ๋ย ละลายน้ำอย่างเจือจาง เดือนละ 1-2 ครั้งก็พอ ระวังอย่าให้ปุ๋ยไปสัมผัสกับดอก หรือใบของต้นกล้วยไม้ การให้น้ำควรเป็นตอนเช้าจะดีที่สุด แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนเวลา แต่อย่าให้เกิน หกโมงเย็น

 

 

 

กล้วยไม้ รองเท้านารี

 ไม้ประดับ

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

ต้นเข็ม คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี มีความเชื่อของการปลูกต้นเข็มว่า ทำให้ลูกหลานมีปัญญา ฉลาด หลักแหลม เหมือนดังเข็มทำให้มีการปลูกเข็มตามรั้วบ้าน ปลูกได้ทุกทีแล้วแต่ความต้องการ ดูแลง่าย ต้นเข็มแคระจะออกดอกจำนวนมาก แถมยังออกดอกได้ตลอดปี แต่เป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตค่อนข้างช้า โดยขนาดทั่วไปจะอยู่ที่ ประมาณ 1 ฟุต

โดยราคาปัจจุบันจะอยู่ที่ กระถางละ 35-50 บาท แล้วแต่พื้นที่ สี และความสวยงาม

โดยลักษณะทั่วไปของต้นเข็มแคระ เป็นไม้พุ่มที่มีขนาดเล็ก เป็นทรงพุ่มที่แน่นและทึบ แตกกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก ต้นเข็มแคระจะมีการออกดอกตลอดทั้งปี คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกประดับตกแต่ง ประดับสวน เลี้ยงในกระถางได้ ดูแลง่าย ต้นเข็มแคระเป็นไม้ที่ต้องการแสงแดด ปลูกกล้างแจ้งจะเจริญเติบโตได้ดี

 

 

สำหรับความหมายทั่วไปที่คนไทยนิยมนำมาปลูก ต้นเข็มเพื่อความเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อของคนไทย ดอกเข็มมีลักษณะเรียวแหลม ความหมายนั่นก็คือ สติ ปัญญาที่เฉียบแหลม ดอกเข็มจึงเป็นดอกไม้ประจำวันไหว้ครู ใช้บูชาพระ และจัดแจกัน ตามงานพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ

การปลูกต้นเข็ม สามารถปลูกต้นเข็มได้ง่าย สามารถปลูกได้ในกระถางต้นไม้ก็ได้ หรือปลูกลงดินก็ได้ โดยมีวิธ๊ปลูกต้นเข็มดังนี้

– การปลูกในกระถาง ปลูกด้วยดินร่วน ผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และแกลบ โดยใช้อัตราส่วนเท่ากัน ให้เติมดินหรือเปลี่ยนดินทุกปี หรือหากต้นมีขนาดใหญ่ขึ้น ให้เปลี่ยนกระถางที่ใหญ่ขึ้น

-การปลุกต้นเข็มลงดิน ขุดให้ลึกพอประมาณ ประมาณ 30 เซนติเมตร โดยใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ในอัตราส่วนที่เท่ากัน เมื่อต้นเข็มโตขึ้น จะมีลักณะเป็นพุ่มจับกลุ่มกัน ให้ตัดแต่งทรงให้ต้นเข็มสวยงาม และควรปลูกต้นเข็มในทางทิศตะวันออก เนื่องจากต้นเข็มจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดด

-การขยายพันธุ์ วิธีการขยายพันธุ์นั้นสามารถทำได้ทั้งปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง และการเพาะเมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะนิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ และตอนกิ่งมากที่สุด เนื่องจากได้ผลดีและประสบผลสำเร็จมากกว่าวิธีอื่น ๆ

 

 

ข้อดีของต้นเข็มแคระ : มีความอดทนต่อสภาพแวดล้อม ต้องการน้ำในระดับที่ปานกลาง คือ รดน้ำสัปดาห์ละ 3-5 ครั้งก็น่าจะเพียงพอ มีข้อปล้องถี่ ไม่มีความจำเป็นต้องตัดแต่งมากนักเนื่องจากเติบโตช้า ออกดอกตลอดปี สีสันสวยงาม และราคาถูกอีกด้วย

ข้อแนะนำ : ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งได้ดี มีการออกดอกเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาที่ดอกร่วงโรย ควรมีการตัดแต่งดอกที่โรยบ้าง จะทำให้สวยงามและต้นเข็มสมบูรณ์ตลอด

 

 

 

ราคาปัจจุบัน ต้นเข็มแคระ

 ไม้ประดับ

กล้วยไม้ ยอดฮิต ติดลมบน

กล้วยไม้ ยอดฮิต ติดลมบน 3 สกุลที่คนนิยมปลูก

กล้วยไม้ ยอดฮิต ติดลมบน 3 สกุลที่คนนิยมปลูก

              กล้วยไม้เนี่ย ถือว่าเป็นไม้ประดับยอดฮิตในทุกยุคทุกสมัยจริง ๆ เลยนะคะ เพราะนอกจากจะมีสีสันที่สวยงามแล้วก็ยังมีกลิ่นหอมอีก จะปลูกไว้ดูเล่นเป็นไม้ประดับก็แสนจะเพลิดเพลิน จะนำไปไหว้พระบูชาพระก็ได้บุญไปอี้กกก แต่ทุกท่านทราบไหมคะว่า กล้วยไม้จริง ๆ แล้ว มีอยู่ด้วยกันหลายสกุลมาก ๆ  เลยค่ะ ซึ่งแต่ละสกุลก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป  อีกทั้งยังมีเทคนิคในการปลูกและชื่อดอกกล้วยไม้แต่ละสกุลก็แตกต่างกันออกไปอีกด้วย วันนี้เรามี กล้วยไม้ ยอดฮิต ติดลมบน 3 สกุล ที่คนนิยมปลูก รวมไปถึงทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการปลูกกล้วยไม้มาฝากกันค่า

 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกล้วยไม้กันสักเล็กน้อยก่อนนะคะ กล้วยไม้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวค่ะ อีกทั้งยังเป็นพันธุ์พืชมีดอก ที่มีมากกว่า 25,000 ชนิด โอ้โห เยอะแยะไปหมด ชื่อดอกกล้วยไม้ ทางวิทยาศาสตร์ คือ Orchidaceae และอย่างที่บอกไปนะคะ กล้วยไม้แต่ละสกุลก็มีความชอบที่ต่างกัน หลัก ๆ แล้วคือเราต้องศึกษาสกุลที่เราต้องการปลูกค่ะ เพื่อจัดสถานที่ แสงแดด อุณหภูมิ ให้เหมาะสมกับเขา เช่น กล้วยไม้สกุลหวาย ต้องการแดดมากถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สกุลแวนด้าต้องการเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีสิ่งที่คล้ายคลึงกันค่ะ คือกล้วยไม้ส่วนใหญ่ชอบความชื้น อยู่ระหว่าง 60-80 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่พูดถึงอยู่คือการรักษาความชื้นในรากนะคะ ไม่ใช้การรดน้ำบ่อย ๆ เพราะหากรดน้ำมากไปก็ไม่ดีค่ะ ที่สำคัญภายในโรงเรือนต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกด้วยนะคะ  และนี่ก็คือ 3 พันธุ์กล้วยไม้ยอดฮิต ติดลมบนที่คนนิยมปลูกกันค่า

 

  • แคทลียา ( Cattleya )

หลายคนเห็นชื่อนี้ก็ต้อง อ๋อ กันออกมาเสียงดังกันเลยทีเดียวนะคะ บ้ารึเปล่า ใครจะไม่รู้จักบ้างล่ะ แคทลียา ไง ที่เป็นนักร้อง ใช่ค่ะ แหมเจ๊ สาวยุค 90 สินะเรา แฮร่ ! คนละแคทแล้วค่ะ แคทรียาที่พูดถึงนี้คือชื่อดอกกล้วยไม้ค่ะ สำหรับกล้วยไม้สกุลนี้ เรียกได้ว่าเป็นราชินีแห่งกล้วยไม้เลยล่ะค่ะ ทั้งสีสันที่สวยงามบวกกับรูปทรงเฉพาะตัว อีกทั้งยังเป็นสกุลที่เจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อน จึงทำให้สกุลนี้ค่อนข้างแพร่หลายในบ้านเราค่ะ

 

 

 

  • ฟาแลนนอปซิส ( phalandopsis )

 

สำหรับกล้วยไม้สกุลนี้ ก็เป็นอีกสกุลนึงที่มีฉายาค่ะ ซึ่งฉายาของเขาก็คือ ผีเสื้อกลางคืน นั่นเองค่ะ โดยฉายานี้มีที่มาจากชื่อภาษากรีกของเขา สกุลนี้มีลักษณะเด่นอยู่ที่ช่อดอกยาวค่ะ และลักษณะโดยรวมคือใบกว้าง ลำตัวเป็นปล้อง และเนื่องจากสกุลนี้ค่อนข้าง อึด ถึก ทน ได้ทุกสภาพอากาศ จึงเป็นอีกสกุลนึงที่นิยมปลูกกันค่ะ

 

 

 

  • แวนด้า ( vanda )

สำหรับสกุลนี้ มีการค้นพบในแถบเอเชียมากถึง 40 ชนิด ด้วยกันค่ะ  โดยแบ่งออกมาได้เป็นหลายแบบ ทั้ง ใบกลม ใบแบน ใบร่อง และอีกมากมายเลยค่ะ สำหรับสกุลนี้ก็อาจจะรับบทสาวน้อยช่างเลือกมากกว่าพี่ ๆ ทั้งสองสกุลที่กล่าวมาข้างบนสักหน่อยนะคะ เพราะแวนด้าจะชอบอยู่ในกระถางโปร่งที่อากาศสามารถถ่ายเทได้ง่ายมากกว่าการอยู่ในกระถางทึบ ๆ นั่นเองค่ะ

และยังมีดอกกล้วยไม้อีกหลายสกุลด้วยกันนะคะที่มีความสวยงามและกลิ่นหอมไม่แพ้กับสามสกุลนี้เลย ถ้าหากว่าเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจปลูกกล้วยไม้ ก็ขอฝากไว้สักนิดค่ะว่า อย่าลืมศึกษาข้อมูลกันให้ดี ๆ ก่อนตัดสินใจปลูกนะคะ

 ไม้ประดับ

เมโล Melocactus Amoenus

เมโล Melocactus Amoenus

เมโล Melocactus Amoenus

กำลังชั่งใจกันอยู่ใช่ไหมล่ะ … ว่าจะลองเลี้ยงเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรจิ๋วสายพันธุ์ไหนดี นี่เลยเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่อยากจะขอแนะนำนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ๋วเมโล” ซึ่งน้องมีความน่ารักตะมุตะมิอย่างมาก ด้วยรูปร่างและลักษณะมีความรู้สึกคล้ายกับหมวกมงกุฏ

และยิ่งเมื่อมีการออกดอกน้องจะกลายเป็นต้นพืชไม้ล้มลุกที่มีสีสันสวยงาม น่าจับตามองอย่างมากเลยจริงๆ ตัวน้องเป็นลำต้นที่มีพื้นผิวเป็นสีเขียวเข้ม ถูกล้อมรอบไปด้วยหนามยาว มีขนสีขาวปุยอ่อนๆ เมื่อเติบโตเต็มที่ดอกของน้องจะเป็นสีขาว สีส้ม และสีชมพู ที่จะทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินทุกครั้งที่ได้จ้องมอง

ซึ่งตัวน้องก็จะเหมือนสายพันธุ์อื่นๆทั่วไปที่มีการดูแลด้วยปุ๋ยแคสตัสหรือดินร่วนปนทราย ชอบแสงแดดจัด แต่ไม่ชอบน้ำในปริมาณที่มาก ควรจะมีการรดน้ำให้น้องสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงจะเพียงพอ เพื่อเป็นการรักษาไม่ให้น้องเน่าตาย ส่วนตัวต้นพืชชนิดนี้ สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ ซี่งมักจะนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน

จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่น่าทดลองมาเลี้ยงและดูแลอย่างมากเลยจริงๆ เพราะตัวน้องมีความน่ารัก น่าเอ็นดู จึงเหมาะที่จะนำมาประดับไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อจะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้เห็นน้องกำลังเจริญเติบโต

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

สำหรับใครที่กำลังมองหาต้นแคสตัสหรือเจ้ากระบองเพชรจิ๋ว ที่มีความน่ารัก น่าหลงใหล และเลี้ยงง่าย ก็ต้องแนะนำอีกหนึ่งสายพันธุ์นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ๋วพลุสีทอง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแคสตัสที่มีลักษณะคล้ายพลุดอกไม้ไฟ มีสีเหลือง เขียวสวยงามที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณลำต้น ที่เหมาะอย่างมากสำหรับใครที่อยากจะลองหัดเลี้ยงดู สายพันธุ์นี้ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ

โดยส่วนใหญ่ลำต้นของไม้ล้มลุกชนิดนี้ จะเป็นการแตกหน่อที่เป็นทรงยาวสูง ถูกปกคลุมด้วยหนามเรียวยาว มีความรู้สึกคล้ายพลุดอกไม้ไฟ เมื่อลำต้นมีการเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ก็มักจะมีการขยายตัวที่มีการยืดความยาวเพิ่มขึ้น

ส่วนใหญ่วิธีการดูแลและรักษาจะมีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์อื่นๆคือ ไม่ชอบปริมาณน้ำที่มากจนเกินไป ชอบแสงแดดที่รำไรที่มีการส่องอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่จัดจ้าน สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้นพืชชนิดนี้มักจะนิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย ที่ต้องการพื้นที่การระบายน้ำออกมา เพื่อที่จะให้ลำต้นและเจ้าแคสตัสมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและแข็งแรง อายุยืนนานที่สุด จึงไม่ควรพลาดอย่างมากเลยจริงๆ หากจะลองศึกษาและลองเลี้ยงครั้งแรก

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน

ต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋วสายพันธุ์ดาวล้อมเดือน เป็นอีกหนึ่งต้นพืชพรรณไม้ที่มีผู้คนนิยมนำมาปลูกกันเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นต้นแคสตัสที่มีวิธีการเลี้ยงที่ง่าย และมีอายุยืนนานไม่ตายเร็ว ซึ่งหากใครที่กำลังกังวลในเรื่องของเวลาการเลี้ยงดูหรือลืมที่จะรดน้ำ ทางต้นกระบองเพชรดาวล้อมเดือนนี้ จะมีความพิเศษตรงที่ต่อให้ไม่ค่อยมีเวลาในการเลี้ยงดูมากสักเท่าไหร่ มันก็จะออกดอกน่ารักๆมาให้เรารับชมกันอย่างสม่ำเสมอ

 

 

โดยต้นพืชดาวล้อมเดือนมีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากประเทศอเมริกาใต้ ที่มักจะออกดอกในช่วงหน้าร้อน เป็นไม้ล้มลุกหลายปี ที่อวบน้ำ จะมีหนามขนาดเล็กสีเหลือง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นดาวอยู่ล้อมรอบ ตัวดอกจะเป็นแบบดอกเดี่ยว สีขาว มีก้านทิ่มออกมาตามลำตัวของต้น

 

 

นิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย ที่สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี อาจจะมีการรดน้ำในสัปดาห์ละ 1ครั้งก็ได้ ที่สำคัญต้องมีการเปลี่ยนปุ๋ยแคสตัสร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อจะให้การเจริญเติบโตของต้นกระบองเพชรดาวล้อมเดือนขนาดจิ๋ว สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะตายหรือไม่

ส่วนในเรื่องของการขยายพันธุ์ของต้นพืชชนิดนี้ มักจะเป็นการเพาะเมล็ดที่เป็นการปักชำหน่อของต้นพืช เพื่อที่จะทำให้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว จึงทำให้ต้นพืชชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่หน้าจับตามองเช่นกัน

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Eriocactus leninghausii หรือ กระบองทอง

Eriocactus leninghausii หรือ กระบองทอง

Eriocactus leninghausii หรือ กระบองทอง

กลายเป็นอีกหนี่งต้นพืชที่มีผู้คนนิยมนำมาปลูก เป็นไม้ประดับตกแต่งในอาคารเรือน นั้นก็คือต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋ว ซึ่งอย่างที่ทราบว่ามีหลากหลายสายพันธุ์มากมายของต้นพืชไม้ประดับนี้ และยิ่งเข้าใกล้หน้าฝนแบบนี้ ก็ต้องมองหาต้นกระบองเพชรที่สามารถเลี้ยงง่าย และเจริญเติบโตเร็ว สามารถมีอายุอยู่ได้นานก็คงจะไม่พ้นของสายพันธุ์ตระกูลวงศ์ Cactaceae หรือที่รู้จักว่าต้นกระบองทองนั่นเอง ซึ่งสายพันธุ์นี้มักจะนิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย เป็นต้นพืชที่ต้องการน้ำน้อย สัปดาห์ในการรดน้ำ 1- 2 ครั้ง ชอบอยู่ในบริเวณที่มีแดดส่องรำไรตลอดเวลา

ลักษณะลำต้นจะเป็นไม้พืชที่อวบน้ำ เป็นสีเขียวเข้ม ใบเป็นหนาม ลำต้นกรงกระบอกคล้ายนิ้วมือคน อ่อนนุ่ม มีความบางเปราะบางได้ง่าย จึงต้องระมัดระวังในการเลี้ยงดูแล และเมื่อโตเต็มที่ก็สามารถที่จะออกดอกออกมาให้รับชมกันอีกด้วย โดยส่วนตัวดอกจะเป็นสีเหลือง ที่มีขนาดใหญ่ เป็นดอกเดี่ยว

ซึ่งแท้จริงแล้วต้นกำเนิดของต้นกระบองทอง มาจากประเทศแม็กซิโกตั้งแต่กำเนิด แต่ถูกนิยมในประเทศไทย จนได้กลายเป็นการแพร่หลายของต้นไม้พืชพรรณมาถึงปัจจุบันตอนนี้

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Mammillaria elongata หรือ นิ้วทอง

Mammillaria elongata หรือ นิ้วทอง

Mammillaria elongata หรือ นิ้วทอง

และอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดแท้จริงมาจากประเทศแม็กซิโก ที่มีรูปร่างคล้ายนิ้วคน ปลูกและดูแลง่าย ก็คงไม่พ้นกับ “ต้นกระบองเพชรนิ้วทอง” ที่มีขนาดเล็กจิ๋วที่น่ารัก โดยเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีผู้คนนำมาเลี้ยงปลูกดูแล โดยลักษณะลำต้นที่ยาวคล้ายนิ้วมือคน เป็นทรงสูงที่อวบน้ำสีเขียวอ่อน พร้อมมีหนามถูกล้อมรอบตัวลำต้นอีกด้วย

นอกจากนี้หากมีการเจริญเติบโตที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ลำต้นจะออกดอกเดี่ยวที่มีขนาดเล็ก โดยส่วนใหญ่มักจะออกดอกในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ สามารถทนความแล้งได้เป็นเป็นอย่างดี ส่วนมากจะนำไปวางไว้บริเวณที่มีแดดส่องลงมาอย่างรำไร ไม่จัดจนเกินไป

มักจะปลูกกับดินร่วนที่มีความชื้น และไม่มีกรดเบสที่สูง ที่สำคัญข้อควรระวังในการรดน้ำเพื่อไม่ให้ต้นพืชเน่าหรือตาย ควรรดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงพอ เพื่อความงอกงามของดอกที่สวยงามจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องตระหนักข้อควรระวังของการรดน้ำนี้ เพราะมีการเลี้ยงดูแลที่ง่าย จึงทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีผู้คนหันมานิยมปลูก และดูแลกันอย่างมากในปัจจุบันนี้ ส่วนในเรื่องของการขยายพันธุ์ต้นพืชชนิดนี้ จะเป็นการใช้วิธีการปักชำส่วนใหญ่ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ต้นกระบองเพชรจิ๋วนี้ สามารถอุดมสมบูรณ์และมีความเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี

 

 

วิธีดูแลต้นไม้