ต้นยางนา มีกี่ชนิด  และชื่อเรื่องของแต่ละภาค

ต้นยางนา มีกี่ชนิด  และชื่อเรื่องของแต่ละภาค

ต้นยางนา มีกี่ชนิด  และชื่อเรื่องของแต่ละภาค

ต้นยางนามีกี่ชนิด ยังจำแนกไม่ได้ แต่ว่า ต้นยางนา จะมีชื่อพิ้นเมืองที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้นๆ โดยส่วนมากแล้ว ทั่วไปจะเรียกกันว่า ยางนา,ยางแม่น้ำ,ยางขาว,ยางหยวก ในจังหวัดเชียงใหม่ ก็จะเรียกว่า เคาะ จังหวัดเลยก็จะเรียกว่า ยางกุง จังหวัดหนองคายก็จะเรียกว่า ยางควาย จังหวัดชุมพรก็จะเรียกว่า ยางตัง เป็นต้น

ซึ่ง ไม้ยางนา จะมีถิ่นกำเนิดจากเกาะบอร์เนียว  ซึ่งไม้ชนิดชนิดนี้ จะขึ้นและเติบโตได้ดีบริเวณที่ราบริมน้ำ การสืบพันธุ์ของต้นยางนา ไม่ค่อยดีสักเท่าไรนัก จึงทำให้เจอแต่ต้นที่โตแล้ว และมีขนาดใหญ่ ส่วนต้นกล้าจะมีน้อยมากๆ

 

 

สำหรับการกระจายพันธุ์ โดยธรรมชาติ จะขึ้นอยู่แถวริมแม่น้ำ หรือแถบป่าดิบ สูงจากระดับน้ำขึ้นมาประมาณ 200-600 เมตร ซึ่งกระจายพันธุ์กว้างมาก ตั้งแต่ตอนใต้ของพม่า ไปจนถึง ลาว กัมพูชา และประเทศไทย โดยในประเทศไทยมีการกระจายพันธุ์ของต้นยางนาอยู่พอสมควรเหมือนกัน ภาคเหนือก็จะมีจังหวัดเชียงใหม่,เชียงราย รวมถึงลำพูน จะเห็นตามป่าสองข้างทาง หรือจังหวัดอื่นก็มีเหมือนกัน อย่างเช่น กำแพงเพชรไปจนถึงนครสวรรค์ สามารถเห็นต้นยางขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณสองฝั่งถนน และส่วนมากจะพบในจังหวัด อุทัยธานี กับ นครสวรรค์ ภาคอีสาน ก็จะพบอยู่ในจังหวัด นครราชสีมา,ขอนแก่น,เลย ภาคกลางที่เห็นบ่อย ก็จะอยู่ในจังหวัด กาญจนบุรีกับ สระบุรี ภาคใต้ จะพบในจังหวัด ตรัง,นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี

 

 

ถ้าถามว่า ต้นยางนามีกี่ชนิด ก็ยังคงได้คำตอบเหมือนข้างต้น แต่ต้นยางทั่วไป สามารถจำแนกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับอุตสกรรมการกรีดยาง ได้ดังนี้

กลุ่มแรก ต้นยางที่ผลิตน้ำยางออกมาได้เป็นจำนวนมาก ให้น้ำยางที่เยอะ โดยจะปลูกไว้เพื่อต้องการน้ำยางโดยเฉพาะ ซึ่งต้นยางที่อยู่ในกลุ่มนี้ จะถูกนำน้ำยางที่รีดจากลำต้น ไปสู่กระบวนการอุตสาหกรรมยางต่อไป

กลุ่มที่สอง จะเป็นต้นยางที่แตกต่างจากกลุ่มแรก เพราะว่าต้นยางกลุ่มนี้ จะให้น้ำยางและเนื้อไม้ที่มี คุณภาพดีมากๆเลยทีเดียว โดยไม้ยางพันธุ์นี้ จะไม่สามารถนำเข้าไปสู่กระบวนการอุตสาหกรรมได้ แต่ถึงอย่างไรแล้วนั้น เราก็สามารนำไปแปรรูป เป็นเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน ที่ราคาพอๆกับไม้สักซึ่งมีราคาที่แพงสุดๆได้ โดยไม้ยางที่ได้จากต้นยางกลุ่มที่สองจะมีความแข็งแรง และทนทาน เหมาะกับการนำไปทำก่อสร้าง หรือว่าสร้างบ้านอีกด้วยเช่นกัน โดยต้นยางนา จะจัดอยู่ในประกลุ่มที่สอง  ที่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำยาง และเนื้อไม้

กลุ่มที่ 3 เป็นพันธุ์ยางที่จะให้เนื้อไม้ แค่อย่างเดียวเท่านั้น โดยจะเน้นไปการปลูกให้เจริญเติบโตเร็ว และให้น้ำไม่ค่อยเยอะ ส่วนมากจะปลูกแบบเป็นสวนป่ามากกว่า

 

 

ต้นยางนา มีกี่ชนิด  และชื่อเรื่องของแต่ละภาค

 พันธุ์ไม้

ต้นยางนา ไม้เศรษฐกิจ ที่มีประโยชน์

ต้นยางนา ไม้เศรษฐกิจ ที่มีประโยชน์

ต้นยางนา ไม้เศรษฐกิจ ที่มีประโยชน์

ต้นยางนา เรียกได้ว่ามีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเป็นต้นไม้ที่คนไทยสมัยก่อน มักจะนำมาใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน ที่เอาไว้อาศัย โดยต้นไม้ชนิดนี้ มีความนิยมพอๆกับไม้สัก เลยทีเดียว  ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทุกภาคในประเทศไทย ยิ่งถ้าเป็นแถว น้ำตก,ลำธาร บ่อน้ำหรือบริเวณ จะเห็นได้เยอะมาก  นั่นเอง

โดยลำต้นจะมีขนาดที่ตรง และสูงประมาณ 50 เมตร  สีเทาเหลือบๆขาวเล็กน้อย เปลือกมีความหนา ส่วนโคนของต้นจะเป็นพูขึ้นมา ใบของต้นไม้ จะเป็นใบเดี่ยว รูปไข่  ปลายใบและโคนใบจะค่อนข้างบน  แต่ว่ามีความหนาไม่น้อย ผิวด้านบนจะเกลี้ยงและไม่มีรอยอะไร ส่วนด้านล่างของใบจะมีขนอยู่ประปราย สำหรับดอก นั้น จะเป็นช่อแบบสั้นๆ อยู่ตามปลายกิ่งไม่เยอะสักเท่าไรนัก สีออกขาวอมชมพู ซึ่งจะออกดอกให้ได้เห็นกัน ช่วงเดือนมีนาคม ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม และผลของต้น จะเป็นผลแห้ง ทรงจะเป็นรูปไข่ และรูปทรงกลม

 

 

เราสามารถ ปลูก ต้นยางนา เพื่อใช้แทนน้ำมันดีเซลได้ โดยน้ำมันจากต้นไม้ จะนำไปผลิตเป็นน้ำมัน    ไบโอดีเซล  และยังใช้กับเครื่องจักรในการเกษตรได้ดี อีกด้วย และมีผลการวิจัยออกมาว่า น้ำมันจากยางนา ช่วยลดต้นทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราจะเริ่มเจาะน้ำมันจากต้นได้ หลังจากยางนา มีอายุตั้งแต่ 15-20 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด้วยการนำสว่านไปเจาะที่ต้นแบบเอียงประมาณ 45องศา ให้ห่างจากพื้นอยู่พอสมควร และเจาะเข้าไปให้ลึก พอจะให้น้ำมัน ออกมาได้ และก็ใช้ขวดพลาสติกต่อจุกสายยาง เสียบเข้าไปตรงรู หลังจากนั้นก็นำดินน้ำมันมาอุดรูไว้ไม่ให้สายหลุดออก แล้วรอให้น้ำมันจากต้นไหลลงมาในขวด ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้เวลาเล็กน้อย โดยทิ้งไว้ทั้งหมด2-3วัน เราก็จะได้น้ำมันจากต้น ราว 600 มิลิตร และเราก็ย้ายไปเจาะบริเวณอื่นได้อีก

 

 

สำหรับรอยจากการเจาะเพื่อเอาน้ำมันจากต้น ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน เป็นอย่างต่ำ เพื่อให้เนื้อไม้ผสานตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตามธรรมชาติ ส่วนน้ำมันจากต้น เราจะนำไปเติม เครื่องสูบน้ำ,เครื่องตัดหญ้า,เครื่องจักรกล ก็ได้

โดยนอกจากนี้ วิธีผสมน้ำมันจากยางนา กับน้ำมันดีเซลครึ่งต่อครึ่ง จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้นานขึ้น จากตอนแรกที่ใช้น้ำมันดีเซล อย่างเดียว อยู่ได้เพียง 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเกิดผสมรวมกันแล้วจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ ถึง3 ชั่วโมง ด้วยกัน เนื่องจากน้ำมันของ ยางนา ให้พลังงานที่สูงมาก และเคยมีการทดลองใช้ที่ศูนย์ในจังหวัดนครพนมแล้ว ก็พบว่าไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้น

 

 

ต้นยางนา ไม้เศรษฐกิจ ที่มีประโยชน์

 พันธุ์ไม้

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

การปลูกเลี้ยงบอนไซนั้นไม่ได้มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัวว่าจะต้องเป็นแบบไหน   ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของทรงต้นเป็นหลัก   ซึ่งเราเพียงแต่นำเอาหลักเกณฑ์เหล่านั้นมาเป็นพื้นฐานในการทำเท่านั้น  โดยอาศัยจากประสบการณ์  และความชำนาญ  จนก่อให้เกิดเป็นบอนไซที่สวยงามนั่นเอง

การปลูกบอนไซก็เหมือนกับการเลี้ยงต้นไม้ทั่วไปที่ต้องการแสงแดด   น้ำ  และอาหาร  ซึ่งจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ โดยปกติบอนไซต้องการน้ำมาก เพราะฉะนั้นเรื่องของการให้น้ำเราสามารถให้น้ำเยอะๆ  ชุ่มๆ ได้เลย   แนะนำว่าควรใช้ฝักบัว หรือเป็นสายยางที่ต่อจากก๊อกน้ำก็ได้  แต่ต้องเป็นสายน้ำที่นุ่ม เพื่อที่เวลารดน้ำจะไม่ทำให้กิ่งหักได้

การให้น้ำเยอะไม่ต้องกังวลว่าจะตายหรือทำให้รากเน่า   เพราะบอนไซที่เลี้ยงในกระถางนั้น  ซึ่งกระถางมีขนาดเล็กด้วยแล้วยิ่งทำให้อาหารที่จะไปหล่อเลี้ยงนั้นมีจำกัด  ฉะนั้นเราจึงต้องให้น้ำเพื่อให้บอนไซสามารถเจริญเติบโตได้ดี

 

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

 

ส่วนเรื่องแสงแดดก็สำคัญส่วนใหญ่บอนไซทุกชนิดต้องการแสงแดด อย่างถ้าบางคนเลี้ยงไว้ในร่ม ก็ควรจะยกออกมารับแสงแดดอย่างน้อย  2 ชม   ขึ้นไป หรือจะเป็นครึ่งวันเลยก็ได้  เพราะยังไงต้นไม้ก็ยังต้องการแสงแดดเพื่อไปสังเคราะห์แสงและผลิตอาหารทางใบอยู่ดี

สำหรับในเรื่องของอากาศ ควรวางในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก   เพราะถ้าอากาศไม่ถ่ายเท   ก็จะเป็นที่บ่มเพาะของเชื้อโรค  เชื้อราต่างๆ ได้   ทำให้การเจริญเติบโตไม่ดี

การเปลี่ยนดินสำหรับบอนไซในกรณีที่สร้างจบแล้ว ให้ดูที่กระถางและพันธุ์ไม้เป็นหลัก  ยกตัวอย่าง(กระถางที่ไม่เกิน 30 ซม. ให้เปลี่ยน 1 ครั้ง/ปี)    (กระถาง 40 ซม.ขึ้นไปให้เปลี่ยน  2 ครั้ง/ปี)   หรือถ้าอย่างกรณีที่บอนไซมีรากเดินเร็ว  โตไว   อาจจะเปลี่ยนกระถาง 3 ครั้ง/ปี  ก็ได้

การให้ปุ๋ย แนะนำให้ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ คือมูลไส้เดือน  ข้อดีคือให้เยอะมากก็ไม่ต้องกลัวต้นจะน็อคหรือตาย

วิธีการใส่ปุ่ยคือให้โรยใส่หน้าดินรอบๆ ต้น  อาทิตย์ละ 1 ครั้ง   จะทำให้ดินมีคุณภาพดีและช่วยยืดอายุดินได้นานขึ้นอีก รวมทั้งเป็นสารอาหารให้พืชได้อีกด้วย

ส่วนวัชพืชที่ขึ้นรอบๆ ต้นนั้น  เป็นสิ่งที่เราต้องกำจัดออกเพราะรากเหล่านี้   จะไปแย่งอาหารของบอนไซ ทำให้เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่

ส่วนการตัดแต่ง  ให้ตัดแต่งกิ่งที่เราไม่คิดที่จะเลี้ยงกิ่งนั้นไว้แล้ว  ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นระเบียบและความสวยงามนั่นเอง

 

 

ฉะนั้น การปลูกเลี้ยงบอนไซ  เราควรที่จะต้องทำการพัฒนาเรียนรู้ พลิกแพลงถึงวิธีการทำใหม่ๆ รวมถึงการออกแบบที่เป็นรูปแบบของเราเอง  ซึ่งเมื่อไหร่ที่เราหาแนวทางของเราเจอ นั่นก็จะแสดงให้เห็นว่าเราได้ประสบความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่งแล้วเช่นกัน

 

 

 

 

การปลูกเลี้ยงบอนไซ

 พันธุ์ไม้

ต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ย

ต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ย

ต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ย

สำหรับต้นดีหมีนั้น เพียงแต่จะปรากฏอยู่ในตำราสมุนไพรของไทยเท่านั้น เพราะว่าในทางตำราของจีนเอง ก็มีต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ถึงแม้ว่า ความเป็นจริงแล้ว ดีหมีไทย และดีหมีหนานเฉาเหว่ยของจีนนั้น จะเป็นคนละชนิดกัน แต่ทว่าสิ่งที่เหมือนกันของพืช 2 สายพันธุ์นี้ มันก็คือสรรพคุณทางด้านสมุนไพร ที่สามารถนำส่วนต่างๆมาปรุงเป็นยาอายุวัฒนะและรักษาอาการต่างๆได้นั้นเอง

 

 

โดยในวันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่าน ทำความรู้จักกับหนึ่งในสุดยอดสมุนไพรจีน ต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ยให้มากขึ้นกัน

ต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ย มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Vernonia amygdalina  และมีชื่อเรียกภาษาไทยอย่างแพร่หลายว่า ต้นป่าช้าเหงา โดยจากงานวิจัยพบว่าสามารถเจอพืชชนิดได้ มากในป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบ ทั้งนี้ส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่ในผืนป่าธรรมชาติของทวีปแอฟริกา  ประเทศเวียดนาม และประเทศมาเลเซีย โดยพืชชนิดนี้ คือไม้ชนิดยืนต้น ที่มีความสูงประมาณ 6-8 เมตร  โดยมีต้นกำเหนิดอยู่ในประเทศจีน ก่อนจะมีการนำมาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ในไทยภายหลัง เพื่อใช้เป็นสรรพคุณทางยา ปัจจุบันพืชชนิดนี้สามารถพบได้ทั่วไปในทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากกระแสความนิยม ทางด้านยาอายุวรรณะ

ลักษณะทางกายภาพของต้นหนานเฉาเหว่ย

– ใบ มีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ซึ่งมักจะออกเรียงสลับกันตามก้านใบ รูปทรงเป็นวงรี มีส่วนปลายเล็กแหลม บริเวณส่วนโคนมีลักษณะป้านหรือ

– ดอก มักพบว่าจะออกเป็นช่อ อยู่ตามบริเวณซอกของใบ รวมถึงส่วนปลายของยอด ลักษณะของดอกจะมองเห็นนเป็นทรงกลม สีขาว และมีเมล็ดอยู่ตรงกลาง

วิธีการขยายพันธุ์

โดยทั่วไปแล้ววิธีการขยายพันธุ์ที่ดีที่สุดของต้นหนานเฉาเหว่ย มักนิยมทำโดยการปักชำกิ่ง เนื่องจากการใช้วิธีการนี้จะทำให้ได้ผลผลิตที่รวดเร็วมากกว่าการเพาะเมล็ดนั่นเอง

 

 

สรรพคุณทางยาของต้นหนานเฉาเหว่ย

ปัจจุบันมีงานวิจัยที่ถูกเขียนขึ้นมา รับรองสรรพคุณทางด้านยาของต้นหนานเฉาเหว่ย ดังต่อไปนี้

– ลดระดับของปริมาณน้ำตาลภายในเส้นเลือด

– ลดความความเสี่ยงโรคดันโลหิต

– ช่วยลดปริมาณและระดับไขมันในเส้นเลือด  และช่วยป้องกันไขมันอุดตัน

– ช่วยความเสี่ยงของการเกิดเซลล์มะเร็ง ตามโซนต่างๆภายในร่างกาย

– ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของตับและไต

– เสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย

– รักษาไข้มาเลเรีย

– กินเป็นยาถ่ายพยาธิ

– ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ

– กินเพื่อเพิ่มคุณภาพสเปิร์ม สำหรับผู้มีลูกยาก

– ใช้เป็นยาแก้ปวด ลดอาการอักเสบต่างๆ

และทั้งหมดนี้คือรายละเอียดเบื้องต้น และสรรพคุณทางยา เกี่ยวกับ ต้นดีหมีหนานเฉาเว่ยที่เราได้รวบรวมมาฝากกัน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหนานเฉาเหว่ยนะจะมีสรรพคุณทางยามากมายเพียงใด แต่ผู้ที่ต้องการรับประทานนั้นควรจะต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ทั้งนี้เป็นเพราะสมุนไพรชนิดนี้หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ก็อาจจะสร้างอันตรายร้ายแรงต่อไต ได้นั่นเอง

 

 

 

ต้นดีหมีหนานเฉาเหว่ย

 พันธุ์ไม้

ต้นกระเช้าสีดาประวัติ

ต้นกระเช้าสีดาประวัติ

ต้นกระเช้าสีดาประวัติ

เอาใจคนที่ชื่นชอบต้นไม้ตระกูลเฟิร์น ด้วยต้นกระเช้าสีดา หลายคนอาจจะเคยได้ยินประวัติของต้นกระเช้าสีดามากจากวรรณคดีไทยหลากหลายเรื่อง และในแต่ละเรื่องจะเน้นไปที่ต้นกระเช้าสีดาตระกูลเฟิร์น วันนี้เราจึงจะมาเล่าเกี่ยวกับต้นกระเช้าสีดา ประวัติต้นกระเช้าสีดา หรือตระกูลเฟิร์นกระเช้าสีดา

ลักษณะของเฟิร์นกระเช้าสีดา

โดยทั่วไปแล้วต้นเฟิร์นกระเช้าสีดามีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศไทยของเรานี่เอง รูปร่างของต้นจะใช้วิธีการดำรงชีวิตโดยการยึดติดกับวัตถุ หรือต้นไม้ โดยใช้กาบเพื่อปกป้องรากในการยึดติด และถือว่าในส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของต้นเฟิร์นสกุลกระเช้าสีดา เพราะถ้าหากในส่วนนี้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะทำให้ใบของกระเช้าสีดาไม่สามารถงอกได้อย่างสวยงาม

 

 

ใบของเฟิร์นสกุลกระเช้าสีดาจะเป็นลักษณะใบยาว ผิวเนียน มีสีเขียวเข้ม ใบแตกแขนงออกคล้ายกับปะการัง เมื่ออายุมากขึ้น ใบจะโน้มลงคล้ายชายผ้า โดยจะเห็นในวรรณคดีไทยหลายเรื่องเรียกส่วนนี้ว่าชายผ้าสีดา หากเป็นใบที่งอกขึ้นมาใหม่จะมีขนสีขาวปกคลุมใบ และค่อย ๆ หายไปเมื่ออายุของใบเริ่มมากขึ้น

การขยายพันธุ์ของต้นกระเช้าสีดา สามารถขยายพันธุ์ในรูปแบบของการกระจายสปอร์ที่ติดอยู่หลังใบ เมื่อต้นกระเช้าสีดาเจริญเติบโตเต็มที่ หรือมีอายุมากขึ้น พร้อมที่จะทำการขยายพันธุ์เอง ก็จะเกิดการขยายพันธุ์เอง

การดูแลต้นกระเช้าสีดา หากใครที่อยากปลูกต้นกระเช้าสีดาแต่ไม่ทราบวิธีการดูแล วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการดูแลต้นกระเช้าสีดาแบบง่ายๆ เพียงแค่ลงมือทำ

  1. ต้นกระเช้าสีดาเป็นต้นไม้ที่ต้องการความอุดมสมบูรณ์ทางน้ำ แสงแดดเพียงเล็กน้อย ส่วนมากจะอาศัยร่มเงาจากต้นไม้อื่นเป็นใหญ่ หากมีการปลูกต้นกระเช้าสีดาให้ยึดติดกับต้นไม้ต้นใหญ่ เพียงแค่ตัดกิ่งไม้ด้านบนเพื่อเป็นช่องว่างนิดหน่อย ให้รากและใบของต้นกระเช้าสีดาได้ถ่ายเทอากาศ และแสงแดด
    ก็จะทำให้ต้นมีใบที่สวย อุดมสมบูรณ์ และมีการเจริญเติบโตที่ยืนยาว
  2. การรดน้ำต้นกระเช้าสีดา กระเช้าสีดา ถึงแม้จะเกาะติดกับต้นไม้ชนิดอื่น แต่ไม่ได้แย่งอาหารจากต้นไม้ชนิดนั้น ๆ เพียงแต่ว่าผู้เลี้ยงต้องหมั่นรดน้ำให้สม่ำเสมอ และเมื่อต้นกระเช้าสีดาเริ่มโตเต็มที่ บริเวณหรือกาบของต้นกระเช้าสีดา จะใช้วิธีการกักเก็บใบของต้นไม้ที่เหี่ยวแห้งและหลุดร่วงลงมา จากนั้นจะใช้การย่อยสลายจากใบไม้แห้งให้กลายเป็นจุลินทรีย์วัตถุ และใช้เพื่อดำรงชีวิตต่อไป ไม่ได้มีส่วนในการแย่งอาหารต้นไม้ที่ยึดเกาะเลยแม้แต่น้อย

 

 

ต้นกระเช้าสีดา ประวัติ ตามประวัติของต้นกระเช้าสีดาเชื่อว่าต้นกระเช้าสีดา เป็นต้นไม้ในวรรณคดี ที่ถือว่าเป็นพืชมงคล ส่งเสริมโชคลาภการค้าขาย ปลูกแล้วค้าขายร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาด้วย

 

 

 

ต้นกระเช้าสีดาประวัติ

 พันธุ์ไม้

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

การเลือกกิ่งพันธุ์ที่จะนำไปปลูกก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความแข็งแรง ปลอดโรค และรากเดินดี เพราะถ้าหากเลือกกิ่งพันธุ์ไม้ที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อนำไปปลูก ต้นไม้อาจไม่โต หรือให้ผลผลิตไม่ดีเท่าไรนัก ต้นพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ มีขายอยู่ตามตลาดทั่วไป  แต่จะเลือกอย่างไร ให้ได้กิ่งที่ดี เราไปศึกษาข้อมูลที่นำมาฝากกันเลย

 

 

ร้านท่าหลวงพันธุ์ไม้ จำหน่ายกิ่งพันธุ์ทุเรียน พันธุ์ไม้ต่างๆ

เลือกรากกิ่งพันธุ์ดี ไม่เสียเวลาปลูก การเลือกกิ่งพันธุ์ไม้ จะต้องเน้นที่ระบบราก ถ้าหากรากที่นำมาปลูกไม่แข็งแรง แม้จะนำมาปลูกลงดิน ก็ส่งให้ต้นไม้นั้นไม่โต โตช้า ผลผลิตจะไม่ดก หรืออาจจะไม่มีผลผลิตเลย  ดังนั้นจะต้องหาพันธุ์ไม้ที่มีระบบรากเดินดี ในการนำไปปลูก

พันธุ์ไม้ที่ใบเยอะ เพราะอัดปุ๋ย พันธุ์ไม้ที่มีใบดกเขียว ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด นั่นเป็นเพราะว่า เจ้าของสวนหรือร้านขาย อัดปุ๋ยเพิ่มฮอร์โมน เมื่อเรานำต้นไม้ไปปลูก โดยที่เราไม่ได้อัดปุ๋ย ทำให้ต้นไม้นั้นหยุดการเติบโตกะทันหัน เฉา เหี่ยว เติบโตไม่เต็มที่ ยอดไม่พุ่ง ไม่แตกยอด หรืออาจจะตายไป เพราะขาดฮอร์โมนที่เคยได้รับมาก่อนหน้า

วิธีดูว่ารากเดินดีหรือยัง บางร้านนำกิ่งพันธุ์ที่พึ่งทาบมาใหม่ ๆ มาขายให้กับเรา โดยที่รากยังเดินไม่ดี เราจะสังเกตเห็นว่า ใบเยอะ สีใบเขียวขจี ดูสดใส นั่นเป็นเพราะว่า โดนอัดน้ำและน้ำยาเร่งราก ทำให้รากฝอย ยังเป็นสีขาว  ซึ่งหมายความว่ารากยังไม่แข็งแรงดี เพราะรากที่โต แข็งแรงแล้ว จะต้องมีสีน้ำตาล หรือสีดำ เส้นอวบ ถ้าหากได้กิ่งพันธุ์ที่รากแข็งแรง เมื่อนำไปปลูกลงดิน ทำให้เจริญเติบโตได้อย่างดี

      วิธีเลือกกิ่งพันธุ์ที่ดีที่สุด จะต้องเลือกจากรากดก สีน้ำตาล หรือสีดำ เส้นใหญ่ และเต็มถุงเพาะชำ ใบและลำต้นดูสดใส ไม่เหี่ยว และจะต้องเลือกกิ่งพันธุ์ที่อยู่กลางแจ้ง เพราะนั่นหมายความว่า ต้นพันธุ์ต้นนั้นมีความแข็งแรง สมบูรณ์

     เลือกร้านที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดปลูก หรือแม้แต่ชาวสวนผู้ชำนาญก็ตาม จะต้องหาร้านที่สามารถไว้วางใจ กล้าซื้อขายด้วยได้ มีข้อแนะนำในการปลูกต้นพันธุ์ไม้นั้น ๆ หรือให้คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี ไม่หวังแต่จะขายอย่างเดียว กิ่งพันธุ์ไม้จะต้องเป็นกิ่งพันธุ์ที่เราต้องการ และร้านที่เราซื้อขายด้วยจะต้องมีความรู้ในพันธุ์ไม้ที่ขายเป็นอย่างดีอีกด้วย

 

 

 

สำหรับการซื้อกิ่งพันธุ์ไม้ทุกครั้งจะต้องศึกษาและพิจารณาอย่างดี เพื่อไม่โดนย้อมแมวขาย การเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพ เมื่อนำไปปลูก ทำให้ต้นไม้โตเร็ว ผลผลิตดี ต้นสมบูรณ์ แข็งแรง สุดท้ายหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อย

 

 

 

 

เลือกกิ่งพันธุ์ไม้ เลือกอย่างไร ให้โตไว

 พันธุ์ไม้

กล้วยด่างแดง สินทรัพย์บนดิน

กล้วยด่างแดง สินทรัพย์บนดิน

กล้วยด่างแดง สินทรัพย์บนดิน

ก่อนที่จะถึงคิวกระแสฮิตกล้วยด่างแดงอินโด พี่ใหญ่ที่ทำราคามาก่อนคือสายพันธุ์กล้วยด่างฟลอริดา ช่วงนั้นราคากล้วยด่างแดงอินโดยังอยู่ที่หลักพัน แต่ก็ด้วยกระแสทุกคนเทความสนใจให้กับกล้วยด่างฟลอริด้า และในระยะเพียงไม่นานราคาแดงอินโดก็พุ่งทะยานจนทุกวันนี้ยังไม่มีใครเอาลงได้เลย

ถ้าถามผู้เขียนว่าแปลกใจไหม ขอตอบว่าไม่แปลกใจเลย เพราะเห็นแต่แรกแล้วว่าสายพันธุ์นี้มันช่างโดดเด่นเกินกล้วยด่างตัวอื่นๆ อย่าว่าแต่กล้วยด่างด้วยกันเองเลย ไม้ด่างชนิดอื่นยังต้องหลบยกกระแสให้พี่เค้า หลายคนที่รู้จักบ่นเสียดายกันมากที่มองข้ามพี่แดงอินโดไปได้ยังไง ถึงตอนนี้ราคาก็จับต้องยากแล้ว บ้านไหนมีปลูกขอบอกว่าดูแลกันให้ดีๆ ทั้งเตรียมตัวรอรับทรัพย์และเตรียมตัวระวังขโมยกันได้เลย

 

 

กล้วยด่างแดงอินโด หรือทับทิมสยาม กำเนิดที่ประเทศอินโดนีเซีย เรียกสั้นๆกันว่า “แดงอินโด” ชื่อสากลคือ “Musa Siam Ruby” เป็นไม้ล้มลุกจัดอยู่ในวงศ์ Musaceae มีลำต้นทรงกลมตั้งตรง ผิวเรียบเกลี้ยง อวบน้ำเกิดจากใบกาบหุ้มทับซ้อนกันไม่มีเนื้อไม้ สามารถสูงถึงได้ 3 เมตร ลักษณะใบเป็นแบบใบเดี่ยวขนาดใหญ่ทรงแบนยาว ผิวและขอบใบเรียบ ปลายและโคนของใบมน มีสีน้ำตาลแดงเข้มทั้งต้นและใบ สีลายด่างที่ใบจะเป็นสีเขียวถึงขาวชัดเจน บางต้นก็จะมีสีชมพูอ่อน ส่วนลวดลายนั้นก็ตระการตามาก ยิ่งถ้าต้นไหนมีลายแต่ละใบไม่เหมือนกัน สนนราคาเกินล้านแน่นอน ลักษณะลายที่มีอยู่ในประเทศไทยแบ่งได้ประมาณ 6 แบบดังนี้ 1.ลายตุ๊กแก 2.ลายวากิว 3.ลายพายุ 4.ลายเม็ดฝน 5.ลายเพ้นต์ 6.ลายฮาฟ ส่วนตัวผู้เขียนหลงใหลกับลายฮาฟมาก ไม่มีปัญญาซื้อ แต่แค่เห็นต้นจริงก็เป็นบุญตาล่ะ

 

 

การดูแลแดงอินโดนั้นจะคล้ายๆกับกล้วยไทยซึ่งจะดูแลไม่ยากมาก พื้นที่ปลูกต้องระบายน้ำได้ดี คอยรักษาความชื้นแต่ต้องไม่แฉะเพราะรากจะเน่าได้ ถ้าปลูกในกระถางก่อนปลูกควรตากกระถางเพื่อฆ่าเชื้อไว้หลายๆวัน ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมกาบมะพร้าวสับเล็กๆ เศษใบไม้ และปุ๋ยหมัก ผสมและตากแดดไว้ก่อนปลูก 7-10 วัน ในช่วง 3 เดือนแรกควรหมั่นดูแลใส่ปุ๋ยเป็นพิเศษ หลังจากนั้นค่อยเหลือเดือนละ1ครั้ง รอให้ต้นแข็งแรงคุณก็นับถอยหลังได้เลย เพราะเมื่อไหร่ที่เห็นหน่อเมื่อนั้นนั่นแหล่ะคือเงินของคุณที่มันงอกได้มาจากดิน

 

 

 

 

กล้วยด่างแดง สินทรัพย์บนดิน

 พันธุ์ไม้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

“ต้นกระท่อม” หรือ พืชกระท่อมที่ได้มีการได้รับการปลดออกจากสถานะยาเสพติดให้มาเป็นพืชที่ประชาชนสามารถนำมาปลูกเพื่อบริโภคและขายได้ หลายคนคงพอทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมาบ้างแล้ว วันนี้เรารวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับต้นกระท่อมมาฝากทุกคนกัน

 

 

  • กระท่อมเป็นพืชวงศ์กาแฟ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. เป็นไม้ยืนต้นขนาดปานกลาง ลักษณะใบมีความคล้ายใบกระดังงา ถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนชื้น เติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้นสูง
  • มีสรรพคุณทางยา ในสมัยก่อนมีการปลูกต้นกระท่อมและใช้ใบกระท่อมในการรักษาอาการติดเชื้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อในลำไส้ แก้ท้องเสีย ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดอาการไอ ช่วยในเรื่องการนอนหลับ
  • มีอันตรายหากกินไม่ถูกวิธี หากกินกระท่อมในปริมาณที่มากจนเกินไปจะมีฤกธิ์ในการกล่อมประสาทและไม่ควรใช้ในระยะเวลานาน เพราะจะทำให้มีอาการนอนไม่หลับ คลื่นไส้ แต่หากใช้ในปริมาณที่ต่ำ ก็จะสามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้
  • มีสาร “ไมทราไจนีน” ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฉพาะในพืชกระท่อม สารนี้มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและยังมีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วย เพราช่วยลดอาการปวดและลดอาการอักเสบ และมีการสกัดใบกระท่อมและพบสารอื่น ๆ ที่มีสรรพคุณในการระงับอาการปวด สามารถใช้แทนมอร์ฟีน แต่มีความแรงต่ำกว่า และไม่กดระบบทางเดินหายใจ ไม่ทำให้มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน
  • พืชกระท่อมในต่างประเทศ ต้องบอกว่าองค์การสหประชาชาติไม่ได้มีการประกาศควบคุมพืชกระท่อมในบัญชีรายชื่อยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่ได้มีการขอความร่วมมือให้ประเทศสมาชิกมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของสารออกฤทธิ์ จากสำนักงานควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งในรายชื่อนั้นมีพืชกระท่อมรวมอยู่ด้วย
  • มีการคสบคุมพืชกระท่อมครั้งแรกในรัชกาลที่ 8 มีการออกกฎหมายควบคุมการครอบครอง ปลูก เสพ ซื้อ ขายพืชกระท่อมเป็นครั้งแรก ในพ.ศ. 2486 ระบุว่า “ห้ามผู้ใดเสพ ปลูก ซื้อ ขาย ให้ หรือแลกเปี่ยนพืชกระท่อม เว่นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เพื่อประโยชน์ในการประกอบโรคศิลป์หรือวิทยาศาสตร์ ผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ” ในสมัยก่อนการออกกฎหมายกฏหมายให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดต้องห้าม เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและภาษีของรัฐ เนื่องจากฝิ่นมีการผูกขาดกับรัฐและมีราคาแพง ประชาชนจึงหันมาสูบกระท่อม จึงออกกฏหมายเพื่อไม่ให้คนสูบกระท่อม

 

 

 

 

 

 

เรื่องของ “ต้นกระท่อม” น่ารู้

 พันธุ์ไม้

ต้นกล้วยด่างแดงราคาดีไม่มีตก

ต้นกล้วยด่างแดงราคาดีไม่มีตก

ต้นกล้วยด่างแดงราคาดีไม่มีตก

ถึงกับอ้าปากค้างกับราคาซื้อขายเมื่อช่วงท้ายปี 64 ที่ผ่านมา ต้นกล้วยด่างแดงราคา 10 ล้านบาท คุณพระ!! นี่มันราคาคอนโดหรูใจกลางเมืองชัดๆ …พอสตั๊นเสร็จ ความคิดก็ตามหลังมาว่า สร้างกระแสแน่ๆ ข่าวปลอมชัวร์ เลยรีบหาข่าวจากช่องทางอื่น คุณพระ!! (อีกครั้ง) นี่มันข่าวจริงนี่หว่า นั่งช็อกคาคลิปข่าวไปเลย… ใครจะเชื่อว่าพี่เค้าจะรุ่งจนค่าตัวไปไกลได้ขนาดนี้ ล่าสุดแบกต้นกล้วยด่างแดงราคา 2 ล้านไปเป็นสินสอดแต่งสาว นี่วงการกล้วยด่างมาถึงจุดพีคในพีคแล้วจริงๆ

 

 

ต้นกล้วยด่างแดง หรือกล้วยด่างแดงอินโด หรือกล้วยด่างทับทิมสยาม  เดิมเป็นกล้วยพื้นบ้านมาจากประเทศอินโดนีเซีย ลักษณะทั้งต้นเหมือนกล้วยไทยทั่วไป แต่สีดูยังไงก็ไม่ใช่กล้วย เพราะทั้งต้นเป็นสีน้ำตาลแกมแดงเข้ม สีด่างเกิดที่ใบก็ไม่ใช่ธรรมดาเป็นสีเขียวตองบางต้นอาจมีแซมขาวหรือชมพูอ่อนได้ด้วย เฉพาะแค่สีก็จัดจ้านโดดเด่นแล้ว แต่ที่สุดจริงคือลวดลายด่างจะมีหลายลาย บางลายหายากมากราคาก็แพงมาก และยิ่งถ้าหนึ่งต้นให้ใบด่างที่ลวดลายแต่ละใบไม่เหมือนกันก็จะยิ่งแพงลิบลิ่ว ยกตัวอย่างเช่น ต้นกล้วยด่างแดงราคา 10 ล้านที่เป็นข่าว มีถึง 3 ลายในต้นเดียว คือลายวากิว ลายกาแล็กซี่ และลายตุ๊กแก

แล้วเสน่ห์กล้วยด่างแดงอินโดคืออะไร มันคือความพิเศษในการกลายพันธุ์ของเค้านั่นแหล่ะ แต่ละต้นลูกเล่นลายด่างบนใบจะไม่เหมือนกันเลย ตอนนี้มีให้เห็นกลายพันธุ์ถึงขั้นเป็นสีเหลืองทองทั้งใบ เรียกว่ามีอะไรให้ลุ้นกันตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ที่สำคัญส่วนใหญ่สายพันธุ์นี้ต้นลูกสวยกว่าต้นแม่พันธุ์แทบทั้งนั้น เรียกว่าโอกาสที่จะได้ทุนคืนจากการซื้อมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์นั้นไม่เกินความคาดหวังแน่นอน และถ้าบำรุงดูแลรักษาดีๆกล้วยแดงอินโดจะโตเร็วให้หน่อเร็วทันใจแน่นอน

 

 

คำถามสำคัญของใครหลายคน ถ้าลงทุนตอนนี้จะยังทันไหม ขอให้ความเห็นว่าการลงทุนนั้นมีทั้งขาดทุนกำไรถ้าคุณพร้อมที่จะเสี่ยงไม่มีคำว่าสายเกินไปแน่นอน  เพียงแค่ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ทิศทางการตลาด พร้อมที่จะดูแลเพราะกล้วยด่างไม่ว่าสายพันธุ์ไหนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องให้เวลาเลี้ยงดูบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี ไม่เหมือนคุณไปจับรองเท้า หรือกางเกงยีนส์มาจากแหล่งขายโพสราคาเสร็จก็เก็บไว้ในตู้รอคนมาซื้อ ถ้าซื้อมาเพื่อขายแล้วคุณทำมันตาย อย่าว่าแต่ขาดทุนเลย ของนั้นจะหายวับไปตลอดกาล

 

 

 

 

ต้นกล้วยด่างแดงราคาดีไม่มีตก

 พันธุ์ไม้

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม 

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม 

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นเป็นสารพิษที่อยู่ในควันบุหรี่ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดวลีที่เรามักจะพูดกันว่าคนที่สูบบุหรี่มือสองนั้นจะได้รับโทษมากกว่าคนที่สูบบุหรี่ด้วยตัวเองเสียอีกเพราะสารดังกล่าวที่ออกมาจากควันบุหรี่นั้นเต็มไปด้วยอันตรายมากมายที่ทำให้ผู้สูดควันเข้าไปได้รับอันตรายต่อสุขภาพและยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคอีกมากมาย ดังนั้นหากใครที่มีสมาชิกในบ้านสูบบุหรี่แล้วอยากจะกรองอากาศให้มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการกรองควันบุหรี่วันนี้เราก็มีต้นไม้ประดับที่สามารถกรองควันพิษได้มาแนะนำให้ทุกคนได้ลองปลูกกัน

พลูด่าง ต้นไม้ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนานเนื่องจากมีราคาถูก มีความแข็งแรงทนทาน สามารถปลูกได้ง่ายทั้งในน้ำและในดิน เป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกได้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร มันเป็นไม้เลื้อยที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก สามารถกรองสารพิษในอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม


ปาล์มไผ่ เป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกในอาคารเนื่องจากมีรูปทรงสวยงามและเติบโตค่อนข้างช้า มีความแข็งแรงทนทานสูงและเลี้ยงง่าย ไม่ต้องการแดดมากปลูกในอาคารได้โดยที่ไม่ต้องกังวล สามารถกรองควันพิษจากบุหรี่ได้เป็นอย่างดีเราจึงมักเห็นต้นไม้ชนิดดังกล่าวอยู่ในสถานที่ให้สูบบุหรี่


หนวดปลาหมึกใบกลม เป็นต้นไม้ที่สามารถเติบโตได้ดีในที่ร่มจึงมักนิยมปลูกในอาคารเป็นอย่างมาก มีความแข็งแรงทนทานสูงและมีความสวยงามเฉพาะตัวด้วยลักษณะใบที่กลมและสีเขียวเข้มเป็นมัน ดูแลง่าย เพียงแค่ไม่ให้ฝุ่นเกาะต้นไม้ก็แข็งแรงทนทานได้ด้วยตัวเอง สามารถกรองควันบุหรี่และกรองเบนซินได้อีกด้วย ยังสามารถกรองสารก่อมะเร็งอย่างฟอร์มาลดีไฮด์หรือโทลูอีนได้อีกต่างหาก


ยางอินเดีย เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้ ด้วยฟอร์มต้นที่สวยงามเป็นลำต้นเดี่ยวที่มีใบขนาดใหญ่สีเขียวเข้มมันเงา ทำให้มันได้รับความนิยมในการปลูกในอาคารเป็นอย่างมาก สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้เป็นอย่างดี หากเจริญเติบโตไปแล้วก็จะมีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้นและสามารถย้ายไปปลูกลงดินได้อีกด้วย


รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม

อโกลนีมา เป็นราชาไม้ประดับที่มีความสวยงามแปลกตาเนื่องจากมันเป็นไม้ด่างที่มีสีชมพูเป็นหลัก โดยลักษณะใบนั้นจะคล้ายใบโพธิ์มีความอ้วนแต่ปลายแหลม ใบจะเป็นสีชมพูเข้มไปจนถึงสีชมพูอ่อนแซมด้วยสีเขียวเข้มบริเวณขอบแล้วกระจายเข้ามาด้านใน สามารถเติบโตได้ดีในโลกและมีความแข็งแรงทนทานสูง สามารถฟอกอากาศและกรองสารพิษได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

 

 

 

รวมไม้ประดับ ที่สามารถกรองสารพิษจากควันบุหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม

 พันธุ์ไม้