แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

เชื่อว่าใครหลายๆคนในตอนนี้ … กำลังศึกษาและสนใจที่อยากจะลองหาเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋วมาเลี้ยงกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ! และอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่อยากจะขอแนะนำเลยนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรนกฮูก” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีความน่ารักตะมุตะมิ น่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก เพราะตัวน้องมีลักษณะที่มีรูปร่างทรงกลมออกมนๆหน่อย

 

 

ตัวน้องถูกล้อมรอบไปด้วยหนามอ่อนขนสั้นสีขาว ที่มีการเรียงระดับชั้นอย่างสวยงาม และเมื่อมีการเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ก็จะมีการแตกหน่อเกิดขึ้นมาให้ความรู้สึกคล้ายๆเหมือนตานกฮูก ในส่วนของวิธีการดูแลและการรดน้ำ สายพันธุ์นี้จะเป็นต้นพืชที่ชอบแสงแดดส่องลงมาถึงทั้งวัน ไม่ชอบปริมาณน้ำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงพอ เพราะตัวน้องสามารถทนความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญชอบการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการตัดกิ่ง เพราะเป็นวิธีที่ช่วยทำให้น้องสามารถเจริญเติบโตและอุดมสมบูรณ์อย่างมากที่สุดนั่นเอง จึงเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ควรต้องลองเลี้ยงและดูแล เพราะน้องน่ารักมากจริงๆ

 

แมมมิลลาเรีย เพอร์เบลลา (แมมนกฮูก)

วิธีดูแลต้นไม้

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

อีกหนึ่งสายพันธุ์ของเจ้าแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรจิ๋วที่ไม่ควรพลาดในการเลี้ยงเลยนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ่วแมมตุ๊กตา” คือตัวน้องจะมีความน่ารัก น่าหลงใหลตามชื่อเลย เพราะลักษณะลำตัวของน้องจะเป็นทรงกลมมีความคล้ายคลึงเหมือนตะกร้อลูกเล็ก ถูกล้อมรอบไปด้วยหนามยาวสีขาว สวยงาม ดูยังไงน้องก็มีความน่ารักเหมือนตุ๊กตาจริงๆ

 

 

และเมื่อมีการเจริญเติบโตที่อุดมสมบูรณ์เต็มที่แล้ว น้องจะมีการแตกดอกออกมาให้เรารับชมและดูกันแบบเพลิดเพลืนอีกด้วย ส่วนตัวดอกจะพบเจอได้ทั้งสีขาวเหลือง และสีชมพูน่ารักละมุน จึงทำให้ต้นพืชสายพันธุ์นี้มีความน่ารัก น่าหลงใหลซะเหลือเกิน ใครเห็นก็อยากจะเอาน้องมาลองเลี้ยง

 

 

ซึ่งในส่วนของวิธีการเลี้ยงและการดูแล น้องเป็นต้นพืชที่ชอบแสงแดดแต่จะเป็นแสงแดดเพียงช่วงเช้าเท่านั่น สามารถเอาน้องไปตากไว้บริเวณที่มีแสงแดดได้ประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง และควรมีการรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้น้องมีการเติบโตที่แข็งแรง และสมบูรณ์ที่สุด ส่วนต้นกำเนิดแท้จริงของน้อง อย่างที่ทราบว่าสายพันธุ์นี้จะมาจากประเทศแม็กซิโกกันซะส่วนใหญ่

 

 

แต่ถึงอย่างไรน้องก็มาเติบโตและเป็นที่รู้จักในประเทศไทย และความน่ารัก ความน่าเอ็นดูของน้อง ทำให้มีผู้คนเข้ามาศึกษาและทดลองปลูกน้องกันมากในตอนนี้นั่นเอง เรียกได้ว่าต้องมีประประดับไว้ที่บ้านกันแล้ว

 

 

แมมตุ๊กตา (Mammillaria Gracilis)

วิธีดูแลต้นไม้

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

พลุสีทอง Cylindropuntia Spinosior

สำหรับใครที่กำลังมองหาต้นแคสตัสหรือเจ้ากระบองเพชรจิ๋ว ที่มีความน่ารัก น่าหลงใหล และเลี้ยงง่าย ก็ต้องแนะนำอีกหนึ่งสายพันธุ์นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรจิ๋วพลุสีทอง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแคสตัสที่มีลักษณะคล้ายพลุดอกไม้ไฟ มีสีเหลือง เขียวสวยงามที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณลำต้น ที่เหมาะอย่างมากสำหรับใครที่อยากจะลองหัดเลี้ยงดู สายพันธุ์นี้ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ

โดยส่วนใหญ่ลำต้นของไม้ล้มลุกชนิดนี้ จะเป็นการแตกหน่อที่เป็นทรงยาวสูง ถูกปกคลุมด้วยหนามเรียวยาว มีความรู้สึกคล้ายพลุดอกไม้ไฟ เมื่อลำต้นมีการเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ก็มักจะมีการขยายตัวที่มีการยืดความยาวเพิ่มขึ้น

ส่วนใหญ่วิธีการดูแลและรักษาจะมีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์อื่นๆคือ ไม่ชอบปริมาณน้ำที่มากจนเกินไป ชอบแสงแดดที่รำไรที่มีการส่องอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่จัดจ้าน สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้นพืชชนิดนี้มักจะนิยมปลูกกับดินร่วนปนทราย ที่ต้องการพื้นที่การระบายน้ำออกมา เพื่อที่จะให้ลำต้นและเจ้าแคสตัสมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและแข็งแรง อายุยืนนานที่สุด จึงไม่ควรพลาดอย่างมากเลยจริงๆ หากจะลองศึกษาและลองเลี้ยงครั้งแรก

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Mammillaria plumosa หรือ ขนนกขาว

Mammillaria plumosa หรือ ขนนกขาว

Mammillaria plumosa หรือ ขนนกขาว

สำหรับต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้ต้องบอกเลยว่า มีความน่ารักชวนหลงใหลอย่างมากที่สุด เพราะลักษณะลำต้นที่มีการเจริญเติบโตไม่เหมือนสายพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงอย่างไรก็ไม่อาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อไปกับมันเลย นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรขนนกขาว”

ที่มีลักษณะเป็นลำต้นทรงกลมถูกปกคลุมด้วยหนามที่เป็นขนอ่อนๆสีขาว ให้ความรู้สึกคล้ายขนนก และยิ่งเมื่อมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่ ก็จะออกดอกสีขาวน่ารักเล็กๆ ชวนให้รู้สึกมีความสุขและเพลิดเพลินไปกับมัน โดยต้นพืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากประเทศแม็กซิโก จะเกิดขึ้นตามบริเวณก้อนหินได้เป็นอย่างดี

และเมื่อถูกนำมานิยมที่ประเทศไทย ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ต้องลองเลี้ยงและดูแลกันอย่างมากที่สุดนั่นเอง สำหรับสายพันธุ์นี้จะนิยมปลูกด้วยดินร่วนที่มีความชื้น มีความโปร่งระบายน้ำได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญควรรดน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็คงพอ อีกทั้งยังมีความพิเศษที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งและความร้อนได้ จึงกลายเป็นที่นิยมอีกหนึ่งสายพันธุ์ของแคสต้สขนาดจิ่ว

 

 

Mammillaria plumosa หรือ ขนนกขาว

วิธีดูแลต้นไม้

Faucaria Tuberculosa หรือ กรามเสือ

Faucaria Tuberculosa หรือ กรามเสือ

Faucaria Tuberculosa หรือ กรามเสือ

อีกหนึ่งสายพันธุ์ของแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรที่อยู่ในแถบแอฟริกาใต้ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรามเสือ และมีลำต้นที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ก็คงจะเป็นต้นพืชไหนไม่ได้ นอกจาก “ต้นกระบองเพชรกรามเสือ” นั่นเอง เพราะเป็นอีกหนึ่งต้นพืชขนาดจิ๋วที่ถูกมานิยมเพาะเลี้ยง เพาะปลูกกันจำนวนมาก

โดยจะมีลักษณะลำต้นที่เป็นการเรียงซ้อนทับกัน เป็นพืชไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนนานหลายปี สามารถเลี้ยงดูแลด้วยวิธีที่ง่ายๆ เพราะเป็นพืชที่สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ และสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเลี้ยงหรือดูแลก็สามารถคลายความกังวลไปได้เลยจริงๆ

อีกทั้งตัวลำต้นจะเป็นพืชที่อวบน้ำ เมื่อมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่ ก็มักจะออกดอกออกผลมาให้รับชมกันอย่างสบายตา คือตัวดอกจะเป็นแบบดอกเดี่ยวที่เป็นสีเหลืองกลีบเล็กๆซ้อนกัน ตัวผลจะมีลักษณะที่เป็นวงรี และมีเมล็ดอยู่ภายใน

ส่วนมากมักจะนิยมปลูกกับดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้เป็นอย่างดี ชอบแสงแดดแต่ไม่จ้าจนเกินไป ควรมีการรดน้ำดูแลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ดินและปุ๋ยแคสตัสแห้งแข็งจนเกินไปนั่นเอง เพราะเหตุนี้จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ในการปลูกเลี้ยงดูที่หน้าจับตามองอีกเช่นกัน

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

Haworthia limifolia หรือ ม้าเวียน

หากใครที่กำลังมองหาเจ้าต้นแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรน่ารักขนาดจิ๋ว มาเลี้ยงดูแลเป็นเหมือนเพื่อนที่ให้ความน่ารักและความใส่ใจตลอดเวลา ก็คงต้องขอแนะนำกับอีกหนึ่งสายพันธุ์ของ “ต้นกระบองเพชรม้าเวียน” เพราะเป็นอีกหนึ่งต้นพืชที่มีลักษณะลำต้นที่เตี้ยอวบน้ำ มีการดูแลที่ง่าย แต่อาจจะมีขั้นตอนในการขยายพันธุ์ที่เยอะขึ้นมาหน่อย โดยทั่วไปแล้วเจ้าต้นพืชม้าเวียนจะเป็นใบที่ถูกเรียงสลับกันเรียวยาว มีสีเขียวให้ความรู้สึกคล้ายรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มักจะออกดอกงอกเงยอยู่ทุกปี

โดยดอกจะมีลักษณะที่เป็นช่อ ก้านยาว มีทั้งสีขาว สีเหลือง ซึ่งภายในผลจะมีเมล็ดที่เป็นสีดำอยู่ประมาณ 5 – 10 เมล็ด มีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากทางแอฟริกาและก็ได้ถูกนำมานิยมที่ประเทศไทย จนได้กลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่หน้าจับตามองอีกหนึ่งสายพันธุ์

แต่การปลูกเลี้ยงของต้นพืชชนิดนี้มักจะเป็นการปลูกกับดินร่วนปนทราย ชอบปริมาณน้ำที่ให้ความชุ่มฉ่ำแต่ไม่มากจนเกินไป สามารถทนความแล้งได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญชอบแสงแดดแบบรำไรไม่จัดจนเกินไป จึงทำให้เลี้ยงง่ายและดูแลง่าย

แต่ในขณะเดียวกันสำหรับการขยายพันธุ์พืชมักจะมีหลายขั้นตอนในการทำมากของต้นพืชชนิดนี้ นั่นก็คือ เพาะเมล็ด ปักชำใบ ปักชำยอด และหากต้องการให้ต้นพืชจิ๋วนี้เติบโตเร็วก็ต้องใช้วีธีการทั้ง 3 เข้ามาเป็นตัวช่วยเช่นกัน

 

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Opuntia aciculate

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Opuntia aciculate

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Opuntia aciculate

เป็นอีกหนึ่งต้นกระบองเพชรที่มาจากสายพันธุ์ aciculate เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะรูปร่างที่น่ารักเล็กกะทัดรัด เป็นการแพร่ขยายสายพันธุ์มาจากทางเหนืองของเม็กซิโก เป็นต้นไม้ที่เต็มไปด้วยหนามมากมายซึ่งอยู่ในกลุ่มต้นไม้ที่เป็นผลัดใบและอวบอิ่มด้วยน้ำ ส่วนใหญ่มักจะเติบโตและพบเจออยู่บริเวณบนก้อนหินและภูเขาแห้ง

ซึ่งลักษณะของต้นไม้สายพันธุ์นี้จะมีรูปร่างที่เป็นวงรี คล้ายหูกระต่าย บริเวณปลายมีส่วนที่เป็นโค้ง และมีหนามหรือเข็มที่เกาะกันอยู่เป็นกลุ่มๆ เมื่อโตเต็มที่จะมีผลดอกที่เป็นสีเหลืองทอง หรือสีส้มแดง มาให้เรารับชมความสวยงามของมันนั่นเอง

ส่วนวิธีการเลี้ยงและการดูแลต้นกระบองเพชรนี้ ควรนำไปวางในพื้นที่ที่มีแสงแดดกระทบในยามเช้า เพราะเป็นช่วงที่แดดไม่ร้อนจนเกินไป และต้องรดน้ำเมื่อดินมีความแห้ง ที่สำคัญต้องหมั่นคอยสังเกตุอยู่เสมอว่าจะเกิดโรคและมีแมลงหรือศัครูพืชมาคอยก่กวนหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้สามารถเจริญเติบโตและขยายการแตกหน่อแบบสวยๆให้เราได้ชื่นชม และเอ็นดูในความน่ารักของพืชชนิดนี้นั่นเอง

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

สำหรับต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีผู้คนรู้จัก และนิยมนำมาเลี้ยงดูแลและปลูกกันอยู่ส่วนใหญ่ เพราะเป็นพืชที่มีสามารถออกดอกได้ทุกปี และมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก แถมยังเลี้ยงง่าย ไม่ตายเร็วเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ ยิ่งเฉพาะในช่วงที่หน้าร้อนมักจะมีการออกดอกมาให้รับชมกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าแต่ละครั้งที่ออกดอกจะเป็นสีอะไร โดยส่วนมากจะเป็นสีเหลืองและส้ม มีลักษณะที่เป็นดอกใหญ่น่ารักและเล็กกกะทัดรัดสวยงาม

ส่วนในเรื่องของวิธีการดูแล ควรนำไปวางในพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอ ควรมีการเปลี่ยนดินและรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ดอกของสายพันธุ์นี้ เจริญเติบโตและขยายการแตกหน่อออกมาอย่างสวยงาม ที่สำคัญไม่ควรรดน้ำในจำนวนที่บ่อยครั้งมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ต้นไม้พืชพรรณ มีอาการที่เน่า จนในที่สุดก็อาจจะทำให้ต้นไม้นั้นตายลงไป

ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตุอาการของต้นกระบองเพชรอยู่บ่อยๆ เพราะอาจจะมีแมลงหรือสัตว์ศัตรูพืชมารบกวนหรือก่อกวน ทำให้ต้นไม้ของเราตายเกิดโรคต่างๆ และสำหรับสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะที่เป็นเหมือนรูปทรงกลมคล้ายโลก มีหนามหรือเข็มที่เป็นสีน้ำตาลทอง บริเวณปลายจะเป็นส่วนโค้ง มีการแพร่หลายมาจากรัฐเท็กซัสหรือโกอาวีลา ในเขตความร้อนบริเวณทะเลทราย จนได้กลายมาเป็นไม้ดอกไม้ประดับของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้

 

ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ Hamatocactus setispinus

วิธีดูแลต้นไม้

กล้วยไม้แวนด้า

กล้วยไม้แวนด้า

กล้วยไม้แวนด้า

กล้วยไม้ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ นั้น แท้ที่จริงแล้ว เขามีอยู่ด้วยกันมากมายหลายสกุลเลยล่ะค่ะ ทั้งแคทรียา , ฟาแลนนอปซิน ฯลฯ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงกล้วยไม้สกุลแวนด้าค่ะ

แวนด้า คือกล้วยไม้ประเภทโมโนโพเดี้ยลค่ะ ซึ่งถูกพบในป่าตามธรรมชาติ โดยถูกจำแนกได้เป็นประมาณ 40 ชนิด กระจายกันออยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งอินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย ฯลฯ เราสามารถจำแนกประเภทของแวนด้าได้จากลักษณะของใบค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท นั่นก็คือ

แวนด้าใบกลม

ลักษณะของใบจะเป็นทรงทรงกระบอก กลมยาว ค่ะ มีหลายชนิดด้วยกัน ทั้ง แวนด้าฮุกเกอเรียนา หรือจะเป็นพันธุ์ที่เป็นลูกผสม เช่น แวนด้า โจคิม ซึ่งมาจากการผสมระหว่าง แวนด้า ฮุกเกอเรียนา กับเอื้องโมก เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมา จึงทำให้เลี้ยงได้ง่าย และออกดอกเก่งค่ะ ถ้าหากว่าท่านไหนที่ อยากลองเลี้ยงกล้วยไม้สกุลนี้ดู ขอแนะนำให้เลือกเป็น แวนด้าใบกลม ก่อนค่ะ เนื่องจากแวนด้าใบกลมนั้น ถือเป็นแวนด้าประเภทที่เลี้ยงง่ายที่สุด สามารถปลูกกลางแจ้งได้ค่ะ จึงน่าจะเหมากับมือใหม่ที่ยังไม่มีโรงเรือน แต่ข้อเสียคือดอกมักจะบานได้ไม่นานค่ะ

แวนด้าใบแบน

ลักษณะของใบแผ่แบน มีหน้าตัดตรงใบเป็นรูปตัววี ข้อถี่ และปล้องสั้นค่ะ มีอยู่หลายชนิดด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ฟ้ามุ่ย , สามปอยนก , เข็มขาว เป็นต้น และถ้าหากว่า แวนด้า ที่เลี้ยงง่ายที่สุดคือแวนด้าใบกลมล่ะก็ แวนด้าที่เลี้ยงยากที่สุดก็ต้องยกให้แวนด้าใบแบนเลยค่ะ

แวนด้าใบร่อง

แวนด้าประเภทนี้ไม่ถูกพบในธรรมชาตินะคะ เพราะเกิดจากการนำแวนด้าใบแบน และ แวนด้าก้างปลามาผสมกันค่ะ โดยลักษณะใบจะออกไปทางแวนด้าใบแบนค่ะ ตัวอย่างเช่น แวนด้า บลูมูน , แวนด้า ที เอ็ม เอ เป็นต้น

แวนด้าก้างปลา

กล้วยไม้แวนด้า

แวนด้าประเภทนี้มีลักษณะใบกึ่งกลมกึ่งแบนค่ะ จริง ๆ แล้วแวนด้าประเภทนี้ค่อนข้างหาได้ยาก อีกทั้งยังพบได้น้อยในธรรมชาติอีกด้วยค่ะ เท่าที่พบมี 2 ชนิด ได้แก่ แวนด้า อะเมสเซียนา และแวนด้า คิมบาลเลียนา ซึ่งกล้วยไม้สองชนิดนี้คาดว่าจะไม่ใช่ชนิดแท้ค่ะ เนื่องจากตรวจพบว่ากล้วยไม้สองชนิดนี้เป็นหมัน แวนด้าก้างปลา ที่มีให้พบในปัจจุบันเกิดจากการที่มนุษย์นำมาผสมจนเกิดเป็นสายพัรธุ์ใหม่ค่ะ เช่น แวนด้า มาเจสติก , แวนด้า เอ็มมา แวน ดีเวนเตอร์ เป็นต้น และนี่ก็คือเรื่องราวพอสังเขปของกล้วยไม้สกุลแวนด้านั่นเองนะคะ หากท่านไหนที่สนใจอยากลองเลี้ยงกล้วยไม้สกุลนี้ดู น่าจะถือเป็นอีกสกุลนึงที่มีความสวยงามอีกทั้งยังเลี้ยงไม่ยากอีกด้วยนะคะ

 

 

 

กล้วยไม้แวนด้า

พันธุ์ไม้

Mammillaria bocasana หรือ ลูกแมว

Mammillaria bocasana หรือ ลูกแมว

Mammillaria bocasana หรือ ลูกแมว

อีกหนึ่งต้นกระบองเพชรจิ๋วสายพันธุ์ที่หน้าจับตามองในการนำมาเลี้ยงมาปลูกดูแลนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรลูกแมว” ที่เป็นต้นพืชที่เลี้ยงง่ายโดยมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว และที่สำคัญตัวต้นพืชชนิดนี้ จะมีขนที่คล้ายขนแมวปุยสีขาวออกมาเป็นจำนวนมากเมื่อมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่

ที่สำคัญความสวยงามของต้นพืชชนิดนี้ เมื่อมีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่องจะได้ดอกสีชมพู ม่วงที่ดูแล้วมีความสวยงามอย่างมาก โดยมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแม็กซิโก ที่มักจะเกิดตามก้อนหินในบริเวณนั้น จึงได้นำมาถูกเผยแพร่และเป็นที่นิยมที่ประเทศไทย เพราะการเลี้ยงที่ดูแลง่าย ออกดอกเก่งมากในทุกปี จึงทำให้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ อีกทั้งสามารถปลูกกับดินร่วนและปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้เป็น

อย่างดี โดยอาจจะเป็นการใส่ปุ๋ยหรือสารละลายช้าของปุ๋ยที่มีการทำซ้ำทุกๆ 3 เดือน โดยจะชอบอยู่ในบริเวณที่มีแดดรำไรตลอดเวลา และควรรดน้ำให้ชุ่มฉ่ำพอเหมาะ แต่ไม่ถึงกับต้องเปียกมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ต้นกระบองเพชรลูกแมวเน่าและตายไปในที่สุด ที่สำคัญควรระวังในช่วงหน้าฝนให้เป็นอย่างดี และส่วนการเติบโตที่อุดมสมบูรณ์การขยายพันธุ์ของพืชชนิดนี้ มักจะเป็นวิธีการทำที่เพาะเมล็ดและการปักชำหน่อของต้นกระบองเพชร เพื่อที่จะช่วยให้ต้นพืชชนิดนี้ สามารถเติบโตและอุดมสมบูรณ์ที่สุดนั่นเอง

 

 

พันธุ์ไม้