บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด 1000maidee บทความ

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด

         บอนไซญี่ปุ่น   เป็นไม้ประดับที่ปลูกในกระถาง  ซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน ต่างมีรูปทรงสวยงาม แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการตัดแต่งทรง และพันธุ์ไม้ที่นำมาทำ เป็นบอนไซด้วย  ส่วนในประเทศญี่ปุ่น เราสามารถหาชมบอนไซได้ตามสถานที่ต่างๆ   อย่างเช่น โรงแรม สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ตามบ้านเรือน  หรือตามต่างจังหวัด ที่มีการปลูกบอนไซ

บอนไซญี่ปุ่น เกิดขึ้นในยุคเฮอัน  โดยได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศจีนในยุคของราชวงศ์ถัง  ซึ่งในขณะนั้นได้รับความนิยมแค่ในหมู่ชนชั้นสูงและในหมู่ของซามูไรเท่านั้น     ต่อมาในยุคคามาคุระความนิยมเริ่มลดลง ส่วนใหญ่การปลูกบอนไซจะเป็นแค่งานอดิเรกเพียงอย่างเดียว  และพอเข้าสู่ช่วงยุคเอโดะบอนไซกลับได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งความเฟื่องฟูเลยก็ว่าได้   แต่ความเฟื่องฟูนั้นก็ไม่ได้อยู่นาน   เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคเมจิ  ความนิยมของบอนไซญี่ปุ่นก็เริ่มลดลง   เนื่องจากการดูแลรักษาและระยะเวลาที่ยาวนานในการเลี้ยงดู   ทำให้จะเหลือแค่เฉพาะคนที่สนใจและมีใจรักในบอนไซเท่านั้นที่ยังทำกันอยู่   ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอายุค่อนข้างมากแล้ว  ที่พอจะมีเวลาเหลือในการเฝ้ามองดูต้นไม้เจริญเติบโต     หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจนล่วงเลยมาถึงปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา

บอนไซได้เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่ชาวต่างชาติและได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก  ทำให้หมู่คนญี่ปุ่นเริ่มหันมาให้ความสนใจและเริ่มที่จะปลูกบอนไซกันมากขึ้นนั่นเอง    ถ้าพูดถึงบอนไซหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น  แต่เป็นต้นไม้ที่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไร ที่มีดอก  ใบ  พันธุ์กิ่ง  หรือที่ให้ผล ก็สามารถนำมาทำเป็นบอนไซได้หมด  โดยคนญี่ปุ่นนิยมนำต้นไม้ที่มาปลูกเป็นบอนไซนั้นจะเป็นพวกต้นสนต่างๆ  อย่างต้นสนเกี๊ยะ  หรือต้นสนดำ แต่ต้นไม้อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็นำมาทำได้เหมือนกัน เช่น  ต้นไผ่  ต้นซากุระ  ต้นพลับ  หรือพวกไม้พุ่มเตี้ย   เป็นต้น

บอนไซญี่ปุ่น การปลูกไม้ประดับในกระถางที่มีชื่อเสียงที่สุด

การนำต้นไม้มาปลูกเป็น บอนไซญี่ปุ่น นั้น  แนะนำว่าควรเลือกกระถางที่เป็นเนื้อดินเผา และไม่มีการเคลือบอะไรเลยทั้งสิ้น  ส่วนรูปทรงหรือสีสันก็ให้ดูต้นไม้ที่นำมาปลูกประกอบกันด้วย  เมื่อนำต้นไม้มาปลูกลงในกระถาง   ให้นำมาจัดวางในที่มีแสงแดดส่องถึงได้ดี   และการให้น้ำควรให้แต่พอดี  โดยในแต่ละครั้งที่รดน้ำให้ทำการรดที่รากให้ชุ่ม  จนเต็มกระถาง  และควรที่จะดูแลให้ดี เพราะหัวใจของการปลูกบอนไซนั้นคือ การจัดทรง  ตกแต่งกิ่ง  ให้สวยงาม  นั่นเอง

สาระพันธุ์ไม้ 

พันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีความสำคัญต่อโลกของเราอย่างไร 1000maideeบทความ

พันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีความสำคัญต่อโลกของเราอย่างไร

พันธุ์ไม้ป่าชายเลน มีความสำคัญต่อโลกของเราอย่างไร

              วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูกันครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติพันธ์ไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นพันธ์ไหนๆก็ถือว่าทำให้โลกเราน่าอยู่ทั้งนั้น ด้วยต้นไม้เป็นตัวที่ให้อ๊อกซิเจน และยังช่วยรักษาสมดุลต่างๆของโลก เป็นอาหารของสัตว์ต่างๆที่พักพิง ให้ร่มเงา และอีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบันก็เรียกได้ว่าป่าไม้ในโลกเริ่มลดลงไปอย่างมาก และก็ให้เกิดภาวะเลือนกระจกขึ้นที่ทำให้โลกเราร้อนมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องหันกลับมาช่วยกันดูและรักษาผืนป่าเอาไว้กันด้วย และสำหรับวันเราจะมาดูกันครับกับความสำคัญของป่าชายเลน ที่เป็นพื้นที่ในการอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นที่สืบพันธุ์ ที่อยู่อาศัย ที่วางไข่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์บก หรือครึ่งบกครึ่งน้ำ และอีกมากมายที่มีความสำคัญวันนี้เราจึงอยากพาไปรู้จัก ต้นไม้ในป่าชายเลน 14 ชนิดมีอะไรบ้าง ที่เราควรช่วยกันอนุรักษ์กันเอาไว้

ต้นไม้ในป่าชายเลน 14 ชนิดมีอะไรบ้าง

  • โกงกางใบเล็ก จะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ความสูง 25-35 เมตร ซึ่งต้อนของมันมีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง
  • ต้นกระเพาะปลา ลักษณะเป็นไม้เถาที่มีเนื้อแข็ง ลำต้นมีลักษณะเกลี้ยง เป็นพันธ์ไมด้ที่ขึ้นได้ทุกสภาพของดินเลน
  • เตยทะเล เป็นต้นไม้ที่สามารถเป็นของประดับบ้านได้และมีราคาดี
  • ต้นจาก สำหรับต้นจากจะอยู่ในกลุ่มพืชตระกูลปาล์ม
  • ต้นไทรย้อยใบทู่ สามารถนำมาใช้เป็นไม้ประดับและเป็นร่มเงาได้
  • ต้นพังกาหัวสุมดอกขาว เป็นพันธ์ไม้ที่มีชนาดสูงใหญ่ ด้วยความสูงกว่า 20-30 มตร เลยทีเดียว
  • ต้นลำพูทะเล จัดอยู่ในพันธ์ไม้ยืนต้น ความสูงของมันอยู่ที่ประมาณ 6-15 เมตร สามารถนำมาต้มเป็นยา ขับพยาธิได้

  • ต้นโปรงแดง สรรพคุณทางยานำมารักษาได้หลายอาการทั้งท้องผูก แก้อาเจียน งูสวัด เริม และอีกมากมาย
  • ต้นตาตุ้มทะเล ลักษณะเป็นไม้ยืนต้น สามารถนำเอาทุกส่วนของต้นมาปรุงเป็นยารักษาโรคได้
  • ต้นฝาดดอกขาว สามารถนำยอดอ่อนของต้นมาต้มใช้เป็นยาแก้ท้องอืดได้
  • ต้นเป้งทะเล มีสรรพคุณพิเศษในการแก้พิษของปลาดุกทะเลได้ และอกีหลายอย่าง
  • ต้นปรงทะเล สามารถนำมาใช้แก้พิษของยางไม้ที่เข้าตาได้
  • ต้นตะบูนดำ เป็นไม้ยืนต้นที่มีชนาดใหญ่ ตั้งแต่ 20-30 เมตร ขึ้นไป สามารถใช้เปลือของมันมาฟอกหนังสัตว์ได้
  • ต้นมะคะ มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดกลาง สูงที่ประมาณ 8 เมตร และสูงกว่า 30 เมตร ก็มี มักจะขึ้นตามป่าชายเลน

สาระพันธุ์ไม้ 

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม 1000maidee บทความ

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

       ถ้าพูดถึงต้นพญาสัตบรรณอาจจะไม่คุ้นหูกันนัก ส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อต้นตีนเป็ดซะมากกว่า ถ้าพูดถึงต้นตีนเป็ดแล้วนั้น หลาย ๆ คนต้องนึกถึงกลิ่น บ้างก็ว่ามีกลิ่นหอม บ้างก็ว่ามีกลิ่นเหม็น และกลิ่นของมันยังเป็นกลิ่นที่บ่งบอกว่าฤดูหนาวมาถึงแล้ว ต้นพญาสัตบรรณหรือต้นตีนเป็ดนั้นยังมีประโยชน์ที่เราอาจนึกไม่ถึง จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

ต้นพญาสัตบรรณหรือต้นตีนเป็ดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วประเทศไทย พบอยู่ในป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ  เป็นไม้ที่จัดอยู่ในตระกูลโมก เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดสูงใหญ่ สามารถโตได้ถึง 15-35 เมตร เนื้อไม้อ่อนและเหนียวสีเหลืองอ่อน สีเปลือกจะออกเทาอมน้ำตาลเทา ลักษณะต้นเป็นพุ่มสูงบนพุ่มทรงแหลม เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบรี  มีติ่งที่ปลายใบ มีผลเป็นฝักยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร  มักจะออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีขาวนวลปนเขียว จะออกดอกช่วงใกล้หน้าหนาวประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม มีกลิ่นฉุนและจะมีกลิ่นแรงพิเศษในช่วงกลางคืน บางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย

ประโยชน์ของต้นพญาสัตบรรณ ต้นพญาสัตบรรณนอกจากช่วยเป็นร่มเงาให้ร่มเย็นแล้วนั้น ยังถือเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งด้วย มีสรรพคุณดังนี้

  • เปลือกลำต้น เปลือกของต้นมีรสขม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน ยังสามารถแก้ไอ แก้หวัด แก้ไข้มาเรเลีย ช่วยบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ  รักษาโรคบิด แก้อาการท้องร่วง โรคลำไส้และยังรักษาลำไส้ติดเชื้อ ขับพยาธิไส้เดือน ขับน้ำเหลือง ขับน้ำนม ขับฤดูของผู้หญิง แก้หลอดลมอักเสบ สมานลำไส้ เจริญอาหาร เป็นยาขม นอกจากนี้เปลือกของลำต้น เมื่อนำไปต้มอาบสามารถลดผื่นคันได้อีกด้วย
  • ยาง น้ำยางจากลำต้น มีประโยชน์ใช้หยอดหู เพื่อลดอาการปวดหู นำไปทำยาสามารถรักษาแผลเน่าเปื่อย และยังช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน

  • ใบอ่อน ในส่วนของใบ นำมาต้มเพื่อดื่มจะช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด และยังสามารถนำใบบดมาพอกแก้พิษได้
  • ดอก ดอกของต้นพญาสัตบรรณนั้นมีช่วยแก้ไข้ลดอาการตัวร้อน และแก้เลือดพิสดาร
  • ราก รากสามารถนำไปต้มดื่ม ช่วยขับลม
  • กระพรี้ มีส่วนช่วยบำรุงภายในของผู้หญิง ช่วยขับให้เลือดดก เหมาะสำหรับสตรีที่รอบเดือนมาน้อย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน

ประโยชน์ต้นพญาสัตบรรณ มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

  • เนื้อไม้ ของต้นพญาสัตบรรณสามารถนำมาทำเป็นสิ่งของเพื่อใช้ อาทิเช่น  หีบไม้ รองเท้าไม้  ทำเก้าอี้ ทำโต๊ะ ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน  นอกจากนี้ยังประดิษฐ์เป็นสิ่งของน่ารัก ๆ เช่น กระถางต้นไม้ โมเดลมด เป็นต้น แต่ด้วยลักษณะเป็นไม้เนื้ออ่อนไม่มีความแข็งแรง จึงไม่สามารถนำมาใช้กับสิ่งปลูกสร้างได้

อย่างไรก็ตามต้นสัตบรรณนั้นมีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว

สาระพันธุ์ไม้ 

เครื่องจักรอุปกรณ์ ทางการเกษตร สำหรับเกษตรกรยุคใหม่

เครื่องจักรอุปกรณ์ ทางการเกษตร สำหรับเกษตรกรยุคใหม่

เครื่องจักรอุปกรณ์ ทางการเกษตร สำหรับเกษตรกรยุคใหม่

        อุปกรณ์ทางการเกษตร อย่างเครื่องจักร เป็นตัวช่วยสำคัญในการทำเกษตรยุคปัจจุบัน เพราะทำให้มีขั้นตอนการทำงานที่ง่ายขึ้น ผลตอบแทนดีขึ้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างรวดเร็ว ลดการใช้แรงงานคน ปัจจุบันเครื่องจักรมีราคาถูกลง เพราะมีการพัฒนารุ่นใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ เครื่องจักรช่วยประหยัดต้นทุน ประหยัดเวลา และใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยากอีกด้วย

เครื่องจักรอุปกรณ์ ทางการเกษตร สำหรับเกษตรกรยุคใหม่ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทางเกษตรกรในประเทศ และต่างประเทศ เป็นเครื่องมือเกษตรที่ถูกผลิตขึ้นด้วยชิ้นส่วนหลายส่วน เข้าด้วยกัน พร้อมกับสร้างระบบเครื่องยนต์ช่วยในการทำงานและเคลื่อนที่ ซึ่งเครื่องจักรกลเกษตรมีหลายชนิด แบ่งออกตามลักษณะการทำงาน เป็น 5 กลุ่ม คือ

  • เครื่องจักรกลที่ใช้เตรียมดิน ยกตัวอย่างเช่น รถแทรกเตอร์ รถไถ ควายเหล็ก
  • เครื่องจักรกลที่ใช้ในการปลูกพืช ยกตัวอย่างเช่น เครื่องหยอดข้าวแห้ง เครื่องปลูกข้าว 4 แถว เครื่องสูบน้ำ เครื่องฉีดยา เครื่องหว่าน เป็นต้น
  • เครื่องจักรกลที่ใช้ในการดูแลพืช ยกตัวอย่างเช่น เครื่องใส่ปุ๋ย เครื่องพ่นสารเคมี เครื่องกำจัดวัชพืชและถากหญ้า เป็นต้น
  • เครื่องจักรกลที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ยกตัวอย่างเช่น รถเกี่ยวข้าว เครื่องนวดข้าว เครื่องแยกข้าว เครื่องสีแป้ง รถขุดมัน เครื่องเกี่ยวอ้อย เป็นต้น
  • เครื่องจักรกลที่ใช้ในการลดความชื้นเมล็ดพืช ยกตัวอย่างเช่น เครื่องลดความชื้นแบบกระบะ เครื่องลดความชื้นแบบถังหมุนเวียน เครื่องลดความชื้นแบบคอลัมน์  เครื่องลดความชื้นแบบเมล็ดไหลคลุกเคล้า   เครื่องลดความชื้นแบบฟลูอิดไดซ์-เบค เป็นต้น

ประโยชน์ของเครื่องจักร มีดังต่อไปนี้

  • เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรประหยัดระยะเวลาในการทำงาน ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็ว ทันต่อช่วงเวลาที่ต้องการหรือของการเพาะปลูกที่มีจำกัด
  • เมื่อมีเครื่องจักรก็สามารถใช้แรงงานเครื่องจักร ลดปัญหาคนไม่เพียงพอ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจ้างแรงงานคน
  • ช่วยให้เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกได้มากขึ้น
  • ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้ละเอียด ประณีต ยิ่งขึ้น เช่น ขั้นตอนการปลูก ขั้นตอนการกำจัดวัชพืช ขั้นตอนใส่ปุ๋ย ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและการนวด ทำให้ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นต้น
  • เพิ่มผลผลิตได้มากยิ่งขึ้น เพราะเครื่องจักรช่วยในการลดความสูญเสีย ผลิตผลในช่วงการเก็บเกี่ยวและการนวด
  • ช่วยให้เกษตรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นมากกว่าการใช้แรงงานคน เพราะ เครื่องจักรเป็นตัวช่วยในการเก็บผลผลิตช่วยเก็บผลผลิตได้เยอะยิ่งขึ้น ประหยัดค่าแรง ลดต้นทุน

เครื่องจักรทางการเกษตรเป็นเครื่องมือที่ช่วยตอบโจทย์เกษตรกร ได้อย่างดี เครื่องจักรที่ส่วนใหญ่เป็นที่นิยม ได้แก่ รถแทรกเตอร์ รถตัดอ้อย รถไถ รถเกี่ยวข้าว เป็นต้น  ซึ่งเครื่องจักรเหล่านี้ ช่วยในการจัดการงานสวนได้รวดเร็ว ประหยัดเวลา ทั้งช่วยลดปัญหาเรื่องการหาคน อีกทั้งยังมีระบบการทำงานที่ประณีต ละเอียดช่วยให้เก็บผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้แก่ชาวไร่ชาวสวนอีกด้วย

วิธีดูแลต้นไม้

ศิลปะของบอนไซ วัฒนธรรมการปลูกต้นไม้ที่นที่รู้จักกันทั่วโลก 1000maidee บทความ

ศิลปะของบอนไซ วัฒนธรรมการปลูกต้นไม้ที่นที่รู้จักกันทั่วโลก

ศิลปะของบอนไซ วัฒนธรรมการปลูกต้นไม้ที่นที่รู้จักกันทั่วโลก

        ศิลปะของบอนไซThe Art of Bonsai กล่าวได้ว่าเป็นวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  การทำบอนไซนั้นต้องใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นบอนไซที่สวยงาม    มองดูเหมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ   เพียงแต่เราได้นำรูปแบบของต้นไม้ใหญ่มาย่อสวนในกระถางด้วยฝีมือของเรานั่นเอง    ซึ่งต้องอาศัยความรู้  ความชำนาญ  ประสบการณ์ และระยะเวลา  ในการทำ

ศิลปะของบอนไซ   คืองานศิลปะที่มีชีวิต  เพราะบอนไซนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตในการทำอย่างมาก  ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการสร้างเป็นปีกว่าที่จะได้บอนไซในรูปแบบที่ต้องการ   ดังนั้นเมื่อใช้เวลานานจึงทำให้มูลค่าของบอนไซเพิ่มสูงขึ้น    ถ้าจะแปลความหมายของบอนไซนั้น   เดิมเป็นคำที่ออกเสียงเพี้ยนมาจากภาษาจีน  คำว่า “เผินใจ่”   พอออกเสียงเพื้ยนมากเข้าเลยกลายเป็น “บอน”  แปลว่า “กระถาง”  ส่วนไซนั้น แปลว่า “ต้นไม้”  เมื่อนำมารวมกันจะให้ความหมายว่า “ต้นไม้ที่จัดวางในกระถาง”  จุดประสงค์ในการทำบอนไซขึ้นมาคือต้องการจะย่อส่วนของต้นไม้ใหญ่ เพื่อมาประดับไว้ในบ้านทำให้ดูสวยงาม

โดยผู้ที่คิดริเริ่มทำบอนไซคนแรก คือ “ตู๋หวยหมิง”  ซึ่งเป็นจินตกวี ของประเทศจีน   ปัจจุบันบอนไซแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ  ไม้จากป่า  กับไม้จากสวน   ซึ่งแตกต่างกันในเรื่องของต้นกำเนิด  ถ้าเป็นไม้จากป่าจะขึ้นเองตามธรรมชาติ  ส่วนไม้จากสวนจะเกิดขึ้นเพราะฝีมือมนุษย์ได้ทำการเพาะเมล็ด  หรือการชำกิ่ง  โดยเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กจนเติบโตเป็นไม้ใหญ่   แต่เมื่อเทียบกันแล้วไม้ป่าจะมีราคาแพงกว่า  เพราะไม้ป่าจะหายากและมีกฎหมายห้ามขุดนื่องจากเป็นเขตอนุรักษ์   แต่ที่ยังมีขายกันอยู่จะเป็นไม้เก่าที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนั่นเอง  เอกลักษณ์ของไม้จะไม่เหมือนกัน   อย่างไม้ป่าจะมีความแปลกของลำต้นตรงที่จะเจอความโหดร้ายจากภัยธรรมชาติ  ทำให้เกิดเป็นซากเกาะติดอยู่ที่ลำต้น มองดูคล้ายงานศิลปะ ซึ่งทำให้เกิดเป็นไม้ที่มีคุณค่า   แต่ถ้าเป็นไม้สวนนั้นจะไม่มีซากที่เกิดจากธรรมชาติที่ต้นไม้  ดังนั้นคนที่เลี้่ยงบอนไซจึงต้องเติมแต่งเลียนแบบต้นไม้ให้คล้ายคลึงกับต้นไม้จากป่ามากที่สุด  ซึ่งทำให้ขาดเสน่ห์ไป

ศิลปะของบอนไซ   นอกจากจะเป็นแค่งานศิลปะแล้ว  บอนไซยังถือว่าเป็นวัตถุมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่ง  ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เราได้จ้องมองดู  หรือแม้แต่การลงมือทำ    ก็จะรู้สึกว่าจิตใจสงบ   ผ่อนคลาย  เหมือนกับเรากำลังตกอยู่ในภวังค์หรือต้องมนต์สะกด   ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์และยังถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของบอนไซอีกด้วย

สาระพันธุ์ไม้

หน้าที่ของลำต้น ทำความรู้จักส่วนสำคัญของต้นไม้ 1000maidee บทความ

หน้าที่ของลำต้น ทำความรู้จักส่วนสำคัญของต้นไม้

หน้าที่ของลำต้น ทำความรู้จักส่วนสำคัญของต้นไม้

        ก่อนอื่นเลยเราต้องมาทำความรู้จักของลำต้นกันก่อนเลย โดยทั่วไปแล้ว ลำต้น มีไว้พยุงทุก ๆ ส่วนของต้นไม้ หรือพืชต่าง ๆ ลำต้น นั่นก็คือ

หน้าที่ของลำต้น ทำความรู้จักส่วนสำคัญของต้นไม้

ลำต้นเหนือดิน (Terrestrial stem) เป็นลำต้นที่อยู่เหนือพื้นดินทั่วไปของลักษณะพืชส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ใหญ่ ไม้ล้มลุก ไม่พุ่ม ทั้งที่เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้ออ่อน ลำต้นเหนือดินจำหน้าที่แตกต่างกัน

หน้าที่ของลำต้น ทำความรู้จักส่วนสำคัญของต้นไม้

ลำต้นทอดหรือเลื้อยขนานไปตามผิวดินหรือผิวน้ำ ( Creeping stem ) เช่น สตรอเบอรี่ ฟักทอง หญ้า ผักบุ้ง เป็นต้น

ลำต้นไต่ขึ้นที่สูงโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ( Climbing stem ) แบ่งออกเป็น

  • ลำต้นไต่ขึ้นที่สูง โดยใช้ลำต้นพันกับหลักเป็นเกลียว จำพวก เถาวัลย์ บอระเพ็ด ถั่ว
  • ลำต้นไต่ขึ้นที่สูง โดยใช้ส่วนของลำต้นดัดแปลงไปเป็นมือเกาะ เพื่อพันไต่ขึ้นที่สูง จะบิดเกลียวคล้ายสปริงเพื่อให้ยืดหยุ่น อย่างเช่น องุ่น บวบ แตงกวา พวงชมพู และอื่น ๆ อีกมากมาย

ลำต้นใต้ดิน (Underground stem)

  • Rhizome ลำต้นใต้ดินหรือที่หลาย ๆ คนเข้าใจว่า เหง้า แง่ง ราก มีข้อปล้องที่เห็นได้ชัดเจน ตามข้อมีใบ ได้แก่ ขิง ข่า ขมิ้น เป็นต้น
  • Tuber ลำต้นใต้ดินสะสมอาหาร ทำให้อวบอ้วน บริเวณที่เป็นตาจะไม่อ้วนเป็นรอยบุ๋ม เช่น มันฝรั่ง
  • Bulb ลำต้นใต้ดินที่มีข้อปล้องสั้นมาก ตามปล้องมีใบซ้อนกันหลายชั้น ห่อหุ้มลำต้นเอาไว้และสะสมอาหาร เช่น หอม กระเทียม เป็นต้น
  • Corm ลำต้นใต้ดินชนิดที่ตั้งตรง มีลักษณะคล้ายกับ Bulb แต่เก็บสะสมอาหารไว้ในลำต้นทำให้เห็นลำต้นที่อวบอ้วน ตามข้อนั้นมีใบเกล็ดหุ้มอยู่ มีตางอกตามข้อ เช่น แห้ม เผือก เป็นต้น

ส่วนประกอบของลำต้น

  • ปลายยอด เป็นบริเวณที่มีการเจริญเติบโต เป็นส่วนที่ทำให้ลำต้นขยายขนาด
  • ตา เป็นโครงสร้างที่ยอดหรือที่ซอกใบเจริญไปเป็นกิ่ง
  • กิ่ง เป็นส่วนที่เจริญออกมาจากลำต้น
  • ข้อ บริเวณลำต้นที่มีใบ มีรอยต่อเป็นระยะ
  • ปล้อง เป็นบริเวณลำต้นที่อยู่ระหว่างข้อ

หน้าที่ของลำต้น

       มีหน้าที่เป็นแกนสำหรับไว้ใช้พยุง กิ่งก้าน ใบ และดอก ให้ได้รับแสงแดดมากที่สุด เนื่องจากพืชจำเป็นต้องมีการสังเคราะห์ด้วยแสง แสงแดดจำเป็นต่อกระบวนการสร้างอาหารของพืช จึงต้องมีกระบวนการที่จะได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ลำต้นเป็นตัวกลางในการลำเลียง น้ำ แร่ธาตุและอาหาร ส่งผ่านไปบังส่วนต่าง ๆ ของพืช รวมไปถึงต้องผ่านลำต้น คือ เมื่อลำต้นได้รับน้ำ อาหาร แร่ธาตุ ที่ส่งมาจากรากแล้ว ลำต้นจะลำเลียงไปยังใบและส่วนต่าง ๆ ของพืช เมื่อใบสังเคราะห์ด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงแล้วจะส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช

สาระพันธุ์ไม้

พืชเศรษฐกิจของไทย ที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ

พืชเศรษฐกิจของไทย ที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ

พืชเศรษฐกิจของไทย ที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ

            การทำเกษตรกรรม เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานค่ะ ในการผลิตผลิตผลแต่ละครั้งนั้น นอกจากเราจะสามารถนำพืชไร่ พืชสวน เหล่านั้นมาใช้ในการอุปโภคบริโภคแล้วนั้น ผลิตผลต่าง ๆ ที่เราผลิตออกมานั้น ก็ยังสามารถนำมาแปรรูปและส่งออกเพื่อสร้างรายได้ให้กับเราได้อีกด้วยค่ะ แล้วพืชเศรษฐกิจมีอะไรบ้างล่ะ ? ถ้าอยากรู้ว่าพืชเศรษฐกิจมีอะไรบ้าง เราไปชมกันเลย พืชเศรษฐกิจที่คนนิยมปลูก และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรรวมถึงประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำค่ะ นั่นก็คือ

  • ข้าว

นอกจากข้าวจะเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้จากการส่งออกอีกด้วยค่ะ โดยข้าวนั้นก็มีหลากหลายพันธุ์ด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวเหนียว, ข้าวหอม, ข้าวขาวพื้นแข็ง แต่พันธุ์ข้าวที่คนชาติอื่น ๆ ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณภาพดีที่สุดในโลกก็คือ  “ข้าวหอมมะลิ” นั่นเองค่า ในส่วนของพันธุ์ข้าวที่ถูกส่งออกมากที่สุดก็คือ ข้าวขาวพื้นแข็ง ค่ะ

พืชเศรษฐกิจของไทย ที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ 1000maidee บทความ

  • ยางพารา

ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งออกเป็นจำนวนมากรองลงมาจากข้าวเลยค่ะ เนื่องจากน้ำยางพารานั้นสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้มากมายหลายอย่างค่ะ ทั้ง ยางรถยนต์ , ยางกันรั่วซึม เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันนอกจากภาคใต้แล้ว ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เริ่มมีการปลูกยางพารากันมากเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

  • อ้อย

เป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่เป็นที่เป็นที่ต้องการของต่างชาติมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งในการส่งออกก็มีทั้งแบบที่ส่งไปเป็นน้ำตาลที่ผ่านการแปรรูปแล้วและการส่งอ้อยไปเป็นวัตถุดิบอีกด้วยค่ะ ต้องบอกว่าการส่งออกอ้อยและสร้างรายได้ของประเทศเรานั้นเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียวเชียวค่ะ  และเนื่องจากว่าอ้อยค่อนข้างปลูกได้ง่ายและมีราคาดี อีกทั้งยังเก็บเกี่ยวรวดเร็ว จึงทำให้เกษตรกรเริ่มหันมาสนใจปลูกอ้อยกันจำนวนมากขึ้นค่ะ

  • มันสำปะหลัง

เนื่องจากมันสำปะหลังมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง จึงถูกนำมาใช้ประกอบอาหารให้กับทั้งคนและนำไปผลิตเป็นอาหารให้กับสัตว์ได้อีกด้วย อีกทั้งการปลูกมันสำปะหลังนั้นไม่ยุ่งยากและให้ผลผลิตที่ดี จึงกลายมาเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่เกษตรกรให้ความสนใจค่ะ

พืชเศรษฐกิจของไทย ที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ 1000maidee บทความ

  • ปาล์มน้ำมัน

ปาล์มเป็นหนึ่งในพืชไร่ประเภทให้น้ำมันค่ะ ซึ่งการนำปาล์มมาสกัดเป็นน้ำมันนั้น สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศได้ดีเลยทีเดียวค่ะ เพราะน้ำมันปาล์มสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิดเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เนยเทียม นมข้นหวาน สบู่ เป็นต้น อีกทั้งยังปลูกและดูแลได้ง่ายอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่ปาล์มก็เป็นพืชไร่อีกหนึ่งชนิดที่คนให้ความสนใจกัน

ตอนนี้ก็ทราบกันแล้วนะคะว่า พืชเศรษฐกิจมีอะไรบ้าง และนี่ก็คือพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศของเราค่ะ

สาระพันธุ์ไม้

เกษตรสมัยใหม่ กับเครื่องมืออุปกรณ์นวัตกรรม 1000maidee บทความ

เกษตรสมัยใหม่ กับเครื่องมืออุปกรณ์นวัตกรรม

เกษตรสมัยใหม่ กับเครื่องมืออุปกรณ์นวัตกรรม

        เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการเกษตรสมัยใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นการช่วยทุ่นแรง ชาวสวน ชาวเกษตรกร ด้วยการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ เพื่อปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยในปัจจุบัน และยังช่วยในเรื่องของประหยัดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ เกษตรกรุ่นใหม่ได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการเกษตรสมัยใหม่จะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ

ในยุคสมัยของ เกษตรกรยุคใหม่ (Smart Farmer) มีการปรับปรุง หรือคิดค้น นวัตกรรมอุปกรณ์ขึ้นมาใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากสะดวกแก่ชาวสวนแล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกด้วย

อุปกรณ์ทางการ เกษตรสมัยใหม่

  • เปลี่ยนการให้น้ำในรูปแบบใหม่ ด้วยการใช้ระบบการให้น้ำใต้ดิน จากที่สมัยก่อนเกษตรมักจะให้น้ำพืชผล ผ่านการใช้หัวสปริงเกอร์ ระบบน้ำหยด หรือ พ่นละออง วิธีการดั้งเดิมเหล่านั้น ทำให้สิ้นเปลืองน้ำ สูญเสียน้ำบนดินเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ดินมีความหนาแน่นสูง ต้องใช้จ่ายในการจัดการน้ำมากขึ้น
  • เว็บไซต์วางแผนเพาะปลูก Farmbook.co เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้การทำเกษตรง่ายขึ้น เพราะเป็นเว็บไซต์ที่จะคอยช่วยเหลือ วางแผนการผลิต นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ สภาพอากาศ ความสมบูรณ์ของดิน ปัญหาของโรคที่พบเจอ และยังสามารถแชร์อุปกรณ์ทางการเกษตร แรงงาน วัตถุดิบ เป็นการลดต้นทุน เพิ่อเพิ่มช่องทางในการขายผลผลิตอีกด้วย

  • เครื่องผลิตปุ๋ยหมักและผสมดินสำหรับปลูก เป็นการคิดค้นวิธีแก้การเผาใบไม้ ของกลุ่มสัมมาชีพบ้านท่าช้าง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อลดหมอกควันจากใบลำไย โดยการให้ชาวสวนนำใบไม้มาแลกเป็นปุ๋ยหมักและดินปลูก จึงเกิดเครื่องบดผสมปุ๋ยหมักและดินปลูกขึ้นมา
  • เครื่องตัดหญ้าโซลาร์เซลล์ เป็นการคิดค้นแนวคิดมาจากการต้องการลดต้นทุนในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้ผลิตเครื่องตัดหญ้าที่ใช้งานได้ทั้งแบตเตอรี่ทั้งพลังงานได้จากแสงแดดเหมาะสำหรับใช้งานตามบ้านเรือน และยังได้พัฒนาเป็นระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้าสะพายหลัง เหมาะสำหรับใช้ในไร่ในสวนอีกด้วย
  •   แอพพลิเคชั่น GetzTrac เทคโนโลยีจองรถเกี่ยวข้าว เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจองรถ จ้างรถ และอุปกรณ์ทางการเกษตร โดยเปิดให้จอง รถเกี่ยวข้าวกว่า 400 คัน ทั่วไทย สามารถจองล่วงหน้า 1 เดือน ค่าบริการ 450 บาท ต่อไร่ นอกจากนี้ยังสามารถจอง โดรนสำหรับพ่นยา หว่านปุ๋ย ค่าบริการ 120 บาทต่อไร่ และ สามารถจองรถแทรกเตอร์ เพื่อเตรียมดินก่อนปลูก ค่าบริการ 500 บาท ต่อไร่ ถือเป็นแอพที่ช่วยเกษตรได้อย่างดีเลยทีเดียว

เกษตรสมัยใหม่ กับเครื่องมืออุปกรณ์นวัตกรรม

และทั้งหมดนี้เป็นเพียงนวัตกรรมบางส่วนที่ช่วยให้เกษตรกรทุก ๆ ภาค มีเครื่องมือทางการเกษตรที่ทันสมัย ช่วยทุ่นแรง ลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามาถเพิ่มการขาย และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมการเกษตรใหม่ๆ ด้วย

สาระพันธุ์ไม้

รู้จักกับบอนไซ ชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งรึป่าว 1000maidee บทความ

รู้จักกับบอนไซ ชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งรึป่าว?

รู้จักกับบอนไซ ชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งรึป่าว?

รู้จักกับบอนไซ   หลายคนคงเข้าใจว่าบอนไซนั้นเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง  ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น  บอนไซคือการนำต้นไม้ชนิดหนึ่งมาปลูกในกระถางแล้วทำการตัดแต่ง  ดัดแปลงรูปทรงของกิ่งใบให้มีลักษณะคล้ายกับต้นไม้ใหญ่ แต่เป็นแบบขนาดย่อส่วนลงมานั่นเอง

ต้นกำเนิดของ บอนไซ นั้นเกิดขึ้นที่ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์จิ้น โดย นักจินตกวี  ที่มีชื่อว่า หยวน-หมิง   ได้เป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้ ริเริ่มการปลูกต้นไม้ลงในกระถางเป็นคนแรกๆ   ต่อมาในสมัยราชวงศ์มิงและราชวงศ์ชิง บอนไซได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น  ในชื่อว่า  “เผินชิง”  ซึ่งในสมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก  ทำให้ผู้คนต่างหันมาสนใจและศึกษาการปลูกบอนไซเป็นงานอดิเรกกันเป็นจำนวนมาก  พอเข้าสู่ช่วงปี พ.ศ.2443  ได้มีการนำเอาศิลปะการวาดมาประยุกต์ใช้กับการปลูกบอนไซ  และถูกเรียกกันว่า “หลิงหนานพ่าย”  จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปะแขนงหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “เผินใจ”  และในปัจจุบันนี้ได้ใช้ชื่อว่า “บอนไซ”

อย่างที่หลายๆคนรู้จัก   “บอน” คือกระถาง  “ไซ” คือต้นไม้   เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง  ต้นไม้ที่ปลูกลงในกระถางแบบย่อส่วน โดยการสร้างสรรค์ให้เกิดรูปทรงต่างๆ  ต่อมาบอนไซ ได้ถูกแพร่หลายไปในประเทศญี่ปุ่นและในประเทศทางฝั่งตะวันตกจนได้รับความนิยม   จึงทำให้เกิดการจัดตั้งสมาคมบอนไซขึ้น   และยกระดับมาเป็นสหพันธ์บอนไซโลก  โดยจุดประสงค์เพื่อให้บอนไซเป็นศิลปะเชื่อมสัมพันธ์แห่งสันติภาพของโลก

รู้จักกับบอนไซ ชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งรึป่าว?

ส่วนในประเทศไทยนั้นคาดว่าจะเริ่มเมื่อสมัยอยุธยา   โดยชาวญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้ามาเผยแพร่จนทำให้ได้ รู้จักกับบอนไซ  ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  บอนไซไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่คนจะหันไปเล่นไม้ดัดมากกว่าไม้แคระ   ซึ่งไม้แคระนั้นจะนิยมนำมาทำบอนไซกัน    แต่ในปัจจุบันนี้การปลูกบอนไซได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย    และได้มีการจัดตั้งสมาคมผู้เพาะเลี้ยงบอนไซในประเทศไทยขึ้น  โดยได้มีการแลกเปลี่ยนเทคนิคและประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดคุณภาพและมาตรฐานจนทำให้บอนไซ สามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้ทำบอนไซได้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไม้ยืนต้น  ที่มีอายุยืนยาว  และควรเลือกที่เป็นใบสีเขียวสด  เพราะจะทำให้การทำบอนไซนั้นออกมาดูสวยงาม   สำหรับประเทศไทยต้นไม้ที่นิยมนำมาทำบอนไซมีหลากหลายชนิดด้วยกัน  อย่างเช่น  ต้นตะโก  เกล็ดปลาหมอ  โมก  ชาฮกเกี้ยน  เป็นต้น   ฉะนั้นถ้าเราได้ รู้จักกับบอนไซ อย่างดีแล้ว  เราจะรู้เลยว่าบอนไซไม่ได้เกี่ยวกับการปลูกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่บอนไซคือศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งที่บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของบอนไซนั่นเอง

สาระพันธุ์ไม้

พืชดอกช่อ มาทำความรู้จักจำแนกได้หลายประเภท 1000maidee บทความ

พืชดอกช่อ มาทำความรู้จักจำแนกได้หลายประเภท

พืชดอกช่อ มาทำความรู้จักจำแนกได้หลายประเภท

        หากจะพูดถึงการจำแนก พืชดอกช่อ สามารถจำแนกได้ออกหลายประเภท วันนี้เราจะมาจำแนกตามชนิดของดอก สามารถแบ่งได้เป็น ดอกเดี่ยว ดอกช่อ

ดอกเดี่ยว (Solitary Flower) : เป็นดอกไม้ที่มีดอกอยู่เพียงดอกเดียวบนก้านชูดอกเพียงก้านเดียว เป็นดอกที่พัฒนามาจากตาดอก 1 ตา เกิดเป็นดอกไม้ 1 ดอกบนก้านดอก 1 ก้าน เช่น ฟักทอง ดอกจำปี ดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกชบา ดอกมะเขือ

ดอกช่อ (Inflorescence Flower) : กลุ่มของดอกไม้หลายดอกที่ปรากฏอยู่บนก้านดอกเดียวกัน โดยแต่ละดอกจะมีดอกย่อย (Floret) และมีใบประดับ (Bract) บริเวณโคนก้านดอกย่อย (Pedicel) ที่ตั้งอยู่บนฐานของก้านช่อดอกเป็นดอกหลาย ๆ ดอกที่อยู่บนก้านเดียวกัน เช่น ดอกหางนกยูง ดอกผกากรอง  ดอกช่อเป็นกลุ่มของดอกที่อยู่บนก้านดอกช่อดอก แต่ละดอกในช่อดอกจะเรียกว่าดอกย่อยดอกช่อบางชนิดมีลักษณะคล้ายดอกเดี่ยว เช่น ทานตะวัน ดาวเรือง และบานชื่น จากการที่ช่อดอกประกอบด้วยดอกย่อย 2 ชนิด คือ ดอกวงนอก ที่อยู่บริเวณชั้นนอกของโครงสร้างดอก ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งดอกสมบูรณ์เพศหรือไม่สมบูรณ์เพศ และ ดอกกลางช่อ ที่มีบริเวณกึ่งกลางติดอยู่บนปลายของก้านช่อดอก ซึ่งเป็นฐานโค้งนูน ดอกกลางช่อเป็นดอก ช่อดอกของพืชแต่ละชนิดรูปร่างลักษณะต่างกัน จำแนกช่อดอกออกเป็น 2 จำพวกใหญ่ ๆ ได้แก่

รวมดอกไม้ชื่อมงคล ควรปลูกไว้ในบ้านเพื่อเอาไว้เสริมดวง

ช่อดอกที่มีดอกเกิดตามแกนกลาง ช่อดอกนี้เจริญออกไปได้เรื่อย ๆ ทำให้ช่อดอกยาวขึ้น ดอกที่เกิดก่อนอยู่ด้านล่างจะบานก่อน

  • ช่อกระจุกแน่น ช่อดอกที่มีดอกย่อยอัดกันแน่นบนฐานรองดอกรูปจานที่แผ่กว้างออก ตรงกลางนูนเล็กน้อย เช่น ทานตะวัน ดาวเรือง บานไม่รู้โรย
  • ช่อแบบหางกระรอก ช่อดอกที่มีลักษณะค้ายดอกเชิงลด ช่อดอกมีแกนกลางยาว ดอกย่อยไม่มีก้านดอกย่อย ต่างกันตรงที่ปลายช่อห้อยลง เช่น หางกระรอกแดง
  • ช่อเชิงลดมีกาบ ช่อดอกแบบเชิงลดที่มีดอกแยกเพศติดอยู่บนแกนกลาง ไม่มีก้านดอกย่อย มีริ้วประดับแผ่นใหญ่เป็นกาบหุ้ม เช่น หน้าวัว บอน

ช่อดอกที่ดอกย่อยแตกออกจากแกนกลางหรือไม่แตกออกจากแกนกลางก็ได้ ลักษณะที่สำคัญคือ ดอกย่อยที่อยู่บนสุดจะแก่หรือบานก่อนดอกย่อยอื่น ๆ ที่อยู่ถัดออกมาด้านข้าง

  • ช่อกระจุก  เป็นดอกช่อที่มี 3 ดอกย่อย ก้านดอกย่อยแตกออกทางด้านข้างของแกนกลางที่จุดเดียวกัน เช่น มะลิ ต้อยติ่ง
  • ช่อกระจุกเชิงประกอบ เป็นช่อแบบช่อกระจุกที่มีก้านแยกออกจากแกนหลักเป็นครั้งที่ 2 แล้วจึงมีดอก เช่น เข็ม โคมญี่ปุ่น
  • ช่อบิดเกลียว เป็นดอกที่มีก้านดอกข้างๆ แตกออกไปข้างเดียวตลอด ทำให้ก้านดอกโค้งงอ เช่น ดอกหญ้างวงช้าง
  • ช่อกระจุกแยกแขนง ช่อดอกที่มีช่อย่อยแบบช่อแขนงแต่ละช่อประกอบกันแบบช่อกระจุก เช่น ดอกองุ่น

สาระพันธุ์ไม้