ต้นพะยอม ไม้ยืนต้น ดอกสวยงาม คุณสมบัติสมุนไพร 1000maidee บทความ

ต้นพะยอม ไม้ยืนต้น ดอกสวยงาม คุณสมบัติสมุนไพร

ต้นพะยอม ไม้ยืนต้น ดอกสวยงาม คุณสมบัติสมุนไพร

          ต้นพะยอมนับเป็นอีกหนึ่งไม้ยืนต้นที่มีคุณสมบัติเป็นพืชสมุนไพร และยังมีดอกสวย เมื่อออกดอกพร้อมกันทั้งต้นแล้ว จะดูสวยงามเป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะเคยได้ยินแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะปลูกอย่างไร หรือควรดูแลอย่างไร ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กัน

ต้นพะยอมมีชื่อภาษาอังกฤษคือ Shorea หรือ White meranti เป็นไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และในแถบประเทศเอเชียอื่น ๆ ดังนั้นในแถบประเทศไทยจึงมีชื่อเรียกหลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่ละภาค เช่น สุกรม ยอม คะยอม ยางหยวก เป็นต้น ใบของต้นไม้ชนิดนี้ เป็นรูปมนรี มีปลายแหลม ส่วนดอกพะยอมจะออกเป็นช่อ มีสีเหลืองอ่อนเกือบขาว เวลาออกดอกจะออกพร้อมกันเกือบทั้งต้น ซึ่งมักจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ นอกจากนี้ต้นพะยอมยังมีผลเป็นทรงกระสวย จะออกในเดือนมกราคม-มีนาคม ลำต้นมีลักษณะสูงใหญ่ หากปลูกแต่งสวนในบ้านจะให้ร่มเงาได้อย่างดี

วิธีปลูกต้นพะยอม

ดินที่ควรใช้ในการปลูกต้นพะยอม ควรเป็นดินร่วนปนทรายที่สามารถระบายน้ำได้ดี อุณหภูมิที่ต้นไม้ชนิดนี้สามารถเติบโตได้ดีคือระหว่าง 12.5-45 องศาเซลเซียส การขุดหลุมปลูกควรกะขนาดที่ 3 x 3 เมตร ควรรดน้ำต้นพะยอมสามวันครั้ง ในระยะแรกหากปลูกร่วมกับพืชตระกูลถั่วจะทำให้ต้นพะยอมสามารถเติบโตได้ไวยิ่งขึ้น

การดูแลต้นพะยอม

ศัตรูตัวฉกาจของต้นพะยอมที่เราต้องระวังเลยก็คือแมลงต่าง ๆ เช่น มอดซึ่งจะมาเจาะเปลือกไม้ หรือกระพี้ให้เสียหาย วิธีแก้คือใช้สารเคมีมากำจัด  ต้นพะยอมเป็นไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณทางยาอยู่ในเกือบทุกส่วนของต้น เช่น “ดอก” ช่วยบำรุงหัวใจ ใช้ทำยาแก้ไข้ หรือนำไปทำเป็นยาหอม “เปลือก” ของต้นไม้ สามารถแก้ท้องร่วง หรือลำไส้อักเสบ สมานแผลในลำไส้ได้ นอกจากนี้ยังช่วยสมานบาดแผลภายนอกได้อีกด้วย ในด้านการทำอาหาร ดอกพะยอมเห็นสวย ๆ อย่างนี้ก็สามารถนำมาต้ม ผัด หรือทอดกินได้เช่นกัน ขอบอกเลยว่าคุณค่าทางโภชนาการนี่เต็มเปี่ยม นอกจากนี้คนสมัยก่อนยังนำเปลือกของต้นพะยอมมากินแทนหมากอีกด้วย

ต้นพะยอมยังเป็นไม้ยืนต้นมงคลที่นิยมนำไปปลูกไว้ตามบ้าน คนโบราณเชื่อกันว่า เมื่อนำไปปลูกแต่งสวนหน้าบ้านแล้ว หากมีเรื่องหรือปัญหาอะไรเกิดขึ้น เชื่อว่าต้นไม้ชนิดนี้จะช่วยให้การเจรจาประนีประนอมเป็นไปด้วยดีตามความหมายของคำว่า “พะยอม” ที่แปลว่าตกลงยินยอมไม่ว่าจะมีการทำข้อตกลงอะไรกับใคร ก็จะสามารถทำได้ง่าย ๆ ทั้งยังเรียกเงินทองให้ไหลมาเทมา

 ไม้ประดับ

กระดังงาไทย ไม้มงคลมีสรรพคุณทางยาสมุนไพร 1000maidee บทความ

กระดังงาไทย ไม้มงคลกลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร

กระดังงาไทย ไม้มงคลกลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร

       กระดังงาไทย ( Ylang-ylang ) เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง ไปจนถึงขนากลาง แตกกิ่งก้านสาขาเป็นจำนวนมาก แผ่ออกจากต้นและลู่ลง ลำต้นตั้งตรง ใบดกหนาทึบ เป็นใบเดี่ยว จุดเด่นเลยก็คือ ดอก เป็นช่อดอกขนาดใหญ่ มีสีเหลืองงอมหรือเขียวอมเหลืองงอม มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ และหอมมาก โดยโบราณเชื่อว่า กระดัง คือการทำให้เกิดเสียงดังไปไกล โดยมีตวามเชื่อว่าจะทำให้มีชื่อเสียง ก้าวไกล ผู้คนนับถือ สามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด หรือตอนกิ่ง สามารถออกดอกและผลได้ตลอดทั้งปี

โดยตำรายาไทย กระดังงา มีสรรพคุณทางยา แก้ลมวิงเวียน มีรสหอม ใช้ปรุงยาหอม ชูกำลังทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้อาการอ่อนเพลีย แก้ไข้ มีน้ำมันหอมระเหย ลดความดัน ต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ไล่แมลง ฆ่าเซลล์มะเร็ง เป็นเครื่องหอมแก้อาการหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ความดันสูง ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ใช้ผ่อนคลายความเครียด แก้อาการแน่นหน้าอก เป็นยาชูกำลัง

  • ดอกแห้ง ผสมกับดอกไม้หอมอื่น ๆ ใช้สำหรับปรุงเครื่องหอม แก้ร้อนในหระหายน้ำ แก้โรคตา ช่วยเจริญอาหาร น้ำมันหอม ใช้ปรุงน้ำหอม ใช้ปรุงขนม น้ำอบและอาหาร น้ำมันหอมระเหยที่สกัดออกมาจากดอก ใช้ผลิตเป็นเครื่องสำอาง หรือทำเป็นเครื่องหอมต่าง ๆ
  • คนโบราณใช้ดอกทอดกับน้ำมันมะพร้าวทำน้ำมันใส่ผม หรือนำดอกที่แก่จัด นำมารมควันเทียนเพื่อให้ต่อมน้ำหอมในกลีบดอกแตก จะส่งกลิ่นหอมออกมาแล้วนำมาเสียบไม้ในน้ำในภาชนะที่ปิดสนิท 1 คืน เก็บดอกทิ้งตอนเช้า นำน้ำไปเป็นกระสายยา หรือนำมันไปคั้นกะทิ หรือทำน้ำเชื่อมปรุงขนมต่าง ๆ
  • ใบ ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน แก้คัน ขับปัสสาวะ
  • ราก มีสรรพคุณใช้คุมกำเนิด
  • เปลือกต้น มีรสฝาด เฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน เนื้อไม้ มีรสชาติขมเฝื่อน ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ

กระดังงา ถือเป็นต้นไม้มงคล ที่นิยมปลุกกันด้วยชื่อที่เป็นมงคล คนโบราณปลูกต้นกระดังงา ทำให้คนในบ้านมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่นับหน้าถือตา มีเงินทองลาภยศ ควรปลูกต้นกระดังงาทางทิศตะวันออกของตัวบ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล แก่ตัวบ้านและครอบครัว ต้นกระดังงาสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง ชอบดินร่วนดินซุย ผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก กระดังงาควรปลุกไว้กลางแจ้ง เพราะต้องการแสงแดดจัด ให้น้ำปริมาณปานกลาง ส่วนการดูแลใส่ปุ๋ยปีละ 4-6 ครั้ง ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่ทนโรคพอสมควร เพลียต่าง ๆ ใบและยอดถูกกัดแทะ เป็นรู เป็นรอย และทำให้เป็นพุ่มแคระแกร็น การป้องกันรักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก หมั่นตัดหญ้าและรดน้ำพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ

 ไม้ประดับ

ต้นขี้เหล็ก สมุนไพรปลูกง่ายโตเร็ว สรรพคุณบำรุงสุขภาพ 1000maidee

ต้นขี้เหล็ก สมุนไพรปลูกง่ายโตเร็ว สรรพคุณบำรุงสุขภาพ

ต้นขี้เหล็ก สมุนไพรปลูกง่ายโตเร็ว สรรพคุณบำรุงสุขภาพ

         ต้นไม้ช่วยให้โลกนี้งดงามและช่วยให้เกิดความร่มรื่น คนจึงนิยมปลูกต้นไม้กันมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาคือการปลูกไม่ขึ้น โตยาก ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำพันธุ์ไม้โตเร็วนั่นก็คือ ต้นขี้เหล็กนั่นเอง ที่มีการดูแลที่ไม่ยากและอีกทั้งยังสามารถเติบโตได้ย่างรวดเร็วอีกด้วย

ต้นขี้เหล็ก ( Cassia Tree ) เป็นพันธุ์ไม้โตเร็ว ที่แผ่กิ่งก้านไวมาก มีความทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี นิยมปลูกเป็นร่มเงา มีความสูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นแตกกิ่งจำนวนมาก เนื้อไม้แข็งเหนียว ใบจะมีรูปร่างรี และปลายมนๆ เป็นแผ่นใบเรียบ ใบอ่อนจะมียอดสีแดงอ่อน ใบแก่จะมีใบสีเขียว สามารถนำใบยอดอ่อนมาทำอาหารได้ ดอกขี้เหล็กจะมีลักษณะเป็นพุ่มๆ มีสีเหลืองเข้ม  สามารถหลุดร่วงได้ง่าย ผลของต้นขี้เหล็ก เป็นฝักแบนกว้าง ยาวและหนา จะมีสีน้ำตาล เมล็ดเป็นสีน้ำตาลแดง มีเมล็ดประมาณ 20-30 เมล็ด มีความเชื่อว่า ถ้าได้กินแกงขี้เหล็กในวันที่พระจันทร์เต็มดวง จะเป็นสุดยอดของยาอายุวัฒนะและจะมีสุขภาพที่ดี

วิธีการปลูกต้นขี้เหล็กนั้นปลูกง่ายมาก โดยปลูกในช่วงฤดูฝนจะเติบโตได้ดี ซึ่งตัวเมล็ดจะงอกง่าย แค่เมล็ดตกลงพื้นแล้วมีความชื้นพอ ต้นกล้าเล็กๆก็จะขึ้นมา สามารถนำต้นกล้าไปปลูกในแปลงปลูกได้ นิยมขยายพันธุ์การนำเมล็ดมาเพาะ สามารถเอาไปเพาะในถุงหรือกระบะทรายก็ได้ และในแปลงเพาะควรเป็นดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียวผสมทรายหยาบ รดน้ำให้พอชุ่มชื่น พอต้นกล้างอกออกมาก็สามารถนำไปปลูกในดินได้

วิธีการดูแลต้นขี้เหล็ก คอยสังเกตว่ามีแมลงหรือศัตรูมารบกวนหรือไม่ ควรวางต้นขี้เหล็กให้โดนแดดอย่างทั่วถึง รดน้ำทุกวัน 1-2 เดือน หลังจากนั้นเว้นระยะการรดน้ำได้ เพราะขี้เหล็กจะสามารถเติบโตได้เอง ดูแลวัชพืชและให้ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง เพื่อบำรุงต้นให้ออกดอกสวย ไม่เกิน 3 ปี ต้นขี้เหล็กจะออกดอกออกผลให้เราได้เต็มที่

ต้นขี้เหล็กยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างไม่ว่าจะเรื่องสรรพคุณ ที่บำรุงและรักษาสุขภาพ ที่นำมาใช้ลดระดับในน้ำตาล แก้อาการปวด เหน็บชา อีกทั้งยังสามารถนำมาประกอบอาหาร ลวกจิ้มน้ำพริกได้ ดอกขี้เหล็กเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคอีสาน เพราะในช่วงสงกรานต์  จะมีดอกออกเหลืองอร่ามเต็มข้างถนน และยังมีการนำดอกไปใช้พรมน้ำโดยผสมกับน้ำหอมในวันสงกรานต์ อีกด้วย ซึ่งดอกขี้เหล็กนี้มีประโยชน์รอบด้านเลยทีเดียว นอกจากนี้ต้นขี้เหล็กเป็นต้นที่ปลูกขึ้นได้ไว เป็นพันธุ์ไม้โตเร็วที่ทุกคนสามารถปลูกกันได้ง่าย ๆ ซึ่งไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมาก ก็สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ไม้เศรษฐกิจ

ต้นสีเสียดแก่น พันธุ์ไม้โตเร็ว ทนแสงและความแห้งแล้ง 1000maidee

 ต้นสีเสียดแก่น พันธุ์ไม้โตเร็ว ทนแสงและความแห้งแล้ง

ต้นสีเสียดแก่น พันธุ์ไม้โตเร็ว ทนแสงและความแห้งแล้ง

        สีเสียดแก่น ( Catechu tree ) เป็นพันธุ์ไม้โตเร็ว สามารถเจริญเติบโตได้เร็ว ทนต่อแสงแดดและความแห้งแล้งได้ดี ปัจจุบันได้มีการพัฒนาและนำต้นสีเสียดแก่นมาปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านหรือประดับตามสวน อีกทั้งยังมีประโยชน์และสรรพคุณในหลายด้าน ๆ  จะปลูกโตเร็วและปลูกง่ายแค่ไหนไปดูพร้อมกันเลย

 ต้นสีเสียดแก่น พันธุ์ไม้โตเร็ว ทนแสงและความแห้งแล้ง

สีเสียดแก่น เป็นต้นไม้ขนาดกลาง เป็นไม้มงคลจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้โตเร็ว ที่ดูแลได้ไม่ยากและสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีลำต้นสูงขนาด 10-15 เมตร เนื้อไม้ข้างในเป็นสีแดง เปลือกลำต้นมีสีเทาเข้ม น้ำตาล สามารถปลอกเปลือกลำต้นมาได้เป็นแผ่น ๆ ลำต้นและกิ่งมีหนาม  ออกดอกเป็นช่อเหมือนหางกระรอก ช่อดอกยาวได้ประมาณ 5-10 เซนติเมตร จะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ปลายใบมน ใบมีเนื้อเรียบ ผลสีเสียด เป็นโคนฝักสีน้ำตาล ผิวฝักจะเป็นผิวเรียบมันเช่นเดียวกับใบ  สีเสียดแก่นยังมีประโยชน์ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น

  • สรรพคุณสามารถนำไปเป็นยาแก้ไข้จับสั่น
  • สีเสียดแก่นแก้อาหารท้องเสียได้
  • เมล็ดนำมาฝนทารักษาแผลน้ำกัดเท้า
  • เมล็ดอีกทั้งยังสามารถนำไปเคี้ยวกินกับหมากจะนิยมในชาวกะเหรี่ยง
  • ไม้สีเสียดแก่นมีความแข็งแรงสามารถนำมาทำสิ่งปลูกสร้างได้

            วิธีการปลูกสีเสียดแก่น เตรียมดินขุดหลุมให้กว้างและลึกพอประมาณและวางต้นไม้ในหลุม จับลำต้นปลูกให้ตรง  ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม และใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยกรบรากและโคนให้แน่น  รดน้ำให้ชุมชื่นทันที สีเสียดแก่นสามารถเติบโตได้ทุกสภาพดิน ควรปลูกในฤดูฝนจะเจริญเติบโตได้ดีมากขึ้น ซึ่งเดือนที่เหมาะในการปลูกคือ เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม และจะใช้การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด โดยเพาะในแปลงเพาะ จะเก็บจากฝักแก่ของต้น แช่น้ำ 16 ชั่วโมงก่อนนำไปเพาะ วิธีการดูแลต้นสีเสียดแก่น ต้องรดน้ำสม่ำเสมอ จนต้นโตและแข็งแรงค่อยเว้นระยะการให้น้ำ การใส่ปุ๋ยควรใส่ในช่วงที่ต้นมีอายุมากกว่า 2 เดือน เพราะถ้าใส่ปุ๋ยตอนต้นยังเล็กอาจทำให้ต้นตายได้ พรวนดินบ้างเป็นบางครั้ง คอยสังเกตศัตรูคือหนอนที่จะมาในช่วงต้นฤดูฝนที่จะมากัดกินใบอ่อน และควรกำจัดวัชพืชที่โคนต้นที่แย่งสารอาหารของต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ต้นสีเสียดแก่นเป็นพันธุ์ไม้โตเร็วอีกหนึ่งชนิด ที่มีการดูแลที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล นอกจากนี้ยังเป็นต้นที่เป็นไม้ที่มีประโยชน์นานาชนิดและสรรพคุณที่โดดเด่นบอกได้เลยว่าเป็นไม้ยืนต้นที่มีสรรพคุณรอบด้าน หากได้รับการดูแลบำรุงอย่างครบถ้วน ต้นสีเสียดแก่นจะเติบโตเต็มที่อย่างสมบูรณ์แน่นอน

สมุนไพร

ต้นพะยอม ไม้สมุนไพรมีค่ากลิ่นหอมประโยชน์มากมาย 1000maidee

ต้นพะยอม ไม้สมุนไพรมีค่ากลิ่นหอมประโยชน์มากมาย

ต้นพะยอม ไม้สมุนไพรมีค่ากลิ่นหอมประโยชน์มากมาย

              ต้นพะยอมเป็นต้นไม้ที่สามารถพบได้ในทั่วทุกภาคของประเทศไทยแต่ละที่จะมีน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมากเพราะผู้คนนิยมนำมาใช้ประโยชน์กันมากทำให้ต้นพะยอมกลายเป็นไม้มีค่าที่หลาย ๆ คนต้องการ และทุกคนทราบหรือไม่ว่าดอกพะยอมยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์อีกด้วย ต้นพะยอมเป็นต้นที่กำเนิดมาจากประเทศไทยและกลุ่มทางเอเชีย เช่น พม่า ลาวทำให้พันธุ์ไม้ชนิดนี้กระจายไปยังทั่วทุกพื้นที่ของเอเชีย

ลักษณะพิเศษ

เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่สูงประมาณ 20 เมตรเปลือกลำต้นจะมีสีน้ำตาลเทาเข้มจะแตกเป็นสะเก็ดหนาตามร่องยาว เนื้อไม้จะมีสีเหลืองไม่ก็สีน้ำตาลคล้ายต้นตะเคียนทองสีเนื้อไม้จะขึ้นอยู่กับความแก่ของต้น หากทิ้งไว้นานเนื้อไม้จะมีเส้นสีดำเข้มเป็นเส้นพาดผ่าน ทรงจะเป็นพุ่มกลมสวยงามจะแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันตามกิ่งจะเป็นรูปมนรีผิวใบจะค่อนข้างเกลี้ยงเป็นมัน โคนใบจะมน ปลายใบแหลม ขอบมีความเรียบเป็นคลื่น หลังใบจะมีขนนุ่มและเส้นที่สามารถมองเห็นได้ชัด ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งโคนกลีบจะเชื่อมติดกันปลายแยกออกเป็น5กลีบเรียงวนกันคล้ายกับกังหัน กลีบดอกเชื่อมติดกันสามารถร่วงได้ง่าย กลีบเลี้ยงจะขยายขึ้นเป็นปีกติดทนจนกว่าจะออกเป็นผล ดอกจะมีสีขาวนวลจะบานพร้อมกันและส่งกลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาในช่วงเย็นมักจะออกดอกในเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ช่วงออกดอกต้นทั้งต้นจะมีแค่ดอกไม้ปกคลุมส่วนใบนั้นจะร่วงก่อนออกดอก ผลจะมีลักษณะคล้ายกับผลยางนา เป็นผลแห้งลักษณะกลมรี ผลดิบจะมีสีเขียวมีปีกสีเหลืองที่พัฒนามาจากกลีบเลี้ยง ปลายปีกมนผลแก่สีน้ำตาลแดงจะแห้งไปพร้อมกับปีก ผลจะร่วงออกจากช่อผลเมื่อร่วงปีกจะหมุนตัวจะติดผลในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม

การดูแลต้นพะยอม

  • เลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึงและจะชอบอากาศเย็นมาก
  • เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายหรือดินทางสามารถระบายน้ำได้สะดวกรวดเร็วไม่ช้าจนทำให้น้ำขัง
  • ให้น้ำในปริมาณปานกลางประมาณ7-10วัน/ครั้ง
  • เป็นต้นไม้ที่มีทรงพุ่มสวยและไม่จำเป็นต้องไปตัดกิ่งก้านตกแต่ง

ประโยชน์ของต้นพะยอม

  • ดอกอ่อนสามารถนำมาต้มและรับประทานกับน้ำพริกได้
  • เปลือกของลำต้นสามารถนำมาใส่ในเครื่องหมักดองได้เพื่อทำเป็นสารกันบูด
  • ดอกสามารถนำมาใช้เป็นยาหอมเพื่อแก้ลม เป็นยาแก้ไข้ และเป็นยาบำรุงหัวใจ
  • เปลือกต้นสามารถแก้ลำไส้อักเสบได้
  • เพื่อเป็นร่มเงาและถือเป็นการปลูกเพื่อตกแต่งบ้านให้มีความสวยงามของดอกด้วย

สมุนไพร

ต้นหว้า สมุนไพรอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินดีต่อสุขภาพ 1000maidee

ต้นหว้า สมุนไพรอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินดีต่อสุขภาพ

ต้นหว้า สมุนไพรอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินดีต่อสุขภาพ

              ต้นหว้าอาจจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครเคยได้ยินแต่พืชเป็นชนิดนี้อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินต่าง ๆ ที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเพชรบุรีอีกด้วยทำให้ต้นหว้ากล้าเป็นไม้มีค่าที่หลายคนมักนำมาใช้ประโยชน์ในการกิน ในการบำรุงรักษาและถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วยและยังถืออีกว่าต้นหว้าเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและชัยชนะอีกด้วย

ต้นหว้า สมุนไพรอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินดีต่อสุขภาพ 1000maidee

ลักษณะพิเศษ

เป็นต้นไม้ประเภทผลเขตร้อนมีขนาดใหญ่ลำต้นสูงตรงเปลือกต้นจะค่อนข้างเรียบเป็นสีเทาอ่อนๆจะมีกิ่งและก้านเยอะมากแต่มีความทนและแข็งแรง ปลายกิ่งจะห้อยลงมาใบจะตกตามกิ่งแต่ละใบมีความหนาทำให้ปกคลุมต้นไม้ได้ดี ใบอ่อนจะแตกออกเป็นสีแดงใบแก่จะหนาเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามกันใบจะคล้ายวงรีผิวใบมีความเกลี้ยงเป็นมันเส้นแขนงใบจะมีความละเอียดอ่อนและเรียงขนานกันที่บริเวณขอบใบมีจุดน้ำมันออกดอกเป็นช่อกระจุกบริเวณซอกใบและปลายยอดกลีบดอกจะมีสีขาวไม่ก็สีเหลืองอ่อนๆฐานรองดอกรูปทรงคล้ายกรวยมีกลีบเลี้ยงสี่กลีบและกลีบดอกสี่กลีบด้วยกันแต่ในแต่ละดอกจะมีเกสรเพศผู้จำนวนมากมักจะออกดอกติดผลในช่วงเดือนธันวาคม-มิถุนายนผลอ่อนจะมีสีเขียวพอเริ่มแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีชมพู ม่วงแดง และม่วงดำตามลำดับผลจะเป็นรูปวงรีคล้ายไข่ผลสีม่วงแดงจะมีความฉ่ำๆของน้ำผิวเรียบมันมีรสชาติเปรี้ยวผลจะแก่ในช่วงเดือน พฤษภาคม ภายในผลจะมีเมล็ด 1 เมล็ด

การดูแลต้นหว้า

  • เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ที่อุดมสมบูรณ์
  • มักขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการแยกลำต้นที่เกิดใหม่
  • ดูแลให้บริเวณที่ปลูกที่แดดจัดตลอดทั้งวันที่สามารถส่องถึงต้นหว้าได้
  • ควรให้น้ำในปริมาณปานกลางสัปดาห์ละครั้งก็ได้เพราะพืชชนิดนี้เป็นพืชเขตร้อนที่มักชอบอากาศร้อนๆ

ประโยชน์ของต้นหว้า

  • ลูกหว้าหรือผลของต้นหว้าอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
  • เปลือกและใบของต้นหว้าสามารถนำมาใช้ทำเป็นยาอม ยากวาดคอ แก้ปากเปื่อย แก้คอเปื่อย เป็นเม็ดตามลิ้นและคอได้
  • ใบและเมล็ดหว้านำมาตำให้แหลกแล้วใช้ทารักษาโรคผิวหนังได้
  • เนื้อไม้สามารถนำมาทำเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในร่ม
  • ผลสุกลูกหว้ามักนิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้และใช้ทำเป็นเครื่องดื่มหรือไวน์
  • ผลสดจะช่วยรักษาโรคหอบหืดที่เกิดจากการแพ้อากาศ ด้วยการนำผลหว้าสดมาต้มกับน้ำแล้วดื่มเพื่อบรรเทาอาการ

สมุนไพร

ต้นพญายา หรือกระแจะ สมุนไพรไทยสรรพคุณรักษาโรค 1000maidee

ต้นพญายา หรือกระแจะ สมุนไพรไทยสรรพคุณรักษาโรค

ต้นพญายา หรือกระแจะ สมุนไพรไทยสรรพคุณรักษาโรค

พญายาหรือเรียกอีกอย่างว่ากระแจะ เป็นสมุนไพรไทยที่พบได้ตามภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งใบ แก่นลำต้น เปลือก ผล และราก เพราะมีสรรพคุณทางยา เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้ดี สรรพคุณของ ต้นพญายา มีดังนี้

ลักษณะทั่วไปของต้นพญายา

พญายาหรือเรียกอีกชื่อว่ากระแจะ(ทานาคา) เดิมมีถิ่นกำเนินที่ประเทศอินเดีย  เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-8 เมตร มีหนามตามกิ่งและก้าน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ปลายใบมีลักษณะแหลม  ต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน  ออกดอกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ผล เป็นผลสด รูปทรงกลม

สรรพคุณ ต้นพญายา หรือกระแจะ ตามตำราสมุนไพรไทย

  • ใบ : นิยมใบต้มผสมกับสมุนไพรอื่นช่วยรักษาอาการลมบ้าหมู ช่วยคุมกำเนิด
  • ราก : ถ้าหากปวดท้องตรงบริเวณลำไส้ใหญ่ถึงตรงลิ้นปี  ให้นำรากนำมาต้ม ช่วยรักษาโรคลำไส้ ช่วยขับเหงื่อ
  • เปลือก : ส่วนนี้ดีสำหรับผิวพรรณของเรามาก สามารถนำมาฝนกับน้ำสะอาดใช้ จะได้ผงสีเหลืองนวล นำมาทาผิวหน้าและผิวกายได้  ช่วยแก้สิว ฝ้า กระ นำเปลือกมาต้มสามารถใช้เป็นยาถ่ายได้
  • ผล  :  ช่วยแก้พิษ  ลดไข้หวัด ช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ  เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ผลสุก ใช้เป็นยาสมานแผล  ช่วยเจริญอาหาร ดับพิษร้อน แก้ไข้ แก้ผอมแห้ง
  • เปลือกต้น :  มีรสขม รักษาไข้ ขับแก๊สในกระเพาะ
  • แก่น : ในส่วนแก่นจะให้รสจืด เย็น แตกต่างจากส่วนอื่น ๆ ที่มีรสขม ใช้หันเป็นท่อน ๆ ขนาดพอดี ไว้สำหรับดองเหล้ากินแก้กษัย (อาการเจ็บป่วยหลายสาเหตุ ที่ทำให้ร่างกายซูบผอม โทรม  ตัวเหลือง) เป็นยาบำรุงเลือด แก้กระษัย แก้โลหิตจาง ยังสามารถช่วยดับพิษร้อน แก้ไข้ ได้อีกด้วย
  • ยาพื้นบ้าน นิยมใช้ส่วนต้น นำไปต้มน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามข้อ เส้นตึง แก้ไข้หวัดประดง (อาการคัน มีผื่น มีไข้ร่วมด้วย) แก้ร้อนในโดยในทาน วันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละครึ่งแก้ว
  • ชาวพม่า นิยม นำส่วนเนื้อไม้มาบดกับหิดฝน ให้ได้ผงละเอียด เนื้อไม้มีกลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ ใช้ทาผิวหนัง ทำให้ผิวเนียนสวย

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยของเรานั้น มีพืชสมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถช่วยรักษาโรคได้เยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือพญายาหรือกระแจะ (ทานาคา) ก็เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยาดีเลิศ และยังรวมไปถึงการช่วยให้มีผิวพรรณที่ดี เปล่งปลั่ง ดูสวยเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้  เนื้อไม้ยังมีประโยชน์นิยมใช้แกะสลัก ใช้ทำตู้ และหีบใส่ของ ได้อีกด้วย

สมุนไพร

ไม้ฝาง สมุนไพรไทย ต้มน้ำสมุนไพรลิ่นหอมชั้นดี 1000maidee

ไม้ฝาง สมุนไพรไทย ต้มน้ำสมุนไพรลิ่นหอมชั้นดี

ไม้ฝาง สมุนไพรไทย ต้มน้ำสมุนไพรลิ่นหอมชั้นดี

       น้ำต้มฝางนั้นเป็นสมุนไพรชั้นดี  น้ำที่ได้จากการต้มไม้ฝางมีลักษณะเป็นสีแดง สามารถนำไปเป็นสีผสมอาหารช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม หรือจะเพิ่มน้ำมะนาวและใบเตยลงไปด้วยก็ได้เพื่อให้มีรสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น ไม้ฝางจะช่วยบำรุงเลือด ช่วยแก้ร้อนใน และยังเป็นวัตถุดิบหลักใบการทำน้ำยาอุทัยทิพย์ที่เราเห็นกันบ่อยครั้ง ใช้ทาปากให้มีสีแดง หรือใช้หยดลงในน้ำดื่ม มีวิธีต้มแก่นฝาง ดังนี้ ฝางเป็นไม้ยืนต้น ลักษณะเป็นพุ่มสูงประมาณ 5-8 เมตร มีหนามที่กิ่งและลำต้น  ใบเรียว ดอกสีเหลืองเป็นช่อ ฝักจะลักษณะคล้ายรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแต่โคนฝักจะกลมและปลายจะแหลมตรงข้างที่ยื่นออกมา ฝางเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณสามารถช่วยรักษาได้หลายอย่าง

สรรพคุณของไม้ฝาง

  • แก่นไม้ฝาง ใช้ยารักษาธาตุให้ธาตุสมดุล สามารถบำรุงร่างกายได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่เนื่องจากเป็นยาที่ข่วยขับเลือด จึงไม่เหมาะกับผู้หญิงที่ครรภ์ เพราะถ้าหากรับประทานเข้าไปอาจทำให้ตกเลือดและเกิดภาวะแท้งลูกตามมาได้
  • แก่นไม้ฝาง สามารถช่วยรักษาโรควัณโรค  ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงทำให้ไม่เกิดเส้นเลือดอุดตัน ป้องกันโรคหัวใจวายเนื่องจากหัวใจขาดเลือด เป็นยาบำรุงเลือดช่วยให้รอบเดือนมาสม่ำเสมอ และยังช่วยลดอาการปวดมดลูกของผู้หญิงหลังคลอดด้วย
  • แก่นไม้ฝาง ใช้ลดไข้ แก้ไข้ทับฤดู แก้ร้อนใน ช่วยขับเสมหะ แก้ไข้หวัด และช่วยลดการรปวดหลังปวดเอวได้อีกด้วย
  • แก่นไม้ฝาง แก้เลือดออกทางทวาร รักษาโรคหอบหืด ความดัน  แก้ท้องเสีย ท้องร่วง รักษาอาการของโรคบิด ช่วยสมานลำไส้ รักษานิ่ว รักษาอาการเลือดหยุดช้า โรคกำเดาออกบ่อย  ถ้าหากนำแก่นไม้ฝางไปต้มก็จะสามารถช่วยให้อาการดังกล่าวนี้บรรเทาขึ้นได้ค่ะ

วิธีต้มแก่นฝาง

  • นำแก่นฝาง ที่หั่นเป็นท่อนและตากแห้งแล้ว มาล้างน้ำเปล่า
  • ตั้งหม้อเทน้ำเปล่าประมาณ 3 ลิตรลงไป จากนั้นนำแก่นฝางที่ล้างจนสะอาดแล้วใส่ลงไปในหม้อ (เพิ่มกลิ่นด้วยใบเตยด้วยก็ได้) ต้ม 10 นาทีให้น้ำเดือด เพิ่มรสชาติด้วยน้ำตาล
  • เมื่อต้องการดื่มให้กรองด้วยผ้าขาวบาง สามารถเพิ่มรสชาติให้สดชื่นด้วยน้ำมะนาวได้ ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น
  • แก่นฝางสามารถนำมาต้มซ้ำได้อีก 2-3 ครั้ง จนสีจางลง น้ำต้มฝางดื่มง่าย และสามารถเพิ่มรสด้วยน้ำตาลและน้ำมะนาวจะอร่อยมากขึ้น

ฝางเป็นพืชสมุนไพรที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงเลือดบำรุงร่างกาย เป็นยารักษาอาการต่าง ๆ   และยังสามารถต้มดื่มได้ง่ายไม่ขม ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันโรค แต่ถ้าหากดื่มเยอะเหรือนานเกินไป อาจส่งผลให้วิงเวียนศีรษะ และมีความดันต่ำได้เช่นกันค่ะ

สมุนไพร

ไม้ทานาคา สมุนไพรประโยชน์และสรรพคุณมากกว่าเรื่องผิว1000maidee

ไม้ทานาคา สมุนไพรประโยชน์และสรรพคุณมากกว่าเรื่องผิว

ไม้ทานาคา สมุนไพรประโยชน์และสรรพคุณมากกว่าเรื่องผิว

         ถ้าพูดถึงไม้นาทาคาหลายคนต้องนึกถึงผงนาทาคาที่นำมาทาหน้าพอกหน้าพอกตัว ช่วยให้มีผิวพรรณที่เนียนสวยเปล่งปลั่ง ใช่มั้ยล่ะ แต่นอกจากนี้แล้วไม้ทานาคายังมีประโยชน์ต่อผิวของเราทั้งผิวหน้าผิวกายอีกหลายอย่าง ซึ่งบางท่านอาจจะยังทราบไม่หมดก็ได้   ประโยชน์และสรรพคุณของไม้ทานาคานั้นมีดังต่อไปนี้ ทานาคา ( သနပ်ခါး ) มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า กาซาน่า  มักจะพบเจออยู่แถบกลางของประเทศพม่า ส่วนที่นิยมใช้จะเป็นส่วนเปลือกเพราะให้กลิ่นที่หอมเย็น และยังเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย  ต้นทานาคาที่จะนำมาใช้ได้ต้องมีอายุ 35 ปี เวลาจะใช้ต้องตัดเป็นท่อนขนาดพอดีสามารถจับได้ วิธีใช้คือนำเปลือกพรมน้ำนำไปฝนหรือบดกับหิน จากนั้นก็จะได้เป็นผงสีเหลืองนวล นิยมใช้ทาหน้าและทาตัว

เพราะในไม้ทานาคานั้น ช่วยในเรื่องของการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยไม่ให้เซลล์ผิวให้เสื่อมช้า ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียเมื่อหน้าเราสะอาดก็ทำให้ไม่เกิดสิว  ไม่มีผดผื่น ทั้งยังช่วยต้านไม่ให้เกิดฝ้ากระและจุดด่างดำ และยังสามารถช่วยป้องกัน UV อีกด้วยนะ

  • ช่วยปรับผิวที่หมองคล้ำ ทำให้เรามีผิวที่ขาวผ่อง และยังปลอดภัยอีกด้วยนะ
  • ช่วยให้เรามีใบหน้าที่เนียนและนุ่ม ไม่แห้งตึง เหมือนผิวเด็กเลยล่ะ
  • ถ้าหากเป็นสิวล่ะก็ สามารถนำผงทานาคามาแต้มที่หัวสิว ช่วยฆ่าแบคทีเรียที่อยู่ในสิว ทำให้อาการอักเสบลดน้อยลง ทำให้สิวแห้ง ยุบไว และการทานาคายังช่วยคุมความมัน ไม่ก่อให้เกิดสิวขึ้นใหม่ค่ะ

  • สำหรับสาว ๆ ที่เป็นฝ้า เป็นกระ หรือจุดด่างดำ ถ้าได้นำผงทานาคามาทาจะช่วยให้จางลงได้
  • ช่วยลดพผื่นคันจากการแพ้เครื่องสำอางหรือสารเคมี
  • มีประสิทธิภาพในการช่วยลดริ้วรอย ทำให้เราหน้าดูเด็ก ไม่มีรอยตีนกาค่ะ
  • ป้องกัน UV ในแสงแดดได้ดี
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ดูจางลง รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว จางลง
  • ช่วยระงับกลิ่นกาย

จะเห็นได้ว่าสรรพคุณของไม้ทานาคานั้นดีมีประโยชน์ผิวพรรณของเรา ๆ มาก สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลผิวหน้าและผิวกายให้ดูดีอ่อนเยาว์ค่ะ เนียนสวย  เฉกเช่น ผิวของสาวพม่า  ปัจจุบันมีทานาคาสำเร็จรูปขายอยู่ตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก แต่เราจะต้องสังเกตให้ดีว่าเป็นผงทานาคาแท้ 100% หรือเปล่า เพราะถ้าหากนำของปลอมมาทานั้นอาจส่งผลเสียต่อผิวของเราได้ ทานาคาแท้นั้นต้องมีผงหยาบ มีกลิ่นหอมเย็นเล็กน้อย  สุดท้ายถ้าเราลองเอามะนาวบีบลงแล้วเกิดฟองแสดงว่ามีดินสอพองผสมอยู่ด้วย

สมุนไพร

ผักแว่น สมุนไพรพื้นถิ่นหากินง่ายประโยชน์มาก 1000maidee

ผักแว่น สมุนไพรพื้นถิ่นหากินง่ายประโยชน์มาก

ผักแว่น สมุนไพรพื้นถิ่นหากินง่ายประโยชน์มาก

              พืชพันธุ์ในธรรมชาติบ้านเรามีหลายชนิดที่มีสรรพคุณทางยาและช่วยรักษาหรือป้องกันโรคได้ดีพอๆ กับยาตามโรงพยาบาลเชียวล่ะ แถมประโยชน์จากพืชผักนี้ยังไม่ทำให้ร่างกายเราเสื่อมโทรม ไตพัง หรือมีสารตกค้างหลงเหลืออยู่ด้วย วันนี้เราจะทำเอาประโยชน์ของผักแว่นมาฝากทุกคนกัน จะมีข้อดีแค่ไหน ไปดูกันนน

ผักแว่น สมุนไพรพื้นถิ่นหากินง่ายประโยชน์มาก

ทำความรู้จักผักแว่นกันหน่อย

            ผักแว่นเป็นสมุนไพรล้มลุก เป็นพืชอยู่วงศ์ตระกูลเดียวกับพวปเฟิร์น ผักแว่นมีความสูงไม่เกิน 1 ไม้บรรทัด หรือแค่ประมาณ 20 เซนติเมตรเท่านั้น จะขึ้นเป็นเหง้าอยู่ตามน้ำตื้นๆ ใบจะมีลักษณะคล้ายกังหัน มีทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งใบจะลอยอยู่เหนือน้ำ ลำต้นจะมีสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเป็นสีน้ำตาล มีขนอ่อนๆ ปกคลุม รากของผักแว่นสามารถเจริญเติบโตได้ไม่ว่าจะอยู่ในน้ำหรือในดินก็ตาม ผักแว่นจะพบเห็นเยอะในเอเชียตะวันออกเฉียงใตและญี่ปุ่น พบเจอได้ตามคันนาหรือหนองน้ำที่ชื่นแฉะ

หลายคนอาจสับสนระกว่าง ผักแว่น ผักแว่นแก้ว และใบบัวบกได้ แม้จะมีลักษณะคล้ายกันแต่ก็มีจุดสังเกตุที่แตกต่างกันอยู่คือ ใบของผักแว้นจะคล้างกังหัน มีสี 4 แฉก ขอบใบจะเรียบ ส่วนผักแว่นแก้วใบจะเป็นใบเดียวทรงกลม ขอบใบจะมีรอยหยักลึก ผิวใบเรียบเป็นมัน และใบบัวบกใบจะเป็นใบเดี่ยว รูปร่างจะเว้าเข้าตรงกลางด้านในมองคล้ายรูปไต ขอบใบจะหยักแต่ไม่ลึกเท่าใบผักแว่นแก้ว ผิวด้านบนของใบจะเรียบมันเป็นเงาเช่นเดียวกัน

ประโยชน์ของผักแว่น

  • ผักแว่นเป็นผักที่มีธาตุเหล็กสูง โดยเฉพาะลำต้น จึงสามารถบำรุงเลือดได้ดี
  • หากไม่สบายน้ำที่ได้จากการต้มใบสดของผักแว่นสามารถช่วยลดไข้ได้ ส่วนลำต้นก็มีฤทธิ์ช่วยลดพิษร้อน ช่วยถอนพิษไข้ และช่วยลดอาการปวดศีรษะ
  • ในหน้าร้อนที่อากาศช่างร้อนเหลือแสน แนะนำให้นำใบสดของผักแว่นมาต้ม กรองกากใยออกไป เอามาดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยลดความร้อนในร่างกาย
  • สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสายตา หรือกำลังอยากหาทางป้องกันผักแว่นก็ช่วยได้ เพราะมีฤทธิ์บำรุงสายตา ป้องกันโรคตาอักเสบกับโรคตาบอดตอนกลางคืน และช่วยบรรเทาต่อกระจกได้

  • ใครมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก หรือชอบกัดกระพุ้งแก้มจนเป็นแผลน้ำต้มผักแว่นสามารถช่วยรักษาแผลทั้งในปากและลำคอได้ ช่วยลดกลิ่นปากและบรรเทาอาการของโรคปากเปื่อย และหากมีอาการเจ็บคอ เสียงแหบเสียงแห้งน้ำต้มผักแว่นก็ช่วยได้
  • ใบของผักแว่นสามารถใช้เป็นยาภายนอกรักษาแผล สมานแผล ช่วยให้แผลแห้ง หายไวขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดของเชื้อโรค แบคทีเรียต่างๆ ได้ ช่วยเร่งเนื้อเยื่อให้ผสานกันได้ดี อีกทั้งในปัจจุบันนี้ยังมีการนำเอาผักแว่นมาพัฒนาเป็นยารักษาแผลผ่าตัดใช้ในการแพทย์แล้วด้วย

สมุนไพร