ต้นโรสแมรี่ สมุนไพรฝรั่งพุ่มเตี้ยทรงสวย 1000maidee บทความ

วิธีดูแลต้นโรสแมรี่ สมุนไพรฝรั่งพุ่มเตี้ยทรงสวย

วิธีดูแลต้นโรสแมรี่ สมุนไพรฝรั่งพุ่มเตี้ยทรงสวย

วิธีดูแลต้นโรสแมรี่ที่ปลูกไว้ที่บ้านตอนนี้ที่บ้าน สายพันธุ์แรกก็คือแบบที่เป็นพุ่มแบบที่สองก็คือแบบเลื้อย ปัญหาที่พบกันส่วนใหญ่คือรากเน่าตายบางครั้งตอนที่ซื้อมาจากที่ร้านเนี่ยวัสดุปลูกก็จะเป็นแค่เพียงมะพร้าวสับเท่านั้นแรก ๆ ก็อยู่กับเราดี ผ่านไปสักอาทิตย์นึงคือสภาพแย่ลงดูเรื่องของการให้น้ำ วิธีการให้น้ำแบบเป็นระบบให้น้ำอัตโนมัติจะเป็นลักษณะของหัวน้ำแบบน้ำหยดปรับระดับได้การให้น้ำก็คือจะให้น้ำในลักษณะ 2 ครั้งต่อวันการให้น้ำแบบนี้ก็คือน้ำจะไหลผ่านจะลงไปที่จุดเดียวการให้แสงตำแหน่งการวางก็คือจะให้รับแสงแดด 100% ลักษณะแบบนี้จะให้น้ำวันละครั้งก็ได้ก็คือรดให้ชุ่มไปเลยครั้งเดียว เห็นว่าวัสดุปลูกไม่ได้มีเฉพาะแค่กับมะพร้าวสับหรือว่าไม่ได้ใช้เฉพาะที่เป็นดินที่เราซื้อมาจากร้านค้าเท่านั้นเวลาที่เราซื้อมาจากร้านเนี่ยจะเห็นว่ากระถางได้จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาเพราะว่าใช้เฉพาะตัวมะพร้าวอย่างเดียวซึ่งตัวเขาเองก็จะไม่ได้มีแร่ธาตุอะไรแต่ว่าเขาอยู่กับเราไม่นานต้นไปจะค่อยๆ เสื่อม

ต้นโรสแมรี่ สมุนไพรฝรั่งพุ่มเตี้ยทรงสวย 1000maidee บทความ

วิธีดูแลต้นโรสแมรี่

ควรไปซื้อดินที่เป็นพวกดินก้ามปูมาเชียวเลยแล้วก็ใส่เข้าไปสุดท้ายก็จะเจอปัญหาว่าดินมันชื้นแล้วก็รากเน่าตายเพราะฉะนั้นการที่เราปลูกต้นโรสแมรี่ก็คือจะต้องมีส่วนผสมที่เหมาะสมระหว่างดินเเละอุปกรณ์ที่ปลูก ไม่ยากอย่างที่คิดเเละสามารถหาซื้อแบบแห้งแล้วก็เป็นแบบสดในราคา 60 บาทอยู่แม็คโครเป็นแพ็คได้เยอะมากก็ใช้ไม่หมดลองเพาะชำดูวิธีการคือจะเอาทำใส่ขวดน้ำทำแบบง่ายๆตัวนี้จะมีกลิ่นที่มีเอกลักษณ์หอมมากหอมแล้วก็เนื่องจากกลิ่นที่หอมสิ่งที่ชอบคือแมลงตัวดำๆที่ชอบไปกินเขาถ้าลืมดูไป2วันอาจโดนได้พิธีการปลุกหรือว่าวิธีการเพาะชำนั้นก็ไปดูกันการเพาะโรสแมรี่วิธีการปักชำจะมีแบบก้านเล็กๆเลือกกิ่งที่มีลักษณะประมาณพอเหมาะแล้วก็นำไปปักลงในดินปลูกได้เลยติดให้เเน่น

วิธีดูแลต้นโรสแมรี่ สมุนไพรฝรั่งพุ่มเตี้ยทรงสวย

วัสดุการปลูกต้นโรสแมรี่

คือเป็นกาบมะพร้าวสับ 30 สับชิ้นเล็กๆแล้วก็ดินปลูกต้นโรสแมรี่ไม่ต้องการปุ๋ยมากก็ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยออสโมโค้ทลงไป วัสดุปลูกก็ต้องระบายน้ำดีและกักเก็บความชื้นได้ดีพอสมควรมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการปลูกโรสแมรี่ข้อควรระวังในการปลูกโรสแมรี่ก็คือช่วงหน้าฝนถ้าเกิดโดนฝนหนักๆมันอาจจะเน่าได้ต้องระวังแล้วก็อาจจะเกิดเพี๊ยได้ต้องคอยดูคอยระวังถ้ามีพลาสติกใสจะดีมากช่วงหน้าฝนจะทำให้ต้นไม้ของเราไม่โดนน้ำเยอะและก็สามารถรับแสงได้ด้วยนี่ก็เป็นวิธีดูแลต้นโรสแมรี่ แบบง่ายๆที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน

สมุนไพร

วิธีดูแลต้นขนุน ขั้นตอนการปลูกเพาะเมล็ดแบบง่ายๆ 1000maidee

วิธีดูแลต้นขนุน ขั้นตอนการปลูกเพาะเมล็ดแบบง่ายๆ

วิธีดูแลต้นขนุน ขั้นตอนการปลูกเพาะเมล็ดแบบง่ายๆ

ต้นขนุน ( ๋Jackfruit ) เป็นไม้ผลเศรษฐกิจ เป็นสายพันธุ์ของต้นมะเดื่อ , วงเดียวกับหม่อนและสาเก ( Moraceae ) ต้นกำเนิดของมันมาจากในประเทศอินเดีย รวมถึงศรีลังกา และป่าฝนของประเทศมาเลเซีย ต้นขนุนเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ การตอนกิ่งและทาบกิ่งทำได้ลำบาก การเพาะเมล็ดจึงสะดวกที่สุด

วิธีขยายพันธุ์

วิธีเพาะเมล็ดโดยคัดเมล็ดที่อวบแน่นนำไปแช่น้ำที่ผสมน้ำยาป้องกันเชื้อราประมาณ 10-20 นาที นำดินเพาะที่มาจากการผสมแกลบดำ ทรายหยาบ ดินร่วน ปุ๋ยคอก อัตราส่วน  2:2:1:1 ใส่กระถางเพาะสูงไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว ใส่ถ่านรองก้นกระถางแล้วปูทับด้วยหญ้าหรือใบไม้แห้ง เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี จากนั้นใส่ดินและฝังเมล็ดให้ลึกประมาณ 5 ซม. กลบดินรดน้ำให้ชุ่ม ช่วงแรกคอยรดน้ำไม่ให้ดินแห้งหรือชุ่มจนเกินไป รอจนต้นสูงสัก 5-6 นิ้วค่อยย้ายลงดิน

ขั้นตอนการปลูกและการดูแล

  • หลุมปลูกควรขุดลึกประมาณ 50-100 ซม. ระยะห่างต่อหลุม 8-10 เมตร
  • การเตรียมดินปลูก ถ้าดินไม่สมบูรณ์ควรขุดให้ลึกประมาณ 100 ซม. แล้วนำมาตากไว้ 15-20 วัน หลังจากนั้นนำดินที่ตากมาผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก อัตราส่วน 1:1:1 ใส่เศษใบไม้แห้งหรืออินทรียวัตถุผสมลงไปถ้ามี เพื่อเพิ่มความโปร่งและเสริมธาตุอาหารแก่ดิน คลุกทุกอย่างให้เข้ากันแล้วใส่กลับลงไปในหลุมเพื่อหมัก ทิ้งไว้จนดินยุบตัว
  • เมื่อดินยุบตัวลงพร้อมปลูกแล้ว นำต้นกล้าออกจากกระถางแล้วคลี่ราก เมื่อนำต้นกล้าลงดินและกลบเรียบร้อย หาหลักผูกยึดให้ต้นกล้าตั้งตรงแล้วรดน้ำให้ชุ่ม วิธีนี้ใช้ได้กับต้นไม้ทุกต้น

  • ในระยะแรกให้รดน้ำทุกวัน คอยกำจัดวัชพืช จนต้นแข็งแรงตั้งตัวได้ให้ลดเหลือ 3-4 วันต่อครั้ง แต่ถ้าหน้าร้อนให้สังเกตหน้าดินเป็นหลักอย่าให้ดินแห้งเกินไปจนกว่าขนุนจะมีอายุ 1 ปี สามารถทิ้งการรดน้ำได้ถึงอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือมากกว่านั้นก็ได้ เพราะขนุนเป็นต้นไม้ที่ทนทานสภาพแล้ง แต่ถ้าเป็นช่วงติดผลควรรดน้ำทุกวัน
  • การใส่ปุ๋ยสามารถหลีกเลี่ยงเคมีโดยใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกก็ได้ ใส่รอบโคนต้น ทุก 1-2 เดือน ปรับสภาพดินด้วยปูนขาว 1 ครั้งต่อปี
  • โรคของขนุนที่พบบ่อยคือโรครา ศัตรูพืชคือหนอนไชลำต้นซึ่งมักจะเจอกับต้นที่อายุมากและเพลี้ยแป้ง ปัญหาทั้งหมดวิธีป้องกันที่เหมือนกันคือไม่ปล่อยให้โคนรก และคอยตัดกิ่งที่แห้งเสียออกไป ให้ต้นโปร่งดีที่สุด และคอยฉีดพ่นยาไล่แมลงสูตรชีวภาพทุกๆ 15 วัน ถ้ามีเวลาให้พ่น 5-7 วัน ถ้ามีผลก็ให้ฉีดที่ผลด้วยแล้วห่อกระดาษจะช่วยให้ไม่มีหนอนหรือแมลงมาไช  ***ขนุนเป็นต้นไม้ที่ให้ผล เราควรหลีกเลี่ยงสารเคมี เพื่อความสบายใจเวลาเก็บผลมารับประทาน

วิธีดูแลต้นไม้

การดูแลต้นพญาเสือโคร่ง ขั้นตอนการปลูกขยายพันธุ์ 1000maidee

การดูแลต้นพญาเสือโคร่ง ขั้นตอนการปลูกขยายพันธุ์

การดูแลต้นพญาเสือโคร่ง ขั้นตอนการปลูกขยายพันธุ์

พญาเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ไม่ชอบน้ำขัง เห็นทั่วไปตามบริเวณภูเขาและไหล่เขาทางภาคเหนือที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ถึงจะหาที่ที่เหมาะสมปลูกยาก แต่วิธีการปลูกและดูแลไม่ยุ่งยากเลย ลองมาดูกันค่ะ

วิธีขยายพันธุ์

  1. เพาะเมล็ดเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด นำเมล็ดที่ตากแห้งแล้วมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ควรบุบเมล็ดก่อนลงปลูก ระวังอย่าให้เมล็ดแตก
  2. วัสดุเพาะใช้ขุยมะพร้าว ทรายหยาบ หรือแกลบดำก็ได้ นำมาใส่หลุมเพาะวางเมล็ดแล้วโรยวัสดุปลูกบางๆกลบเมล็ดไว้อีกทีแล้วรดน้ำให้ชุ่ม
  3. วางไว้ในที่ร่มรำไร พอเริ่มงอกให้โดนแสงแดดในช่วงเช้า การให้น้ำไม่ต้องทุกวันเพราะถ้าแฉะมากเมล็ดเน่าได้ดูแค่ให้มีความชื้นพอ รอจนต้นกล้ามี 2-3 คู่ใบแล้วย้ายลงถุงปลูกเพื่ออนุบาลต้นกล้าต่อไป
  4. ใช้ดินร่วน ปุ๋ยหมัก แกลบเก่า อัตราส่วน 1:1:1 ผสมใส่ถุงปลูก ย้ายต้นกล้ามาลงแล้วกลบ ช่วงนี้ต้นกล้าต้องการแสงแดดแต่ไม่จัด หาที่วางให้เหมาะสมแล้วคอยดูความชื้นให้พอสมควร 2-3 วันค่อยให้น้ำก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เมื่อต้นแข็งแรงแล้วค่อยย้ายลงปลูกอีกครั้ง

ขั้นตอนการปลูกและการดูแล

  1. การปลูกลงดินให้ขุดหลุมไม่ต้องลึกมากหรือวางต้นปลูกลงบนดินเลย แล้วใช้ดินกลบให้พูนขึ้นที่รอบโคนต้น เพื่อป้องกันน้ำขัง หรือจะปลูกลงบ่อซีเมนต์ก็ได้แต่ไม่ต้องเทปูนก้นบ่อ
  2. ทั้งสองวิธีเมื่อลงปลูกให้ใช้ดินธรรมดาก่อนยังไม่ต้องผสมกับปุ๋ย แต่ต้องเป็นดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ใน 2-3 อาทิตย์แรกคอยดูแลเรื่องน้ำทุกวันอย่าให้ดินชุ่มมากหรือแห้งจนเกินไป หลังจากนั้นค่อยๆลดการให้น้ำเรื่อยๆโดยสังเกตจากตัวต้นไม้เลย ถ้ายังไม่เริ่มมีอาการเฉาก็ยังไม่ต้องรด เพราะพญาเสือโคร่งเป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำ

  1. หลังจากลงปลูก 2 เดือน ค่อยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบโคนต้น และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละ 1-2 ครั้งตามความสะดวก ทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ยควรรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นสูงประมาณ 2.5-3 เมตร ควรตัดยอดทิ้งเพื่อให้ต้นเป็นทรงพุ่ม
  2. การดูแลโรคพืชหนอนแมลง ควรเลือกใช้น้ำยาชีวภาพป้องกันเบื้องต้นก่อน เช่น น้ำส้มควันไม้หรือน้ำหมักชีวภาพทำเอง จะได้ปลอดภัยทั้งคนทั้งต้นไม้เพียงแค่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นควรต้องใช้อย่างระมัดระวัง ใส่ถุงมือ หน้ากาก สวมเสื้อผ้ามิดชิดในขณะฉีดพ่นหรือรดรากทางดิน

วิธีดูแลต้นไม้

วิธีการปลูกและดูแล ต้นแสงจันทร์ ตกแต่งสวนหน้าบ้าน 1000maidee

วิธีการปลูกและดูแล ต้นแสงจันทร์ ตกแต่งสวนหน้าบ้าน

วิธีการปลูกและดูแล ต้นแสงจันทร์ ตกแต่งสวนหน้าบ้าน

ถ้าคุณมองหาไม้ยืนต้นขนาดกลางสักต้นมาตกแต่งสวนเล็กๆหน้าบ้าน ที่ให้ทั้งความสวย บดบังแดด ดูแลง่าย และระบบรากไม่ทำร้ายโครงสร้างบ้าน ต้นแสงจันทร์ หรือ ต้นเสลาถือเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้พระราชทาน ไม้มงคลยืนต้น เป็นหนึ่งในคำตอบของคุณได้

วิธีขยายพันธุ์

ที่นิยมคือปักชำซึ่งเพาะง่ายได้ผลดีที่สุด โดยเลือกตัดกิ่งหรือยอดที่ไม่อ่อนไม่แก่ ทาปูนแดงที่รอยตัดและรอให้แห้งเพื่อกันเชื้อรา เด็ดใบทิ้งเพื่อบังคับไม่ให้คายน้ำและส่งอาหารไปเลี้ยงส่วนรากให้งอกเร็ว เตรียมดิน แกลบดำ ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 1:1:1 ผสมใส่ภาชนะ ปักกิ่งที่เตรียมไว้ลงดิน กดให้ดินแน่นพอสมควร นำไม้หลักมายึดช่วยให้กิ่งไม่ล้ม แล้วรดน้ำให้ชุ่มในครั้งแรก ระยะเวลาการงอกของรากไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ดูแลรดน้ำไม่ให้ดินแห้งหรือชุ่มเกินไป เมื่อสังเกตว่ามีใบอ่อนเกิดขึ้นแสดงว่ารากติดแล้ว ควรดูแลไปจนกว่ารากและต้นแข็งแรงนั่นจึงเป็นเวลาที่พร้อมลงปลูก

ขั้นตอนการปลูกและการดูแล

  • การปลูกลงดินขุดหลุมกว้างลึกประมาณ 30×30 ซม. ระยะห่างจากรั้วบ้าน 1-2 เมตร ผสมปุ๋ยคอกหมักกับดินอัตราส่วน 1 : 1 เพื่อรอปลูก รองก้นหลุมด้วยอินทรียวัตถุเช่น ใบไม้แห้ง, เปลือกไข่ แต่ถ้าดินไม่สมบูรณ์ควรขุดหลุมนำปูนขาวโรยก้นหลุมและผสมปุ๋ยคอกกับดินที่ขุดขึ้นมาคลุกให้ทั่วแล้วตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ เมื่อเตรียมหลุมและดินพร้อมปลูกเรียบร้อย นำต้นกล้าออกจากกระถางทำการขยายรากก่อนแล้วจึงนำลงหลุม กลบด้วยดินปลูกที่เตรียมไว้ แล้วนำเศษหญ้าแห้งหรือฟางมาคลุมที่โคนต้น เพื่อเก็บความชื้นทำให้ต้นไม้ตั้งตัวได้เร็ว
  • การปลูกในกระถางต้องใช้กระถางทรงสูง 12 นิ้วขึ้นไป ใช้ดินปลูกสูตรเดียวกับปลูกลงดิน หาหลักมาปักผูกยึดกิ่งเอาไว้ คลุมหน้าดินในกระถางด้วยเช่นเดียวกัน

  • หลังจากลงปลูกควรรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นแข็งแรงก็สามารถเหลือแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพราะต้นแสงจันทร์เป็นต้นไม้ไม่ชอบน้ำมาก เราแค่ควบคุมความชื้นให้ก็พอ โดยจะสังเกตจากหน้าดินแล้วค่อยรดน้ำก็ได้
  • การให้ปุ๋ยควรใส่ปุ๋ยคอกหมักหรือปุ๋ยหมักรอบโคนต้นทุก 3 เดือน หลังจากใส่ปุ๋ยควรรดน้ำให้ชุ่ม คอยพรวนดิน กำจัดวัชพืช
  • แสงจันทร์เป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยมีปัญหากับหนอนแมลง ที่เห็นส่วนมากจะเป็นมดและเพลี้ยแป้ง ให้คุณคอยตัดแต่งกิ่งไม่ให้ใบหนาทึบ ฉีดน้ำที่ใบบ้าง โรยผงถ่านหรือเปลือกไข่ที่โคนต้น ทำเป็นประจำแบบนี้ มดและเพลี้ยแป้งก็ลาต้นไปเอง

วิธีดูแลต้นไม้

วิธีดูเเลกล้วยไม้ ให้สวยสดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

วิธีดูเเลกล้วยไม้ ให้สวยสดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

วิธีดูเเลกล้วยไม้ ให้สวยสดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

     เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ บ้านจะต้องมีกล้วยไม้ไว้ประดับให้บ้านดูสวยงาม น่ามอง นอกจากนี้ยังสามารถส่งกลิ่นหอมให้กับคนที่ปลูกได้สูดดม แต่ปัจจัยที่สำคัญมากในการปลูกต้นไม้ให้สวย สีสด น่ามอง ไม่เหี่ยวช้ำหรือล้มตาย เราจึงอยากแนะนำ วิธีดูแลกล้วยไม้ ให้สวยสดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา จะมีวิธีดูแลยังไงบ้าง ไปดูกันเลย สำหรับ วิธีดูแลกล้วยไม้ ให้สวยเหมือนใหม่ ก็มีวิธีดูแลแบบง่าย ๆ ดังนี้

วิธีดูเเลกล้วยไม้ ให้สวยสดเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

  • ศึกษาพันธุ์กลัวยไม้ที่เราปลูก

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่ากล้วยไม้ที่เราเห็นว่ามีลักษณะคล้าย ๆ กัน หรือเเทบจะเหมือนกันทั้งหมด แต่เเท้ที่จริงแล้วกล้วยไม้มีด้วยกันหลากหลายพันธุ์ เราจึงจำเป็นต้องรู้ก่อนว่ากล้วยไม้ที่เราปลูกคือพันธุ์อะไรจะได้ดูแลอย่างถูกวิธี

  • สภาพเเวดล้อมรอบ ๆ

พอเรารู้ว่ากล้วยไม้ของเราเป็นพันธุ์อะไรเเล้ว การดูแลกล้วยไม้ขั้นถัดไปก็คือ สภาพเเวดล้อมที่เราใช้ในการปลูกกล้วยไม้ ก็ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่กล้วยไม้ต้องการด้วย ถ้าหากเราเลี้ยงกล้วยไม้ไว้ในบ้าน เป็นลักษณะห้อยหรืออะไรก็ตาม ถ้าในบริเวณที่ในกล้วยไม้ของเราไม่โดนแดดในเเต่ละวันเราควรที่จะนำกล้วยไม้ของเราออกไปโดนเเดดบ้าง ประมาณ 5 – 6 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพราะต้นกล้วยไม้มักจะเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศร้อนได้ดี อุณหภูมิตั้งเเต่ 30 – 35 องศาขึ้นไปจะดีมาก

  • การรดน้ำ

สำหรับการรดน้ำต้นกล้วยไม้ให้ดูสวยเหมือนใหม่ เราจะต้องรู้ก่อนว่าสำหรับต้นกล้วยไม้มักจะต้องการความชื้นอยู่ที่ 60 – 80 เปอร์เซนต์ ไม่ให้มากหรือน้อยไปไปกว่านี้ เพราะถ้าความชื้นมากเกินไปจะเกิดความเสียหายต่อรากได้ นอกนี้การปลูกกล้วยไม้ไม่ควรที่จะรดน้ำบ่อย ๆ อาจจะนำน้ำสะอาดมาใส่ขวดสเปรย์เเละฉีดไปตามดอกวันละครั้งเท่านั้น

  • ป้องกันไม่ให้เกิดโรคกล้วยไม้

สิ่งกวนใจที่สุดสำหรับต้นกล้วยไม้ นั่นก็คือ โรคกล้วยไม้ หรือเรียกกันว่า โรคใบจุด สำหรับโรคนี้เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราที่เราอาจจะมองไม่เห็น ส่วนอาการของโรคที่ระบาดเราจะมองเห็นรอยแผลยาวรีคล้ายกระสวย บริเวณกลางของแผลจะเป็นตุ่มนูนที่ต้น เมื่อเป็นเเล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้นั่นก็คือการทำตามขั้นตอนด้านบน

และนี่ก็คือ วิธีดูเเลกล้วยไม้ เป็นวิธีที่ทำตามได้ง่าย เเละผู้อ่านคงจะเห็นว่ากล้วยไม้ค่อนข้างที่จะต้องการความดูแลเอาใจใส่พอสมควร ถ้าใครอยากให้กล้วยไม้ของตัวเองสวยงาม และมีสีสด และส่งกลิ่นหอม ก็สามารถทำตามวิธีเหล่านี้ได้เลย

วิธีดูแลต้นไม้

การชำต้นไทรใบสัก ที่มีความนิยมมากในขณะนี้ 1000maidee

การชำต้นไทรใบสัก ที่มีความนิยมมากในขณะนี้

การชำต้นไทรใบสัก ที่มีความนิยมมากในขณะนี้

              ต้นไทรใบสัก ( Fiddle Fig ) เป็นต้นไม้ที่มีความนิยมมากในขณะนี้ เพราะดูแลง่ายรดน้ำไม่บ่อย และมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากมีความต้องการเป็นจำนวนมากแต่ต้นไทรใบสักยังมีวิธีการขยายพันธุ์ได้หลายวิธี แต่จะมีวิธีที่นิยมใช้กันมากก็คือ การชำต้นไทรใบสัก เพราะเป็นวิธีที่ง่าย และใช้อุปกรณ์ในการทำไม่เยอะ ต้นไทรใบสักเป็นต้นไม้ที่มีการเจริญเติบโตได้ช้า กว่าจะเติบโต หรือสูงขึ้นได้ใช้เวลาหลายปี แต่จะเป็นการขยายส่วนลำต้น และส่วนใบสะมากกว่า ขยายเพื่อให้ใบมีขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับการรับแสงแดด ในการขยายพันธุ์ต้นไทรใบสัก ใช้ได้ทุกส่วนของต้นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเมล็ด แต่อาจจะใช้เวลามากเพราะต้องรอต้นโต และมีกิ่งก้านที่เยอะ และการใช้เมล็ดเพาะ จะใช้เวลานานจากเมล็ดสู่ต้นกล้า แต่ข้อดีคือจะทำให้ต้นไทรใบสักมีความคงทนแข็งแรง ส่วนต่อมาคือส่วนของกิ่ง และใบของต้นไทรใบสัก

และวิธีต่อมาที่ผู้คนนิยมนำมาใช้ขยายพันธุ์ก็คือ การชำของต้นไทรใบสัก จะสามารถใช้ได้ทั้งใบและกิ่งขั้นตอนมีดังนี้

  • วิธีการก็ให้เตรียมมีด หรือคัทเตอร์มาตัดต้น หรือใบของต้นไทรใบสัก ใบของไทรใบสักให้เลือกใบใหญ่ แก่ และมีก่านที่แข็ง ให้มุมอยู่ที่ 45องศา
  • เมื่อตัดขาดแล้วนำเอาต้น หรือก้านของไทรใบสักมาล้างยางออก แล้วนำไปแช่น้ำสะอาด ที่มีส่วนผสมของน้ำยาเร่งราก แล้วนำไปวาในพื้นที่ร่มรำไร ที่แสงแดดส่องถึง ปล่อยไว้สัก3-4สัปดาห์ ต้นไทรใบสักก็จะเกิดราก

  • เมื่อต้นไทรใบสักเกิดรากให้เตรียมดิน ดินที่จะใช้ปลูกต้นไทรใบสัก ก็ต้องใช้เป็นดินร่วน ผสมกับแกลบเผา และนำดินมาใส่ถุงดำสำหรับการเพาะชำ
  • นำต้นไทรใบสักที่มีรากออก นำมาใส่ถุงดำที่นำดินใส่ไว้แล้ว และนำต้นไทรใบสักมาตั้งในพื้นที่รำไรโดนแดดประมาณ60% และรอรากยึดลงดินเพื่อให้ต้นไทรใบสักโตขึ้น

ข้อควรระวังไม่ควรขยับหรือย้ายต้นไทรใบสักบ่อยๆ เพราะจะทำให้รากที่กำลังจะเจริญเติบโตขาดได้เพราะรากยังเป็นรากอ่อน การรดน้ำควรให้น้ำด้วยฉีดด้วยละอองฟ็อกกี้ฉีดน้ำวันละ1ครั้ง การชำต้นไทรใบสักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่นการให้น้ำที่เหมาะ แสงแดดให้พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป การชำต้นไทรใบสักก็เป็นเหมือนการเริ่มต้นอนุบาลให้กับต้นไทรใบสักจึงต้องอาศัยการดูแลเป็นอย่างดีเพื่อให้ผลเป็นไปตามที่วางไว้

วิธีดูแลต้นไม้

ปุ๋ยกล้วยไม้ ยี่ห้อไหนดีเพื่อให้ดอกกล้วยไม้ออกมาสวยงาม 1000maidee

ปุ๋ยกล้วยไม้ ยี่ห้อไหนดีเพื่อให้ดอกกล้วยไม้ออกมาสวยงาม

ปุ๋ยกล้วยไม้ ยี่ห้อไหนดีเพื่อให้ดอกกล้วยไม้ออกมาสวยงาม

การปลูกกล้วยไม้จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีการปลูกเบื้องต้นและปุ๋ยกล้วยไม้ที่จะนำมาใส่เพื่อให้ดอกกล้วยไม้ออกมาสวยงามโดยมีวิธีเบื้องต้นในการดูแลดอกกล้วยไม้ดังนี้ กระถางของกล้วยไม้จำเป็นจะต้องมีช่องซื้อรอบกระถางธูปที่จะมาแนะนำกระถางรูปทรงต่างๆที่ลสามารถนำไปปรับประยุกต์ทำกันเองได้ที่บ้านง่ายๆ กล้วยไม้แบ่งเป็น 2 ประเภทไม้รากอากาศ100%กล้วยไม้รากอากาศในเมืองไทยที่ปลูกเลี้ยงหาซื้อได้ทั่วไปเป็นกล้วยไม้รากอากาศคือเราจะต้องมีเครื่องปลูกช่วยเค้าเช่นกาบมะพร้าว ถ่านหิน ข้าว กล้วยไม้รากอากาศ เช่น สกุลหวายแคทรียากับคาร่า ไม้ป่า อีกหลายตัวด้วย ต้องใช้กาบมะพร้าวต้องใช้เครื่องปลูกวัสดุ

ปุ๋ยกล้วยไม้ ยี่ห้อไหนดีเพื่อให้ดอกกล้วยไม้ออกมาสวยงาม 1000maidee

ส่วนกล้วยไม้ที่ผมบอกว่าเป็นกล้วยไม้รากอากาศ 100% เป็นกล้วยไม้ประเภทที่ไม่ต้องมีจากมะพร้าวไม่ต้องมีอะไรเลยขึ้น ลงไปในกระถางปูนเปลือยเลยแล้วเขาก็จะผลิตจะสร้างรากออกมาจำนวนมากเพื่อช่วยในการอยู่รอดกล้วยไม้รากอากาศ100%เรียกว่าสกุลแวนด้าเป็นกล้วยไม้ที่เอาตัวรอดด้วยตัวเขาเองอยู่ในป่าดังเดิมก็ไม่มีเครื่องปลูกไม่มีกลับมาเค้าไม่มีอะไรนี่คือพื้นฐานจากในป่าแล้วเราก็มาเลี้ยงเป็นกล้วยไม้บ้านมาพัฒนาให้มีความสวยเป็นสีแปลกเลี้ยงง่ายขึ้นด้วยไม้รากอากาศ และกระถางที่ดีควรจะมีช่องมีรูระบายน้ำสามารถทำให้อากาศถ่ายเทได้มากๆ บางทีพอเราลดน้ำไปกับมะพร้าวเปียกแฉะแล้วจะทำให้แห้งยากถ้ากระเพราแห้งยากก็จะทำให้เจ็บป่วยได้นอกจากนั้นแล้วปุ๋ยกล้วยไม้และสารอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ทำให้ดอกกล้วยไม้ออกมาสวยงามก็คงสภาพอยู่ได้นานๆ ยี่ห้อปุ๋ยที่จะมาแนะนำสำหรับผู้ปลูกกล้วยไม้มีดังนี้

นาโนการ์เด้น สมุทรปราการ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์เป็นสารที่เพิ่มผลผลิตสำหรับกล้วยไม้สกัดจากธรรมชาติดูดซึมเร็วและช่วยทำให้กล้วยไม้มีการรอดของต้นอ่อนสูงขึ้นโตเร็วแข็งแรงเพิ่มปริมาณช่อดอก 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ออกดอกดีสีสันสดใสโดยใช้ 1 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตรพ่นทุก 2 สัปดาห์

  • ปุ๋ยอัลฟ่า หฤทัยกระถางพลาสติก สวดมนต์
  • ปุ๋ยละลายช้าออสโมโคท ปุ๋ยกล้วยไม้ สูตร 13-13-13
  •  ปุ๋ยกล้วยไม้ทวินเฟอร์ตี้   ไม้ม่วนสวนสวยกรุงเทพฯ สูตร 21-21-21
  •  ปุ๋ยกล้วยไม้ Orchid Gold  สำหรับคนเลี้ยงกล้วยไม้มืออาชีพกินละความสำเร็จของเกษตรกรจากชมรมส่งเสริมเกษตรกรชีวภาพ
  • อะมิโนโปรตีนชนิดฉีดพ่น สำหรับกล้วยไม้ ร้านบ้านกะสวนจังหวัดชลบุรี สูตรสำหรับกล้วยไม้สามารถดูดซึมธาตุอาหารต่างๆได้อย่างเต็มที่ทำให้แข็งแรงงอกงามออกดอกสวย
  • ปุ๋ยไซโตสำหรับกล้วยไม้ เพลงการออกดอกช่อใหญ่สีสดใสฟื้นฟูสภาพกล้วยไม้ ที่แขวนโทรมแล้วเร่งดอก
  • ปุ๋ยกิฟฟารีนโกรเเม็กซ์ สูตร 20-20-20 สำหรับไม้ดอก สูตรเข้มข้นธนาธรดอกและพัฒนาต้น

โดยวิธีใส่ปุ๋ยขึ้นอยู่กับผู้ปลูกส่วนมากที่นิยมคือ 20 20 20 หรือ 21 21 21 จะเป็นยี่ห้ออะไรก็ได้ให้ใส่อาทิตย์ละครั้งกล้วยไม้จะขึ้นและเติบโตได้ดีในที่ร่มแดดรำไรเช่น ต้นไม้สูง ที่มีทางแสงให้แดดผ่านได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์แต่ต้องรดน้ำทุกเช้าก่อน 8:00 น ให้ชุ่มเพื่อที่จะให้แห้งก่อน7.00น.ให้ลมโกรกเบาๆแสงแดดได้รับตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงก็เพียงพอวันที่ฝนตกไม่จำเป็นต้องรดน้ำต้นไม้เพียงทำร่วมกับการใส่ปุ๋ยดอกกล้วยไม้เท่านี้ดอกกล้วยไม้ก็จะสวยได้ดั่งใจ

วิธีดูแลต้นไม้

จัดสวนบีโกเนีย รวมแนวคิดหลากหลายสไตล์ 1000maidee

จัดสวนบีโกเนีย รวมแนวคิดหลากหลายสไตล์

จัดสวนบีโกเนีย รวมแนวคิดหลากหลายสไตล์

ต้นบีโกเนียมีเป็นต้นไม้ประดับที่เลี้ยงในร่มและมีดอก ผู้คนจึงนิยมนำมาปลูกไว้ในบริเวณที่ไม่ค่อยมีแสงแดด นอกจากการปลูกต้นบีโกเนียแล้วจึงมีการนำต้นบีโกเนียมาจัดสวนในพื้นที่บริเวณบ้าน ต้นบีโกเนียสามารถนำมาจัดสวนได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นสวนประเภทสวนโมเดิร์นแบบมีสีสัน สวนหินสบายๆให้อารมณ์เหมือนอยู่ในน้ำตก

การจัดสวนต้นบีโกเนียสามารถนำต้นไม้หลาย ๆ ประเภทมาใส่ไว้รวมกันได้ เพราะต้นบีโกเนียสามารถอยู่ได้ทั้งในพื้นที่ร่มและพื้นที่รำไรได้ แต่ควรเลือกลักษณะต้นที่สามารถอยู่ในลักษณะเดียวกันได้จะได้สะดวกต่อการรดน้ำ การใส่ปุ๋ย หรือการดูแลประเภทต่างๆ รวมถึงการตัดแต่ง ต้นไม่ที่ควรเลือกนำมาจัดสวน จะเป็น้ตนไม้ที่ความสูงล่ระดับกันตั้งสูงลงมาต้นเตี้ย การจัดสวนที่จะยกตัวอย่างจะเป็นการจัดสวนหิน ตรงมุมหน้าบ้าน ต้นไม้ที่เราจะใช้เป็นต้นใหญ่จะใช้เป็นต้นเดหลีใหญ่ตั้งอยู่บ้านบนสุด ต้นต่อมาจเป็นต้องต้นเฟิร์นทรีปลูกด้านใน ต้นเศรษฐีไซง่อนเว้นระยะตรงด้านข้างของต้นบีโก และภายในจะนำหิน นำมาวางล้อมด้านนอก นำตบีโกเนียปลูกบริเวณพื้นที่ว่าง วางต่อกันกันให้พุ่ม จัดเรียงต้นไม้ตามลำดับความสูง

และการจัดสวนอีกวิธีก็คือ การจัดสวนสไตล์ลอฟ โดยการนำต้นบีโกเนียมาปลูกใส่กระถางปูนเปือยทรงเหลี่ยม  และตกแต่งด้วยหินกรวดสีดำวางรอบๆเป็ฯพื้นสร้างสวยงามแบบเรียบง่าย เป็นระเบียบได้อีกแบบ การจัดสวนแบบนิยมจัดตามรอบรั้ว หรือจัดตามกำแพงบ้านเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับมุมนั้นๆและแบบสุดท้ายจะเป็นสวนหินแบบรำไรจัดวางไว้กลางแจ้ง จะใช้ต้นไม้อยู่ไม่กี่ประเภทจะจัดง่ายกว่ากวี่แรก คือการนำต้นเฟิร์นใบมะขาม มาใส่กระถางทรงสูง น้ำหินมาวางและโรยดินด้านล่าง ใช้หินกรวดโรย และนำต้นบีโกเนียปลูกในกระถางสูงกว่าพื้นหินกรวด และสามารถนำต้นหนวดปลาดุกมาปลูกแซมให้เกิดสีเขียวสามารถนำตัดกับใบหลากสีของบีโกเนียได้อีกด้วย ข้อควรระวังสำหรับการจัดสวนรำไรในพื้นที่กลางแจ้งควรรดน้ำวันละ 1ครั้งเพราะพื้นที่กลางแจ้งอาจจะมีแดดแรงทำให้ต้นไม้เหี่ยวได้ เพราะต้นที่เลือกนำมาปลูกส่วนใหญ่เป็นต้นไม้รำไรโดนแดดได้เพียง 40% เท่านั้น

การจัดสวนบีโดเนียมีมากมายหลายแบบเหมาะสำหรับมือใหม่เพิ่งเริ่มต้นกับการจัดสวนในพื้นที่ ๆ มีจำกัดเพราะต้นบีโกเนียเป็นต้นไม้ที่ดูแลค่อนข้างสูง แต่จะให้เน้น หรือระวังในด้านการให้น้ำ ให้มีความพอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ส่วนใครที่มีแพลนอยู่แล้วสามารถนำวิธีการจัดสวนนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ และสามรถปรับเปลี่ยนต้นไม้ตามความเหมาะสมหรือพื้นที่ๆมีได้

วิธีดูแลต้นไม้

วิธีดูแลต้นไม้มงคลจิ๋ว เพื่อเสริมสิริมงคลในที่อยู่อาศัย 1000maidee

วิธีดูแลต้นไม้มงคลจิ๋ว เพื่อเสริมสิริมงคลในที่อยู่อาศัย

วิธีดูแลต้นไม้มงคลจิ๋ว เพื่อเสริมสิริมงคลในที่อยู่อาศัย

การปลูกต้นไม้จะช่วยให้เราผ่อนคลาย และมีสมาธิมากขึ้น การปลูกต้นไม้ที่เสริมฮวงจุ้ย หรือเสริมดวงมีหลายชนิด ที่ผู้คนนิยมปลูกกันจะเป็นต้นไม้มงคล แต่ไม้มงคลส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ประดับที่มีพุ่มขนาดกลาง แต่วันนี้จะมาแนะนำต้นไม้มงคลขนาดจิ๋ว  ที่ราคาไม่แพงสามารถวางบนโต๊ะทำงาน หรือมุมโปรดของบ้าน และวิธีการดูแลต้นไม้มงมงคลจิ๋วไม่ยากอย่างที่คิดอหลายๆบ้านในจะมีการปลูกไม้มงคลตามจุดต่างๆของบ้านที่เป็นความเชื่อในด้านบวก เพื่อเสริมสิริมงคลในที่อยู่อาศัย ให้ความสุขทางใจให้กับผู้ที่ปลูก เช่น การปลูกต้นมะยมหน้าบ้านหรือหน้าร้านค้า จะช่วยให้ดีรับความนิยมชมชอบ การปลูกต้นเฟื่องฟ้าที่หน้าร้านจะช่วยให้กิจการเฟื่องฟูเหมือนดอกเฟื่องฟ้า

แต่ในปัจจุบันผู้คนยังนิยมการปลูกต้นไม้มงคลกันแต่ในพื้นที่ๆมีขนาดเล็กจึงไม่สะดวกที่จะปลูกต้นไม้มงคลที่ขนาดใหญ่ ต้นไม้มงคลขนาดจิ๋วจึงเป็นอีกทางเลือกในการปลูก ต้นไม้มงคลขนาดจิ๋วมีมากมายหลายสายพันธุ์ เช่น

  • ต้นเทียนมหาลาภ มีความมงคลดังชื่อ มีลาภอันยิ่งใหญ่เข้ามาหาครอบครัว ที่ลักษณะเป็นต้นไม้ลำเดี่ยวมีใบสีแดงอยู่ตรงปลายยอด มีดอกสีขาว วิธีการขยายพันธุ์ การพักชำตัดลำต้นสูงประมาณ10-15 เซนติเมตร ปล้วนำมาปักชำลงในขุยมะพร้าวสับและรดด้วยน้ำยาเร่งราก
  • เศรษฐีเรือนใน นิยมมาปลูกในบ้านก็ได้เช่นกัน ช่วยดูดสารพิษในบ้าน มีลักษณะใบเป็นสีขาว เขียวเป็นเรียวยาว มีดอกสีขาว การขยายพันธุ์ โดยการนำต้นมาแยกหน่อออก หน่อได้ที่แยกออกจากกอ หรือ นำต้นที่ออกจากปลายดอกที่แตกออกมา
  • ต้นเงินไหลมา มีชื่อที่ดีความหมายดี การขยายพันธุ์สามารถขยายพันธ์โดยการแยกหน่อ ปักชำในดินผสมพร้อมกับมะพร้าว
  • ต้นช้อนเงินช้อนทอง มีชื่อที่เป็นมงคลที่สามรถช้อนอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มีลักษณะใบเป็นสีเขียวเข้มลักษณะของใบเป็นเสมือนช้อน

            การขยายพันธุ์ส่วนใหญ่ที่นิมยมใช้กันจะเป็ฯการเพาะเมล็ด แต่ถ้าหากต้องการต้นใหญ่จะใช้วิธีการเสียบยอด วิธีการดูแลต้นไม้มงคลจิ๋ว ส่วนใหญ่จะมีวิธีไม่ยุ่งยาก วิธีการดูแลคล้ายๆกัน หากตั้งไว้ในที่ทำงานไม่โดดแสงแดด ให้รดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่ชอบน้ำขัง การใส่ปุ๋ยแนะนำให้ใส่ปุ๋ยออสโมโคสสูตร 14-14-14 ปุ๋ยละลายช้า3 เดือนใส่1ครั้ง และนำต้นไม้มงคลขนาดจิ๋วไปตั้งรับแสงแดดครั้งละ3-4 ชั่วโมง อาทิตย์ละ2-3ครั้ง

     วิธีการดูแลต้นไม้มงคลจิ๋วต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความอดทน  และควาใส่ใจในการดูแลบ้าง การปลูกใม้มงคลในบ้านเสริมพลังหลายๆด้านทั้งทางจิตใจและความเชื่อ หากนำต้นไม้มงคลมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานจะช่วยให้เราผ่อนคลายและการเสริมฮวงจุ้ยที่ดีอีกด้วย

วิธีดูแลต้นไม้

วิธีการขยายพันธุ์ไม้ ดูแลต้นกล้าตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ด 1000maidee

วิธีการขยายพันธุ์ไม้ ดูแลต้นกล้าตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ด

วิธีการขยายพันธุ์ไม้ ดูแลต้นกล้าตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ด

              การปลูกต้นไม้โดยการขยายพันธุ์แบบเพาะเมล็ดนั้นสามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยากอะไร อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ทำให้ต้นไม้แข็งแรงกว่าการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นๆ เพราะการเพาะเมล็ดจะทำให้พืชมีรากแก้วซึ่งเป็นรากหลักในการหาอาหารอีกทั้งยังเป็นรากที่แข็งแรงแม้ว่ารากฝอยจะขาดหรือถูกทำลายไปบ้างแต่ถ้ารากแก้วยังแข็งแรงดีอยู่ต้นไม้ก็ยังแข็งแรงเช่นกัน วันนี้เราจึงนำเอาวิธีการดูแลต้นกล้ามาฝากเพื่อนๆ ชาวสวนมือใหม่กัน เอาตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ดกันไปกันเลย

วิธีการขยายพันธุ์ไม้ ดูแลต้นกล้าตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ด

วิธีการดูแลต้นกล้า ให้เติบโตแข็งแรงตั้งแต่เพาะเมล็ด

  • หาบ้านให้กับต้นกล้าที่กำลังจะเกิด : ในการจะเพาะเมล็ดนั้นอย่างแรกเลยคือเราต้องเตรียมสถานที่สำหรับให้ต้นกล้าได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง ต้องเป็นที่ๆ อากาศถ่ายเทได้ดี ได้รับแสงเพียงพอแต่ไม่โดยแดดจัดเกินไป อีกทั้งยังต้องห่างไกลจากสัตว์รบกวน ไม่ว่าจะเป็ด ไก่ ที่จะมาจิกกินเมล็ดและต้นอ่อน หรือสุนักและแมวที่อาจมาขุดดินทำลายต้นกล้าได้
  • จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับเพาะและเมล็ดพืชที่ต้องการ : อุปกรณ์สำหรับเพาะเมล็ดก็คือ ดิน ถาดหลุด กระถาง หรือกระบะก็ได้ และที่สำคัญก็คือเมล็ดพืชที่ต้องการ โดยถาดสำหรับเพาะนั้นจะต้องระบายน้ำได้ดี เพาะหากน้ำขังอาจทำให้เมล็ดเน่าได้ เมล็ดกับดินนั่นก็หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร หรือใครจะเตรียมดินเองก็ได้ โดยอัตราส่วนคือ ดิน แกรบดำ และขุยมะพร้าวละเอียด อย่างละ 1 ส่วน ผสมให้เข้ากันก็ใช้ได้

  • การใส่เมล็ดลงดิน : เมล็ดพืชแต่ละชนิดมีขนาดที่แตกต่างกัน หากเมล็ดใหญ่พอมองเห็นให้ใส่แค่หลุมละ 1 เมล็ดก็พอ เพื่อเวลาแยกต้นกล้าลงดินจะได้ง่าย แต่หากเมล็ดของพืชมีขนาดเล็กมากก็ใช้วิธีการโปรยแบบกระจาย พยายามให้เมล็ดแยกห่างกันแล้วเอาดินกลบบางๆ โดยการรดน้ำควรรดแบบเป็นฝอย เพื่อไม่ให้เมล็ดเล็กๆ ลอยหายไป
  • ให้ต้นไม้ได้รับแสงเพียงพอ : วิธีการดูแลต้นกล้าในช่วงของการเพาะเมล็ดแรกๆ นั้นควรวางในที่มีมีแสงแดดรำไร ควรให้ต้นไม้ได้รับแสงอ่อนๆ ในตอนเช้า อย่าเพิ่งเอาออกแดดจัด เพราะจะทำให้ต้นไม้เสียน้ำมากเกินไป อาจเหี่ยวตายได้ และต้องคอยรักษาความชุ่มชื่นของดินเอาไว้เสมอ

  • ต้นกล้าโตพอแล้วให้ย้ายบ้านไป : เมื่อต้นกล้าอายุได้ประมาณ 1 สัปดาห์ก็เริ่มแยกปลูกได้แล้ว โดยเปลี่ยนขนาดของภาชนะให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รากสามารถขยับขยายพื้นที่หาอาหารไปได้ไกลขึ้นนั่นเอง
  • โตแล้วโดนแดดได้ : เมื่อต้นกล้าโตพอจนอายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ให้เริ่มนำออกไว้รับแสงมากขึ้น อาจเป็นแสงครึ่งวันเช้า หรือครึ่งวันบ่ายก็ได้ รดน้ำวันละ 1 ครั้งเช้าหรือเย็นก็ได้

  • โตพอแล้วได้เวลาย้ายบ้านอีกครั้ง : เมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ 1 เดือนต้นกล้าจะแข็งแรงพอที่จะย้ายลงแปลงดินได้แล้ว หากต้นไม้นั้นเป็นพืชยืนต้นขนาดใหญ่อย่างมะม่วง มะละกอ น้อยหน่า เป็นต้น แต่หากเป็นไม้ประดับที่มีต้นโตเต็มที่ขนาดเล็ก อย่างกุหลาบ ดาวเรือง ดาวกระจาย หรือทานตะวันแคระ ก็สามารถปลูกในกระถางได้ แต่อาจะขยับขยายให้กระถางใหญ่ขึ้นให้รากได้ชอนไช
  • ประคบประหงมให้ดี : นั่นก็คือการดูแล ใส่ปุ๋ยบำรุง หากเป็นต้นไม้ยืนต้นก็ให้พรวนดินบ้าง รากจะได้รับออกซิเจน รอวันที่ผลจะผลิตออกมาให้ชม

วิธีดูแลต้นไม้