พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

            อย่างที่เราทราบกันดีนะคะว่า พืชในประเทศไทยนั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ค่ะ นั่นก็คือ พืชไร่ , พืชสวน และ ป่าไม้ นั่นเองค่ะ แต่ในวันนี้เราจะมีเจาะลึกกันถึงเรื่องของ พืชไร่ ค่ะ อีกทั้งนอกจากข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับพืชไร่แล้วนั้น เนื่องจากมีพืชไร่หลายชนิดที่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยค่ะ ดังนั้นเราจึงนำ พืชไร่ 13 ชนิด มาฝากทุกท่านกันด้วยค่ะ

อันดับแรกมารู้จักพืชไร่กันสักนิดก่อนนะคะ พืชไร่ จริง ๆ แล้วคือกลุ่มพืชที่ต้องการน้ำน้อย มีทั้งไม้ล้มลุกและไม้ทนแล้งค่ะ เป็นพืชประเภท พืชปีเดียวค่ะ คือในหนึ่งปีให้ผลผลิตแค่หนึ่งครั้งและสามารถเก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว เมื่อเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วลำต้นก็จะล้มตายค่ะ อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วนะคะ พืชไร่ที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย สำหรับพืชไร่สามารถนำมาแบ่งออกเป็นปะเภทแยกย่อยได้เยอะมากค่ะ ทั้งประเภทใช้เมล็ด เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ประเภทคลุมดิน ซึ่งก็คือพืชตระกูลถั่วนั่นเองค่ะ ซึ่งพืชไร่ก็มีทั้งแบบนำไปแปรรูปหรือนำไปขายในรูปแบบของผลิตผลได้เลยค่ะ ตอนนี้เราก็ทราบเกี่ยวกับพืชไร่กันไปคร่าว ๆ แล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปดู พืชไร่ 13 ชนิด กันเลยค่ะ

  1. อ้อย ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลทรายค่ะ ซึ่งต้องบอกว่า ในปัจจุบันน้ำตาลก็เป็นอีกหนึ่งในวัตถุดิบประกอบอาหารที่สำคัญมากเลยนะคะ อีกทั้งอ้อยยังถูกนำมาแปรรูปจำหน่ายในรูปแบบของน้ำอ้อย อ้อยควั่น อีกด้วยค่ะ หูย มีแต่ของอร่อยทั้งนั้น
  2. ข้าวโพด นอกจากจะถูกนำมาประกอบอาหารและแปรรูปเพื่อรับประทานแล้วนั้น ยังถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์อีกด้วยค่า
  3. มันสำปะหลัง อีกเช่นกันค่ะ ทั้งถูกนำมาประกอบอาหารรับประทาน ยังถูกนำไปแปรรูปเป็นวุ้นเส้น เบียร์ เครื่องปรุง กาว แป้งเปียก ฯลฯได้อีกด้วยค่ะ
  4. ข้าวฟ่าง นอกจากจะใช้ผลิตเป็นอาหารสัตว์แล้วยังสามารถนำมาแปรรูปทำน้ำเชื่อมหรือน้ำหมักแอลกฮอล์ได้อีกด้วยค่ะ
  5. ถั่วเหลือง นอกจากจะนำมารับประทานได้แล้ว ก็ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นน้ำมันได้อีกนะคะ
  6. ตะไคร้หอม เป็นพืชไร่ประเภทสมุนไพรค่ะ สามารถนำมาใช้ได้หลายด้านเลยค่ะ ทั้งประกอบอาหาร เป็นยารักษาโรค หรือจะนำมาทำเป็นยากันยุงก็เริ่ดค่ะ

  1. มะพร้าว สารพัดประโยชน์อีกเช่นกันค่ะ สำหรับน้ำมันมะพร้าว ทั้งกิน ทั้งทา อีกทั้งส่วนของกะลาก็ยังสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นของใช้ได้อีกด้วยค่ะ
  2. ฝ้าย เป็นอีกหนึ่งพืชไร่ประเภทเส้นใยที่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมสิ่งทออย่างมากค่ะ
  3. ขมิ้น อีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมายค่ะ ทั้งช่วยทำให้ผิวพรรณสวยงาม อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคได้อีกมากมาย เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ เป็นต้น
  4. งา เป็นพืชไร่ประเภทให้น้ำมันค่ะ ซึ่งแน่นอนค่ะ นอกจากจะสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันงาเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารเพื่อรับประทานได้อีกด้วยค่ะ
  5. กาแฟ เป็นหนึ่งในพืชให้เมล็ด ที่สารพัดประโยชน์เช่นกันค่ะ ทั้งการนำมาสกัดเป็นกาแฟดื่มได้ เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย กากกาแฟ สามารถนำมาขัดผิวได้ อีกทั้งส่วนของเมล็ดกาแฟยังใช้นำมาตั้งดับกลิ่นได้อีกด้วยค่ะ
  6. ปาล์ม ใช้ในการนำมาสกัดทำน้ำมันอีกทั้งยังสามารถนำไปแปรรูปเพื่อทำ เนยขาว ครีมฉาบหน้าขนม ได้อีกด้วย
  7. ชา เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ ที่จะนำมาต้มดื่มเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายค่ะ

 

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

และนี่ก็คือ พืชไร่ 13 ชนิด ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างสารพัดประโยชน์เลยล่ะค่ะ และนอกจากนี้ยังมีพืชไร่อีกมากมายที่มีผลในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ

 

 

พืชไร่ 13 ชนิดในประเทศไทย

วิธีดูแลต้นไม้

ปลูกต้นไม้ ต้นเเคนา ที่คนนิยมปลูกกันในบ้าน

ปลูกต้นไม้ ต้นเเคนา ที่คนนิยมปลูกกันในบ้าน

ปลูกต้นไม้ ต้นเเคนา ที่คนนิยมปลูกกันในบ้าน

      เเน่นอนว่าทุก ๆ บ้านมักจะมีต้นไม้เป็นการตกเเต่งบ้านเเละการ ปลูกต้นไม้ ยังช่วยให้ร่มเงา เเละคายออกซิเจนให้เราได้รับอากาศที่สดชื่น โดยหลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าต้นไม้ชนิดไหน ที่คนส่วนใหญ่ชอบ ปลูกต้นไม้ เอาไว้ในบ้าน โดยต้นไม้ที่คนนิยมปลูกกันในบ้านทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน เเละภาคอื่นๆ นั่นก็คือ ต้นเเคนา

นั่นก็เพราะว่า ต้นเเคนามีประโยชน์เยอะมาก สามารถนำมาทำได้หลายอย่าง เป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่สามารถให้ร่มเงาได้อย่างดี นอกจากนี้ยังโตไว เเละส่วนต่าง ๆ ของต้นเช่น ดอก ก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้ด้วย

โดย ต้นเเคนา จะมีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น แคขาว, แคเก็ตวา, แคเก็ตถวา, แคเค็ตถวา, แคภูฮ่อ, แคป่า, แคทราย, แคยาว, แคอาว, แคยอดดำ และเเคนา เป็นต้น โดยชื่อเรียกก็จะเเตกต่างกันออกไปในเเต่ละภาค เเละยังเป็นต้นไม้ที่นิยมปลูกกันในบ้านอีกด้วย

เพราะเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย โตไว สวยในปัจจุบันมักจะขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดเป็นหลัก รองลงมาก็คือการปักชำราก ซึ่งต้นเเคนาจัดอยู่ในหมวดหมู่ของต้นไม้ผลัดใบ มีขนาดเล็กเเต่สามารถเติมโตได้ไปจนถึงขนาดกลาง ความสูงของลำต้นสามารถสูงและโตเต็มที่คือ 10 – 20 เมตร บริเวณเปลือกรอบๆ ลำต้น จะเป็นสีน้ำตาลอ่อนอมสีเทาเล็กน้อยมีจุดประสีดำ ผิวต้นจะมีลักษณะเรียบหรือบางต้นอาจจะกร่อนแล้วเเต่การดูเเล

ส่วนลักษณะของใบใบของต้นเเคนาจะเป็นลักษณะเเกมไข่ขอบขนานปลายเเหลม โคนเบี้ยว และต่อมาก็คือส่วนที่นิยมเอาไปใช้มากที่สุดคือ ดอก โดยดอกจะเป็นช่อกระจะสั้น และมีขนาดใหญ่ ลักษณะของดอกจะคล้ายๆ รูปแตรสีขาว ถ้านึกภาพกันแบบง่ายๆ จะออกดอกที่ปลายกิ่ง ขนาดจะยาวประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 1.8 – 4 เซนติเมตร ในแต่ละช่อที่เราเห็นจะมีดอกอยู่ทั้งหมดประมาณ 2 – 10 ดอก กลีบเลี้ยงหนาเเละปลายเรียวเล็กและโค้งยาวประมาณ 3 – 4 เซนติเมตร

การ ปลูกต้นไม้ ต้นเเคนา มีประโยชน์มากมายที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ โดนดอกของแคนาที่เราเห็นนั้น สามารถเอามาใช้ประกอบอาหารได้ หลายอย่าง จะเอามาทำเป็นแกงส้ม หรือจะนำดอกมาลวก หรือต้มจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้ และรู้หรือไม่ว่าเนื้อไม้ของต้นเเคนายังนิยมในการเอาไปใช้กับสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ เช่น เสา เเละไม้กระดาน เป็นต้น หรือจะใช้เป็นอาหารให้กับสัตว์ เช่น วัว, ควาย เเละม้า

 

 

ปลูกต้นไม้ ต้นเเคนา ที่คนนิยมปลูกกันในบ้าน

วิธีดูแลต้นไม้

วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ยอดฮิตที่นิยมปลูกในห้องนอน

วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ยอดฮิตที่นิยมปลูกในห้องนอน

        ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่สามารถปลูกได้ในห้องนอนอะไรบ้าง แล้วปลุกยังไงตอนนี้ เนี่ยกระแสกำลังนิยมมาก ในห้องนอนอยู่ในบ้านกำลังบูมมาก เลยรวบรวมที่ปลูกง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มปลูกต้นไม้ หรือว่าคนที่ปลูกไม่เป็นเลย ถ้ารู้วิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ อย่างถูกต้องเรามาเริ่มกันที่ต้นแรกเลยนั่นก็คือ

ต้นไทรใบสักเขาเป็นต้นไม้ที่ดูดซับสารพิษได้ดีและยังช่วยเพิ่มโอกาสได้ด้วยต้นนี้ชอบแดดรำไรที่บ้านกรองแสงควรโดนแดดอย่างน้อย 3 ถึง 5 ชั่วโมงและไม่ควรรดน้ำบ่อยรดน้ำได้ 3-4 วันต่อครั้งเมื่อดินแห้งสวนต้นเดหลีก็เป็นต้นไม้มงคลที่ช่วยปัดเป่าภัยและโชคร้ายแถมยังช่วยซับสารพิษเช็ดกาวสีและน้ำยาเคลือบเล็บการดูแลก็ควรรดน้ำอย่างน้อย 2 วันครั้งแต่ปุ๋ยคอก 2-3 เดือนครั้งทำความสะอาดใบไม้เป็นประจำ และต้นนี้ชอบแสงแดดรำไรอากาศไม่ร้อนมากไปไปจะเป็นต้นยางอินเดียซึ่งจะช่วยลดสารพิษเจดีย์ต้นนี้ไม่ชอบออกแดดชอบแสงรำไรไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินรดน้ำ5วันครั้งเนื่องจากจะทำให้รากเน่าใบเหลืองและเปลี่ยนสีได้ควรหมั่นทำความสะอาดใบบ่อยๆมันอาจจะกำจัดเศษฝุ่นและสิ่งสกปรกออก

นอกจากนั้นยังมีต้นแก้วสารพัดนึกซึ่งเป็นต้นไม้มงคลสวยงามพี่จะเพิ่มโชคลาภป้องกันสิ่งไม่ดีตามความเชื่อวิธีดูแลรดน้ำได้ 2-3 วันครั้งไม่ให้ดินแฉะเกินไปจะทำให้รากเน่าต้นนี้ไม่ชอบแดดแรงมากไว้ในห้องที่มีแฟนของถึงก็พอควรฉีดละอองน้ำให้ทุกวันเพราะต้นสารพัดนึกต้องการความชื้นสูง ต่อไปจะเป็นต้นครีบปลาวาฬเป็นไม้สายพันธุ์ลิ้นมังกรที่มีขนาดใบใหญ่เป็นอีกหนึ่งต้นที่ช่วยในการฟอกอากาศได้ดีและผลิตออกซิเจนในเวลากลางคืน สามารถโดนแดดได้แต่ไม่ควรจัดมากทนน้ำได้ 3-4 วันครั้งรอจนแห้งสนิทแล้วค่อยลด

อีกตัวสุดท้ายคือลิ้นมังกรต้นไม้พ่อไก่ยอดฮิตที่ทุกบ้านแทบจะต้องมีรดน้ำเพียงครั้งต้นนี้ชอบที่มีอากาศถ่ายเทและแดดรำไรและควรหมั่นนำไปวางตากแดดบ่อยๆอย่าลืมซื้อกระถางที่เหมาะสมต้นไม้ส่วนใหญ่ชอบกระถางดินเผาที่มีความชื้นและระบายน้ำได้ดีวิธีดูแลต้นไม้ฟอกอากาศหลักๆก็คือต้นไม้เหล่านี้จะไม่ชอบน้ำที่มากจนเกินไปการรดน้ำต้นไม้แค่รดน้ำไม่ให้ดินแห้งก็พอและพวกมันก็ไม่ชอบแดดที่แรงมากจนเกินไปพอมีแสงรำไรวันๆก็เพียงพอผู้ปลูกระวังไม่ให้รากเน่ารับแดกจนมากเกินไปเพียงเท่านี้ต้นไม้ก็ยังอยู่กับเราไปได้นานแล้ว

 

  • ต้นงาช้าง

ตอนนี้2ชนิดก็คือแบบธรรมดาที่เป็นแฉกแบบนี้แบบแช่ในน้ำซึ่งตอนที่ซื้อมามันเล็กเลี้ยงง่ายมากไม่ต้องการการเอาใจใส่อะไรมากรดน้ำนานๆทีเขาก็รอดเอาไว้ในห้องลืมไปเลยว่าต้องรดน้ำเขาก็ยังไม่ตายแล้วก็เป็นไม่ค่อยชอบน้ำมากประมาณ 1 อาทิตย์หรือ 2อาทิตย์กว่า ๆ ถึงจะลดน้ำทีนึงประมาณอาทิตย์นึง จะพาเขาไปรับแสงแดดนิดนึง ซึ่งแสงแดดที่บอกยังไม่ใช่โดยตรง เป็นแสงแดดรำไรที่ผ่านมาจากหน้าต่างอีกทีนึง ก็จะเอาเข้าไปวางให้รับวิตามิน ให้ได้ทำการสังเคราะห์แสง เพราะว่าในห้องต้นงาช้างถ้าเกิดว่าเพื่อน ๆ ให้น้ำเขาเยอะเกินไป ดินจะนิ่มซึ่งมันก็เป็นสัญญาณ ที่จะไม่ดีเพราะเขา มีโอกาสที่จะรากเน่า แล้วต้นเนี่ยก็คือไม่ต้องดูแลอะไรเขาเยอะเลย ปล่อยอย่างนั้นนี่ ก็เป็นตัวอย่าง วิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศ ที่อยู่ในห้อง

ถ้าอยากให้เขาอายุยืนอยู่ในบ้านของคุณได้นานๆก็ควรศึกษาวิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศและชนิดของต้นไม้ที่กำลังจะนำมาปลูกปลาชนิดชอบน้ำมันชนิดชอบแดดหรือบางชนิดก็ไม่ชอบเลย ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการปลูกพืชในห้องยกตัวอย่างนอกเหนือจากต้นงาช้างที่กล่าวไป

วิธีดูแลต้นไม้

กล้วยไม้แวนด้า

กล้วยไม้แวนด้า

กล้วยไม้แวนด้า

กล้วยไม้ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ นั้น แท้ที่จริงแล้ว เขามีอยู่ด้วยกันมากมายหลายสกุลเลยล่ะค่ะ ทั้งแคทรียา , ฟาแลนนอปซิน ฯลฯ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงกล้วยไม้สกุลแวนด้าค่ะ

แวนด้า คือกล้วยไม้ประเภทโมโนโพเดี้ยลค่ะ ซึ่งถูกพบในป่าตามธรรมชาติ โดยถูกจำแนกได้เป็นประมาณ 40 ชนิด กระจายกันออยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งอินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย ฯลฯ เราสามารถจำแนกประเภทของแวนด้าได้จากลักษณะของใบค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท นั่นก็คือ

แวนด้าใบกลม

ลักษณะของใบจะเป็นทรงทรงกระบอก กลมยาว ค่ะ มีหลายชนิดด้วยกัน ทั้ง แวนด้าฮุกเกอเรียนา หรือจะเป็นพันธุ์ที่เป็นลูกผสม เช่น แวนด้า โจคิม ซึ่งมาจากการผสมระหว่าง แวนด้า ฮุกเกอเรียนา กับเอื้องโมก เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมา จึงทำให้เลี้ยงได้ง่าย และออกดอกเก่งค่ะ ถ้าหากว่าท่านไหนที่ อยากลองเลี้ยงกล้วยไม้สกุลนี้ดู ขอแนะนำให้เลือกเป็น แวนด้าใบกลม ก่อนค่ะ เนื่องจากแวนด้าใบกลมนั้น ถือเป็นแวนด้าประเภทที่เลี้ยงง่ายที่สุด สามารถปลูกกลางแจ้งได้ค่ะ จึงน่าจะเหมากับมือใหม่ที่ยังไม่มีโรงเรือน แต่ข้อเสียคือดอกมักจะบานได้ไม่นานค่ะ

แวนด้าใบแบน

ลักษณะของใบแผ่แบน มีหน้าตัดตรงใบเป็นรูปตัววี ข้อถี่ และปล้องสั้นค่ะ มีอยู่หลายชนิดด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ฟ้ามุ่ย , สามปอยนก , เข็มขาว เป็นต้น และถ้าหากว่า แวนด้า ที่เลี้ยงง่ายที่สุดคือแวนด้าใบกลมล่ะก็ แวนด้าที่เลี้ยงยากที่สุดก็ต้องยกให้แวนด้าใบแบนเลยค่ะ

แวนด้าใบร่อง

แวนด้าประเภทนี้ไม่ถูกพบในธรรมชาตินะคะ เพราะเกิดจากการนำแวนด้าใบแบน และ แวนด้าก้างปลามาผสมกันค่ะ โดยลักษณะใบจะออกไปทางแวนด้าใบแบนค่ะ ตัวอย่างเช่น แวนด้า บลูมูน , แวนด้า ที เอ็ม เอ เป็นต้น

แวนด้าก้างปลา

กล้วยไม้แวนด้า

แวนด้าประเภทนี้มีลักษณะใบกึ่งกลมกึ่งแบนค่ะ จริง ๆ แล้วแวนด้าประเภทนี้ค่อนข้างหาได้ยาก อีกทั้งยังพบได้น้อยในธรรมชาติอีกด้วยค่ะ เท่าที่พบมี 2 ชนิด ได้แก่ แวนด้า อะเมสเซียนา และแวนด้า คิมบาลเลียนา ซึ่งกล้วยไม้สองชนิดนี้คาดว่าจะไม่ใช่ชนิดแท้ค่ะ เนื่องจากตรวจพบว่ากล้วยไม้สองชนิดนี้เป็นหมัน แวนด้าก้างปลา ที่มีให้พบในปัจจุบันเกิดจากการที่มนุษย์นำมาผสมจนเกิดเป็นสายพัรธุ์ใหม่ค่ะ เช่น แวนด้า มาเจสติก , แวนด้า เอ็มมา แวน ดีเวนเตอร์ เป็นต้น และนี่ก็คือเรื่องราวพอสังเขปของกล้วยไม้สกุลแวนด้านั่นเองนะคะ หากท่านไหนที่สนใจอยากลองเลี้ยงกล้วยไม้สกุลนี้ดู น่าจะถือเป็นอีกสกุลนึงที่มีความสวยงามอีกทั้งยังเลี้ยงไม่ยากอีกด้วยนะคะ

 

 

 

กล้วยไม้แวนด้า

พันธุ์ไม้

Mammillaria bocasana หรือ ลูกแมว

Mammillaria bocasana หรือ ลูกแมว

Mammillaria bocasana หรือ ลูกแมว

อีกหนึ่งต้นกระบองเพชรจิ๋วสายพันธุ์ที่หน้าจับตามองในการนำมาเลี้ยงมาปลูกดูแลนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรลูกแมว” ที่เป็นต้นพืชที่เลี้ยงง่ายโดยมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว และที่สำคัญตัวต้นพืชชนิดนี้ จะมีขนที่คล้ายขนแมวปุยสีขาวออกมาเป็นจำนวนมากเมื่อมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่

ที่สำคัญความสวยงามของต้นพืชชนิดนี้ เมื่อมีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่องจะได้ดอกสีชมพู ม่วงที่ดูแล้วมีความสวยงามอย่างมาก โดยมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแม็กซิโก ที่มักจะเกิดตามก้อนหินในบริเวณนั้น จึงได้นำมาถูกเผยแพร่และเป็นที่นิยมที่ประเทศไทย เพราะการเลี้ยงที่ดูแลง่าย ออกดอกเก่งมากในทุกปี จึงทำให้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ อีกทั้งสามารถปลูกกับดินร่วนและปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้เป็น

อย่างดี โดยอาจจะเป็นการใส่ปุ๋ยหรือสารละลายช้าของปุ๋ยที่มีการทำซ้ำทุกๆ 3 เดือน โดยจะชอบอยู่ในบริเวณที่มีแดดรำไรตลอดเวลา และควรรดน้ำให้ชุ่มฉ่ำพอเหมาะ แต่ไม่ถึงกับต้องเปียกมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ต้นกระบองเพชรลูกแมวเน่าและตายไปในที่สุด ที่สำคัญควรระวังในช่วงหน้าฝนให้เป็นอย่างดี และส่วนการเติบโตที่อุดมสมบูรณ์การขยายพันธุ์ของพืชชนิดนี้ มักจะเป็นวิธีการทำที่เพาะเมล็ดและการปักชำหน่อของต้นกระบองเพชร เพื่อที่จะช่วยให้ต้นพืชชนิดนี้ สามารถเติบโตและอุดมสมบูรณ์ที่สุดนั่นเอง

 

 

พันธุ์ไม้

Astrophytum myriostigma หรือ หมวกสังฆราชขาว

Astrophytum myriostigma หรือ หมวกสังฆราชขาว

Astrophytum myriostigma หรือ หมวกสังฆราชขาว

สำหรับใครที่กำลังมองหาเจ้าต้นแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรจิ๋วที่มีขนาดเล็ก ที่สามารถเลี้ยงง่ายและไม่ตายเร็ว และยิ่งเมื่อมีการเจริญเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น ก็มักจะมีดอกออกมาให้รับชมอย่างสวยงามอีกด้วย อีกทั้งเมื่อมองจะมุมบนลงมาจะเห็นได้ว่าเป็นพืชไม้ที่มีลักษณะคล้ายรูปดาว และนั่นก็คือ… “ต้นกระบองเพชรหมวกสังฆราช”

ต้องบอกเลยว่าเป็นต้นพืชที่ดูแลและเลี้ยงง่าย จะมีลักษณะเด่นคือเป็นต้นพืชที่อวบน้ำ สามารถมีอายุได้นานหลายปีในการเลี้ยงดูแล เป็นทรงกลมสีเขียวอ่อน ต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้จะออกดอกเป็นยอดสีเหลืองอ่อน เป็นกลีบซ้อนกันคล้ายกับดอกเบญจมาศ มักจะนิยมปลูกด้วยดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในที่แสงแดดจัด

และต้องการปริมาณน้ำที่ไม่มากจนเกินไป อาจจะเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็ได้ และก็ยังได้เป็นต้นพืชที่นิยมนำมาเลี้ยงและปลูกไว้ในบริเวณที่เป็นอาคาบ้านเรือนส่วนใหญ่ จนได้กลายเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ของต้นกระบองเพชร ที่หน้าจับตามองในการนำมาเลี้ยงและดูแลอย่างมากจริงๆ

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Cereus Peruvianus หรือ ปราสาทนางฟ้า

Cereus Peruvianus หรือ ปราสาทนางฟ้า

Cereus Peruvianus หรือ ปราสาทนางฟ้า

      หากใครที่กำลังมองหาต้นแคสตัสหรือเจ้าต้นกระบองเพชรขนาดจิ๋ว ที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารักตะมุตะมิ ก็อยากจะแนะนำอีกหนึ่งสายพันธุ์นั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรปราสาทนางฟ้า” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไม้ล้มลุกที่มีลักษณะรูปทรงสูงยาวคล้ายตึกคอนโด ปราสาท

และที่สำคัญยังเป็นต้นพืชที่อวบอิ่มน้ำอยู่ตลอดเวลา ชอบแสงแดดที่อยู่รำไร ไม่จัดจ้านจนเกินไป ที่สำคัญสามารถทนต่อสภาพความแล้งได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากคนที่ไม่มีเวลาดูแลก็สามารถเลี้ยงต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้ได้เช่นกัน ซึ่งรูปร่างลักษณะที่ดูโดดเด่นเลยก็จะเป็นตัวลำต้นที่มีความยาวสูงคล้ายรูปทรงกระบอก 5 เหลี่ยม มีพื้นผิวเป็นสีเขียวเข้ม

ถูกปกคลุมด้วยหนามสีขาวบางๆล้อมรอบบริเวณลำต้นอยู่ และยิ่งเมื่อมีการเติบโตที่อุดมสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ตัวลำต้นก็จะมีการแตกหน่อเพิ่มขึ้นอีกด้วยเช่นกัน สำหรับวิธีการดูแลรักษาก็ง่ายมากเหมือนกับสายพันธุ์อื่นๆทั่วไป คือไม่ชอบปริมาณน้ำที่เยอะ ควรทำการรดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ และควรปลูกด้วยดินร่วนปนกับทราย เพราะจะทำให้ลำต้นมีการเติบโตที่รวดเร็วนั่นเอง

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Echinocactus grusonii หรือ ถังทอง

Echinocactus grusonii หรือ ถังทอง

Echinocactus grusonii หรือ ถังทอง

ในช่วงที่เป็นหน้าฝนแบบนี้ หากใครที่กำลังมองหาเจ้าต้นแคสตัสหรือต้นกระบองเพชรจิ๋ว มาปลูกในช่วงนี้ก็คงต้องศึกษาให้ดี ว่าแต่ละต้นพืชมีการเลี้ยงดูอย่างไร ต้นไหนที่ไม่ชอบปริมาณน้ำที่มาก และเช่นเดียวกับเจ้าต้นกระบองเพชรถังทอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เป็นต้นพืชที่น่ารักและนำมาปลูกดูแล แต่เป็นต้นพืชที่ไม่ชอบปริมาณน้ำที่มาก ยิ่งเมื่อหน้าฝนแบบนี้คงต้องหาบ้านที่ไม่ให้น้ำฝนมาถูกในปริมาณที่มากขี้นนั่นเอง

โดยเจ้าต้นกระบองเพชรสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดแท้จริงมาจากประเทศเม็กซิโก มีลักษณะรูปร่างเป็นทรงกลม มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วเพิ่มขึ้น 1 เมตรในทุกปี มีหนามที่แหลมยาวที่โค้งเล็กน้อย มักจะเหมาะกับการเลี้ยงดูในช่วงฤดูร้อนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นต้นพืชที่ควรปลูกในดินที่สามารถระบายน้ำได้ดี ไม่ควรรดน้ำในปริมาณที่มาก เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ต้นพืชเจ้าจิ๋วนี้ เน่าและตายในที่สุด

และถึงอาจจะชอบแสงแดดจัดมากสักเท่าไหร่ ก็ควรต้องดูแลเจ้าต้นพืชจิ๋วอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นต้นกระบองเพชรที่มีผิวเนื้อสัมผัสที่บอบบาง อาจจะทำให้เกิดการไหม้แดดได้อีกเช่นกัน และเมื่อมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ก็จะออกดอกบริเวณปลายยอดที่เป็นดอกสีเหลืองออกมาให้รับชมกันอีกด้วย จนสุดท้ายก็ได้ถูกนำมาเผยแพร่ในประเทศไทยจนได้กลายเป็นต้นพืชที่มีผู้คนนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดอีกหนึ่งสายพันธุ์นั่นเอง

 

 

 

วิธีดูแลต้นไม้

Gymnocalycium Baldianum หรือ บาเนียนัม

Gymnocalycium Baldianum หรือ บาเนียนัม

Gymnocalycium Baldianum หรือ บาเนียนัม

      อีกหนึ่งสายพันธุ์ของแคสตัสหรือเจ้าต้นกระบองเพชรจิ๋วที่มีผู้คนนิยมนำมาเลี้ยงปลูกดูแล และชื่นชมดอกของมัน ที่เมื่อมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ ก็มักจะมีการออกดอกมาให้ทุกคนได้หลงใหลและเพลิดเพลินไปกับความงามของมันทุกครั้ง และนั่นก็คือ “ต้นกระบองเพชรบาเนียนัม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแม็กซิโกส่วนใหญ่ มีรูปร่างลักษณะที่เป็นทรงกลมออกแบน มีขนาดจิ๋วน่ารัก ลำต้นจะมีสีที่มีความเข้มอย่างมากเป็นโทนสีน้ำตาลเข้มจนไปออกดำ

โดยมักจะมีหนามปกคลุมอยู่รอบๆบริเวณลำต้น แต่หากมีการเจริญเติบโตที่เต็มที่อุดมสมบูรณ์ก็จะออกดอกที่มีสีสันสวยงามเป็นสีแดงบานเย็นให้เราได้รับชม เพราะการที่มีดอกออกมาสีสันสวยงามนั้น จึงทำให้สายพันธุ์นี้กลายเป็นอีกหนึ่งต้นพืช ที่มีผู้คนสนใจอยากละลองมาปลูกกันเป็นจำนวนมากนั่นมากเอง

อีกทั้งในเรื่องของการดูแลและการรดน้ำต้นพืชชนิดนี้ ก็จะมีวิธีการดูแลคล้ายคลึงกับต้นพืชสายพันธุ์อื่นๆ ถึงแม้จะเกิดในเขตที่มีความร้อนชื้น แต่ต้นพืชชนิดนี้ก็ใช่ว่าจะชอบแสงแดดจัดจ้านจนเกินไป และหากใครที่กำลังกังวลว่าไม่มีเวลาในการเลี้ยงดู ไม่ต้องห่วงเลย เพราะต้นพืชชนิดนี้สามารถทนต่อความแล้งได้เป็นอย่างดี อาจจะกลับมารดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็คงจะเพียงพอ

 

วิธีดูแลต้นไม้

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

       การปลูก การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ จะต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการดูแล เพราะจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละชนิด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้คุณสมบัติ ความชอบ จุดเด่น จุดด้อย ของต้นไม้นั้น ๆ ทั้งนี้ยังรวมไปถึง ปริมาณน้ำที่รด แสงแดด การให้ปุ๋ย การตัดแต่ง และการเปลี่ยนถ่ายกระถางอีกด้วย

 

  • ปริมาณน้ำที่ใช้ในการรด การรดน้ำมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชแทบทุกชนิด การให้น้ำที่น้อยเกินไป หรือ เยอะเกินไป โดยไม่ศึกษาวิธีการให้น้ำของพืชแต่ละชนิดอย่างถูกต้อง อาจส่งผลเสียกับพืชได้ ดังนั้น จำเป็นจะต้องดูชนิดของดินที่ใช้ปลูก ความชื้น อากาศ ฤดูกาล ระยะเวลาที่โดดแดด อุณหภูมิ การให้น้ำในปริมาณที่พอดี เจริญเติบโตดี ทำให้พืชมีอายุยืนยาว และสวยงาม

 

 

  • การใส่ปุ๋ย ปุ๋ยเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ โดยการให้ปุ๋ยจะต้องคำนึงถึงสภาพดิน ถ้าหากดินแห้ง ขาดสารอาหาร ก็จะต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน ช่วยให้ดินมีสารอาหารมีเพียงพอต่อความต้องการของพืช ซึ่งควรเน้นการใช้ปุ๋ยประเภทอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรืออาจจะให้ปุ๋ยตามแต่ละช่วงฤดูกาลด้วยปุ๋ยเคมีบ้าง เพื่อปรับสภาพดิน เช่น ฤดูร้อน ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง โปรแตสเซียมปานกลาง และ ฟอสฟอรัสต่ำ ฤดูฝน ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนต่ำ โปแตสเซียมสูง ฟอสฟอรัสสูง ฤดูหนาว ให้ใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพราะไนโตรเจนจะช่วยกระตุ้น ให้พืชเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

 

  • การตัดแต่ง ไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูกไว้นานแล้ว จะต้องได้รับการตัดแต่งกิ่ง ด้วยการเลือกใช้กรรไกร หรือ มีดที่คม เพราะถ้าหากใช้มีดหรือกรรไกรที่มีความคมน้อย ต้นไม้จะต้องใช้เวลาในการสมานแผลที่นานขึ้น การตัดแต่งกิ่งนอกจากช่วยให้เป็นพุ่มที่สวยงาม ยังเป็นการยับยั้งการเกิดโรค จากกิ่งที่เป็นโรค ไม่ให้โรคลามไปทั่วต้น นอกจากนี้กตัดกิ่งที่ตายแล้ว และเหี่ยวออก เป็นการรักษาต้นไม้ และนั่นเอง

 

 

  • การเปลี่ยนถ่ายกระถาง ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่เติบโตเต็มที่ จะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายกระถางใหม่ ทำให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะรากมีพื้นที่ในการชอนไชมากขึ้น เจริญเติบโตได้ดี โตไว ได้รับแร่ธาตุ สารอาหารที่สมบูรณ์จากดิน ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงขนาดกระถาง ไม่เล็กหรือใหญ่เกินขนาดของต้นไม้ รวมไปถึงเวลาในการเปลี่ยนถ่ายกระถางอีกด้วย

 

การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับ ให้สวยงาม ทุกฤดูกาล

 

การดูแลเอาใจใส่ไม้ดอก ไม้ประดับ หรือต้นไม้ ให้เจริญเติบโต แตกกิ่งก้าน ออกผล ออกดอกที่สวยงาม จะต้องหมั่นสังเกตการเจริญเติบโต การรดน้ำอย่างเดียวไม่เพียง เพราะพืชต้องยังต้องการแร่ธาตุ สารอาหาร เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีอีกด้วย

วิธีดูแลต้นไม้